- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 692 ข้าคือมหาจักรพรรดิยมโลก
ตอนที่ 692 ข้าคือมหาจักรพรรดิยมโลก
ตอนที่ 692 ข้าคือมหาจักรพรรดิยมโลก
ตงฟางซิ่นตวัดกระบี่ฟาดฟันเพียงครั้งเดียว เถาวัลย์และด้ายวิญญาณทั้งหมดก็ถูกตัดขาดสะบั้น!
ทว่าพริบตาต่อมา เถาวัลย์สีดำนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลวงขึ้นจากพื้นดิน ถาโถมเข้าใส่เขาทันที
ดวงตาของตงฟางซิ่นหม่นแสงลง จิตสังหารพาดผ่านแววตาขณะจ้องเขม็งไปยังฉือเยว่
เขาต้องรับมือหนึ่งต่อเจ็ด!
อีกด้านหนึ่ง เฉิ่นเยียนฝืนหยัดกายลุกขึ้นจากพื้น ริมฝีปากของนางซีดเผือด กระดูกแขนซ้ายที่หักสะบั้นทำให้แขนข้างนั้นทิ้งตัวแนบลำตัว ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่าง
เมื่อครู่เพื่อช่วยโย่วหลิน แผ่นหลังของนางจึงถูกกระบี่แทงเพิ่มไปอีกแผล
นางรีบล้วงโอสถรักษาบาดแผลออกมากรอกปาก ขณะเตรียมพร้อมจะสู้ถวายหัว จู่ๆ ก็มีพลังประหลาดสายหนึ่งแผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบน
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าม่านพลังที่คอยต้านทานกระแสปั่นป่วนของมิติเวลากำลังเริ่มปริแตก!
หัวใจของนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าวินาทีต่อมา— เสียงกรีดร้องแทบขาดใจหลายสายก็ดังระงมขึ้น
"ฉือเยว่!"
ร่างของเฉิ่นเยียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เมื่อหันขวับไปมองตามเสียง นางก็เห็นเพียงเด็กหนุ่มผู้มีไฝแดงตรงหว่างคิ้วถูกตงฟางซิ่นแทงกระบี่ทะลุหัวใจจากด้านหลัง โลหิตสีแดงสดทะลักออกจากปากของเขาในทันที
ขณะที่ตงฟางซิ่นดึงกระบี่ยาวออกอย่างรวดเร็วไร้ความปรานี เด็กหนุ่มที่อาการป่วยยังกำเริบกลับไม่สนใจสิ่งใด เขาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายบังคับเถาวัลย์ในมือให้พุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของตงฟางซิ่นอย่างแรง!
ฉึก!
เถาวัลย์เส้นนั้นราวกับมีชีวิต ปลายแหลมคมเปล่งประกายแสงประหลาด แทงทะลุเข้าขั้วหัวใจของตงฟางซิ่นอย่างจัง!
ตงฟางซิ่นครางอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด แต่เพียงชั่วพริบตา เขาก็เค้นพลังวิญญาณกระแทกเถาวัลย์จนแหลกละเอียด ทำให้มันไม่อาจสร้างบาดแผลฉกรรจ์ถึงชีวิตได้!
เด็กหนุ่มผู้มีไฝแดงตรงหว่างคิ้วดวงตากลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มดังเดิม ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายโอนเอนไปมา เขาหันไปมองทางเฉิ่นเยียน
"เยียน..."
ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างกายของเขาก็สูญเสียการทรงตัว ราวกับเปลวเทียนในสายลมที่พร้อมดับมอด ก่อนจะล้มตึงลงกระแทกพื้นอันหนาวเหน็บและแข็งกระด้างอย่างจัง
"ฉือเยว่!"
เฉิ่นเยียนเบิกตากว้างมองภาพนั้น พลางกรีดร้องออกมาสุดเสียง
นางพุ่งทะยานไปหาฉือเยว่ด้วยความเร็วสูงสุด ทว่าตงฟางซิ่นกลับไม่ยอมให้นางสมปรารถนา
แววตาของเขาเหี้ยมเกรียม เขาเงื้อกระบี่ยาวที่ส่องประกายเย็นเยียบขึ้นสูงแล้วตวัดฟันอย่างแรง! ปราณกระบี่อันดุดันไร้เปรียบส่งเสียงทะลวงห้วงอากาศ พุ่งตรงเข้าใส่เฉิ่นเยียนทันที
คมกระบี่ทรงพลังพกพาเอาปราณที่ทำให้ผู้คนใจสั่นสะท้านพุ่งทะยานเข้ามา ดูเหมือนมันกำลังจะฟาดฟันโดนร่างเฉิ่นเยียนอยู่รอมร่อ แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ก้อนแสงสีเขียวเข้มก็สว่างวาบขึ้นราวกับดาวตก เข้ามาขวางการโจมตีอันตรายถึงชีวิตนี้ไว้ได้ทันท่วงที!
เป็นก้อนกลมสีเขียว!
"เยียนเยียน รีบไปช่วยฉือเยว่!"
เสียงของอวี่ฉางอิงที่เต็มไปด้วยความร้อนใจดังก้องกังวาน น้ำเสียงของนางแฝงความโกรธแค้นจนต้องกัดฟันกรอด
"พวกเราจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อถ่วงเวลาให้เจ้าเอง!"
"เจ้าหนอนขี้เกียจจะต้องไม่ตาย!"
"เขาไม่ตายหรอก!"
เหล่าสหายแห่งกลุ่มอสุราต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาทุ่มเทสุดกำลังตีวงล้อมรอบตงฟางซิ่นเอาไว้!
ตงฟางซิ่นแค่นเสียงเยาะหยันต่อการกระทำนี้ เขาเสียเวลามามากพอแล้ว จะมัวรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีก มิเช่นนั้นสิ่งที่เขาทำลงไปอาจล่วงรู้ไปถึงหูของคนในดินแดนเบื้องบน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะสังหารพวกมันทิ้งให้หมด!
อีกด้านหนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือจากก้อนกลมสีเขียว เฉิ่นเยียนก็มาถึงข้างกายฉือเยว่ นางเห็นเพียงใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งสีเลือด โลหิตทะลักทลายออกจากหน้าอกอย่างต่อเนื่อง ราวกับดอกไม้สีเลือดอันงดงามทว่าน่าสยดสยองกำลังเบ่งบานอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาของฉือเยว่ที่เคยสุกสกาวบัดนี้สูญเสียประกายไปสิ้น สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง ลมหายใจแผ่วเบาลงทุกที ราวกับว่าในวินาทีถัดไปเขาจะสูญสลายไปจากผืนฟ้าและแผ่นดินนี้อย่างสมบูรณ์
เขาจ้องมองเฉิ่นเยียนด้วยสายตาเหม่อลอยเช่นเคย ริมฝีปากเผยอออกหมายจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่ง ทว่าเพียงแค่อ้าปาก โลหิตข้นคลั่กก็ทะลักออกมา
"ไม่ต้องพูดแล้ว"
นางกล่าวด้วยสีหน้าร้อนรน พลางทรุดเข่าลงข้างกายเขา รีบวางกระบี่เทวะเทียนโจวลง และหยิบเอา 'โคมไฟวิเศษ' ที่ชิงอูมอบให้ออกมาทันที
มือขวาของเฉิ่นเยียนสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม ทว่านางพยายามอย่างหนักที่จะดึงสติกลับมา นางวางโคมไฟวิเศษลงบนหน้าท้องของฉือเยว่ จากนั้นก็จับมืออันเย็นเฉียบของเขาขึ้นมาอย่างแน่วแน่ และวางทาบทับลงบนโคมไฟวิเศษอย่างแน่นหนา ก่อนจะประสานอินอย่างรวดเร็ว
"วิญญาณแห่งลิขิตสวรรค์ ชักนำวิญญาณหวนคืน—"
"ผูกมัด!"
ชั่วพริบตา โคมไฟวิเศษก็สว่างวาบขึ้นราวกับถูกกระตุ้น มันเปล่งประกายแสงเจิดจ้าบาดตาออกมาในทันที!
เฉิ่นเยียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางรีบห้ามเลือดให้ฉือเยว่ จากนั้นก็ป้อนโอสถรักษาระดับสูงเข้าปากเขา ทว่าวินาทีต่อมา ฉือเยว่กลับหยุดหายใจไปดื้อๆ!
นางราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งร่าง นางรีบยกมือขึ้นอังใต้จมูกเพื่อตรวจสอบลมหายใจด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นก็โน้มตัวลงแนบชิดหน้าอกเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น
ทว่า... กลับไม่มีเสียงใดเลย
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้?!
เฉิ่นเยียนชะงักงัน หัวใจราวกับถูกค้อนเหล็กทุบอย่างแรง น้ำตาร้อนผ่าวเอ่อท้นขึ้นมาในดวงตา ก่อนจะกลิ้งหล่นลงมาตามพวงแก้ม
ริมฝีปากของนางเผยอขึ้นเล็กน้อย อยากจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่ากลับเปล่งเสียงไม่ออกแม้แต่แอะเดียว นางนิ่งอึ้งไปเนิ่นนาน
เพราะเหตุใดกัน?
สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษของเขา หัวใจถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ความโศกเศร้าที่ไม่อาจบรรยายเอ่อท้นขึ้นมาจุกอก นางเจ็บปวดจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ จึงหลับตาลงแน่น มือขวากำหมัดเข้าหากันจนสั่นสะท้าน
ฉือเยว่... ข้าขอโทษ
นางส่งร่างของฉือเยว่เข้าไปในมิติพลังพิเศษของตนเอง จากนั้นก็หยิบกระบี่เทวะเทียนโจวข้างกายขึ้นมา แล้วค่อยๆ หยัดกายยืนขึ้น
อีกด้านหนึ่ง เหล่าสหายที่ถูกกระบวนท่ากระบี่อันดุดันของตงฟางซิ่นซัดจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่าต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส โลหิตสีแดงสดพ่นออกจากปากระลอกแล้วระลอกเล่า ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงมองไปยังทิศทางของเฉิ่นเยียนด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
เพียงแต่... เมื่อสายตาของพวกเขาประสานเข้ากับแววตาอันหม่นหมองของเฉิ่นเยียน ทุกคนก็ชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดหัวใจอย่างโหดเหี้ยม ทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งไร้สีเลือดหนักกว่าเดิม
"ฉือเยว่..."
ตกลงแล้วเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในใจทุกคน กลายเป็นความกดดันอันหนักอึ้งที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก
ตงฟางซิ่นเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเฉิ่นเยียนเช่นกัน
"เฉิ่นเยียน เจ้าเองก็มีคนที่ห่วงใยด้วยงั้นหรือ?"
เขากล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ
"คนตายไม่อาจฟื้นคืนชีพได้หรอกนะ"
เขากล่าวอย่างเรียบเฉย ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้เต็มเปี่ยม
"ตงฟางซิ่น หุบปากเดี๋ยวนี้!"
จูเก๋อโย่วหลินตาแดงก่ำ ตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น ปะปนกับความโศกเศร้าที่ยากจะเอื้อนเอ่ย
"เยียนเยียน..."
จู่ๆ เฉิ่นเยียนก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"ตงฟางซิ่น ข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิต!"
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของตงฟางซิ่นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เห็นเพียงเฉิ่นเยียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาเย็นเยียบจนน่าขนลุก พริบตาถัดมา นางก็ตวัดกระบี่แทงเข้าขั้วหัวใจของตนเอง!
"เยียนเยียน อย่านะ—"
รูม่านตาของเหล่าสหายหดเกร็งลงทันที พวกเขาตะโกนห้ามสุดเสียง
ทว่าวินาทีต่อมา เฉิ่นเยียนก็กระชากกระบี่ยาวออกแล้ว!
พริบตานั้น โลหิตจากขั้วหัวใจสีแดงสดก็พุ่งกระฉูดออกจากบาดแผล ราวกับดอกไม้สีเลือดที่เบ่งบานลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
มันแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เกาะเทียนคงทั้งเกาะถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายอันหนาวเหน็บและลึกลับขุมหนึ่ง!
ตงฟางซิ่นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ลางสังหรณ์เลวร้ายผุดขึ้นในใจ เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปขัดขวางตามสัญชาตญาณ ทว่าก็สายไปเสียแล้ว
ภาพเบื้องหน้าคือเด็กสาวที่อาบชโลมไปด้วยเลือด ริมฝีปากเปรอะเปื้อนโลหิต ใบหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านสูงตระหง่านดั่งขุนเขา นางชูกระบี่ยาวขึ้นเหนือหัว ประดุจเทพมารจากสรวงสวรรค์ที่ปรารถนาจะทิ่มแทงฟ้าให้ทะลุเป็นรู!
"ประตูแห่งแดนยมโลก จงเปิดออกเพื่อข้า—"
"ข้าคือมหาจักรพรรดิยมโลก!"