เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 โชคชะตา! ช่างวิเศษจริงๆ!

บทที่ 10 โชคชะตา! ช่างวิเศษจริงๆ!

บทที่ 10 โชคชะตา! ช่างวิเศษจริงๆ!


บทที่ 10 โชคชะตา! ช่างวิเศษจริงๆ!

"เป๊งๆ ! --"

"เป๊ง! --"

"เป๊ง! --"

"ยามซวี (19.00-20.59น.)  อากาศแห้ง อากาศแห้ง ระวังฟืน ระวังไฟ"

"เป๊ง! --"

ในเทศมณฑลฉาง เวลายามซวี จะมียามสองคนออกตรวจตรา คนหนึ่งถือตะเกียง  อีกคนถือฆ้อง คืนนี้มองเห็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวเหนือศีรษะเป็นแสงสลัวๆ ในเวลากลางคืน แล้วเสียงนั้นค่อยๆ จางหายและไกลออกไปเรื่อยๆ

จินอันบังเอิญเดินผ่านยามสองคนนั้น

ก่อนถึงเวลาเคอร์ฟิวเขากลับไปยังโรงเตี๊ยมที่เขาพัก

คนสมัยก่อนมีชีวิตกลางคืนที่สั้น และมีช่วงเคอร์ฟิวในเวลา 01.00-03.00 น. ซึ่งห้ามผู้คนออกนอกถนน ยกเว้นงานศพ คลอดบุตร การเจ็บป่วย ฯลฯ

และหากใครถูกยามตรวจตรากลางคืนจับได้ คนผู้นั้นจะถูกลงโทษด้วยการโบ้ยอย่างน้อย 30-50 ไม้ หรืออาจประหารชีวิตในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

การเห็นผู้คนวิ่งเข้าหอโคมแดงในตอนกลางคืนเหมือนในละครโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องสมจริง หอโคมแดงก็ต้องปิดในช่วงเคอร์ฟิวเช่นกัน ดังนั้นผู้รู้หนังสือและนักปรัชญาจะมาถึงก่อนเวลา จากนั้นก็ปิดประตูและอยู่ที่นั่นทั้งคืน ท่องบทกวี ร่ำสุรา และเป่าขลุ่ยจนถึงเช้า

อย่าถามจินอันว่าทำไมเขาถึงรู้มากขนาดนี้

เขาได้ยินเรื่องนี้จากเพื่อนๆ ของเขา

เจ้าของโรงเตี๊ยมที่ที่จินอันพักอยู่เป็นหญิงสาวสวยอายุ 30 ปี ผมสีชมพูรวบเป็นมวยผม

จินอันได้ยินจากเด็กหนุ่มในโรงเตี๊ยมบอกว่า เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเป็นหญิงม่าย หมั้นหมายจะจัดงานแต่งงานมาตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตาม ในวันแต่งงานคืนแรกก่อนจะเข้าห้องหอเจ้าบ่าวถูกกลุ่มโจรลักพาตัวและถูกสังหาร

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังเป็นผู้หญิงที่บริสุทธิ์และมีความตือรือร้น แม้จะเป็นเพียงในนามของสามีภรรยา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอไม่เคยแต่งงานใหม่เลย และเต็มใจที่จะไว้ผมมวยและเป็นม่าย

เมื่อจินอันเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม เขาบังเอิญเห็นผู้หญิงสองคน คนนึงตัวสูงและคนนึงตัวเล็ก คนหนึ่งอายุประมาณ 16 ปี และอีกคนอายุต่ำกว่า 5 หรือ 6 ขวบ พวกเขาดูเหมือนพี่น้องคู่หนึ่ง กำลังพูดคุยเหมือนนกกระจอกตัวน้อยกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมจาง

ผู้หญิง 16 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอมีคิ้วสีดำและดวงตาที่ชัดเจน ใบหน้าที่งดงามราวกับเครื่องลายครามสีขาวราวกับหิมะ ขาของเธอตรงและมั่นคง อาจเป็นเพราะการฝึกศิลปะการต่อสู้ เธอเลยไม่มีไขมันส่วนเกินแลมีหน้าอกที่อิ่มเอิบ...

ใช่แล้ว

กลายเป็นว่าเธอพันหน้าอกไว้

ผู้หญิงที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในเจียงหู่ต่างจากผู้ชาย เพื่อป้องกันไม่ให้การร่ายรำวรยุทธรบกวนสมดุลของทักษะดาบและปล่อยให้ศัตรูพบข้อบกพร่อง พวกเธอจึงมีนิสัยชอบฝึกศิลปะการต่อสู้โดยเอาผ้าพันหน้าอกไว้ตั้งแต่เด็ก

คนผู้นี้มีความงดงาม

เพียงแค่สายตาของเธอเย็นชาเล็กน้อย

ดาบในมือทำให้แลดูดุร้าย มันดูเหมือนว่าเธอกำลังถูกคนแปลกหน้าข่มขู่ จึงหลบหนีอยู่ห่างจากคนอื่นๆ ไปหลายพันลี้

สำหรับเด็กที่อายุ 5 หรือ 6 ขวบ เธอดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบขาวราวกับหิมะ และดวงตาโตน่ารักของเธอก็บอบบางยิ่งกว่าการใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาล

ในตอนนี้ มีพนักงานคนหนึ่งถือสัมภาระจำนวนหนึ่งและกำลังจะเดินผ่านเขาไป จินอันหยุดพนักงานคนนั้นและถามด้วยความสงสัย: "วันนี้ญาติเถ้าแก่โรงเตี๊ยมของเจ้ามาเยี่ยมงั้นหรือ?"

ตอนนี้ จินอัน จัดได้ว่ามีชื่อเสียงกว่าครึ่งในเทศมณฑลฉาง พนักงานไม่กล้าที่จะละเลยเขา ดังนั้นเขาจึงหยุดและตอบว่า: “ข้าได้ยินสตรีสองคนเรียกเถ้าแก่เนี้ยว่าป้า นางน่าจะเป็นหลานสาวของเถ้าแก่เนี้ย ขอรับ”

หลังจากพูดอย่างนั้น พนักงานก็แอบลากจินอันออกไป โดยไม่ละสายตาจากเจ้าของร้าน แล้วก็นินทาด้วยเสียงแผ่วเบา:

“สตรีสองคนนั้นเป็นลูกสาวของผู้พิพากษาจาง ข้าเพิ่งรู้วันนี้ว่าผู้พิพากษาจาง มีลูกสาวสองคนด้วย”

“ลูกสาวคนโตป่วยและอ่อนแอตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก ดังนั้นผู้พิพากษาจางจึงส่งนางไปที่ภูเขาเพื่อฝึกศิลปะการต่อสู้ นางเพิ่งกลับมาที่เทศมณฑลฉางเมื่อเร็วๆ นี้ ทันทีที่นางกลับมานางเกิดมีปากเสียงกับผู้พิพากษาจางโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นนางก็พาน้องสาวออกมาด้วยด้วยความโกรธ นางหนีออกจากบ้านมาหน่ะขอรับ  เพราะนางลืมเอาเงินติดตัว นางจึงวิ่งออกมาโดยไม่ให้เป็นที่สะดุดตาและมาหาเถ้าแก่เนี้ย ข้าเห็นมากับตา ขอรับ”

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเถ้าแก่เนี้ย จะมีหลาวสาวสายเลือดเดียวกับผู้พิพากษาจางจริงๆ ดูเหมือนข้าไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเรื่องนี้เลย”

จินอันก็ประหลาดใจเช่นกันเมื่อได้ยินเรื่องนี้

นึกถึงผู้พิพากษาจางที่ผิวคล้ำ

พี่น้องเหล่านี้ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย จริงๆ

อย่างไรก็ตาม จินอัน ก็เป็นคนที่สังเกตเห็นรายละเอียดเช่นกัน ผู้พิพากษาจาง คนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนรอบคอบและกล้าหาญ

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้พิพากษาประจำเทศมณฑลและเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในเทศมณฑล แต่เขารอบคอบและระมัดระวัง ปกป้องญาติทางสายเลือดของเขาอย่างลึกซึ้งจนไม่มีใครรู้ว่าผู้พิพากษาเทศมณฑลจางมีลูกสาวคนโตและน้องสาวที่เป็นม่าย

จินอันไม่ใช่คนที่ชอบซุบซิบและถามถึงความเป็นส่วนตัวของคนอื่น หลังจากพูดคุยกันแบบสบายๆ เขาสังเกตเห็นถุงผ้าใบหนึ่งอยู่ในมือของพนักงานเด็กหนุ่ม เขาจึงถามเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยว่าเขาจะทำอะไรกับถุงผ้าใบนี้ในตอนกลางคืน

พนักงานเด็กหนุ่มไม่ได้ปิดบังอะไร และพูดตามความจริง: "เมื่อไม่นานมานี้ นักพรตลัทธิเต๋ามาที่โรงเตี๊ยมของเรา"

“นักพรตลัทธิเต๋าสวมชุดลัทธิเต๋าห้าสี เขามีนิสัยแปลกๆ พูดจาน้อย ปกติเราจะทักทายเขาอย่างเงียบๆ ในวันธรรมดา แต่เมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว นักพรตลัทธิเต๋าที่สวมเสื้อคลุมห้าสีก็จากไปโดยไม่บอกกล่าวอะไร”

“เถ้าแก่เนี้ยคิดว่านัดพรตลัทธิเต๋าจะกลับมาจึงเก็บห้องรับรองพักไว้ โดยไม่คาดคิดว่า ต้องรอเขามาครึ่งเดือนโดยไม่มีข่าวคราวใดๆ กิจการก็สูญเสียเงินไปมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น แกะของนักพรตลัทธิเต๋าที่เลี้ยงไว้ที่สวนหลังบ้าน กินอาหารอย่างเยอะ และจะไม่กินวัชพืชหรือใบไม้เน่าๆ เลย มันกินแต่แครอทและถั่วลิสงเท่านั้น ทำให้เถ้าแก่เนี้ยหน้าซีดด้วยความโกรธ กัดฟันสาปแช่งให้ได้กินเนื้อแกะทุกวัน”

“ผ่านไปครึ่งเดือนเถ้าแก่เนี้ยก็เห็นว่านักพรตเต๋าคงจะไม่กลับมา คาดเดาว่านักพรตเต๋าคงรู้ว่าตนเองว่าไม่สามารถจ่ายเงินหลังจากอยู่ในร้านมาครึ่งเดือนได้ เขาจึงเป็นหนี้แล้วหนีไป เถ้าแก่เนี้ยจึงตัดสินใจไม่ยืนกรานที่จะรออีกต่อไป วันนี้เลยให้ข้าดูว่านักพรตเต๋าทิ้งของมีค่าไว้หรือไม่ แล้วถ้ายังไงก็ฆ่าไอ้แกะอ้วนในสวนหลังบ้านแล้วเอางินกลับมาด้วย พร้อมทำเนื้อแกะหม้อไฟ”

“ในขณะที่ข้ากำลังต้มน้ำร้อนและเตรียมฆ่าแกะ ข้าก็บังเอิญเห็นลูกสาวคนโตของผู้พิพากษาจางหนีออกจากบ้านพร้อมกับน้องสาวของนาง และทั้งสองคนก็มาที่โรงเตี๊ยมเพื่อขอลี้ภัยกับเถ้าแก่เนี้ย ขอรับ

นักพรตธิเต๋า!

เสื้อคลุมลัทธิเต๋าห้าสี?

จินอันประหลาดใจในตอนแรก จากนั้นจึงรีบถาม:

“นักพรตลัทธิเต๋าคนนั้นสวมชุดคลุมห้าสีวัยกลางคนหรือเปล่า? เขาสวมรองเท้าทรงสิบเหลี่ยมสีดำขาวใช่ไหม?”  จินอันถามอย่างเร่งรีบและหายใจอย่างรุนแรง

พนักงานเด็กหนุ่ม มองจินอันด้วยความประหลาดใจและถามด้วยความสงวัย: "คุณชายท่านรู้ได้อย่างไร?"

"ท่านรู้จักนักพรตลัทธิเต๋าแปลกๆ ที่มีนิสัยไม่ดีคนนนั้นงั้นหรือขอรับ?"

จินอันไม่ตอบอะไร  บังเอิญจริงๆ! ช่างวิเศษจริง!

เขานึกถึงความสามารถของนักพรตลัทธิเต๋าเสื้อคลุมห้าสีในการสัมผัสปราณ และความสามารถของเขา เขาที่เป็นปรมาจารย์ลัทธิเต๋าที่แท้จริง เป็นปรมาจารย์ที่มีความสามารถ และไม่ใช่คนหลอกลวงหรือคนโกหกโป้ปดอย่างแน่นอน

จินอันพยักหน้า

ในบรรดาโบราณวัตถุเหล่านี้เขาอาจค้นพบถ้อยคำและจดหมายสุดท้ายที่อีกฝ่ายทิ้งไว้เพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีความปรารถนาอะไรที่ไม่สมหวัง แม้จะตายไปแล้ว ปรมาจารย์คนนี้ก็ยังไม่ลืมที่จะช่วยเหลือผู้คน เขาจะดูว่ามีอะไรที่เขาสามารถทำได้เพื่อช่วยเขาได้บ้าง

“ข้าจะซื้อของที่นักพรตเต๋าทิ้งไว้ รวมทั้งแกะที่สวนหลังบ้านด้วย แล้วข้าจะจ่ายเงินทั้งหมดที่นักพรตเต๋าติดค้างอยู่”

จินอันพูดกับพนักงานเด็กหนุ่ม

ตอนนี้เขาร่ำรวยมากและไม่ขาดเงิน

เมื่อพนักงานเด็กหนุ่ม ได้ยินเช่นนี้ เขาก็ดีใจเช่นกัน แต่เขาไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง เขาพูดเบาๆ ว่า “นายท่านโปรดรอสักครู่” แล้วก็รีบวิ่งไปถามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเพื่อขอคำแนะนำ

ไม่นานพนักงานเด็กหนุ่ม ก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง

เถ้าแก่เนี้ยเห็นด้วย ขอรับ!

จินอันรับสัมภาระจากมือของเด็กชาย

จากนั้น เขาขอให้พนักงานเด็กหนุ่ม พาไปที่สวนหลังบ้านเพื่อรับแกะ แต่ไม่ได้ทำเป็นหม้อไฟเนื้อแกะ หม้อไฟไส้แกะ หรืออะไรแต่อย่างใด

ขณะที่พนักงานเด็กหนุ่มพา จินอัน ไปที่สวนหลังบ้านและเดินผ่านลูกสาวของผู้พิพากษาจางในโถงรับรอง เด็กน้อยวัย 5 หรือ 6 ขวบ ที่กำลังดูดนิ้วของเธออยู่ ก็ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังพี่สาวของเธอและแอบมองดูจินอันเดินผ่านไป

จินอันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาแล้วเขาก็ขยิบตาให้กับเด็กน้อยผู้มีดวงตาโตและยิ้มอย่างอบอุ่น จากนั้นจึงเดินตามพนักงานเด็กหนุ่มไปที่สวนหลังบ้านต่อไป

เด็กน้อยรู้สึกขบขันกับการแสดงตลกของจินอัน ปล่อยให้เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วออกมา

“มีอะไรงั้นเหรอน้อง?”

“พี่สาว พี่ชายที่เดินผ่านไปเมื่อกี้นี้หล่อกว่าลุงกำยำที่อยู่รอบตัวแม่ข้าเสียอีก”

“เจ้า อย่าพูดไร้สาระสิ! ลุงที่มีกล้าม คนพวกนั้นคือคนคุ้มกันที่จะปกป้องแม่ของเจ้านะ”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 10 โชคชะตา! ช่างวิเศษจริงๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว