- หน้าแรก
- ยอดสายลับทะลุมิติเป็นสาวชาวนา ภารกิจป่วนหัวใจท่านอ๋องเทพสงคราม
- บทที่ 43 ปลูกผักในมิติวิเศษ
บทที่ 43 ปลูกผักในมิติวิเศษ
บทที่ 43 ปลูกผักในมิติวิเศษ
“เงาหนึ่ง เจ้าช้าเกินไปแล้ว”
เงาหนึ่งใช้วิชาตัวเบาไล่ตามอย่างสุดกำลัง หนึ่งเค่อต่อมาเขาถึงได้ตามมาหยุดอยู่ข้างกายซุ่ยเยี่ยนสือยงด้วยอาการหอบฮัก เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้วจริงๆ แต่ติดที่เจ้านายเก่งกาจเหนือมนุษย์เกินไป ความเร็วของวิชาตัวเบานี้เพิ่มขึ้นมากเหลือเกิน
“นายท่าน ความเร็วของท่านเพิ่มขึ้นมากจริงๆ ผู้น้อยขอคารวะด้วยใจจริงพ่ะย่ะค่ะ”
“ปรับลมหายใจเสียหน่อย แล้วมาประลองกับข้าสักสองสามกระบวนท่า”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เข้ามา ใช้กำลังทั้งหมดของเจ้าเสีย”
เมื่อได้รับคำสั่งเงาหนึ่งก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที เขาเป็นองครักษ์เงาอันดับหนึ่งในสังกัดของท่านอ๋อง และเป็นผู้ที่มีฝีมือดีที่สุดในบรรดาองครักษ์เงาทั้งหมด เมื่อก่อนยามเป็นคู่ซ้อมให้ท่านอ๋อง เขาสามารถต้านทานได้ถึงสามสิบกระบวนท่า อีกทั้งเพื่อรักษาตำแหน่งของตนเองไว้ เขาจึงหมั่นฝึกฝนอย่างหนักไม่เคยย่อหย่อน
ปึ้ก!
เงาหนึ่งกระเด็นไปข้างหลัง ร่วงลงบนพื้นเสียงดังสนั่น
เกิดอะไรขึ้น ท่านอ๋องบอกว่าจะให้ข้าเป็นคู่ซ้อมไม่ใช่หรือ
นี่ยังไม่ทันเริ่มก็จบแล้วรึ? ท่านอ๋องแค่ขยับเท้าเองนะ?
ซุ่ยเยี่ยนสือยงค่อยๆ เก็บเท้ากลับคืน ยามนี้การเคลื่อนไหวของเงาหนึ่งในสายตาของเขานั้นช้าประหนึ่งผีคลาน และเต็มไปด้วยช่องโหว่
ผลลัพธ์ของการชำระไขกระดูกทะลวงจุดชีพจรช่างน่าตกตะลึงยิ่งนัก อีกทั้งพลังภายในของเขายังเพิ่มพูนขึ้นถึงสิบปี ราวกับเป็นยาวิเศษจากสรวงสวรรค์ ลูกท้อลูกนั้นเองก็ช่วยส่งเสริมพลังภายในได้เช่นกัน
“เงาหนึ่ง เรื่องในกองทัพเจ้าจงไปจัดการให้เรียบร้อย ช่วงนี้ข้าจะยังไม่ปรากฏตัว จงอาศัยโอกาสจากเรื่องในครั้งนี้ขุดรากถอนโคนไส้ศึกในกองทัพออกมาให้หมด แล้วจากนั้น...”
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยหมิงเจาเพิ่งก้าวเข้าไปในมิติวิเศษ เจี่ยวเยวี่ยก็กระโจนเข้ามาคลอเคลียข้างกายเยี่ยหมิงเจาเพื่อแสดงความความคิดถึงทันที
“เจี่ยวเยวี่ยแม่เสือแสนสวย วันนี้เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ? เอ๊ะ ท้องของเจ้าใหญ่ขึ้นอีกแล้วนะ ต้องดูแลเจ้าตัวเล็กให้ดีล่ะ”
เจี่ยวเยวี่ยพยักหน้าอย่างรู้ความ ก่อนจะวิ่งไปคาบอ่างน้ำใบใหญ่ของมันมา เพื่อสื่อว่าอยากจะดื่มน้ำพุวิญญาณ
เยี่ยหมิงเจาตั้งกฎไว้กับมันว่า ห้ามมันไปตักน้ำพุวิญญาณกินเอง ตั้งแต่นางออกคำสั่งนี้ เจี่ยวเยวี่ยแม้แต่จะเข้าใกล้น้ำพุวิญญาณก็ยังทำไม่ได้ มันก้าวผ่านไปไม่ได้เลย
ยามนี้เมื่อเยี่ยหมิงเจาเข้ามาแล้ว มันจึงรีบมาขอร้อง เพราะสิ่งนั้นเป็นของดีจริงๆ
เยี่ยหมิงเจาเติมน้ำให้จนเต็มอ่าง กำชับให้มันดื่มเสร็จแล้วไปเล่นเอง จากนั้นนางก็ตรงดิ่งไปยังวิลล่าหลังใหญ่ของตนเอง เพื่อหาขนมและเครื่องดื่มออกมากองพะเนิน โดยเฉพาะล่าเถียว นางอยากกินรสชาตินี้มานานมากแล้ว วันหน้าถ้ามีเวลาว่าง นางจะต้องทำล่าเถียวนี้ออกมาให้ได้ ให้คนโบราณได้ลิ้มรสอานุภาพของมันเสียหน่อย
น่าเสียดายที่นางไม่รู้สูตร และไม่รู้ว่ามิติจะอัปเกรดได้อีกเมื่อไหร่ โทรศัพท์มือถือสละชีพไปพร้อมกับนางแล้ว แต่คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตยังอยู่ที่ห้องนอนชั้นสอง ในเมื่อโทรทัศน์นี้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ตก็ควรจะใช้ได้เหมือนกันกระมัง น่าเสียดายที่ยามนี้นางยังขึ้นไปชั้นสองไม่ได้
จากนั้นนางก็นอนลงบนโซฟา เปิดโทรทัศน์จอยักษ์ นั่งดูไปกินไปอย่างเพลิดเพลิน
นึกไม่ถึงเลยว่าทีวีดิจิทัลเครื่องนี้พอมาอยู่ในยุคโบราณแล้วจะยังเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ ดูได้ทุกอย่างจริงๆ ต้องขอบคุณที่ชาติก่อนนางยอมเปย์ค่าสมาชิกไว้ ยามนี้จึงเป็นสมาชิกขั้น SSSSSVIP ไม่มีอะไรที่ VIP ระดับท็อปอย่างนางจะดูไม่ได้
จะว่าไปก็แปลกดี พอสมัครสมาชิกสมาชิกระดับท็อปไว้ นางก็มักจะอยากหาแต่เรื่องที่มีเฉพาะสมาชิกระดับท็อปถึงจะมีสิทธิ์ดูได้ รู้สึกว่าการดูของฟรีเป็นการสิ้นเปลืองค่าสมาชิก
ตำราแพทย์ในห้องใต้หลังคานางดูจนเกือบหมดแล้ว ส่วนคัมภีร์พิษเพิ่งดูไปได้ครึ่งเดียว วันนี้นางจึงให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนเสียหน่อย
นางหาหนังตลกมาเปิดดูไปกินไป
หลังจากกินจนหนำใจแล้ว เยี่ยหมิงเจามาที่ชั้นสองของห้องใต้หลังคา ลองไปดูตรงเมล็ดพันธุ์แล้วพบว่าสามารถเปิดใช้เมล็ดพันธุ์แถวที่สองได้แล้ว นางเปิดดูเห็นเป็นเมล็ดเล็กๆ มีทั้งสีน้ำตาล สีเหลือง และสีขาวที่มีเมล็ดสีดำอยู่ข้างใน
นางไม่เคยทำนาทำไร่ จึงไม่ค่อยรู้จักพวกมันนัก เพียงแต่รู้สึกว่าเมล็ดสีขาวนั่นดูคล้ายปุยฝ้าย ส่วนเมล็ดสีเหลืองนั้นนางรู้จัก มันคือข้าวโพด
ส่วนเมล็ดสีน้ำตาลคือเมล็ดข้าวสาลีและข้าวเจ้า ข้าวเจ้ายังไม่ได้สีเปลือกออกนางเลยจำไม่ได้ สีขาวคือเมล็ดฝ้าย
ช่างหัวมันเถอะ ปลูกไปก่อนก็แล้วกัน อย่างไรเสียที่ว่างก็ยังมีอีกตั้งเยอะ
ทันใดนั้นเยี่ยหมิงเจาพกเมล็ดพันธุ์เดินมุ่งหน้าไปยังริมน้ำพุวิญญาณ
สิ่งที่ปลูกไว้เมื่อสองวันก่อนยามนี้เติบโตเป็นต้นไม้เล็กๆ ดูเหมือนจะเป็นไม้ผล แต่ยังไม่ออกลูก คงต้องรออีกสักสองสามวัน
เมื่อนึกถึงการต้องก้มๆ เงยๆ ขุดหลุม เยี่ยหมิงเจาเริ่มขี้เกียจเสียแล้ว หากสามารถทำเหมือนตอนที่ช่วยเจี่ยวเยวี่ยอาบน้ำได้ก็คงดี แค่ใช้พลังจิตนึกถึงการขุดหลุมก็พอ
นางเพิ่งคิดเช่นนั้น ก็เห็นที่ดินริมน้ำพุวิญญาณเริ่มปรากฏหลุมเล็กๆ ขึ้นมา
“ว้าว ได้ผลจริงๆ ด้วยแฮะ”
เมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดมีไม่มากนัก แค่ประมาณสองจินเท่านั้น ถึงกระนั้น หลังจากปลูกข้าวเจ้าเสร็จ เยี่ยหมิงเจารู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างรุนแรง
นางรีบวิ่งไปที่ริมน้ำพุวิญญาณ ดื่มน้ำพุวิญญาณเข้าไปชามใหญ่ ถึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง และในหัวสมองดูเหมือนจะมีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจ แล้วไปปลูกผักต่อ
คราวนี้หลังจากปลูกเมล็ดพันธุ์ไปอีกสองชนิด นางก็รู้สึกปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว จึงรีบดื่มน้ำพุวิญญาณอีกครั้ง
หลังจากปลูกทุกอย่างเสร็จสิ้นนางก็ไม่อยู่ต่อ พอออกจากมิติวิเศษได้ก็หลับไปทันที
โชคดีที่วันนี้นางเพียงแค่ส่งจิตเข้าไปในมิติวิเศษ หากตัวนางเข้าไปในมิติวิเศษทั้งตัวล่ะก็ จะต้องถูกผู้ชายเก่งกาจเหนือมนุษย์ในบ้านคนนั้นจับสังเกตได้แน่ว่ากลิ่นอายหายไป
เยี่ยหมิงเจายามนี้แม้จะมีวรยุทธ์ที่ร้ายกาจ แต่กลับไม่มีพลังภายใน จึงไม่รู้ตัวเลยว่าการหายตัวไปของนางจะสามารถถูกจับสังเกตได้
ที่บ้านเดิมของตระกูลเยี่ย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ได้ยินว่านังซานยาขึ้นเขาไปเจอโสมคน ขายได้เงินมาตั้งหีบหนึ่งเลยนะเจ้าคะ ซื้อของกลับมาเพียบเลย”
ภรรยาของเยี่ยเอ้อร์จู้เป็นคนที่โลภโมโทสันที่สุด เมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็รีบกลับบ้านมาบอกสองเฒ่าตระกูลเยี่ยทันที
“อะไรนะ สะใภ้รอง เจ้าแน่ใจรึ? นังเด็กชั้นต่ำนั่นจะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง?”
“ท่านแม่ เป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ ชาวบ้านเล่าลือกันไปทั่ว แม่ม่ายหลิวกับพวกเห็นมากับตาว่าในหีบนั้นมีแต่เงินขาววาววับไปหมด”
สะใภ้ใหญ่ตระกูลเยี่ยรีบกล่าวเสริมทันที
เฒ่าเยี่ยนั่งสูบยาเส้นโดยไม่พูดไม่จา
“ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้รอง พวกท่านรู้ไหมว่าในหีบนั้นมีเงินเท่าไหร่? บ้านท่านอาสามรวยแล้ว ก็สมควรจะกตัญญูต่อปู่ย่าถึงจะถูก”
เยี่ยต้าเป่ายามนี้อยู่ในช่วงหยุดพักการเรียนพอดี จึงอยู่ที่บ้าน
“ไม่รู้จำนวนที่แน่นอนหรอกจ้ะ รู้แค่ว่ามีเงินแท่งใหญ่ขนาดนี้ตั้งสิบกว่าแท่งแน่ะ”
สะใภ้ใหญ่บรรยายพลางทำท่าทำทางประกอบ
“แต่ตอนนี้พวกเราตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้วนะ...”
เฒ่าเยี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“แล้วยังไงล่ะ ต่อให้ตัดขาดกันไปแล้ว เยี่ยซานจู้ก็ยังเป็นลูกที่ข้าคลอดออกมา เขาควรจะต้องกตัญญูต่อข้าไปชั่วชีวิต!”
“ขาของท่านอาสามหัก บางทีอาจจะยังไม่ได้ไปทำเรื่องแจ้งย้ายทะเบียนบ้านใหม่ มิสู้ท่านปู่ท่านย่ามีเมตตาหน่อย รับครอบครัวของท่านอาสามกลับมาเถอะขอรับ”
เยี่ยต้าเป่าเองก็โลภอยากได้เงินของบ้านเยี่ยซานจู้ ดูจากขนาดที่ท่านแม่ของเขาทำท่าทางให้ดูแล้ว น่าจะเป็นเงินแท่งหนักสิบตำลึง กะคร่าวๆ คงมีเกือบสองร้อยตำลึง
หากครอบครัวนั้นกลับมา เงินพวกนั้นก็ต้องกลายเป็นของส่วนกลาง คราวนี้จะใช้สอยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว เขาจะได้มีหน้ามีตาเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าเพื่อนร่วมสำนักในตำบลได้เสียที
เมื่อก่อนที่บ้านส่งเขาเรียนหนังสือแต่เงินทองก็ไม่ได้เหลือเฟือ เทียบกับพวกลูกคุณชายบ้านรวยแล้วเขายังห่างชั้นนัก หากมีเงินก้อนนี้มา เขาก็จะได้เชิดหน้าชูตาได้เสียที
“แล้วพวกเขาจะยอมรึ?”
เยี่ยเอ้อร์จู้เองก็อยากได้เงิน อยากจะส่งลูกชายตัวเองไปเรียนหนังสือบ้าง ลูกชายคนอื่นจะสู้ลูกชายตัวเองได้อย่างไร เขาก็อยากจะเป็นตาเฒ่าผู้จัดการบ้านในอนาคตเหมือนกัน แต่กลัวว่าซานจู้จะไม่ตกลง แล้วนังเด็กบ้าคนนั้นจะลุกขึ้นมาไล่ตีพวกเขาน่ะสิ ช่วงนี้เขารู้สึกร่างกายแย่ลงเรื่อยๆ แม้แต่เรื่องบนเตียงก็ยังไร้เรี่ยวแรง จนเมียของเขาเริ่มจะมีปากเสียงแล้ว
ร่างกายของทุกคนในตระกูลเยี่ยต่างกำลังแย่ลงเรื่อยๆ จากภายในสู่ภายนอก
“ท่านปู่ ท่านอาสอง ข้าคาดว่าเงินนั่นน่าจะมีถึงสองร้อยตำลึงขอรับ”
“สองร้อยตำลึง! ท่านพ่อ ท่านแม่ รีบไปรับพี่สามกลับมาเถอะเจ้าค่ะ เช่นนี้สินเดิมของข้าจะได้เพิ่มขึ้น จะได้แต่งออกไปได้ดีกว่าเดิม วันหน้าจะได้กตัญญูต่อพวกท่านทั้งสอง”
เยี่ยเถาฟังจนดวงตาเป็นประกาย ราวกับว่าเงินสองร้อยตำลึงนั้นกำลังจะกลายเป็นสินเดิมของนางอย่างไรอย่างนั้น
คนในตระกูลต่างมีความคิดชั่วร้ายแฝงอยู่ ราวกับว่าเงินเหล่านั้นกลายเป็นของพวกตนไปแล้ว
“ตกลง พรุ่งนี้เช้า ไปรับครอบครัวซานจู้กลับมา”
เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเดิมทีควรจะเป็นวันที่ต้องไปตั้งแผงขายพะโล้ที่ตำบล ทว่าเยี่ยหมิงเจาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในลานบ้าน
(จบบท)