เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 671 สุขสันต์วันเกิด

ตอนที่ 671 สุขสันต์วันเกิด

ตอนที่ 671 สุขสันต์วันเกิด


พลังกลืนกิน?!

คนส่วนใหญ่ในลานประลองไม่รู้จักว่าพลังกลืนกินคือสิ่งใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเหล่าผู้กุมอำนาจจากขุมกำลังต่างๆ พวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า พลังที่เซียวเจ๋อชวนกำลังใช้อยู่ในยามนี้ ต้องเป็นพลังที่แข็งแกร่งและอันตรายอย่างยิ่งยวด

ในขณะเดียวกัน กลุ่มสหายอสุราก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองเซียวเจ๋อชวนด้วยแววตาตื่นเต้น

ใบหน้าของเซียวเจ๋อชวนเย็นชา เขาควบคุมพลังกลืนกินให้พุ่งเข้าจู่โจมลู่ไต้

วังวนสีดำขนาดยักษ์ดูราวกับอ้าปากกว้างราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด ลำแสงสีดำทมิฬสาดประกายวูบวาบอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะระเบิดแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัวออกมา หมายจะกลืนกินลู่ไต้เข้าไปเบื้องใน

สีหน้าของลู่ไต้แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาสัมผัสได้ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วนกำลังฉุดกระชากลากถูร่างของตน เพื่อส่งเข้าไปในหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

ลู่ไต้รีบตวัดกระบี่ในมือ ฟาดฟันใส่หลุมดำแห่งการกลืนกินนั้นทันที!

ทว่าปราณกระบี่สายนั้นกลับถูกวังวนสูบกลืนหายไปในชั่วพริบตา ไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมได้แม้แต่น้อย

เป็นไปได้อย่างไรกัน?!

ลู่ไต้รีบงัดกระบวนท่าออกมาสาดซัดใส่อีกหลายระลอก แต่ผลลัพธ์ยังคงเดิมคือถูกวังวนสีดำกลืนกินไปจนหมดสิ้น

เหตุการณ์นี้ทำให้ลู่ไต้ตระหนักถึงความผิดปกติ นัยน์ตาของเขาหดเกร็งวูบ เขาต้องเข้าประชิดตัวเซียวเจ๋อชวนให้ได้ ถึงจะสามารถทำลายกระบวนท่าอันลึกลับและอันตรายนี้ลงได้

ร่างของลู่ไต้ขยับวูบเดียวก็อันตรธานหายไปจากจุดเดิม

ทว่าในจังหวะที่เขาถือกระบี่พุ่งเข้าประชิดเซียวเจ๋อชวน แรงดึงดูดมหาศาลขุมหนึ่งก็พุ่งเข้าพัวพันรัดรึงร่างกายของเขาทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น ลู่ไต้ก็ตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ว่า พลังวิญญาณในร่างกำลังถูกสูบกลืนไปอย่างรวดเร็ว

เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเขาก็ถูกพลังกลืนกินม้วนลอยขึ้นไปกลางอากาศ

ลู่ไต้ดิ้นรนอย่างยากลำบาก

เขากระชับกระบี่ในมือแน่น หมายจะตัดแสงสีดำแห่งการกลืนกินเหล่านี้ให้ขาดสะบั้น แต่กลับกลายเป็นว่ากระบวนท่ากระบี่ที่เขาวาดออกไป กลับถูกกลืนกินจนหมดสิ้นไปทีละสาย

ส่วนทางด้านเซียวเจ๋อชวนในยามนี้ สภาพร่างกายกลับยิ่งดูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่า...

“เขาสามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณของอีกฝ่ายให้กลายเป็นพลังวิญญาณของตัวเองได้!”

เจ้าตำหนักเฉิงอวิ๋นร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

สิ้นประโยคนี้ สีหน้าของผู้คนมากมายก็พลันแปรเปลี่ยน สายตาที่ทอดมองไปยังเซียวเจ๋อชวนปรากฏแววหวาดกลัววาบผ่าน

จู่ๆ มือของเซียวเจ๋อชวนก็กำแน่นขึ้นฉับพลัน

ชั่วพริบตานั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังก้องขึ้นมา

“อ๊ากกก—”

ลู่ไต้ที่เดิมทีถูกแสงสีดำประหลาดรัดพันจนแน่น ร่างที่เคยพยายามดิ้นรนของเขาในยามนี้กลับถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ราวกับถูกมือขนาดยักษ์อันไร้ความปราณีขยี้ พลังนั้นมหาศาลยิ่งนัก แขนขาของเขาคล้ายกับสูญเสียการควบคุมไปในพริบตา กระดูกเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูปภายใต้แรงอัดกระแทกมหาศาล จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบชวนให้ขนหัวลุก

เสียง 'ปัง' ดังสนั่น! ร่างหนักอึ้งร่วงหล่นกระแทกพื้นดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้จิตใจของผู้คนล้วนสั่นสะท้าน

แขนขาของลู่ไต้บิดเบี้ยวจนผิดรูป พลังวิญญาณในร่างถูกสูบออกไปจนเหือดแห้ง ร่างของเขาร่วงกระแทกพื้นลานประลองอย่างรุนแรง

ลู่ไต้ไม่อาจต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว

เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของผู้คนจากตระกูลลู่ล้วนแปรเปลี่ยนไปด้วยความตกตะลึง โดยเฉพาะลู่จิ่งเฉิง

ในยามนี้ ผู้ที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนลานประลองมีเพียงเซียวเจ๋อชวนเท่านั้น

ลู่จิ่งเฉิงไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ของลู่ไต้ได้ เขาหันขวับไปมองกรรมการทันที ก่อนจะตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“เขาตั้งใจทรมานลู่ไต้ เขาทำผิดกฎ! เขาต่างหากที่แพ้!”

ผู้อาวุโสฉีได้ยินดังนั้นก็ตอกกลับทันควัน

“ลูกศิษย์ของชายชราผู้นี้ไม่ได้ทำผิดกฎแม้แต่น้อย! เป็นลู่ไต้แห่งตระกูลลู่ของพวกเจ้าเองต่างหากที่ทนรับการโจมตีของเจ๋อชวนไม่ได้!”

ยังไม่ทันที่ลู่จิ่งเฉิงจะได้เอ่ยปากโต้แย้ง กรรมการก็ประกาศขึ้นเสียก่อน

“เซียวเจ๋อชวนเป็นฝ่ายชนะ สำนักเฉียนคุนได้รับสิบคะแนน”

สิ้นคำประกาศนั้น ทั่วทั้งลานประลองก็พลันฮือฮาขึ้นมาทันที

ลู่จิ่งเฉิงเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวในบัดดล โทสะสุมอกแทบจะพุ่งทะลุฟ้า ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากด่าทอ ก็ถูกผู้อาวุโสฉีเอ่ยขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง

“หากไม่ใช่เพราะตระกูลลู่ของพวกเจ้ามัวแต่ตั้งใจถ่วงเวลา ลู่ไต้ก็คงไม่แพ้หรอก! หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่พวกเจ้าได้ใจจนลืมตัวเกินไป!”

ประโยคนี้เปรียบดั่งศรแหลมคมที่พุ่งปักทะลุขั้วหัวใจ

คำพูดของลู่จิ่งเฉิงจุกอยู่ที่ลำคอทันที เขาโกรธจัดจนร่างโอนเอนแทบยืนไม่อยู่

ลู่ไต้...

คือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลลู่ การพ่ายแพ้ของลู่ไต้ ย่อมหมายความว่าตระกูลลู่ของพวกเขาจะหลุดโผจากสามอันดับแรกอย่างแน่นอน

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ลู่จิ่งเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกนึกเสียใจ ทว่าเพียงไม่นาน ความเสียใจนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชังที่มีต่อพวกของเฉิ่นเยียน เขาจะต้องฆ่าพวกมันให้จงได้!

นัยน์ตาของลู่จิ่งเฉิงแดงก่ำ เขาจ้องมองเฉิ่นเยียนและเซียวเจ๋อชวนอย่างกินเลือดกินเนื้อ

ทว่าในเวลานี้ เฉิ่นเยียนไม่มีเวลามาใส่ใจสายตานั้น เธอเดินเข้ามาถึงข้างกายของเซียวเจ๋อชวน พร้อมกับยื่นมือประคองร่างที่แทบจะยืนไม่อยู่ของเขาเอาไว้

กลุ่มสหายอสุราต่างก็พากันทะยานขึ้นมาบนลานประลอง และรีบรุดเข้าไปหาเซียวเจ๋อชวน

หยาดเลือดไหลรินผ่านดวงตาจิ้งจอกของเด็กหนุ่ม ขนตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดและอ่อนแรง ลมหายใจหอบถี่ ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่าง กลับได้ยินทุกคนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“เจ๋อชวน สุขสันต์วันเกิด”

สุขสันต์วันเกิด

เพียงคำอวยพรสั้นๆ กลับทรงพลังดุจสายฟ้าฟาด พุ่งเข้ากระแทกกลางใจของเซียวเจ๋อชวนอย่างจัง

ในวินาทีนี้ ขอบตาของเด็กหนุ่มเปียกชุ่ม เขากวาดสายตามองใบหน้าของทุกคน ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต เพื่อตามหาดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดดวงนั้น

เสด็จพี่หญิง พวกเราโตขึ้นอีกปีแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ

ข้างกายของกระหม่อม มีผู้คนที่ควรค่าแก่การทะนุถนอมมากมายเหลือเกิน

ท่านไม่ต้องเป็นห่วงกระหม่อมแล้ว

แล้วก็...

เสด็จพี่หญิง สุขสันต์วันเกิดพ่ะย่ะค่ะ

...

ก่อนที่สติของเซียวเจ๋อชวนจะดับวูบลง เขาพลันได้ยินคำพูดของพวกเขาแว่วมา

“เจ๋อชวน เจ้าจะหมดสตินานเกินไปไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้น วันเกิดของเจ้าก็จะผ่านพ้นไปเสียก่อน”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหมาชวน เจ้าบาดเจ็บหนักกว่าข้าเสียอีก!”

“โย่วหลิน แบกเขาลงไปที”

“ทำไมต้องให้ข้าแบกด้วยล่ะ?!”

“เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเขายังไงล่ะ”

“...ก็ได้ๆ”

สุดท้ายเขาก็ถูกจูเก๋อโย่วหลินแบกลงจากลานประลอง

ระหว่างทางที่เดินกลับไปยังพื้นที่พักรอก่อนการแข่งขัน

“เขาหมดสติไปแล้ว”

“เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงนิดหน่อยแฮะ เขาปลุกสายเลือดสำเร็จแล้วใช่หรือไม่?”

“น่าจะสำเร็จแล้วล่ะ”

“พวกเจ้าได้เตรียมของขวัญวันเกิดไว้ให้เขาหรือเปล่า?”

“แน่นอนว่าต้องเตรียมไว้แล้วสิ”

ระหว่างนั้น ผู้อาวุโสฉียังได้แวะมาดูอาการบาดเจ็บของเซียวเจ๋อชวน

ผู้อาวุโสฉีมองดูศิษย์ทั้งหลายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งนัก เขากัดฟันกรอดพลางเอ่ยเสียงต่ำ

“พวกเจ้าช่วยนึกถึงความรู้สึกของอาจารย์บ้างได้หรือไม่? พวกเจ้าไม่เห็นอาจารย์เป็นคนแล้วใช่ไหม? แต่ละคนซ่อนความลับกันไว้เสียลึกมิดชิด แล้วจู่ๆ ก็โผล่พรวดพราดออกมา คิดจะทำให้อาจารย์ตกใจตายหรืออย่างไร?!”

พวกของเฉิ่นเยียนต่างก้มหน้ายอมรับคำตำหนิอย่างว่าง่าย

เมื่อผู้อาวุโสฉีเห็นท่าทีเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห

“พวกเจ้าแสร้งทำเป็นเด็กดีต่อหน้าอาจารย์งั้นรึ!”

เฉิ่นเยียนเงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยถามอย่างช้าๆ

“ท่านอาจารย์ ที่พวกเราถูกด่า เป็นเพราะพวกเราโดดเด่นเกินไปใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

ผู้อาวุโสฉีถึงกับสะอึกอึ้งไป เขาเอ่ยเสียงแข็ง

“พวกเจ้าโดดเด่นตรงไหนกัน! ที่อาจารย์พูด หมายถึงการที่พวกเจ้าปิดบังความลับเอาไว้ต่างหากเล่า!”

จูเก๋อโย่วหลินหัวเราะแห้งๆ

“ท่านอาจารย์ พวกเรารู้ผิดแล้วขอรับ! พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเสียหน่อย เป็นเพราะท่านไม่ได้ถามพวกเราต่างหากเล่า”

เปลือกตาของผู้อาวุโสฉีกระตุก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

“ไม่ถาม แล้วพวกเจ้าจะไม่พูดเลยหรือ?”

จูเก๋อโย่วหลินยิ้มทะเล้นพลางเอ่ยตอบ

“จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้ท่านประหลาดใจเล็กๆ น้อยๆ ไงล่ะขอรับ”

“ช่างน่าประหลาดใจเสียเหลือเกินนะ!”

สีหน้าของผู้อาวุโสฉีดำทะมึน

หลังจากพยายามสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสฉีก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยว่า

“ถึงแม้พวกเจ้าจะมีเรื่องปิดบังอาจารย์อยู่มาก ทว่าเมื่อเห็นพวกเจ้าแต่ละคนล้วนมีความสามารถในการเอาตัวรอด ภายในใจของอาจารย์ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่า—”

เขาเบนหัวข้อสนทนา สายตาคมกริบกวาดมองพวกเขาทุกคน

“พวกเจ้ายังมีความลับอะไรซ่อนไว้อีก ช่วยบอกอาจารย์ก่อนได้หรือไม่?”

จบบทที่ ตอนที่ 671 สุขสันต์วันเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว