- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 210 - สังหารต่อเนื่องสองศพ!
บทที่ 210 - สังหารต่อเนื่องสองศพ!
บทที่ 210 - สังหารต่อเนื่องสองศพ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีผสานหมายเอาชีวิตขององครักษ์หมิงไห่ หลิวปั๋วกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาเงยหน้าขึ้นขวับ
ดวงตาที่เคยมีตาขาวและตาดำชัดเจน ตอนนี้กลับมองไม่เห็นเค้าโครงของลูกตาอีกต่อไป ถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟสีม่วงเข้มสองดวงที่กำลังลุกโชนแตกปะทุอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อกลืนกินเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณของราชวงศ์ต่างดาวเข้าไปในปริมาณมหาศาลขนาดนี้ พลังปราณในร่างของหลิวปั๋วก็ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด
พลังงานอันบ้าคลั่งวิ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณราวกับสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ติดสัด วิ่งพล่านไปทั่วทิศทาง!
เปลวไฟของ 'เคล็ดอัคคี' ที่ได้รับการเลื่อนระดับ เปลี่ยนจากสีแดงฉานกลายเป็นสีม่วงทองดูลึกลับและแปลกประหลาด
และคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา มีชื่อว่า—การชำระล้าง!
"แตกซะ!"
หลิวปั๋วแผดเสียงคำรามดุจสัตว์ป่า สองมือกำด้ามดาบแน่น
เปลวไฟสีม่วงทองทะลักออกจากแขนทั้งสองข้างดั่งกระแสน้ำเชี่ยว ห่อหุ้มดาบยาวมาตรฐานไว้ทั้งเล่ม
เขาพุ่งสวนมังกรน้ำตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า แล้วฟันดาบออกไป!
รังสีดาบสีม่วงทองวาดโค้งอย่างงดงามกลางอากาศ ฟาดเปรี้ยงลงบนหัวมังกรน้ำอย่างจัง
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน และไม่มีการยื้อยุดฉุดกระชากที่สูสีกัน
ในวินาทีที่ปะทะ พลังปราณธาตุน้ำขั้นสูงอันน่าภาคภูมิใจขององครักษ์ระดับเก้าชั้นฟ้าคนนั้น ก็หลอมละลายอย่างรวดเร็วราวกับหิมะที่เจอแดดจ้า!
ความร้ายกาจของ 'การชำระล้าง' อยู่ตรงนี้นี่เอง
มันไม่ใช่แค่การแผดเผาด้วยความร้อนสูงอีกต่อไป แต่มันคือการลอกคราบและเผาผลาญพลังปราณจากแก่นแท้ของมันเลย!
ไม่ว่าพลังปราณของคุณจะหนาแน่นแค่ไหน ไม่ว่าการกดทับระดับเก้าชั้นฟ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด
ตราบใดที่โดนเปลวไฟสีม่วงทองนี้เข้าไป พลังทำลายล้างและความดุดันที่แฝงอยู่ในนั้นจะถูก 'ชำระล้าง' ให้กลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์ดั้งเดิมที่ไร้เจ้าของในพริบตา จากนั้นก็จะถูกเปลวไฟกลืนกินและระเหยหายไปอย่างโหดเหี้ยม!
"ซู่—"
เสียงไอน้ำระเหยดังแสบแก้วหู
มังกรน้ำที่ดุร้ายตัวนั้น เมื่อเจอกับการฟันของรังสีดาบสีม่วงทอง ก็พังทลายลงตั้งแต่หัวจรดหาง กลายเป็นหมอกขาวลอยฟ่องเต็มฟ้า ไร้ซึ่งพลังโจมตีใดๆ
"เป็นไปไม่ได้!"
องครักษ์คนนั้นอุทานเสียงหลง เขารู้สึกเหมือนพลังปราณที่ฟันออกไปหายจ้อยเหมือนโยนหินลงน้ำ ขาดการเชื่อมต่อในพริบตา
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า!!!"
หลิวปั๋วไม่เปิดโอกาสให้มันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
พลังปราณบ้าคลั่งพุ่งชนสมองของเขา ความคิดเดียวที่มีตอนนี้ คือการปลดปล่อย!
ต้องเอาพลังที่อัดแน่นจนร่างแทบระเบิดนี้ ไปลงกับไอ้พวกที่อยู่ตรงหน้าให้หมด!
หลิวปั๋วทิ้งน้ำหนักลงที่เท้า เหยียบโขดหินใต้เท้าจนแหลกละเอียด ร่างกายกลายเป็นดาวตกสีม่วงทอง พุ่งทะลวงหมอกขาวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าองครักษ์คนนั้น
"ตาย!"
ดาบตวัดฟันในแนวนอน!
องครักษ์คนนั้นรีบยกดาบศึกขึ้นกันอย่างลุกลน
"เคร้ง!"
วินาทีที่คมดาบปะทะกัน เปลวไฟสีม่วงทองก็ลุกลามราวกับโรคร้าย เลื้อยพันขึ้นไปตามใบดาบของอีกฝ่าย
"อ๊าก—!"
เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วผืนทะเล
เกราะพลังปราณคุ้มกายระดับเก้าชั้นฟ้าขององครักษ์คนนั้น กลายเป็นเพียงกระดาษบางๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเปลวไฟชำระล้าง มันถูกเผาทะลุในพริบตา
เปลวไฟชอนไชเข้าสู่ร่างกาย แผดเผาชำระล้างเลือดเนื้อและเส้นลมปราณของมันอย่างบ้าคลั่ง
เพียงแค่กระบวนท่าเดียว
ยอดฝีมือระดับเก้าชั้นฟ้าขั้นสูงคนนี้ ก็กลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางทะเลเพลิงสีม่วงทอง ปลิวหายไปกับสายลม
"น้องสี่!"
องครักษ์หมิงไห่อีกเจ็ดคนที่เหลือตาเบิกกว้างจนแทบฉีก
แต่การเข่นฆ่าของหลิวปั๋ว เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เขาหมุนตัวขวับ ลากดาบที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ สองเท้าถีบส่ง พุ่งทะยานเข้าหาศัตรูคนที่สองที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
"จัดค่ายกล! ตั้งรับ!"
องครักษ์หมิงไห่ที่เหลือเริ่มตื่นตระหนก พวกมันรีดเร้นพลังปราณอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามสร้างบาเรียป้องกันขึ้นมา
แต่ต่อหน้าไฟชำระล้างของ 'เคล็ดอัคคี' ที่เลื่อนระดับแล้ว บาเรียป้องกันที่สร้างจากพลังปราณใดๆ ก็เป็นแค่กระดาษบางๆ ที่ขาดวิ่นเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส!
หลิวปั๋วพุ่งชนบาเรียสีน้ำเงินจนแตกละเอียด มือซ้ายพุ่งออกไป บีบคอองครักษ์หมิงไห่คนหนึ่งไว้แน่น
"พรึบ!"
เปลวไฟสีม่วงทองปะทุออกจากฝ่ามือ กลายเป็นหัวปลาเผา... เอ้ย หัวคนย่างไฟทันที
องครักษ์หมิงไห่คนที่สอง ตาย!
ฉากการล้อมปราบที่องครักษ์หมิงไห่มั่นใจนักหนา กลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง
นักสู้ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับเหินเวหาขั้นสูงสุดคนหนึ่ง กำลังไล่ฟันองครักษ์หมิงไห่ระดับเก้าชั้นฟ้าขั้นสูงอีกหกคนที่เหลืออย่างบ้าคลั่ง บนกลุ่มโขดหินเล็กๆ แห่งนี้!
ที่ด้านบนของค่ายกลปิดกั้น
หยางซั่วมองเถ้าถ่านสองกองที่ปลิวไปตามลมเบื้องล่าง มองหลิวปั๋วที่ดูราวกับเทพเจ้าแห่งความตายจุติลงมาท่ามกลางกองเพลิง ตัวเขาชาไปหมดทั้งร่าง
เขารู้สึกเหมือนมีมดนับหมื่นตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนหนังหัว ความหนาวเหน็บที่แทรกซึมลึกถึงไขกระดูก แช่แข็งเลือดในกายเขาทุกหยด
"สัตว์ประหลาด... ไอ้นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!"
ฟันของหยางซั่วกระทบกันกึกๆ จนเกิดเสียงดัง
ในตอนนั้นเอง ดวงตาที่ไร้ลูกตา มีเพียงเปลวไฟปะทุเดือดพล่านสองดวงเบื้องล่าง ก็ตวัดเงยขึ้นมา ล็อกเป้าหมายไปที่หยางซั่วที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างแม่นยำ
วินาทีที่ถูกสายตานั้นจ้องมอง หยางซั่วรู้สึกเหมือนยมทูตกำลังบีบคอเขาอยู่
"หนี!"
ในหัวหยางซั่วเหลือเพียงความคิดเดียว
เขาไม่สนแม้กระทั่งความเป็นตายขององครักษ์หมิงไห่ หมุนตัวขวับ รีดเร้นพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิด หวังจะเหาะหนีขึ้นไปบนฟ้า
ทว่า...
"โอ๊ย—!"
ทันทีที่หยางซั่วออกแรง ความเจ็บปวดเสียดแทงลึกถึงกระดูก ก็แล่นจี๊ดขึ้นมาจากต้นขา หน้าท้อง และจุดอื่นๆ ของเขา
ก่อนหน้านี้ เพื่อจะกลับไปรับความดีความชอบจากคุณชายหลี่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขา "เสี่ยงชีวิต" แค่ไหนเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ เขาลงทุนแทงดาบใส่ตัวเองจนเป็นรูเลือดตั้งหลายแห่ง!
กะว่าพอองครักษ์หมิงไห่ฆ่าหลิวปั๋วเสร็จ เขาก็จะหอบร่าง "บาดเจ็บจากการต่อสู้" กลับไปรับรางวัล ยังไงก็มีออนเซ็นน้ำพุแห่งชีวิตคอยรักษาอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้!
ทั้งที่บาดเจ็บหนัก กล้ามเนื้อต้นขาก็ถูกตัวเองตัดขาด แผลที่หน้าท้องก็มีเลือดพุ่งปรี๊ดๆ ออกมาเพราะถูกกระตุ้นด้วยพลังปราณ
พลังปราณในร่างที่มีอยู่น้อยนิดก็แตกซ่านไปในพริบตา
"ตุบ!"
หยางซั่วร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ หัวทิ่มลงกระแทกกับโขดหินลื่นๆ ริมค่ายกล สภาพไม่ต่างอะไรกับห่านโง่ๆ ที่ปีกหัก
"ค่อก แค่กๆ!"
หยางซั่วหน้ามืดตาลาย ไอสำลักเลือดคำโตออกมา
เขาไม่สนความเจ็บปวดตามร่างกาย ใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะเกียกตะกายคลานไปข้างหน้าบนโขดหินอย่างเอาเป็นเอาตาย
"ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ต! ใช่ ฉันยังมีม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตอยู่!"
หยางซั่วลูบคลำตามเอวด้วยใบหน้าสิ้นหวัง แต่แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้
พื้นที่นี้ถูกองครักษ์หมิงไห่วางค่ายกลปิดกั้นมิติเอาไว้ ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตอะไรก็กลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าที่นี่!
"กูนี่มันโคตรโง่บัดซบเลยโว้ยยย!!!"
หยางซั่วลากขาข้างที่ตัวเองแทงจนพัง คลานไปตามโขดหินแหลมคมอย่างสิ้นหวัง พลางตบหน้าตัวเองในใจฉาดใหญ่
มึงจะเอามีดแทงตัวเองหาพระแสงอะไรวะ!
ถ้าไม่มัวแต่แอ็คอาร์ตสร้างเรื่องบาดเจ็บ ด้วยพื้นฐานระดับเหินเวหาของเขา ต่อให้สู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังวิ่งหนีวนรอบค่ายกลได้สักสองรอบล่ะวะ!
ตอนนี้เป็นไงล่ะ ขาขาด เลือดไหลเป็นทาง ยืนยังยืนไม่ได้เลย!
ข้างหลัง กระแสความร้อนระอุที่ชวนให้อึดอัดกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
หลิวปั๋วลากดาบยาวที่ลุกโชนด้วยไฟสีม่วงทอง ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาหยางซั่วทีละก้าว
ปลายดาบขูดไปตามโขดหิน ทิ้งรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาว
"ยะ... อย่าเข้ามานะ..."
หยางซั่วคลานไปจนสุดขอบค่ายกล แผ่นหลังแนบสนิทกับม่านพลังสีน้ำเงินเข้ม
ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว
เขาหันขวับไปมองหลิวปั๋วที่คืบคลานเข้ามาดั่งเทพแห่งไฟ รู้สึกร้อนผ่าวที่เป้ากางเกง ก่อนจะมีกลิ่นคาวฉุนโชยออกมา
หยางซั่วสติแตกไปแล้วโดยสมบูรณ์
เขาหันกลับไป สองมือทุบม่านพลังค่ายกลที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็กด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดเสียงดัง "ปึก ปึก"
"ช่วยด้วยยยยยย!"
"เปิดประตู! รีบปลดค่ายกลบ้าๆ นี่เดี๋ยวนี้!"
"ปล่อยฉันออกไปปปปปป!!!"