- หน้าแรก
- อะไรนะ ให้ผมมาเปิดรีสอร์ตสุดหรู กลางสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เนี่ยนะ
- บทที่ 209 - กลืนกินเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณ เคล็ดอัคคีเลื่อนระดับ
บทที่ 209 - กลืนกินเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณ เคล็ดอัคคีเลื่อนระดับ
บทที่ 209 - กลืนกินเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณ เคล็ดอัคคีเลื่อนระดับ
หยางซั่วตัดสินใจเด็ดขาด กัดฟันกรอด พลิกมือจับด้ามดาบกลับด้าน
เขากลั้นใจแทงดาบทะลวงต้นขา หน้าท้อง และจุดอื่นๆ ที่ไม่ถึงตายอย่างโหดเหี้ยม จนเกิดเป็นรูเลือดสดๆ หลายแห่ง
"ซี๊ดดด—"
หยางซั่วสูดปากด้วยความเจ็บปวด
แต่พอเหลือบไปเห็นองครักษ์หมิงไห่ระดับเก้าชั้นฟ้าทั้งแปดคนกำลังเงื้อดาบจ่อหัวหลิวปั๋ว เตรียมจะบั่นคออยู่รอมร่อ
ความตื่นเต้นก็พุ่งปรี๊ดไปทั่วร่าง จนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ
"ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ตอนนี้ก็แค่รอหิ้วหัวหลิวปั๋วกลับไปรับรางวัล!"
สถานการณ์ของหลิวปั๋วตอนนี้ มาถึงจุดสิ้นสุดที่แท้จริงแล้ว
เขาคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ท่ามกลางเศษหินแตกละเอียด สองมือจับด้ามดาบไว้แน่น ปักใบดาบลงในรอยแยกของหิน เพื่อพยุงร่างที่โอนเอนจวนจะล้ม
พลังปราณในร่างเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น แขนทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
สายตาเริ่มพร่าเลือน หูอื้ออึง ได้ยินแต่เสียงคลื่นลม กับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเอง
ท่ามกลางภาพอันเลือนราง เขามองเห็นแสงดาบวาบผ่านเหนือศีรษะ แต่พลังปราณในร่างกลับไม่อำนวยให้ขยับตัวหลบหลีกได้อีกแล้ว
วินาทีที่ดาบฟาดลงมา คือวินาทีที่ชีวิตของหลิวปั๋วจะต้องจบสิ้น!
ทว่า สิ่งที่ทำให้หยางซั่วและองครักษ์หมิงไห่ในที่นั้นต้องประหลาดใจก็คือ...
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หลิวปั๋วที่คุกเข่าอยู่ครึ่งตัว กลับไม่ได้แหกปากโวยวายด้วยความสิ้นหวัง หรือดิ้นรนต่อสู้เฮือกสุดท้าย
เขาปล่อยมือซ้ายที่จับด้ามดาบออก พลิกข้อมือวูบ ใช้พลังปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ลูบไปที่อุปกรณ์มิติข้างเอวอย่างแรง
"วิ้ง—"
เกิดแรงสั่นสะเทือนของมิติเบาๆ ในอากาศ
พริบตาเดียว เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณหลากสีสันนับร้อยดวง ก็ลอยละล่องขึ้นมาตรงหน้าเขา
สีเขียวมรกต สีฟ้าอมน้ำเงิน สีม่วง สีทองหม่น...
ทั้งหมดนี้ คือเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณที่เขาเพิ่งจะรีดไถมาจากพวกราชวงศ์ต่างดาวที่โขดหินแก่นสมุทรเมื่อไม่นานมานี้!
มองดูเปลวไฟประหลาดที่เต้นเร่าอยู่ท่ามกลางลมทะเล แววตาของหลิวปั๋วก็ฉายแววจำใจ
เขาพึมพำในใจอย่างเงียบๆ
"อวี่โหรว พี่จิ้ง..."
"เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณพวกนี้ เดิมทีตั้งใจจะเอามาแบ่งกันให้ทุกคน"
"แต่ตอนนี้สถานการณ์มันคับขันเกินไป..."
"ผมคงต้องขอเสียมารยาท ซดก่อนล่ะนะ!"
สิ้นเสียงพึมพำในใจ
ดาบศึกของเหล่าองครักษ์หมิงไห่ก็ฟาดฟันลงมาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศแหลมปรี๊ด!
หลิวปั๋วอ้าปากกว้าง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างแรง
"ฟู่—!"
เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณนับร้อยดวงที่ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับสายน้ำนับร้อยสายที่ไหลไปรวมกันที่ทะเล กลายเป็นกระแสไฟหลากสีสันสุดอลังการ พุ่งทะลักเข้าไปในปากของหลิวปั๋วทั้งหมด!
หลิวปั๋วกลืนเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณตรงหน้าทั้งหมดลงท้องในรวดเดียว!
ทันทีที่เปลวไฟร่วงหล่นลงสู่ช่องท้อง
หลิวปั๋วก็หลับตาปี๋ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ระเบิดตูมขึ้นจากส่วนลึกของจุดตันเถียน!
'เคล็ดอัคคี' วิชายุทธ์สุดโหดที่ต้องกลืนกินเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณของราชวงศ์ต่างดาวเพื่อใช้ในการเลื่อนระดับ เมื่อสัมผัสได้ถึงเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ มันก็เข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งทันที!
"อ๊าก—!!!"
หลิวปั๋วเงยหน้าขึ้นฟ้า เบิกตากว้างจนแทบถลน ในเบ้าตามีเปลวไฟสองดวงลุกโชนอยู่
กลิ่นอายพลังปราณในร่างที่เดิมทีอ่อนแรงจนถึงขีดสุดราวกับเปลวเทียนต้องลม ในวินาทีนี้ กลับหยุดร่วงหล่น แล้วพุ่งปรี๊ดทะยานขึ้นด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ!
ในเส้นลมปราณ เปลวไฟพุ่งพล่านราวกับลาวาเดือด กวาดล้างไปทั่ว
คอขวดของแต่ละระดับขั้นเล็กๆ ราวกับแมลงวันตัวน้อยที่ขวางหน้ารถไฟความเร็วสูง แหลกละเอียดจนต่อไม่ติดในพริบตา
ระดับเหินเวหาขั้นสาม!
ระดับเหินเวหาขั้นห้า!
ระดับเหินเวหาขั้นเจ็ด!
เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณมหาศาลกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ถูก 'เคล็ดอัคคี' หลอมละลายอย่างบ้าคลั่ง
ระดับพลังพุ่งพรวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดันให้ระดับการฝึกตนของเขาทะยานขึ้นไปถึงระดับเหินเวหาขั้นสูงสุดอย่างดุดัน!
"ตูม!"
เปลวไฟบ้าคลั่งพุ่งทะลักออกจากทุกรูขุมขนของหลิวปั๋ว ห่อหุ้มร่างของเขาให้กลายเป็นมนุษย์เพลิงในพริบตา
ดาบศึกขององครักษ์หมิงไห่ที่กำลังฟาดฟันลงมา ทันทีที่สัมผัสกับเปลวไฟที่ระเบิดออกนี้
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง!"
คมดาบถูกแรงสะท้อนกลับอันมหาศาลดีดกระเด็นออกไปทันที
คลื่นอากาศรุนแรงม้วนตัวกลับ ก่อตัวเป็นกำแพงไฟที่มองไม่เห็น ซัดองครักษ์ระดับเก้าชั้นฟ้าที่เข้ามาใกล้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
ในขณะเดียวกัน
เปลวไฟสีแดงฉานที่พันธนาการอยู่รอบตัวหลิวปั๋ว ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
'เคล็ดอัคคี' เลื่อนระดับแล้ว!
"จิ๊"
เมื่อเห็นหลิวปั๋วอ้าปากกว้าง กลืนเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณหลากสีสันนับร้อยดวงลงท้องรวดเดียว
มุมปากของหยางซั่วก็กระตุกขึ้น แสยะยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ยังจะห่วงกินอีกนะไอ้เด็กตะกละ"
"นิสัยเหมือนไอ้วาฬนั่นที่ร้องจะกินเนื้อแกะย่างเป๊ะเลยดิ?"
หยางซั่วกำดาบในมือ มองต่ำลงไปด้วยสายตาเหยียดหยาม
"เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณของราชวงศ์ต่างดาว มันคือเปลวไฟแห่งการสืบทอดสายเลือดของราชวงศ์ มันใช่ของเอาไว้กินที่ไหนล่ะ"
"กะจะเป็นผีที่กินอิ่มก่อนตายว่างั้นเถอะ?"
ทว่า...
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้ายังไม่ทันได้เบ่งบานเต็มที่ ความเปลี่ยนแปลงของกลิ่นอายพลังของหลิวปั๋วก็กระแทกเข้าตาเต็มๆ
"???"
หยางซั่วสะบัดหัวแรงๆ ขยี้ตารัวๆ สงสัยว่าตัวเองละเมออยู่หรือเปล่า
"เดี๋ยวนะ..."
"นี่ทะลวงระดับได้ไงวะ?"
หยางซั่วรู้สึกเหมือนโลกทัศน์ที่อุตส่าห์ใช้กาวแปะจนเข้าที่เข้าทาง ตอนนี้กำลังแบกเป้ใบเล็ก โบกมือหยอยๆ ลาเขาไปไกลแสนไกล
เคยเห็นคนทะลวงระดับนะ
แต่ไม่เคยเห็นใครเขาทะลวงระดับกันแบบนี้!
ไอ้น้อง เอ็งเพิ่งสวาปามเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณหลากสีสันนั่นเข้าไปเป็นกอง มันถูกสุขลักษณะปะเนี่ย?
อย. เข้าตรวจด่วน!!
หยางซั่วรู้สึกเหมือนตัวเองจะบ้าตาย
เขามั่นใจว่าตัวเองติดตามคุณชายหลี่แห่งเมืองไห่ชวนไปข่มเหงรังแกชาวบ้าน... เอ้ย ออกตะลอนไปทั่วทิศเหนือจรดใต้มาตั้งหลายปี
คลื่นลมอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอ?
อัจฉริยะเก่งกาจแค่ไหนบ้างที่ไม่เคยได้ยิน?
แต่แม่งเอ๊ย! ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยโว้ย ว่าจะมีใครสามารถก้าวข้ามคอขวดระดับเล็กๆ ไปได้ตั้งหลายระดับจนทะยานไปถึงระดับเหินเวหาขั้นสูงสุดได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่ลมหายใจแบบนี้!
แล้วแบบนี้พวกอัจฉริยะจากเมืองต่างๆ ที่วันๆ เอาแต่เก็บตัวฝึกวิชา กินของวิเศษสารพัด จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
เอ็งเก่งกาจขนาดนี้ ท่านเจ้าเมืองเซียวฉงแห่งเมืองชางอวิ๋นเขารู้เรื่องไหมเนี่ย!
ต่อให้เป็นท่านในสมัยหนุ่มๆ ก็คงไม่ได้เล่นพิเรนทร์แบบนี้หรอกมั้ง!
ไม่ใช่แค่หยางซั่วที่มองจนตาค้าง
องครักษ์หมิงไห่ระดับเก้าชั้นฟ้าขั้นสูงทั้งแปดคนที่ล้อมรอบหลิวปั๋วอยู่ ตอนนี้ก็กำลังตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
องครักษ์หมิงไห่คือใคร?
นั่นคือกองกำลังชั้นยอดที่คัดแล้วคัดอีกจากนักสู้ของกองทัพแห่งเมืองไห่ชวนเลยนะ!
ดึงใครออกมาสักคน ก็ล้วนเป็นยอดฝีมือในระดับเดียวกัน เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ตัวจริงเสียงจริง!
แต่ตอนนี้ เมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของหลิวปั๋ว
ใบหน้าขององครักษ์ทั้งแปดก็กระตุกพร้อมกัน
ทำไมพอเอาไปเทียบกับไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้ พวกเราแปดคนถึงดูเหมือนพวกคนป่าที่ยังไม่รู้จักวิธีจุดไฟเลยวะ?
"อย่าปล่อยให้มันยืดเวลาไปมากกว่านี้!"
หนึ่งในองครักษ์ตวาดลั่น น้ำเสียงเจือความลนลานแบบที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว
"เอาจริงได้แล้ว!!"
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มบานปลายไปในทิศทางที่เหนือการควบคุม องครักษ์ทั้งแปดก็ไม่กล้าออมมืออีกต่อไป
"ตูม! ตูม! ตูม!"
พลังปราณอันมหาศาลของระดับเก้าชั้นฟ้าขั้นสูงทั้งแปดสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังปราณธาตุน้ำสีน้ำเงินเข้มถักทอประสานกันกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นมังกรน้ำขนาดยักษ์แปดตัว
มังกรน้ำแผดเสียงคำรามกึกก้อง อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกิน พร้อมแรงกดดันที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง พุ่งเข้าใส่หลิวปั๋วที่อยู่ตรงกลางจากแปดทิศทางพร้อมกัน
"ฆ่า!!!"