- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 38 ฟีลตัวจริงกับฟีลตัวปลอม?
บทที่ 38 ฟีลตัวจริงกับฟีลตัวปลอม?
บทที่ 38 ฟีลตัวจริงกับฟีลตัวปลอม?
ภายในห้องเรียน ลูกแมวน้อยกับฟีลตัวน้อยกำลังถูกทำโทษให้ยืนอยู่
เด็กคนอื่น ๆ ล้วนพากันมายืนล้อมวงดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเองก็กำลังเฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความมึนงงเช่นกัน
ครูใหญ่ซีซีกับครูอีอีนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าชั้นเรียน
"นักเรียนฟีล แล้วก็ลูกแมวน้อยตัวนี้ด้วย สารภาพมาซะดี ๆ โทษหนักจะได้เป็นเบา ถ้าขัดขืนจะโดนลงโทษหนักนะจ๊ะ"
ลูกแมวน้อยเอาแต่ร้อง "หงิง ๆ ๆ" ไม่หยุด น้ำเสียงนั้นฟังดูน่าเวทนาและโศกเศร้าสุด ๆ
แถมยังดูมีจังหวะจะโคนซะด้วย
เจียงอวี่ซีกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อเคลียร์คอ พอมองดูท่าทางน่าสงสารของหนึ่งคนกับหนึ่งแมว ก็อดรู้สึกใจอ่อนขึ้นมานิด ๆ ไม่ได้
หรือว่าเธอจะทำเกินไปหน่อยนะ? ถ้าเกิดว่าฟีลเด็กดีกับลูกแมวน้อยมีความจำเป็นบางอย่างล่ะ?
จังหวะที่กำลังจะอ้าปากบอกให้พวกเขานั่งลง ครูอีอีก็เอ่ยขึ้นมาได้จังหวะพอดี "เจ้านายครับ เมื่อกี้ตอนที่ผมไปเอาน้ำที่ห้องครัวตามคำสั่งของคุณ โปรแกรมสแกนพบว่าฟีลกำลังนอนหลับอยู่ในห้องครัว แถมในปากยังเคี้ยวของว่างยามบ่ายของวันนี้อยู่เลยครับ"
วันนี้ตั้งแต่กินอาหารเช้าเสร็จ คนที่ปรากฏตัวก็คือลูกแมวน้อย ดังนั้นคนที่กินของว่างยามบ่ายก็ต้องเป็นลูกแมวน้อยสิ
หัวใจของเจียงอวี่ซีพลันแข็งกร้าวขึ้นมาในพริบตา
เด็กตัวแค่นี้จะมีความจำเป็นอะไรกัน แถมยังเรียนรู้วิธีโกหกแล้วด้วย แบบนี้ต้องลงโทษให้หนัก
"เก่งมากเลยนะ พวกเธอหัดสลับตัวและแอบทำเรื่องลับหลังตบตาครูใหญ่ซีซีกับครูอีอีแล้วใช่ไหม"
"นักเรียนฟีล ดอกไม้แดงของสัปดาห์นี้ของเธอถูกหักออกทั้งหมด แล้วก็เดี๋ยวครูจะต้องคุยกับผู้ปกครองของเธอหน่อยแล้วล่ะ"
ฟีลคอตก ใบหน้าเล็ก ๆ ฉายแววราวกับ 'ฟ้าถล่มลงมาแล้ว'
ครูอีอี แอบถอยไปยืนอยู่ด้านหลังเงียบ ๆ
สีหน้าของฟีลดูหดหู่มาก
ดอกไม้แดงของเขา เดิมทีเดี๋ยวพอเลิกเรียน เขาก็จะสามารถเอาไปแลกหมูแผ่นได้หนึ่งที่ ลูกอมรสนมหนึ่งที่ แล้วก็ยังมีของเล่นลูกบอลขนฟูอัตโนมัติที่ครูใหญ่ซีซีเพิ่งเอาใส่ตู้แลกของรางวัลเมื่อวานนี้อีก
หายวับไปหมดเลย ฮือ...
พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็เหลือบมอง 'เพื่อนสนิท' ด้วยความโกรธนิด ๆ
แต่ว่าถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนสนิทคนนี้ คราวก่อนตอนที่เขาไปเล่นข้างนอก ก็คงถูกสัตว์อสูรดุร้าย ที่หนีเข้ามาในเขตเมืองรอบนอกงาบกิน 'ง่ำ ๆ' ไปแล้ว
แถมเดิมทีหมูแผ่นกับลูกอมรสนม เขาก็กะจะแลกเอาไปให้เพื่อนสนิทอยู่แล้วด้วย
ส่วนของเล่นชิ้นนั้น เขา... เขาไม่เล่นก็ได้!
เพื่อนสนิท ดูจะหวาดกลัวยิ่งกว่าเขาเสียอีก ร่างกายเล็ก ๆ นั่นยังคงสั่นเทาเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา
ฟีลพยายามยืดอกเล็ก ๆ ขึ้นอีกครั้ง ทำท่าทางองอาจห้าวหาญราวกับจะบอกว่า 'ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง'
"ครูใหญ่ซีซีฮะ คุณครูอย่าไปโทษเขานะฮะ ผมเป็นคนให้ทำแบบนี้เองฮะ คุณครูอย่าไปโทษเขานะฮะ!"
เจียงอวี่ซี ทั้งโกรธทั้งขำ เจ้าตัวเล็กนี่ก็รู้จักรักเพื่อนพ้องเหมือนกันแฮะ
"นักเรียนฟีล ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะพูดนะจ๊ะ"
เธอมองดูลูกเสือขาว ที่เอาแต่ก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเธอ ท่าทางแบบนั้นทำให้เธอรู้สึกใจอ่อนขึ้นมานิด ๆ
"ส่วนเธอน่ะ สารภาพมาซะดี ๆ ชื่ออะไร มาจากไหน แล้วผู้ปกครองอยู่ที่ไหน ฉันจะขอคุยกับผู้ปกครองของเธอหน่อย"
ลูกเสือน้อย เงยหน้าขึ้นอย่างน่าสงสาร ดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเม็ดโต
"เธอแอบเข้ามาในโรงเรียนอนุบาลของพวกเราได้ยังไงกันจ๊ะ?"
ลูกเสือน้อยยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ที่ทั้งขาวทั้งอวบอ้วนขึ้นมา สั่นงันงก ทว่ากลับชี้ตรงไปยังอีอีที่อยู่ด้านหลังเธออย่างแน่วแน่
หุ่นยนต์อีอี : ?
ลูกเสือน้อยส่งเสียงร้อง "เมี๊ยว" ลากยาวด้วยความน้อยอกน้อยใจแบบสุด ๆ
เสียง "เมี๊ยว" นี้ช่างมีท่วงทำนองพลิ้วไหว สูงต่ำสลับกันไปมา อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างเต็มเปี่ยม
เขาเป็นคนจับผมเข้ามาฮะ ผมสู้เขาไม่ได้เลย
ท่าทางและสีหน้าของลูกเสือน้อย ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เข้าใจกันหมด ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็เข้าใจเช่นกัน
สายตาและแรงกดดันทั้งหมด จึงตกไปอยู่ที่ครูอีอีทันที
[ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์พี่เลี้ยงจะเป็นคนจับลูกสัตว์ตัวนี้เข้ามาจริง ๆ นะ]
[แถมยังใช้ฟังก์ชันปราบพยศอีกด้วย]
[ก่อนหน้านี้มีลูกพี่บอกไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นซีรีส์รุ่งอรุณ พลังรบสูสีกับหุ่นเกราะรบเลยนะ?]
[โปรแกรมสแกนของหุ่นยนต์พี่เลี้ยงตัวนี้เสียหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงสแกนแยกลูกสัตว์สองตัวนี้ไม่ออกล่ะ?]
[ลูกพี่ ยังอยู่ไหม? ช่วยออกมาอธิบายสถานการณ์แบบนี้หน่อยได้ไหม?]
'ลูกพี่' ถึงกับพูดไม่ออก หรือว่าหุ่นยนต์ตัวนี้จะพังแล้วจริง ๆ ?
แต่ไอ้อาการ 'ตาบอดใบหน้า' เวลาแยกร่างสัตว์ของลูกสัตว์ไม่ออกแบบนี้ มันช่างดูคล้ายกับ 'เขา' ซะเหลือเกิน?
หรือว่าหุ่นยนต์ที่ 'เขา' เป็นหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา จะติดเชื้ออาการแบบนี้มาด้วยงั้นเหรอ?
ในฐานะที่เป็นเป้าสายตาใหม่ที่ถูกดึงความสนใจไป ภายในโปรแกรมของหุ่นยนต์อีอีกลับปรากฏอารมณ์ 'อัดอั้นตันใจ' ซึ่งเป็นอารมณ์ที่มีเฉพาะในหมู่มนุษย์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"เมี๊ยว เมี๊ยว~ เมี๊ยว—" ผมอยู่ข้างนอกดี ๆ เขาก็จับผมเข้ามาปุบปับเลย
"เมี๊ยววว เมี๊ยววว~" เขาหิ้วคอผมไว้ตลอดเลย ไม่ยอมปล่อยผมไป
ลูกเสือน้อย ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกน้อยอกน้อยใจ เสียงร้องก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
ทำท่าทางน้อยใจราวกับจะบอกว่า 'ทั้งหมดเป็นความผิดของหุ่นยนต์'
'มนุษย์สัตว์ผู้รู้แจ้ง' กลุ่มหนึ่งในห้องไลฟ์สด ก็พากันช่วยแก้ตัวแทนลูกสัตว์เช่นกัน
[ความจริงแล้ว เรื่องนี้จะไปโทษลูกสัตว์ตัวนั้นทั้งหมดก็ไม่ได้นะ]
[ใช่ ๆ ๆ ลูกสัตว์ตัวเล็กแค่นั้น จะไปสู้แรงหุ่นยนต์ซีรีส์รุ่งอรุณได้ยังไง?]
อีอี เงียบ เงียบ แล้วก็เงียบต่อไป
แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะ 'แก้ต่าง' ให้ตัวเองสักสองประโยค
"เขาไม่ได้ขัดขืนครับ"
"ฟีลหายไป ผมก็เลยไปตามหา"
"บนตัวเขา ห้อยบัตรนักเรียนของฟีลเอาไว้ แล้วก็ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน"
"เขาไม่ได้ขัดขืนครับ"
อีอี ย้ำเสียงแข็งอีกครั้งด้วยความดื้อดึง
[อารมณ์ความรู้สึกน่ะไม่มีทางเลือนหายไปไหนหรอก มันแค่เปลี่ยนที่อยู่เท่านั้นแหละ]
[ฉันดันฟังอารมณ์ความรู้สึกออก จากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์อันเย็นชา แล้วก็น้ำเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ที่ราบเรียบไร้ความสูงต่ำของหุ่นยนต์ซะงั้น ฮ่าๆๆ]
[ครูอีอี คุณไม่ซื่อสัตย์เลยนะ คุณเล่นใช้ฟังก์ชันปราบพยศไปแล้ว แล้วยังจะมาโทษว่าลูกสัตว์ไม่ขัดขืนอีก]
เสียงร้อง "เมี๊ยว ๆ" ดังขึ้นอีกครั้ง เขาดูดุมากเลย ผมตัวแค่นี้สู้ไม่ได้หรอก ก็เลยโดนเขาจับตัวได้ ปุบปับแบบนั้นแหละ
เมื่อเห็นว่าทั้งลูกเสือขาว ฟีล และอีอีต่างก็ยึดมั่นในคำพูดของตัวเอง สถานการณ์ จึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
สุดท้าย ก็ยังเป็นหัวหน้าห้องเฮยม่อที่พึ่งพาได้ เป็นคนเอ่ยปากไขความกระจ่าง "ครูใหญ่ซีซีฮะ ผมรู้จักเขาฮะ"
"เฮยม่อเด็กดี งั้นเธอเล่ามาสิจ๊ะ"
"ตอนที่คุณแม่กับคุณพ่อคุยเรื่องงานกัน ผมแอบได้ยินคุณพ่อบอกว่าช่วงนี้มีลูกเสือน้อยตัวหนึ่ง หลงเข้ามาในเขตเมืองรอบนอกฮะ"
"คุณพ่อไปถามมนุษย์สัตว์มาหลายคนแล้ว เขาบอกว่าลูกเสือน้อยตัวนี้ไม่มีทั้งพ่อและแม่ บางทีอาจจะตายไปแล้วก็ได้ฮะ"
"เขาไม่มีของกินฮะ ต้องนอนอยู่ข้างถนนทุกวันเลย"
"คุณพ่อบอกว่า ตราบใดที่ลูกเสือน้อยไม่ทำร้ายลูกสัตว์ตัวอื่น ก็จะไม่เข้าไปยุ่งฮะ"
"แต่ช่วงนี้ลูกเสือน้อย วิ่งจากเขตเมืองรอบนอกเข้ามาในเขตเมืองชั้นในแล้วฮะ"
"คุณแม่บอกว่า ลูกเสือน้อยป่วย อาการหนักมากด้วยฮะ วันหลังอาจจะทำร้ายลูกสัตว์ตัวอื่นได้ เพราะงั้นเลยต้องจับตัวเอาไว้ฮะ"
"คุณพ่อบอกว่า จับไม่ได้หรอกฮะ ลูกเสือน้อยซ่อนตัวเก่งมากเลย"
……
"ผมเคยเห็นฟีลเล่นกับเขาฮะ แล้วฟีลก็ยังเอาดอกไม้แดงไปแลกของอร่อยมาให้เขาด้วยฮะ"
จากคำอธิบายเป็นฉาก ๆ ของเฮยม่อ เจียงอวี่ซี ก็พอจะเข้าใจเรื่องราวคร่าว ๆ แล้ว
ลูกเสือน้อยเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้วิ่งหลงเข้าไปในเขตเมืองรอบนอกเพียงลำพัง ตัวเล็กแค่นั้นต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน และประทังชีวิตด้วยการคุ้ยขยะกิน
(ลูกเสือน้อย : ผมไม่ได้คุ้ยขยะกินนะ!)
ด้วยความบังเอิญจึงได้มารู้จักกับฟีล แล้วทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
ลูกเสือน้อย ใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยการกินอาหารที่ฟีลแบ่งเก็บไว้ให้จนอิ่มท้อง
เมื่อวานที่แอบมาที่โรงเรียนอนุบาล ก็คงเป็นเพราะทนหิวไม่ไหว เลยมาหาของกินจากฟีลล่ะมั้ง
จากนั้นก็ถูกครูอีอีมาเจอเข้า แล้วก็เลยโดนจับกลับมาเข้าเรียนเพราะนึกว่าเป็นฟีล
หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์ ที่ตบตาผ่านด่านมาได้เมื่อวาน วันนี้ก็เลยใช้วิธีเดียวกันมาสลับตัวกันอีก
จนกระทั่ง ลูกเสือน้อยบรรลุขั้นสร้างรากฐานสำเร็จ
ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก ขับของเสียออกจากร่างกาย สีดำที่ถูกนำมาทาตัวไว้ก็เลยหลุดลอกออกมา
แผนการเล็ก ๆ ของหนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์ จึงได้ถูกเปิดโปงต่อหน้าทุกคน
เด็กกำพร้า คุ้ยขยะ ป่วย อาการหนักมาก...
คำพูดเหล่านี้กระแทกเข้ากลางใจของเจียงอวี่ซีอย่างจัง
พอมองดูลูกเสือน้อย ที่ถูกอาบน้ำจนสะอาดเอี่ยมอ่องเผยให้เห็นรูปลักษณ์อันสูงส่ง เธอยังนึกว่าเป็นลูกสัตว์บ้านไหน ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมราวกับไข่ในหินเสียอีก
ยังกะจะคุยกับผู้ปกครองสักหน่อยเลย ว่าทำไมถึงไม่ให้มาโรงเรียนอนุบาล
ทว่าผู้ชมในห้องไลฟ์สด กลับฟังปัญหาอีกอย่างหนึ่งออก จากคำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยอย่างเฮยม่อ
[ป่วย อาการหนักมาก]
[โรคทางยีนสินะ]
[โรคทางยีนน่ะไม่มีทางรักษาหายหรอก อีกไม่นานลูกเสือน้อยตัวนี้ก็จะตายแล้วล่ะ ครูใหญ่ซีซีอย่าไปยุ่งกับเขาเลยจะดีกว่า]
(จบบท)