เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 กินไม่หมด แอบห่อพากลับ

บทที่ 35 กินไม่หมด แอบห่อพากลับ

บทที่ 35 กินไม่หมด แอบห่อพากลับ


จินอัน: "..."

ถ้าข้าพูดว่า

"เคล็ดวิชาดาบโลหิต" นี้ เป็นของผู้ที่อยู่เหนือกว่าเขาล่ะ

มือปราบเฟิงจะเชื่อไหมนะว่าบุตรสาวคนโตของผู้พิพากษาจางแห่งเทศมณฑลฉางส่งต่อให้ข้า

จินอัน: "ข้าตกหน้าผาตอนเด็กๆ แล้วบังเอิญเจอมันในถ้ำ"

หลังจากที่มือปราบเฟิงได้ฟังเรื่องนี้ เขาก็หัวเราะอยู่พักหนึ่ง

“คุณชายจินอัน ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไป เฟิงแค่ถามเพราะความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น”

“เคล็ดวิชาดาบโลหิตนี้เป็นเพียงศิลปะยุทธระดับสามเท่านั้น มันไม่ใช่วิชาการต่อสู้หรือมนตร์คาถาที่มีเอกลักษณ์ มีคนหลายร้อยหรือหลายพันคนที่รู้จักเคล็ดวิชาดาบโลหิตนี้ทั่วยุทธจักร”

ฮ่าฮ่าฮ่า พ่องมุงสิ

มันตลกนักรึไง?

ต่อมา มือปราบเฟิงดูจริงจังและเริ่มถามจินอันโดยละเอียดเกี่ยวกับรายละเอียดของคดี

จินอันย้ำคำสารภาพที่เขาเคยบอกกับเถ้าแก่เนี้ยจางและจางหลิงหยุนมก่อนหน้านี้

“เป็นไปได้ไหมว่ามีปีศาจขโมยศพในเทศมณฑลฉางของเรา?” คิ้วของมือปราบเฟิงขมวดเหมือนมีเล่ห์นัยบางอย่าง

หลังจากพูดจบ มือปราบเฟิงก็เหลือบมองทรงผมที่สั้นของจินอันอีกครั้ง: "คุณชายจินอันเป็นลูกศิษย์ชาวพุทธที่กลับมาสู่ชีวิตฆราวาสงั้นหรือ?"

จินอัน: "ทำไมมือปราบเฟิงถึงพูดเช่นนั้น"

มือปราบเฟิงอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม: "คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ด้วยตาเปล่า ตามตำนาน สาวกลัทธิเต๋าและชาวพุทธสามารถปลูกฝังบางสิ่งบางอย่างเช่นดวงตาสวรรค์ ดวงตาธรรม และดวงตาปัญญา... พวกเขาสามารถมองเห็นท้องฟ้าสีฟ้าและน้ำพุสีเหลืองที่อยู่ห่างออกไปเก้าพันลี้ได้ ข้าไม่รู้หรอกจริงหรือเท็จ”

จินอันกระพริบตา: "ข้าไม่รู้ว่าข่าวลือเหล่านี้จริงหรือเท็จ แต่ข้าไม่ใช่พระฉะนั้นนี่คือเรื่องจริงอย่างแน่นอน"

มือปราบเฟิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด: "มีข่าวลือว่าในบางสถานที่มีเทพประจำเมืองที่เกิดมาพร้อมกับดวงตาหยินหยาง และพวกเขายังสามารถเห็นวัตถุหยินเหล่านี้ได้ด้วย"

จินอัน: "..."

ปัญหาคือข้าไม่ใช่เทพของเมืองนี้โว้ยย!

“คุณชายจินอัน ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ฆ่าสตรีผู้นั้นในบ้าน ท่านมีหลักฐานพิสูจน์ไหมว่านักดาบคนนั้นเป็นผู้ที่ฆ่าน้องหญิงของเขาหลังจากถูกวิญญาณครอบงำแทนที่จะให้ท่านยืมดาบแล้วฆ่าใครสักคน?”

“เราได้ตรวจสอบตัวตนของทั้งสองคนแล้ว นักดาบและสตรีคู่นี้เป็นพี่น้องในสำนักเดียวกัน”

จินอันรู้มานานแล้วว่ามือปราบเฟิงจะถามคำถามนี้กับเขา

เขาไม่แปลกใจเลย

ดังนั้นเขาจึงตอบอย่างครุ่นคิดไปว่า: "หากมีคนถูกครอบงำและมีวิญญาณชั่วร้ายเข้าสู่ร่างกาย มือปราบสามารถสั่งให้ใครสักคนตรวจร่างกายดูหน้าอกหรือรักแร้ของนักดาบได้ แล้วพวกเขาจะพบบางสิ่งบางอย่างอย่างแน่นอน"

จินอันรู้สึกขอบคุณที่เขาได้พบกับนักพรตเฒ่าลัทธิเต๋ามาก่อน

จากนั้นเขาก็บอกกับมือปราบเฟิงเกี่ยวกับวิธีการทดสอบลักษณะพิเศษที่นักพรตเฒ่าลัทธิเต๋าใช้ในการตรวจสอบว่าคนๆ นั้นถูกครอบงำหรือไม่

ในทันทีทันใดมือปราบเฟิงไม่ได้เลี่ยงความสงสัยและขอให้หมอที่ถูกเชิญมาโดยบริกรโรงเตี๊ยมทำการตรวจดูนักดาบคนนั้นทันที

ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดไว้

หมอที่โรงหมอรู้สึกถึงก้อนเนื้อแข็งๆ ใต้รักแร้ของนักดาบ

“ดูเหมือนว่าคุณชายนอันจะพูดความจริง”

จนถึงตอนนี้ในที่สุดมือปราบเฟิงก็เชื่อคำพูดของจินอัน

“มือปราบเฟิงเชื่อข้าหรือไม่”

“คุณชายจินอัน โปรดอย่าลืมสิว่าตระกูลหลินประสบปัญหามากมาย ในช่วงนี้เจ้าหน้าที่กองปราบของเราได้รับศพมาแล้วสองศพและมีศพหนึ่งที่เพิ่งพบแล้วเผาในวันนี้ ท่านอาจารย์เต๋าเฉินเองก็ได้บอกเราถึงวิธีการตรวจสอบร่างกายแล้ว”

“มือปราบเฟิงเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีสำหรับประชาชนจริงๆ”

มือปราบเฟิงยิ้มแล้วโบกมือ: "คืนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากเกินไป ข้าว่าทุกคนคงนอนหลับกันไม่สนิท ดังนั้นเฟิงจะไม่รบกวนคุณชายจินอันแล้ว เชิญท่านพักผ่อนต่อเถอะ"

“และด้วยสิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นนี้ พวกเราที่อยากนอนก็ไม่มีโอกาสได้นอนด้วยซ้ำ”

“ดูเหมือนว่าเช้าวันพรุ่งนี้ ข้าต้องพาพี่น้องเราไปวัดเต๋าหรือวัดพุทธที่อยู่ใกล้ๆ แล้วขอเครื่องรางเหลือง ลูกปัดแก้ว พระพุทธรูป กระจกบากัว หรืออะไรทำนอกนั้น มาปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย ปัดเป่าภัยพิบัติ พี่น้องในกองปราบปรามของเราจะได้ไม่ตื่นตระหนกมากนัก เมื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในเวลากลางคืน”

มือปราบเฟิงถามรายละเอียดเพิ่มเติมนิดหน่อย จนในที่สุดเขาก็ออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ และนักดาบที่ยังคงได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติ

จินอันได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากปัญหาในกองปราบปราม

แต่เมื่อเขากลับถึงบ้าน คืนนี้เขากลับนอนไม่หลับอีกเลย

จินอันกำลังคิดว่าทำไมครั้งนี้เขาถึงตกเป็นเป้าหมายของวิญญาณชั่วร้าย?

จินอันเดาว่าสาเหตุที่บัณฑิตกระดาษโจมตีเขาคืนนี้ เป็นเพราะมันต้องการครอบงำเขาแล้วไปขโมยศพจากบ้านของหลินหลู่ต่อ?

การคาดเดานี้เป็นไปได้มาก!

แม้ว่าจะไม่มีที่หลักฐานพิสูจน์ได้ว่าบัณฑิตกระดาษในคืนนี้คือวิญญาณชั่วร้ายที่เข้าครองงำร่างของเฉินผีและซวนจื่อที่เสียชีวิตไปหลายวันและขโมยศพซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่จินอันมั่นใจว่ามันต้องเป็นผีมือของบัณฑิตกระดาษ

ศพของซวนจื่อถูกพบในระหว่างวัน

วิญญาณปรากฏขึ้นใกล้บ้านของซวนจื่อในตอนกลางคืน นี่มันไม่บังเอิญเกินไปเหรอ?

เมื่อมีเรื่องบังเอิญมากเกินไป มันก็จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป แต่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่บังเอิญ!

ทำไมบัณฑิตกระดาษถึงมุ่งเป้าไปที่เขา?

เรื่องนี้จริงๆ แล้วเดาได้ไม่ยาก

บางที เพราะเขาเป็นคนที่หามโลงศพสีขาวคนนึงและคุ้นเคยกับตระกูลหลินที่คอยเฝ้าดูตอนกลางคืน...

หรืออาจเป็นเพราะเขาอาศัยอยู่ใกล้บ้านของซวนจื่อ...

จากปัจจัยทั้งหมดนี้ เดาได้ไม่ยากว่าเขากลายเป็นเป้าหมายในการครอบงำแล้วไปบ้านของตระกูลหลินเพื่อขโมยศพ

เหตุการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจเป็นเพราะมันเกี่ยวข้องกับ "ชามสมบัติ" !

ชามสมบัติ?

ชามสมบัติ!

จินอันเคาะนิ้วของเขาบนโต๊ะ และจู่ๆ คิ้วของเขาก็เบิกกว้างเพราะความคิดของตัวเอง เขาฆ่าวิญญาณชั่วร้ายได้สำเร็จในคืนนี้ ซึ่งทำให้จินอันมีความมั่นใจมาก

เขาแค่ต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!

อย่างไรก็ตาม เขาได้ฝึกฝน "เคล็ดวิชาดาบโลหิต" ระดับที่หกจนสมบูรณ์แบบแล้ว

เป็นการยากที่จะพัฒนาต่อไป

หากมันสามารถฝึกฝน "เคล็ดวิชาดาบโลหิต" ต่อไปได้อีก แต่อันที่จริง "เคล็ดวิชาดาบโลหิต" จะเหมาะสมกับเขามากกว่า

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจอมโจรเก็บดอกไม้ "คุณชายหยินหัว"

เขาหลงไหลในพลังระเบิดของเคล็ดวิชาดาบโลหิตและความสามารถในการสยบวิญญาณชั่วร้าย

เมื่อพูดถึงแล้ว จินอันยังไม่ได้ลอง "เคล็ดวิชาดาบโลหิต" ว่ามันจะสามารถผนึกได้หรือไม่? ครั้งล่าสุดที่เขาหามโลงศพ แถมคราวนี้เขาก็ฆ่าบัณฑิตกระดาษได้ ตอนนี้เขามีคุณธรรมหยินถึง 300 แต้ม บางทีเขาอาจจะลองดูก็ได้

“ผนึกจักรพรรดิ!”

จินอันดีใจขึ้นมาทันที่ เขาแค่ลองทำดูแต่ไม่คิดเลยว่าเสียงแห่งวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่คุ้นเคยจะปรากฏขึ้นอีกครั้งจริงๆ! ทุกสิ่งในสวรรค์และโลกสามารถผนึกได้!

"เคล็ดวิชาดาบโลหิต" ระดับที่สิบสอง

นี่นับว่ามันได้รับการเลื่อนขั้นเป็นศิลปะยุทธขั้นสามระดับสูงสุดหรือไม่? จินอันอดดีใจไม่ได้ในขณะที่เขาถือตำรายุทธไว้ในมือ

วันต่อมา

"ค๊าาาาาาาาากถรุ้ย" จินอันแปลงฟันด้วยกิ่งต้นหลิวในตอนเช้า แล้วไปที่ห้องโถงของโรงเตี๊ยมเพื่อรับประทานอาหารเช้า

อาจเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้มีคนมารับประทานอาหารที่ห้องโถงเกือบครึ่งหนึ่งในเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้ห้องโถงมีชีวิตชีวามาก เถ้าแก่เนี๊ยจางเริ่มไล่ตามก้นหลานสาวตัวน้อยของเธออีกครั้งและทุบตีเธอ

จินอันมีความสุขมากที่ได้เห็นสิ่งนี้

เขามองไปรอบๆ แล้วก็เห็นจางหลิงหยุนนั่งอยู่คนเดียวในห้องโถง

“แม่นางหลิงหยุน วันนี้น้องสาวของเจ้าไปป้ายสีเถ้าแก่เนี๊ยจางอีกแล้วเหรอ?”

จางหลิงหยุน ที่กำลังทานข้าวต้มเนื้อไม่ติดมันอยู่นั้นชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งนี้ จากนั้นจึงเหลือบมองจินอัน

หลังจากฟังบบอกเล่าของจางหลิงหยุน จินอันก็เข้าใจทันที

ปรากฎว่าเด็กหญิงเล่นเป็นบ้าแล้วปฏิเสธที่จะนั่งทานอาหารอย่างเหมาะสม มันเลยทำลายหัวอกแม่เฒ่าของเถ้าแก่เนี๊ยจาง

ไม่นะ ตอนเช้าก็ไล่ตามหลานอีกแล้ว

นอันมองดูอย่างสนุกสนานขณะที่เถ้าแก่เนี้ยจางผู้งดงามไล่ตามแล้วตีบั้นท้ายของเด็กหญิงด้วยไม้ปัดขนไก่แล้วเขาก็พูดอย่างสนุกสนาน: “นี่มันกินไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ”

"?"

"!"

จู่ๆ จินอันก็รู้สึกเสียวสันหลัง ซึ่งมาจากการจ้องมองอย่างเย็นชาของจางหลิงหยุน ที่กำลังถือข้ามต้มไว้ในมือทั้งสองข้าง

แย่แล้ว!

ตายแน่ๆ!

จินอันผู้ซึ่งอยากเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้เปลี่ยนเรื่องคุยทันที: "แม่นางหลิงหยุน ข้าสงสัยว่าเจ้ามีตำรายุทธเล่มอื่นอีกบ้างไหม?"

“ข้าอยากเรียนรู้ไพ่ตายที่ไว้ช่วยชีวิตตัวเองอีกซักสองสามใบ”

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 35 กินไม่หมด แอบห่อพากลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว