- หน้าแรก
- สะใภ้ทหารยุคเจ็ดศูนย์ ตบหน้าญาติยอดแย่ แล้วพิทักษ์บอสใหญ่สายวิจัย
- บทที่ 2 ในเมื่อจะทำแล้ว ก็ต้องเอาให้สะใจ
บทที่ 2 ในเมื่อจะทำแล้ว ก็ต้องเอาให้สะใจ
บทที่ 2 ในเมื่อจะทำแล้ว ก็ต้องเอาให้สะใจ
คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงการพยายามรักษาหน้าของพูนเฒ่าหลินเท่านั้น ในเมื่อฉีกหน้ากันถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องเหลือเยื่อใยให้อีก เพราะเธอก็ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม "คุณปู่คะ โบราณว่าไว้ เด็ดบัวไม่ไว้ใย ฝืนใจกันไปก็ไม่มีความสุข ในเมื่อหลานชายคุณปู่แสดงท่าทีชัดเจนขนาดนี้ ของที่ต้องวิ่งไล่ตามมันไม่ใช่การค้าขาย ฉันกู้ชิงเหอก็ไม่ใช่คนประเภทที่หยิบขึ้นมาแล้ววางลงไม่ลง เรื่องถอนหมั้นครั้งนี้ฉันตกลงค่ะ"
เมื่อผู้เฒ่าหลินเห็นท่าทีแข็งกร้าวของชิงเหอ เขาก็รู้ว่าสัญญาหมั้นหมายนี้คงยากจะยื้อกลับคืนมาได้
ในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กู้ชิงเหอก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง "ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายสิ้นสุดลงแล้ว ของหมั้นในตอนนั้นก็ควรจะกลับคืนสู่เจ้าของเดิมด้วยใช่ไหมคะ?"
สิ้นเสียงนั้น สีหน้าของหลินเซิ่งหมิงก็เปลี่ยนไปทันที
กู้ชิงเหอไม่ได้สนใจว่าคนตระกูลหลินจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เธออาศัยแรงพยุงจากคนข้างกายลุกขึ้นยืน ฝืนร่างกายที่อ่อนแอเดินเข้าไปในห้องนอนของเจ้าของร่างเดิม
เธอค้นหาในตู้ตามความทรงจำจนพบกล่องไม้ใบหนึ่ง และหยิบสร้อยข้อมือไม้กฤษณาฉีหนานออกมาจากข้างใน
โบราณว่าไว้ 'สามชาติบำเพ็ญเพียรจึงได้พานพบวาสนาดี ชาตินี้จึงได้กลิ่นหอมของฉีหนาน' ซึ่งแฝงความนัยถึงความคาดหวังในวาสนาที่ยืนยาว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องตลกเรื่องหนึ่งเสียมากกว่า
ตัวเธอกู้ชิงเหอ ผู้มีพลังจิตวิญญาณเลเวลเต็มในยุควันสิ้นโลก กลับต้องมาเข้าร่างคนในยุค 70 ในพื้นที่ขนานหลังจากความตาย เจ้าของร่างเดิมถูกพ่อแม่ 'แท้ๆ' ทิ้งไว้ในป่าตั้งแต่เกิด โชคดีที่พรานเฒ่าเก็บมาเลี้ยงไว้ จึงไม่ถูกเสือสิงกระทิงแรดคาบไปกินจนรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ได้
น่าเสียดายที่คนดีมักอายุไม่ยืน เมื่อกู้ชิงเหออายุได้สามขวบ พรานเฒ่าก็เสียชีวิตลงเพราะถูกหมาป่ากัดขณะเข้าไปช่วยหลานชายในหมู่บ้านเดียวกัน
ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมกลายเป็นตัวตนที่คนในหมู่บ้านพากันรังเกียจและหลีกเลี่ยง ไม่มีใครอยากรับเลี้ยงเด็กที่เป็นภาระให้บ้านที่ขัดสนอยู่แล้วต้องลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
จนกระทั่งผู้เฒ่ากู้ที่บาดเจ็บจนต้องออกจากกองทัพกลับมาที่หมู่บ้านและทราบเรื่องเข้า เขาทำใจไม่ได้ที่จะเห็นเธอต้องทนหิวโหยทุกวัน หลังจากได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่างเดิมตัวน้อย เขาจึงทำเรื่องรับเลี้ยงอย่างเป็นทางการต่อหน้าเจ้าหน้าที่หมู่บ้าน ทั้งปู่และหลานจึงอาศัยพึ่งพากันมาจนถึงปัจจุบัน
อย่าดูถูกว่าคุณปู่เป็นเพียงทหารโรงครัวและมียศไม่สูงนัก เพราะเขารู้จักกับบุคคลสำคัญไม่น้อย ในสมรภูมิเกาหลีเขาก็หาโอกาสเข้าร่วมรบในช่วงเวลาว่างจนกลายเป็นบุคคลที่น่าเลื่อมใสคนหนึ่ง
ด้วยชื่อเสียงของท่านนี่เอง จึงทำให้เจ้าของร่างเดิมมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลหลิน
เกรงว่าผู้เฒ่ากู้คงคิดไม่ถึงว่า ทันทีที่ร่างของเขาถูกฝังลงดิน อีกฝ่ายก็มาประกาศถอนหมั้นกับหลานสาวบุญธรรมของเขาต่อหน้าผู้คนเสียแล้ว
เธอถอนหายใจเบาๆ ถือสร้อยข้อมือไม้กฤษณาฉีหนานเดินออกจากห้อง ตรงไปหยุดอยู่ต่อหน้าคนตระกูลหลิน "นี่คือของหมั้นที่คุณปู่มอบให้ปู่ของฉันต่อหน้าเหล่าคุณปู่และคุณลุงในตอนนั้น รับคืนไปเถอะค่ะ"
ผู้เฒ่าหลินจ้องมองสร้อยข้อมือเส้นนั้น "ชิงเหอ หรือว่า... เจ้าจะลองคิดดูอีกที?"
กู้ชิงเหอไม่ใช่คนโลเล เธอพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา "การแต่งงานควรเป็นการผูกสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองตระกูล ไม่ใช่การผูกใจเจ็บ ท่าทีของหลานชายคุณปู่ในตอนนี้ นอกจากสมองฉันจะมีปัญหาเท่านั้นแหละค่ะถึงจะยอมรักษาสัญญาหมั้นหมายนี้ไว้ คุณปู่ว่าจริงไหมคะ?"
คำพูดนี้ทำให้ผู้เฒ่าหลินหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ทำได้เพียงยื่นมือมารับสร้อยข้อมือไป
หลังจากนั้นกู้ชิงเหอก็จ้องเขม็งไปที่หลินเซิ่งหมิงซึ่งยืนอยู่ข้างกายผู้เฒ่าหลิน พร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้าเขา "สร้อยข้อมือของตระกูลหลินฉันคืนให้แล้ว ในเมื่อวันนี้คุณตั้งใจมาถอนหมั้น ก็คงจะเตรียมตัวมาพร้อมทุกอย่างแล้วสินะ เอาจี้หยกของตระกูลกู้คืนมาด้วยค่ะ"
หลินเซิ่งหมิงอึกอักอยู่นานแต่ก็ไม่ยอมขยับเขยื้อน
ในเมื่อกล้ามาเหยียบหน้าถอนหมั้นกันถึงที่ต่อหน้าผู้คน กู้ชิงเหอผู้ผ่านยุควันสิ้นโลกมาแล้วย่อมไม่ขอทนกับอารมณ์บูดๆ นี่ ในเมื่อจะทำแล้ว ก็ต้องเอาให้สะใจ
กู้ชิงเหอส่งเสียงเยาะเย้ย "อะไรกัน หรือคุณคิดจะเอาทั้งขึ้นทั้งร่อง อยากถอนหมั้นกับฉันแต่ก็ไม่อยากคืนจี้หยกของตระกูลกู้ นี่คือสไตล์การทำงานของตระกูลหลินอย่างนั้นเหรอ?"
(จบบท)