เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 664 ระฆังพุทธะศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ

ตอนที่ 664 ระฆังพุทธะศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ

ตอนที่ 664 ระฆังพุทธะศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ


"ข้าน้อยนายน้อยแห่งภูเขาไท่ชู ถงเทียนลู่"

เมื่อเด็กหนุ่มผมแดงเห็นดังนั้นจึงประสานมือคารวะตอบกลับอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน

ครู่ต่อมาเขาแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ผ้าผูกผมสีอ่อนที่รวบเรือนผมสีแดงพลิ้วไหวตามสายลมประดุจอสรพิษวิญญาณ เผยท่วงท่าองอาจห้าวหาญถึงขีดสุด เขายิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นสว่างไสวเจิดจ้าประดุจดวงตะวันแรกแย้มยามเช้า

"นายน้อยผู้นี้มาจากสำนักเฉียนคุน จูเก๋อโย่วหลินคือข้าเอง!"

ศิษย์หญิงไม่น้อยถูกรอยยิ้มของเขาทำเอาตาพร่ามัวไปชั่วขณะ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีกับเขา

ไม่นานนัก กรรมการก็ประกาศเริ่มการแข่งขัน

เพียงชั่วพริบตา...

การต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านก็เปิดฉากขึ้น!

ถงเทียนลู่ยกมือเรียกประคำพุทธะดอกบัวออกมาสายหนึ่ง มันราวกับมีชีวิต หมุนวนและค่อยๆ ลอยสูงขึ้นจากฝ่ามือ เปล่งประกายแสงสีทองอร่ามตระการตา ประคำแต่ละเม็ดสุกสกาวประดุจดวงอาทิตย์ดวงน้อย ชั่วพริบตานั้นแสงพุทธะสีทองก็สว่างโรจน์ ราวกับจะสาดส่องไปทั่วหล้า

จูเก๋อโย่วหลินรู้สึกเพียงภาพเบื้องหน้าสว่างจ้าจนแสบตา แสงนั้นประดุจเข็มเล่มเล็กนับไม่ถ้วนทิ่มแทงดวงตา

เขารีบยกแขนขึ้นบังแสงสีทอง ทว่าวินาทีต่อมากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตราย

เขารีบทะยานร่างขึ้นกลางอากาศวาดเป็นเส้นโค้งงดงาม พร้อมกันนั้นสองมือก็ร่ายรำอย่างรวดเร็ว ด้ายวิญญาณภายใต้การควบคุมพลิ้วไหวอย่างมีชีวิตชีวา ราวกับมีความคิดเป็นของตนเอง พวกมันพุ่งเข้าต้านทานการโจมตีจากแสงพุทธะที่สาดซัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

แสงพุทธะจำแลงเป็นคมมีด อีกทั้งยังมีอานุภาพสะกดพลังจิตวิญญาณ ทำให้สีหน้าของจูเก๋อโย่วหลินแปรเปลี่ยนไปกะทันหัน

ยามนี้ข้างหูเขาได้ยินเสียงสวดมนตราพุทธะดังกึกก้องประดุจอสนีบาต มันสั่นสะเทือนห้วงทะเลแห่งการหยั่งรู้อย่างต่อเนื่อง ทำเอาใบหน้าซีดเผือดลง

ทั่วลานประลองแทบถูกปกคลุมด้วยแสงพุทธะสีทองอร่าม

ทำให้ผู้คนรอบนอกยากจะมองเห็นสถานการณ์ภายในชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจูเก๋อโย่วหลิน

จูเก๋อโย่วหลินถูกจำกัดวิสัยทัศน์ พลังจิตวิญญาณถูกสะกดข่ม ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด!

ดังนั้นตั้งแต่เริ่ม เขาจึงตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนถงเทียนลู่นั้น ริมฝีปากขยับมุบมิบราวกับมีท่วงทำนองลึกลับไหลเวียน คล้ายกำลังท่องบ่นมนตราเก่าแก่ล้ำลึก เสียงนั้นดังก้องแผ่วเบาจนแทบจับใจความไม่ได้

ประคำพุทธะดอกบัวในมือถูกหมุนวน เปล่งแสงพุทธะสีทองเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพวกของเฉิ่นเยียนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดลง

เวินอวี้ชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"โย่วหลินยากจะรับมือกับกระบวนท่าเช่นนี้ได้ ในยามนี้เขาถูกบีบคั้นจนตกเป็นรองแล้ว หากเผลอเรอเพียงนิดเดียว ก็จะถูกถงเทียนลู่โค่นล้มลงอย่างราบคาบ"

ภายในใจของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกวิตกกังวล

เฉิ่นเยียนเอ่ยขึ้น

"จงเชื่อมั่นในตัวเขา เขาไม่มีทางพ่ายแพ้ง่ายๆ อย่างแน่นอน"

ผองเพื่อนต่างมีความคิดเห็นตรงกัน

ยามนี้จูเก๋อโย่วหลินกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก มิใช่เพียงทางร่างกาย ทว่ายังรวมถึงจิตวิญญาณด้วย

ทันทีที่เขาลืมตา ก็รู้สึกปวดแปลบ ราวกับมีของมีคมทิ่มแทงเข้าที่ลูกตา บังคับให้ต้องหลับตาลง

แสงพุทธะรอบทิศทางแปรเปลี่ยนเป็นคมมีด พุ่งเข้าจู่โจมเขา!

แม้อาศัยสัญชาตญาณหลบหลีก ทว่าก็ยังมีพลาดพลั้งถูกโจมตีเข้าอย่างจัง

เพียงชั่วครู่ บนเรือนร่างก็ปรากฏรอยแผลนับสิบแห่ง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีขาวจนแดงฉาน

ส่วนเสียงสวดมนตราที่ดังก้องอยู่ในห้วงทะเลแห่งการหยั่งรู้ ก็ทำให้เขารู้สึกราวกับฟ้าดินหมุนคว้าง วิงเวียนศีรษะจนแทบทรงตัวไม่อยู่

เมื่อผู้คนเห็นดังนั้น ต่างคิดว่าจูเก๋อโย่วหลินคงต้องพ่ายแพ้เป็นแน่

ฉับพลันนั้น ร่างของจูเก๋อโย่วหลินก็ชะงักงัน!

คล้ายดั่งถูกขุนเขานับพันชั่งกดทับ วินาทีต่อมาราวกับทนรับแรงกดดันมหาศาลไม่ไหว ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวย ทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น บาดแผลที่เดิมทีดูน่ากลัวอยู่แล้ว โลหิตยิ่งไหลทะลักรวดเร็วขึ้น หยดกระทบพื้นเสียงดังติ๋งๆ

เมื่อถงเทียนลู่สัมผัสได้ถึงสภาวะของจูเก๋อโย่วหลิน สีหน้ายังคงราบเรียบไม่แปรเปลี่ยน เขายังคงหมุนลูกประคำต่อไป เสียงสวดมนตราพุทธะที่พ่นจากปากยิ่งรวดเร็วขึ้น

ดูเหมือนเขาต้องการอาศัยโอกาสนี้ โค่นล้มจูเก๋อโย่วหลินให้เร็วที่สุดเพื่อคว้าชัยชนะ

จูเก๋อโย่วหลินหอบหายใจแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจอ่อนแรงทว่าถี่กระชั้น ราวกับวินาทีถัดไปเขาจะสูญเสียสติสัมปชัญญะโดยสมบูรณ์

และขณะที่ถงเทียนลู่กำลังจะรั้งมือกลับนั่นเอง...

ความเปลี่ยนแปลงก็บังเกิดขึ้นกะทันหัน!

สีหน้าถงเทียนลู่แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ความกระวนกระวายใจผุดขึ้นมา เขาไม่มีเวลาไตร่ตรองให้มากความ รีบเรียกประคำในมือออกมาทันที หมายต้านทานด้ายวิญญาณที่พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศดุจอสรพิษร้าย

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้นต่อเนื่อง ด้ายวิญญาณประดุจคมมีดแหลมคม ตัดเฉือนประคำจนขาดสะบั้น ขณะที่ด้ายวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นกำลังจะตัดผ่านร่าง ถงเทียนลู่ก็รีบเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกัน เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่าง ฟาดฝ่ามือออกไปอย่างแรง

ตูม!

พลังฝ่ามือหนักแน่นดุดัน แฝงด้วยแสงสีทองที่ระเบิดออกในพริบตา ซัดกระหน่ำจนด้ายวิญญาณจำนวนไม่น้อยแตกสลาย มวลอากาศอบอวลด้วยคลื่นพลังปราณเข้มข้น

ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ด้ายวิญญาณยังคงถาโถมเข้าล้อมปราบอย่างไม่ขาดสาย ทำให้เขาไม่สามารถหมุนลูกประคำเปิดค่ายกลแสงพุทธะสีทองได้ทันที!

เมื่อแสงสีทองค่อยๆ จางหายไป ผู้คนก็เห็นเด็กหนุ่มผมแดงที่เคยก้มหน้าคุกเข่าอยู่บนพื้นพลันเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาเปรอะเปื้อนคราบเลือด นัยน์ตาฉายแววอำมหิตดุดัน มุมปากยกยิ้มขึ้นมา

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้คน เขาหยิบทองคำก้อนหนึ่งออกมา แล้วกัดกินเข้าไปหนึ่งคำ

กร้วม...

ผู้คนจำนวนไม่น้อยถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"เขาคือเผ่ากลืนทอง!"

"ทั้งเขาและผู้อาวุโสฉีต่างก็เป็นเผ่ากลืนทอง!"

"ลูกศิษย์ที่ผู้อาวุโสฉีรับเข้ามาเป็นตัวอะไรกันเนี่ย! ไม่สิ เป็นศิษย์ปีศาจแบบไหนกัน! ก่อนหน้านี้มีเฉิ่นเยียน ตามมาด้วยเจียงเสียนเยวี่ย ตอนนี้ยังมีจูเก๋อโย่วหลินอีก!"

"เผ่ากลืนทองคืออะไรหรือ? แข็งแกร่งมากเลยงั้นหรือ?"

มีคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"แน่นอนว่าต้องแข็งแกร่งสิ! เผ่ากลืนทองเมื่อกลืนกินทองคำแล้ว พลังการบำเพ็ญเพียรจะพุ่งพรวดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!"

"จะเพิ่มพูนขึ้นไปถึงระดับไหนกันเชียว?"

"พุ่งไปถึงระดับ..."

คนผู้นั้นยังกล่าวไม่ทันจบ เสียงอื้ออึงด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นจากรอบทิศ

"ด้ายไร้สิ้นสุด——"

"สังหาร!"

เสียงสดใสของเด็กหนุ่มดุจสายลมอันห้าวหาญดุดัน พัดกวาดไปทั่วลานประลองอย่างบ้าคลั่ง

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือทั่วลานประลองราวกับถูกปกคลุมด้วยใยแมงมุมยักษ์ ด้ายวิญญาณถักทอหนาแน่นราวกับเข็มเหล็กแหลมคมนับไม่ถ้วน ส่องประกายเย็นเยียบ พวกมันถักทอประสานก่อเกิดเป็นปราการแน่นหนาจนลมไม่อาจเล็ดลอด สูงตระหง่านถึงหกเมตรประดุจขุนเขาที่มิอาจข้ามผ่าน ขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าทุกคน

ส่วนถงเทียนลู่ถูกปิดล้อมอยู่ภายใน หากมิใช่เพราะเขารีดเร้นพลังปราณสร้างม่านพลังคุ้มกันไว้ เกรงว่าคงถูกเส้นด้ายละเอียดอ่อนเหล่านั้นตัดเฉือนจนกลายเป็นกองเลือดเนื้อเละเทะไปเสียแล้ว

กลิ่นอายพลังบนร่างจูเก๋อโย่วหลินพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จนบรรลุถึงระดับวิญญาณจักรพรรดิขั้นแปด ระดับเดียวกับถงเทียนลู่!

อันที่จริง เขายังสามารถกลืนกินทองคำเพิ่มพลังบำเพ็ญเพียรให้ทะยานขึ้นไปจนถึงระดับวิญญาณจักรพรรดิขั้นสิบระดับสูงสุดได้อีก

ทว่าหากทำเช่นนั้น ระยะเวลาที่ต้องใช้ฟื้นฟูพลังปราณก็จะยิ่งยาวนานขึ้นไปอีก

ภายภาคหน้ายังมีการแข่งขันรออยู่ เขาจึงไม่อาจสูญเสียพลังปราณไปมากกว่านี้แล้ว

สองมือควบคุมด้ายวิญญาณรัดพันเข้าใส่ถงเทียนลู่อย่างต่อเนื่อง

ส่วนถงเทียนลู่ถูกบีบคั้นจนตรอก สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา เขาไม่อยากพ่ายแพ้จึงทำได้เพียงงัดไพ่ตายของตนออกมาใช้ ทันใดนั้นก็เรียกประคำพุทธะศักดิ์สิทธิ์ออกมา!

หง่าง——

แสงสีทองระเบิดออก ทั่วลานประลองเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง

ขณะผู้คนต่างรีบรวบรวมวิญญาณต้านทานเสียงกัมปนาท คลื่นพลังลมก็สาดซัดกระจายออกไปรอบทิศทางเป็นชั้นๆ

ถงเทียนลู่รีบประสานอินอย่างรวดเร็ว เอ่ยเสียงเย็นชา

"ระฆังเทวะประทาน——"

"ร่วงหล่น!"

"เหตุใดถึงมีระฆังโผล่มาอีกแล้วเนี่ย?"

จูเก๋อโย่วหลินตกใจสุดขีด ก่อนจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขารีบควบคุมด้ายวิญญาณถักทอประสาน ก่อเกิดเป็นโล่ด้ายอันทรงพลัง!

จบบทที่ ตอนที่ 664 ระฆังพุทธะศักดิ์สิทธิ์ปรากฏ

คัดลอกลิงก์แล้ว