- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 1766 (888) จี้หนานเยว่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1766 (888) จี้หนานเยว่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1766 (888) จี้หนานเยว่ (ตอนฟรี)
บทที่ 1766 (888) จี้หนานเยว่
นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาพลบค่ำ หลังจากฉู่หวังตงจัดการงานที่บริษัท เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางกลับบ้าน
บ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ เพียงแต่รั้วไม้รอบบ้านถูกเปลี่ยนเป็นรั้วเหล็กแทน และมีกำแพงอิฐล้อมรอบอยู่อีกชั้นหนึ่ง
บริเวณลานบ้านมีบอดี้การ์ดชุดดำสองคน กำลังนั่งเช็กระบบตรวจสอบรอบบ้านผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
ตั้งแต่ความปลอดภัยในชีวิตของจี้หนานเยว่ถูกคุกคามอย่างรุนแรง ระดับการรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ก็ถูกยกระดับขึ้นมาก มีการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงปรับปรุงกำแพงรอบบ้านใหม่ทั้งหมด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ในใจของฉู่หวังตงก็ยังคงรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ
มีคำกล่าวว่าไม่มีใครสามารถระวังโจรได้ตลอดเวลา
ต่อให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีแค่ไหน ก็ย่อมมีช่องโหว่ได้เสมอ ความจริงแล้ววิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการกำจัด อันตรายตั้งแต่ต้นลมและทำลายสิ่งที่เป็นภัยคุกความให้สิ้นซาก
แต่เมื่อนึกถึงขุมกำลังที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ฉู่หวังตงก็ได้แต่ส่ายหน้า พวกเขาเป็นนักธุรกิจที่ถูกกฎหมาย อย่างมากที่สุดก็ทำได้แค่ใช้เงินจ้างบอดี้การ์ดมืออาชีพ ที่มีฝีมือและประสบการณ์สูง มาปกป้องความปลอดภัยของตัวเอง แต่ถ้าจะให้ไปกำจัดขุมกำลังฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซากย่อมเป็นไปไม่ได้
บอดี้การ์ดเหล่านั้นไม่มีความสามารถขนาดนั้น และจี้หนานเยว่เองก็จะไม่ใช้วิธีแบบนี้ เพราะคนจีนในอเมริกาค่อนข้างถูกปฏิบัติอย่างเป็นสองมาตรฐาน เวลาปกติที่ไม่มีการก่อคดีอะไรก็ถือว่าดีไป ทางอเมริกาก็จะทำเป็นแสดงความใจกว้างและเป็นประชาธิปไตย อย่างน้อยในฉากหน้าพวกเขาก็จะทำให้กฎหมาย ดูเหมือนว่าสามารถคุ้มครองประชาชนที่ถูกกฎหมายทุกคนได้
แต่ถ้าหากฝั่งนี้ไปจ้างมือสังหารหรือทหารรับจ้างเพื่อลอบโจมตีคู่ต่อสู้ ทางการอเมริกาจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงทันที
ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถจ้างมือสังหารได้ แต่กลับไม่มีใครไปยุ่งกับคนพวกนั้น นี่คือการเลือกปฏิบัติอย่างเห็นได้ชัด
ฉู่หวังตงรู้สึกจนใจกับสถานการณ์แบบนี้ แต่ในเมื่อปัญหายังคงอยู่ พวกเขาก็ทำได้เพียงหาทางแก้ไขผ่านช่องทางอื่น
อย่างไรก็ตามวันนี้ฉู่หวังตงอารมณ์ดีมาก
การมาถึงของจี้เฟิงและจี้ช่าวเหลย ทำให้ฉู่หวังตงดีใจมาก และฝีมือที่แข็งแกร่งของพวกเขา ก็ทำให้ฉู่หวังตงรู้สึกเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง เป็นเพราะฝีมือและการลงมืออย่างเด็ดขาดของจี้เฟิงและจี้ช่าวเหลย ทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในแผนกรักษาความปลอดภัยของเว่ยต้ากรุ๊ป ถูกกวาดล้างจนสะอาด!
หงอี้หมิงไม่สามารถยื่นมือ เข้ามาวุ่นวายกับแผนกรักษาความปลอดภัยได้อีกต่อไป!
นับตั้งแต่นี้ไปแผนกรักษาความปลอดภัย จะถูกควบคุมโดยจี้หนานเยว่อย่างเบ็ดเสร็จ กำลังการรักษาความปลอดภัยภายในเว่ยต้ากรุ๊ปได้รับการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นมาก
อย่างน้อยหากเจอสถานการณ์อะไร แผนกรักษาความปลอดภัยก็จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่นอกจากจะต้องระวังศัตรูภายนอกแล้ว ยังต้องคอยระแวงคนในแผนกรักษาความปลอดภัยว่าจะหักหลังขึ้นมาเมื่อไหร่
ต่อให้ภายในกลุ่มบริษัทยังมีเสียงคัดค้านอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเรื่องแผนกรักษาความปลอดภัยก็ไม่ต้องกังวลแล้ว
ขอเพียงแค่ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตได้รับการแก้ไข ส่วนปัญหาเรื่องอื่นก็จัดการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแย่งชิงอำนาจภายในและการดำเนินธุรกิจภายนอก ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่นัก
การทำธุรกิจเรื่องพวกนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ขอแค่คนปลอดภัย เรื่องอื่นก็จัดการได้ไม่ยาก
ทว่าความรู้สึกยินดีของฉู่หวังตง กลับเปลี่ยนเป็นความลังเลหลังจากก้าวเข้าประตูบ้านมา
จี้เฟิงและพวกพ้องได้บอกจุดประสงค์ ในการมาครั้งนี้แล้ว ว่า ต้องการมาเข้าพบจี้หนานเยว่เพื่อโน้มน้าวให้เธอ กลับไปเยี่ยมเยียนประเทศจีน หรือบางทีพวกเขาอาจจะมีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น คือหวังจะให้จี้หนานเยว่กลับไปอยู่ที่จีนอย่างถาวร
เรื่องนี้ความจริงแล้วฉู่หวังตงไม่ได้คัดค้าน ตามที่จี้เฟิงและจี้ช่าวเหลยบอก ผู้อาวุโสที่บ้านอายุมากแล้ว คนชราในวัยนี้ถือว่าต้องฝืนสู้กับสังขาร การมีชีวิตอยู่ได้เพิ่มขึ้นอีกวันก็ถือเป็นกำไรแล้ว ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะเกิดเรื่องกะทันหันจนจากไปได้ทุกเมื่อ
การกลับไปเยี่ยมผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่สมควรทำ
แต่ปัญหาคือฉู่หวังตงไม่รู้ว่า ในใจของแม่คิดอย่างไร และไม่รู้ว่าเธอจะยินดี ต้อนรับการมาของจี้เฟิงและจี้ช่าวเหลยหรือไม่
หรือการมาของพวกเขาจะทำให้แม่สะเทือนใจอะไรหรือเปล่า?
จะพูดเรื่องนี้กับแม่ได้อย่างไร นี่คือเรื่องที่ฉู่หวังตงค่อนข้างลำบากใจ
เมื่อเข้ามาในลานบ้านบอดี้การ์ดสองคน ก็ทักทายฉู่หวังตง จากนั้นก็หันไปจัดการคอมพิวเตอร์ต่อ ในอเมริกาความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ได้แบ่งแยกชนชั้นกันอย่างเข้มงวดนัก ส่วนใหญ่จะพูดคุยกันอย่างเท่าเทียม
ฉู่หวังตงโบกมือให้พวกเขา จากนั้นก็เดินเข้าห้องรับแขก
ในห้องรับแขกเวลานี้ มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟา สวมแว่นตากำลังอ่านหนังสือพิมพ์
ผู้หญิงคนนี้สวมชุดลำลองสำหรับอยู่บ้าน เกล้าผมขึ้นสูงดูสง่างามมาก หากไม่ใช่เพราะรอยตีนกาที่เห็นได้ตรงหางตา คงไม่มีใครคิดว่าเธอ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนอายุสี่สิบห้าสิบปี หากแต่งตัวสักหน่อย หลายคนคงคิดว่าเธออายุเพียงแค่สามสิบสี่สิบเท่านั้น
“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว” ฉู่หวังตงเดินเข้าไปหา หญิงวัยกลางคนคนนี้ก็คือจี้หนานเยว่ แม่ของฉู่หวังตง
“รอพวกเธอกลับมาทานข้าวพร้อมกันอยู่พอดี” เมื่อเห็นฉู่หวังตงกลับมา ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยน “แล้วเสี่ยวเย่วล่ะ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันเหรอ?”
“ยัยหนูนั่น...”
ฉู่หวังตงยิ้มแล้วพูดว่า “ออกไปเที่ยวกับเพื่อนครับ น่าจะกลับดึกหน่อย”
จี้หนานเยว่ขมวดคิ้วทันที “เด็กคนนี้ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย บอกแล้วไงว่าให้จับตาดูเธอไว้ อย่าปล่อยให้วิ่งเล่นไปทั่ว ข้างนอกมันอันตราย! ช่วงนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ พวกที่คิดปองร้ายกำลังหาโอกาสอยู่ตลอดเวลา... หวังตงน้องไปไหน? รีบโทรศัพท์ตามน้องกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
ฉู่หวังตงยิ้มแล้วพูดว่า “แม่ครับ มียอดฝีมือสองคนตามไปด้วย ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องกังวลไปเลย”
จี้หนานเยว่ถามว่า “ยอดฝีมืองั้นเหรอ? เป็นคนของแผนกรักษาความปลอดภัยใช่ไหม?”
ฉู่หวังตงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ คนหนึ่งเพิ่งเข้าทำงานในแผนกรักษาความปลอดภัย ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนของเขา ทั้งสองคนเป็นยอดฝีมือ เสี่ยวเย่วอยู่กับพวกเขาปลอดภัยมากครับ”
จี้หนานเยว่ได้ยินดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “คนที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่งั้นเหรอ? หงอี้หมิงเป็นคนรับเข้ามาหรือเปล่า?”
ฉู่หวังตงพูดว่า “แน่นอนว่าไม่ใช่ครับ หลี่กั๋วเหลียงเป็นคนแนะนำมา เป็นเพื่อนของเขา... ตอนที่รับสมัครหงอี้หมิงพยายามเข้ามาแทรกแซง ผลคือหนึ่งในยอดฝีมือเกิดโมโหขึ้นมา ตอนทดสอบฝีมือเลยสั่งสอนพวกคนเก่งๆ ในแผนกรักษาความปลอดภัยจนต้องเข้าโรงพยาบาลไปหลายคน แต่เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นการล่วงเกินหงอี้หมิงอย่างรุนแรงเช่นกัน เพื่อตัดปัญหา ยอดฝีมือคนนั้น เลยไม่ยอมเข้าทำงานในกลุ่มบริษัทของเรา สุดท้ายเลยเหลืออยู่แค่คนเดียวครับ...”
ฉู่หวังตงเล่าเหตุการณ์ตอนทดสอบฝีมือให้ฟังพลางส่ายหน้า “พูดแล้วก็น่าเสียดายจริงๆ ความจริงยอดฝีมือทั้งสองคนควรจะได้เข้าทำงานพร้อมกัน ทั้งหมดเป็นเพราะตาแก่หงอี้หมิงแท้ๆ!”
จี้หนานเยว่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “พูดจาระวังหน่อย”
ฉู่หวังตงยิ้มแล้วพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าแม่เข้มงวดกับการสั่งสอนลูกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิริยามารยาทหรือคุณสมบัติต่างๆล้วนมีมาตรฐานสูง
“หงอี้หมิงคิดจะควบคุมแผนกรักษาความปลอดภัยมาตลอด หลี่กั๋วเหลียงต้องการแนะนำเพื่อนเข้ามา หงอี้หมิงย่อมต้องขัดขวางเป็นธรรมดา” จี้หนานเยว่ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรมาก ถ้าหากหงอี้หมิงไม่ขัดขวางสิถึงจะแปลก
“คนที่รับเข้ามาใหม่ได้ตรวจสอบประวัติ ความเป็นมาของพวกเขาหรือยัง?” จี้หนานเยว่ถาม
“กำลังตรวจสอบอยู่ครับ ผมรู้ว่าช่วงนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีเจตนาร้ายแฝงตัวเข้ามา ผมย่อมต้องตรวจสอบพวกเขาอย่างละเอียดแน่นอนครับ” ฉู่หวังตงพูดว่า “แต่ผมคิดว่าคนที่รับเข้ามาใหม่รอบนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ”
“ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น? เป็นเพราะหลี่กั๋วเหลียงแนะนำมางั้นเหรอ?” จี้หนานเยว่ถาม
“นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งครับ หลักๆคือคนพวกนี้มาจากประเทศจีน โดยเฉพาะจี้เฟิงและจี้ช่าวเหลย สองคนนั้นดูปั๊บก็รู้ว่าไม่ใช่คนกะล่อนปลิ้นปล้อน ดูมีสง่าราศีและไม่ธรรมดาเลยครับ” ฉู่หวังตงพูดพลางจับตาดูปฏิกิริยาของแม่ไปด้วย “โดยเฉพาะจี้เฟิงฝีมือของเขานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก...”
ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ จี้หนานเยว่ก็ขัดขึ้นมาทันควันพร้อมถามด้วยความร้อนรน “เดี๋ยวก่อน! เมื่อกี้เธอ บอกว่าพวกเขาชื่ออะไรนะ?”
แม่รู้จักพวกเขาจริงๆด้วย!
ฉู่หวังตงคิดในใจ แต่ฉากหน้ากลับแสร้งทำเป็นแปลกใจแล้วพูดว่า “เขาชื่อจี้เฟิงครับ อีกคนชื่อจี้ช่าวเหลย แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนชื่อไป๋จู... ทำไมหรอครับแม่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
จี้หนานเยว่ขมวดคิ้วมุ่น “จี้เฟิง จี้ช่าวเหลยงั้นเหรอ?”
ในใจของฉู่หวังตงพลันลุ้นระทึกขึ้นมา แม่จะโกรธหรือเปล่านะ?
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ได้ยินจี้หนานเยว่พูดขึ้นว่า “หวังตงสองคนที่เธอพูดถึง ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน เสี่ยวเย่วอยู่กับพวกเขาใช่ไหม?”
ฉู่หวังตงพยักหน้ารับแล้วพูดว่า “ใช่ครับ เสี่ยวเย่วเห็นพวกเขาเก่งมากเลยเลื่อมใส ตื๊อจะพาพวกเขาออกไปเที่ยวให้ได้ครับ...”
จี้หนานเยว่พูดว่า “รีบโทรศัพท์หาเสี่ยวเย่วเดี๋ยวนี้ บอกให้เธอพาคนพวกนั้นมา แม่ต้องการเจอพวกเขา”
ฉู่หวังตงถามด้วยความลังเล “โทรตอนนี้เลยเหรอครับ? พวกเขาอาจจะกำลังทานข้าวอยู่ก็ได้”
จี้หนานเยว่พูดว่า “โทรตอนนี้แหละ!”
ฉู่หวังตงพยักหน้ารับทันที “ตกลงครับ ผมจะออกไปโทรศัพท์หาพวกเขา เดี๋ยวให้พามาที่บ้านเลยใช่ไหมครับ?”
จี้หนานเยว่พูดว่า “ใช่ พามาที่บ้านเลย”
ฉู่หวังตงลุกขึ้นเดินออกไป ในใจรู้สึกโล่งขึ้นมาก การที่แม่ยอมพบจี้เฟิงและจี้ช่าวเหลย ไม่ว่าหลังจากพบกันแล้วจะคุยอะไร แต่อย่างน้อยการยอมพบก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี
เมื่อเห็นลูกชายเดินออกไปโทรศัพท์ จี้หนานเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่...
..........
บริเวณชานเมืองนิวยอร์ก หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์แก๊งเหลียนจู จี้เฟิงจับมือร่ำลากับจี้ยูเหวิน
“ยูเหวินวันนี้ขอบคุณมากนะครับ สำหรับการต้อนรับ ไว้วันหลังผมจะเลี้ยงเหล้าคืน” จี้เฟิงพูดพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นฉันจะรอนะคะ” จี้ยูเหวินยิ้มหวาน
“งั้นถือว่าตกลงตามนี้นะครับ” จี้เฟิงยิ้ม
“แน่นอนค่ะ ฉันจำแม่นอยู่แล้ว” จี้ยูเหวินยิ้มพูด “อีกอย่าง เรื่องที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ หวังว่าคุณจะเก็บไปคิดดูให้ดีนะคะ”
“ผมจะคิดดูครับ” จี้เฟิงพยักหน้ารับ “ขอตัวก่อนครับ”
“เดินทางปลอดภัยค่ะ” จี้ยูเหวินยิ้มพูด “มีอะไรให้ช่วยก็โทรหาฉันได้ตลอดเวลานะคะ”
จากนั้นจี้ยูเหวินก็โบกมือ รถยนต์คันหนึ่งขับออกมาจากคฤหาสน์ และมาจอดตรงหน้าพวกจี้เฟิง แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า คนขับรถคันนั้นกำลังจ้องมองแผ่นหลังของจี้เฟิง ด้วยสายตาที่สาดประกายแสงอันเยือกเย็นแวบหนึ่ง
…จบบทที่ 1766~❤️