- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 45 องค์หญิงเงือก นาตาเลีย
บทที่ 45 องค์หญิงเงือก นาตาเลีย
บทที่ 45 องค์หญิงเงือก นาตาเลีย
นาตาเลีย เป็นทายาทเพียงคนเดียวของราชาเงือก ผู้เป็นผู้นำแห่งเผ่าสมุทร นอกเหนือจากเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่า มารดาผู้ให้กำเนิดเป็นใครแล้ว ก็เรียกได้ว่าองค์หญิงน้อยผู้สูงศักดิ์พระองค์นี้ไม่มีจุดใดให้ตำหนิได้เลย
ในฐานะที่เป็นองค์หญิงน้อยเพียงพระองค์เดียวในรอบหมื่นปีของเผ่าสมุทร ระดับความโปรดปรานที่องค์หญิงนาตาเลียได้รับนั้นย่อมไม่ต้องพูดถึง
ทั้งสถานะและฐานะที่โดดเด่น พรสวรรค์ด้านพลังจิตที่ยอดเยี่ยม และรูปโฉมงดงามหาใครเปรียบ ทำให้องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรผู้นี้กลายเป็นหนึ่งในเพศเมียที่เป็นที่หมายปองมากที่สุดในยุคดวงดาว
ยิ่งไปกว่านั้น องค์หญิงน้อยพระองค์นี้ยังมีอารมณ์อ่อนโยน ไม่มีนิสัยเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจเหมือนเพศเมียส่วนใหญ่
ราชาเงือกเคยกล่าวเอาไว้ว่า มีเพียงมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคดวงดาวเท่านั้น ถึงจะคู่ควรกับองค์หญิงน้อยของเขา
ฮิลเชอร์ในฐานะชายผู้ร่ำรวยที่สุดในยุคดวงดาว ย่อมต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับตำแหน่งสามีขององค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรอย่างแน่นอน
งานเสวนาพืชวิญญาณที่ตระกูลเออร์วินจัดขึ้นในครั้งนี้ องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรในฐานะผู้ชนะ จึงได้รับสิทธิพิเศษมากมาย
ซึ่งในนั้น ก็รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าออกห้องโถงด้านหน้าของคฤหาสน์หลักตระกูลเออร์วินด้วย
"ว่านเฉิง!" สีหน้าของฮิลเชอร์เย็นชาลงเรื่อย ๆ
ว่านเฉิงร้องโอดครวญอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม "เป็นสิทธิพิเศษที่ผู้อาวุโสอนุญาตครับ องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรพระองค์นั้นถือป้ายคำสั่งมา ผมจะกล้าขัดขวางได้ยังไงล่ะครับ" ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นนายหญิงในอนาคตด้วยซ้ำไป?
แถมตัวเขาเองก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกันกับพวกผู้อาวุโสนั่นแหละ
ตำนานเกี่ยวกับองค์หญิงเงือกน่ะ ถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะ?
ท่านผู้นำตระกูลก็รอดแล้วไม่ใช่เหรอ?
"รีบไปคุ้มกันองค์หญิงนาตาเลียกลับสถานทูตเผ่าสมุทรเดี๋ยวนี้" น้ำเสียงของฮิลเชอร์เด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งได้
ในขณะที่ว่านเฉิงกำลังจะไปจัดการตามคำสั่ง หมายเลขหนึ่งที่เพิ่งไปส่งแพทย์ก็กลับมาพอดี "เจ้านายครับ องค์หญิงนาตาเลียกำลังรออยู่ที่ห้องโถงด้านหน้า หวังว่าจะได้พบเจ้านายสักครั้งครับ"
หยุดไปครู่หนึ่ง หมายเลขหนึ่งก็พูดเสริมขึ้น "เจ้านายครับ นางกำนัลขององค์หญิงนาตาเลียยังบอกอีกว่า ถ้าวันนี้ไม่ได้พบเจ้านาย พวกเธอจะไม่ยอมกลับไปเด็ดขาดครับ"
"เจ้านายครับ ตามความเห็นของผม ก่อนที่องค์หญิงนาตาเลียจะได้พบท่าน พระองค์คงไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ หรอกครับ" เกร็กเอ่ยขึ้น
ในสายตาของเขา องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรพระองค์นั้น ไม่ใช่เพศเมียที่จะยอมล้มเลิกความตั้งใจง่าย ๆ เลย
ฮิลเชอร์ไม่มีทางเลือกอื่น จึงทำได้เพียงไปพบองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าสมุทรพระองค์นี้ด้วยตัวเอง
ณ ห้องโถงด้านหน้า
นาตาเลียกำลังทานดอกหยกสีฟ้าที่คนรับใช้เตรียมไว้ให้อย่างสบายอารมณ์
ดอกหยกสีฟ้าคือพืชวิญญาณชนิดหนึ่ง กลีบดอกมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณและความงาม จึงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเพศเมียอย่างมาก
ปลายนิ้วขาวเนียนของเธอจับกลีบดอกสีฟ้าอ่อนเอาไว้ด้วยท่าทางสง่างาม
ฮิลเชอร์ที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ
ภาพตรงหน้านี้ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน
สีฟ้า?
ไม่น่าจะใช่สีฟ้าสิ
วินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกไม่เข้าใจกับความคิดของตัวเอง
ดอกหยกสีฟ้าก็ต้องเป็นสีฟ้าอยู่แล้วสิ จะไปมีสีอื่นได้ยังไง
เมื่อเห็นร่างของมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่หมายปอง นาตาเลียก็วางดอกหยกสีฟ้าลง ริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ
"ท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์ ยินดีที่ได้พบนะคะ ได้ยินมาว่าเมื่อหลายวันก่อน ค่าความปั่นป่วนของพลังจิตของท่านพุ่งสูงขึ้น เสด็จพ่อจึงให้ฉันเป็นตัวแทนเผ่าสมุทรมาเยี่ยมเยียนค่ะ"
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใยครับ องค์หญิงนาตาเลีย รบกวนฝากทูลราชาเงือกด้วยว่าผมไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว"
เผ่าสมุทรยกย่องเผ่าเงือกให้เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด บรรพบุรุษของตระกูลเออร์วินก็เคยแต่งงานเกี่ยวดองกับเผ่าสมุทรมาก่อน
ในร่างกายของฮิลเชอร์มียีนของเงือกผสมอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้พลังจิตของเขากลายพันธุ์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาเรื่องพลังจิตของฮิลเชอร์ ความสัมพันธ์ของทั้งสองเผ่าที่เดิมทีห่างเหินกันไปแล้ว จึงได้กลับมาสนิทสนมกันอีกครั้งภายใต้ความตั้งใจของอดีตผู้นำตระกูลและสภาผู้อาวุโส
"เสด็จพ่อบอกว่า พลังจิตที่กลายพันธุ์ของท่านมีต้นกำเนิดมาจากเผ่าเงือกของเรา ฉันมีความเชี่ยวชาญเรื่องการชำระล้างพลังจิตที่ปั่นป่วนเป็นอย่างดี หวังว่าจะช่วยแบ่งเบาความกังวลให้ท่านได้บ้างนะคะ" นาตาเลียคือนักชำระล้างพลังจิตเผ่าเงือกระดับ A+ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเผ่าสมุทร
ระดับ A+ เป็นเพียงคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการ สำหรับผู้ที่มีพลังจิตอยู่ระดับ A มาเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มว่าจะเลื่อนขึ้นเป็นระดับ S ได้
เผ่าเงือกมีความเชี่ยวชาญในการใช้พลังจิตเป็นอย่างมาก ซึ่งผลลัพธ์ในการชำระล้างพลังจิตของเพศเมียเผ่าเงือกนั้น ก็จะดีกว่ามนุษย์สัตว์เพศเมียที่อยู่ในระดับเดียวกันเสียอีก
"ขอบคุณในความหวังดีขององค์หญิงนาตาเลียครับ แต่ผมหาวิธีควบคุมพลังจิตให้คงที่ได้แล้ว" ฮิลเชอร์ยังคงปฏิเสธ
"เสด็จพ่อบอกว่า บรรพบุรุษของท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์เคยแต่งงานเกี่ยวดองกับเผ่าเงือกของเรา งั้นฉันขอเรียกท่านว่าพี่ชายได้ไหมคะ" นาตาเลียเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดย้อย น้ำเสียงอ่อนหวานน่ารัก
ฮิลเชอร์ชะงักไป
องศาการเอียงคอของอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง รอยยิ้มดูแข็งทื่อไปสักหน่อย น้ำเสียงก็จงใจดัดให้อ่อนหวานจนดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
วินาทีต่อมา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดกับความคิดของตัวเองเมื่อครู่นี้
จากนั้นเขาก็หลับตาลง เพื่อปรับอารมณ์ให้สงบลง
การรักษาในห้องกักขังครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ เสียแล้ว
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็ยังคงความเย็นชาและเหินห่างเช่นเดิม เขาเอ่ยขึ้น "ขออภัยครับ องค์หญิงมีฐานะสูงส่ง ฮิลเชอร์ไม่อาจรับคำเรียกขานเช่นนั้นจากองค์หญิงได้หรอกครับ"
เมื่อเห็นว่าความหวังดีขององค์หญิงเงือกถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางกำนัลเผ่าสมุทรที่ตามเสด็จมาด้วยก็ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงตวาดเสียงดัง "ท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์ นี่คือองค์หญิงเงือกผู้สูงศักดิ์ที่สุดของเผ่าเรานะ ต่อให้เป็นองค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิของพวกท่าน ก็ยังไม่กล้าเพิกเฉยต่อองค์หญิงของเราขนาดนี้เลย ท่าน..."
นาตาเลียรีบห้ามไม่ให้นางกำนัลพูดต่อ ก่อนจะเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ขออภัยด้วยนะคะ ท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์ พี่นางกำนัลมองดูฉันเติบโตมาตั้งแต่เด็ก เธอรักและเอ็นดูฉันมาก จึงทนเห็นฉันโดนรังแกไม่ได้แม้แต่นิดเดียว หวังว่าท่านผู้นำตระกูลจะไม่ถือสาหาความพี่นางกำนัลนะคะ"
จู่ ๆ ฮิลเชอร์ก็จ้องมององค์หญิงเงือกนิ่ง
นาตาเลียรู้สึกสงสัย จึงเอ่ยถามอย่างลังเล "ท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์ทำไมถึงมองฉันแบบนั้นล่ะคะ? หรือว่าท่านไม่อยากจะยกโทษให้พี่นางกำนัล?"
"เปล่าครับ" ฮิลเชอร์ละสายตากลับมา
เงาร่างของเพศเมียที่แวบเข้ามาในหัวของเขา ไม่น่าจะใช่องค์หญิงนาตาเลียหรอก
ก่อนหน้านี้ ถึงแม้เขาจะเคยพบกับราชาเงือกมาสองสามครั้ง แต่ก็ไม่เคยพบองค์หญิงเพียงคนเดียวของเผ่าเงือกพระองค์นี้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เด็ก เพศเมียที่เขาใกล้ชิดด้วยมากที่สุดก็คือมารดา และเขาแทบจะไม่เคยสนิทสนมกับเพศเมียคนไหน นอกจากมารดาเลยด้วยซ้ำ
"ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลฮิลเชอร์ ที่ไม่ถือสาหาความพี่นางกำนัลนะคะ เป็นอย่างที่เสด็จพ่อบอกไว้จริง ๆ ด้วย พี่ฮิลเชอร์เป็นมนุษย์สัตว์เพศผู้ที่ดีมาก ๆ เลยล่ะค่ะ" น้ำเสียงของนาตาเลียดูไร้เดียงสาและน่ารักน่าเอ็นดู
ผู้ช่วยทั้งสองคนที่ยืนอยู่ไกล ๆ พลางดูเรื่องสนุกพลางวิจารณ์ไปด้วย
"ว้าว องค์หญิงน้อยเผ่าสมุทรคนนี้ถึงกับเรียกพี่ชายแล้วเหรอเนี่ย? ร้ายกาจจริง ๆ แค่พริบตาเดียว ก็ทิ้งห่างคู่แข่งไปตั้งเยอะแล้วนะ" ว่านเฉิงรู้สึกตกตะลึง
เกร็กใช้สามนิ้วบีบปากลูกหมาป่าของตัวเองเอาไว้ "ฉันว่านะ ถ้านายยังไม่รีบเข้าไปช่วยเจ้านายแก้สถานการณ์อีกล่ะก็ นายอาจจะโดนย้ายไปเป็นผู้ช่วยให้สภาผู้อาวุโสแน่"
เขากับว่านเฉิงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ตระกูลฟูมฟักมาเพื่อรับใช้เจ้านายตั้งแต่เด็ก
เรื่องอุปนิสัยของเจ้านายตัวเอง พวกเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร
อย่าเห็นว่าตอนนี้เจ้านายมีน้ำเสียงเรียบเฉย สีหน้าสงบนิ่งเชียว
ความจริงแล้ว ความอดทนแทบจะถึงขีดจำกัดอยู่แล้วต่างหาก
ในสายตาของเจ้านาย เพศเมียคือตัวปัญหาใหญ่ ส่วนลูกสัตว์ก็คือ 'สัตว์จอมโวยวาย' ที่น่ารำคาญที่สุด
"ฉันว่านะ ท่านผู้นำตระกูลควรจะใกล้ชิดกับเพศเมียให้มากกว่านี้นะ ไม่แน่ว่าจู่ ๆ เขาอาจจะรู้สึกว่าเพศเมียไม่ใช่ตัวปัญหาก็ได้?" ว่านเฉิงยังคงมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่ในใจ
หวังว่า ผู้นำตระกูลของตัวเองจะคิดได้เสียที
ทว่าความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของเขาก็ถูกฮิลเชอร์ทำลายลงอย่างรวดเร็ว
"วันนี้ก็เย็นมากแล้ว ในคฤหาสน์ก็ไม่มีสารอาหารเหลว และพืชวิญญาณที่เหมาะกับเพศเมียเลย คงไม่สะดวกที่จะรั้งตัวองค์หญิงไว้ทานอาหารค่ำ ฮิลเชอร์จะส่งคนไปคุ้มกันองค์หญิงกลับสถานทูตเดี๋ยวนี้ครับ" ถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากอุ่นร้อนของชายหนุ่ม แม้จะเปี่ยมไปด้วยมารยาท แต่น้ำเสียงกลับเย็นชาและเหินห่าง
นางกำนัลขององค์หญิง ถูกคำสั่งไล่แขกนี้ยั่วโมโหจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! การที่องค์หญิงของเราถูกใจท่าน ถือเป็นเกียรติของท่านแล้วนะ ถึงกับกล้าเสียมารยาทขนาดนี้เลยเหรอ"
พูดจบ เธอก็ประคององค์หญิงให้เดินจากไปอย่างแข็งกร้าว
ในขณะที่ว่านเฉิงรู้สึกผิดหวังที่เจ้านายไม่รู้จักคว้าโอกาสเอาไว้นั้น นางกำนัลที่เดินออกไปถึงหน้าประตูคฤหาสน์แล้ว ก็ยังมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวไม่คลาย "ตระกูลเออร์วินรังแกกันเกินไปแล้ว กลับไปฉันจะต้องทูลรายงานราชาเงือกแน่นอน องค์หญิงวางใจเถอะค่ะ ก็แค่มนุษย์สัตว์เพศผู้คนเดียว ถ้าองค์หญิงชอบ ราชาเงือกจะต้องทำให้เขา กลายมาเป็นสามีของพระองค์ได้อย่างแน่นอน"
นาตาเลียไม่ได้โต้แย้งอะไร ริมฝีปากเผยให้เห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยน
(จบบท)