เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ฟีลสีตกกลายเป็นลูกเสือขาว?

บทที่ 37 ฟีลสีตกกลายเป็นลูกเสือขาว?

บทที่ 37 ฟีลสีตกกลายเป็นลูกเสือขาว?


[ต้องบอกเลยว่า ดูไม่ออกจริง ๆ ว่าคาบนี้คือการสอนวิชาภาษาดวงดาวสากล]

[ฉันยังนึกว่ากำลังจัดกิจกรรมกลางแจ้งให้พวกลูกสัตว์อยู่ซะอีก...]

[โตเป็นผู้ใหญ่มาหลายปีแล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่มีลูกสัตว์ ขอสงสัยหน่อยเถอะว่า โรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้เขาสอนกันแบบนี้เหรอ?]

[คงมีแค่โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันที่สอนแบบนี้แหละมั้ง เมื่อกี้ฉันเพิ่งแวะไปดูห้องไลฟ์สดข้าง ๆ มา ลูกสัตว์เพศผู้ห้องนั้นกำลังแทะหุ่นยนต์พี่เลี้ยงอยู่เลย แขนกลโดนแทะจนหลุดออกมาแล้วน่ะ]

[ฉันก็เพิ่งมาจากห้องไลฟ์สดข้าง ๆ เหมือนกัน ทนดูไม่ได้เลย แทะจนถึงหัวแล้ว ชิปประมวลผลโผล่ออกมาให้เห็นแล้วเนี่ย]

[ฟังก์ชันปราบพยศที่จำกัดให้ใช้ได้สัปดาห์ละสามครั้งของหุ่นยนต์พี่เลี้ยงตัวนั้น คงจะถูกใช้จนหมดแล้วสินะ พวกลูกสัตว์ถึงได้กำลังแก้แค้นอยู่น่ะ]

[หุ่นยนต์พี่เลี้ยงผู้น่าสงสาร สงสัยคงต้องถูกส่งไปศูนย์ซ่อมบำรุงเพื่อตรวจเช็กสภาพอีกแล้วล่ะมั้ง]

[ดูจากท่าทางของพวกลูกสัตว์แล้ว ฉันว่าคงพังจนซ่อมไม่ได้แล้วล่ะ]

[มีมนุษย์สัตว์เพศผู้คนไหนบ้างล่ะ ที่ตอนเด็ก ๆ ไม่เคยแทะหุ่นยนต์พี่เลี้ยงพังไปสักสองสามตัวน่ะ ถ้าไม่เคยทำพังเลย ก็ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์สัตว์เพศผู้หรอก]

[แต่ว่าในห้องไลฟ์สดนี้ก็มีแต่ลูกสัตว์เพศผู้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้เงียบขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าโดนใช้กำลังปราบพยศเหมือนกัน?]

[เด็กใหม่ นายคงไม่รู้สินะ ลูกสัตว์เพศผู้ในห้องไลฟ์สดนี้รู้ความสุด ๆ ไปเลย ไม่เคยดื้อเคยซนเลยสักครั้ง]

[จะเป็นไปได้ยังไง?]

[หลักฐานก็คือครูอีอีไงล่ะ! หุ่นยนต์พี่เลี้ยงที่อยู่ข้าง ๆ นั่นน่ะ เห็นไหม เปิดไลฟ์มาห้าวันแล้ว ยังไม่เคยโดนแทะเลยสักคำ!]

[ไม่มีรอยฟันจริง ๆ ด้วย เข้าออกห้องไลฟ์สดมาตั้งเยอะ นี่เป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงตัวแรกเลยนะที่ไม่เห็นรอยฟันน่ะ]

[เดี๋ยวก่อน พวกนายช่วยหันไปสนใจลูกสัตว์หน่อยได้ไหม ลูกแมวตัวนั้นสีตกแล้ว!]

เจียงอวี่ซีก็สังเกตเห็นแล้วเช่นกัน ลูกแมวดำฟีลที่เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการ ‘ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก’ แล้ว สีดำบนตัวกำลังค่อย ๆ ลอกหลุดออกทีละน้อย...

เจียงอวี่ซีลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยถามอีอีที่อยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "อีอี วันนี้ฟีลมีความผิดปกติอะไรตรงไหนไหม?"

"วันนี้ ฟีลทานอาหารเช้ามากกว่าปกติถึงสามเท่าครับ" อีอีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา

"?" เจียงอวี่ซีไม่เข้าใจ

"ระหว่างทานอาหารเช้า ฟีลไปเข้าห้องน้ำมาครั้งหนึ่งครับ ตอนไปเป็นร่างคน แต่ตอนกลับมาเป็นร่างสัตว์ ก่อนไปทานอาหารเช้าไปแล้วหนึ่งชุดพอกลับมาก็ทานไปอีกสองชุด ตามคำสั่งที่คุณเคยบอกไว้ว่า ตราบใดที่ลูกสัตว์ยังไม่อิ่ม ก็สามารถเติมอาหารได้เรื่อย ๆ ครับ"

ดังนั้นตอนที่สแกนพบว่าลูกสัตว์เผ่าแมวตัวนั้นยังอยู่ในสภาวะหิวโหย อีอีจึงไม่ได้เข้าไปห้ามปรามอะไร

"สามชุด..." แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของอีอี เธอก็สงบสติอารมณ์ลง

[ครูใหญ่ซีซีเป็นอะไรไปน่ะ รู้สึกว่าสีหน้าเธอดูแย่มากเลยนะ]

[ไม่รู้ก็เลยขอถามหน่อยว่า ลูกสัตว์กินเยอะมันมีปัญหาอะไรตรงไหนเหรอ?]

แต่ไม่ว่าจะมีข้อสงสัยมากแค่ไหน ก็ต้องรอให้ ‘ฟีล’ บรรลุขั้นสร้างรากฐานสำเร็จเสียก่อนถึงจะค่อยว่ากัน

สิบนาทีต่อมา

"เมี๊ยว ๆ ๆ~" ทันทีที่ลืมตาขึ้น ลูกแมวน้อยก็รีบออดอ้อนทันที

รีบชมผมสิ~ รีบชมผมสิ~ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร่าเริงที่อยากจะให้คนชม

เจียงอวี่ซียกมือขึ้นกุมขมับ "เธอช่วยดูสภาพของตัวเองในตอนนี้ก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ"

ลูกแมวน้อยไม่เข้าใจความหมาย จึงก้มหน้าลงมองดูร่างกายเล็ก ๆ ของตัวเอง

"เมี๊ยว!" เสียงร้องนั้นช่างน่าเวทนาและตื่นตระหนก

"เมี๊ยว! เมี๊ยว! เมี๊ยว!" พยายามอย่างหนักที่จะปกปิดขนสีขาวที่โผล่ออกมา

"โฮก—" ผมเป็นสีดำนะ เรื่องจริงนะ เพศเมียตัวน้อยคุณต้องเชื่อผมนะ!

[ฮ่าๆๆ!]

[เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นลูกสัตว์มีท่าทีร้อนตัวขนาดนี้น่ะ]

[สีหน้าร้อนตัวแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเลยล่ะ คราวก่อนตอนที่ลูกสัตว์ที่บ้านทำความผิดก็ทำสีหน้าแบบนี้แหละ]

[พวกนายไม่มีใครสนใจหน่อยเหรอ ว่าลูกแมวดำตัวนี้เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีขาวไปแล้วน่ะ?]

[ฉันจำได้ว่าตอนที่โรงเรียนอนุบาลเปิดไลฟ์สดวันแรก มีการแนะนำตัวว่าลูกสัตว์ตัวนี้เป็นลูกแมวดำไม่ใช่เหรอ?]

[พูดก็พูดเถอะ ลูกสัตว์เผ่าแมวอย่างพวกนายยังมีอาการสีตกด้วยเหรอ? ฮ่าๆๆ]

[จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าลูกสัตว์เผ่าแมวไม่ได้น่ารักขนาดนั้นแล้วสิ มีอาการสีตกด้วย แบบนี้พอถึงเวลาบ้านไม่สกปรกแย่เหรอ?]

[เยี่ยมมาก ชื่อเสียงของเผ่าแมวป่นปี้อีกแล้วสินะ]

มีเพียงเฟรเดอริกเท่านั้นที่เงียบกริบ

ทำไมถึงรู้สึกว่าลูกแมวตัวนี้หน้าตาคุ้น ๆ ชอบกล?

ยิ่งลูกแมวน้อยดิ้นรนวุ่นวายกับร่างกายตัวเองมากเท่าไหร่ สีบนตัวก็ยิ่งหลุดลอกออกมารุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

สุดท้ายมันก็ทำได้เพียงนอนหมอบตัวราบไปกับเบาะรองนั่ง พยายามขดตัวให้กลมเป็นก้อนกลม ปากก็ยังคงส่งเสียงร้อง "เมี๊ยว ๆ" อย่างน่าสงสาร

เจียงอวี่ซีทนดูต่อไปไม่ไหว จึงออกคำสั่งให้อีอีไปนำน้ำร้อนมาหนึ่งกา

เธอเดินเข้าไปหา อุ้มลูกแมวน้อยขึ้นมา แล้วลูบคลำร่างกายเล็ก ๆ ที่กำลังสั่นเทาอย่างแผ่วเบา

ลูกแมวน้อยค่อย ๆ สงบลง และเอาแต่ถูไถฝ่ามือของเธอไม่หยุด

ปากก็ยังคงส่งเสียงร้อง "หงิง ๆ" ด้วยน้ำเสียงเด็กน้อย คล้ายกับกำลังออดอ้อน และคล้ายกับกำลังขอโทษอยู่ในที

เธอสังเกตลูกแมวน้อยในฝ่ามือ

บัตรนักเรียนไม่ผิดแน่ ค่ายกลที่อยู่บนนั้นเธอเป็นคนสลักด้วยตัวเองเลยนะ

ป้ายไม้เล็ก ๆ นี้ไม่ได้เป็นแค่บัตรนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์วิเศษป้องกันอีกด้วย

สามารถต้านทานการโจมตีเต็มกำลังของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานระดับสูงสุดได้หนึ่งครั้ง

แถมถ้าไม่ใช่เจ้าตัวก็ไม่สามารถถอดออกได้

แล้วก็ไอ้ของสีดำ ๆ พวกนี้ ดูเหมือน... จะเป็นสีชนิดหนึ่ง?

เสียงร้องของลูกแมวน้อยเมื่อครู่นี้ ได้ ‘ปลุก’ ให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ตื่นขึ้นมากันหมดแล้ว ยกเว้นสามคนที่กำลังทะลวงผ่านระดับอยู่

พวกลูกสัตว์มองดู ‘ฟีล’ ที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอยู่ในมือของครูใหญ่ซีซี แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพากันเข้ามาล้อมวงดู

"ฟีลเป็นอะไรไปเหรอฮะ?"

"ฟีลกลายเป็นลูกแมวลายด่างไปแล้วเหรอ?"

ลูกแมวดำพอสีลอกออกแล้ว ก็มีสีขาวบ้างดำบ้าง สีสันด่างพร้อย ดูเหมือนลูกแมวลายด่างจริง ๆ นั่นแหละ

"ฟีลหิวหรือเปล่าฮะ?"

ครูอีอีไปนานพอสมควร นานจนเจ้าตัวเล็กทั้งหลายล้อมวงถกเถียงกันไปหลายรอบแล้วก็ยังไม่กลับมา

มองดูสีเหนียวเหนอะหนะบนตัวลูกแมวน้อย แล้วหันไปมองเจ้าตัวเล็กอีกสามคนที่ยังอยู่ในระหว่างการทะลวงผ่านระดับ เธอเองก็ปลีกตัวไปไหนไม่ได้

ไม่มีวิธีอื่นแล้ว จึงทำได้เพียงหยิบหม้ออาบน้ำที่ลูกแมวน้อยใช้เป็นประจำออกมาจากอุปกรณ์มิติ แล้วนำน้ำค้างวิญญาณทั้งหมดที่รวบรวมไว้เทลงไปเพื่อต้มให้ร้อน

นี่คือของที่เธอสะสมไว้ทั้งหมดเลยนะ ปวดใจชะมัด

เมื่ออุณหภูมิของน้ำพอเหมาะแล้วก็ปรับให้คงที่ จากนั้นจึงวางลูกแมวน้อยลงไป

ภายใต้การชำระล้างของน้ำค้างวิญญาณ สีบนตัวของลูกแมวน้อยก็ค่อย ๆ หลุดลอกออกไป

เจ้าตัวเล็กทั้งหลายที่เดิมทีส่งเสียงเจื้อยแจ้วกันอยู่ พอมองดูฟีลที่ยิ่งอาบก็ยิ่งขาว ก็ค่อย ๆ เงียบเสียงลง

[ตาฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม ลูกแมวดำกลายเป็นลูกแมวขาวไปแล้ว]

[ขนที่ขาวโพลนไปทั้งตัวแบบนี้...]

เฟรเดอริก: ทำไมยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนลูกเสือตัวนั้นของจักรวรรดิเลยล่ะ

แต่ลูกเสือตัวนั้นที่เขาเคยหิ้วเล่นในตอนนั้น ตอนนี้ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่นา ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

คาดว่าคงแค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้นแหละ

เพราะถึงยังไงร่างสัตว์ของพวกลูกสัตว์ ก็หน้าตาคล้าย ๆ กันหมดนั่นแหละ

เจียงอวี่ซีอุ้มลูกแมวน้อยที่ถูกอาบจนตัวขาวโพลนขึ้นมา แล้วใช้พลังวิญญาณเป่าขนที่เปียกชุ่มให้แห้ง

เจ้าตัวเล็กที่มีขนฟูนุ่มสีขาวโพลนไปทั้งตัว โดยไม่มีขนสีอื่นปะปนเลยแม้แต่เส้นเดียวก็ปรากฏตัวขึ้น

[เอ่อ... ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า นั่นมันไม่ใช่ลูกแมวแล้วล่ะ?]

[ลูกแมวอะไรกันเล่า! นั่นมันลูกเสือชัด ๆ! ลูกเสือที่ขาวสะอาดไร้สีเจือปนแบบนี้ ทำเอาฉันนึกถึงราชวงศ์แห่งจักรวรรดิเลยนะ!]

[ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิ? เผ่าเสือขาวงั้นเหรอ?!]

ทางด้านนี้ หัวหน้าห้องเฮยม่อที่ในที่สุดก็ทะลวงผ่านระดับสำเร็จ ลืมตาขึ้นมา ยังไม่ทันจะได้แบ่งปันความยินดีในการทะลวงผ่านระดับให้ครูใหญ่ซีซีฟัง ก็เหลือบไปเห็นลูกเสือขาวตัวนั้นเข้าเสียก่อน

นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านหัวหน้าห้องผู้มีเหตุผลและพึ่งพาได้ ปากไวกว่าความคิด โพล่งถามออกมาว่า "นี่ไม่ใช่เพื่อนสนิทของฟีลหรอกเหรอฮะ?

ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลของพวกเราได้ล่ะฮะ แถมที่คอยังห้อยบัตรนักเรียนของฟีลอยู่อีก"

สายตาของเฮยม่อเด็กดีช่างเฉียบแหลมจริง ๆ

ในขณะนี้เอง ครูอีอีที่หายไปนานก็กลับมา ในมือซ้ายหิ้วกาน้ำร้อนมาหนึ่งใบ

ส่วนมือขวาใช้ท่าหิ้วลูกสัตว์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี หิ้วคอเจ้าตัวเล็กในร่างคนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน

ฟีลในร่างคน กับลูกเสือน้อยในร่างสัตว์

ชั่วขณะนั้น ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 37 ฟีลสีตกกลายเป็นลูกเสือขาว?

คัดลอกลิงก์แล้ว