- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 34 คาบเรียนสุดท้ายของวันศุกร์ (ตอนจบ)
บทที่ 34 คาบเรียนสุดท้ายของวันศุกร์ (ตอนจบ)
บทที่ 34 คาบเรียนสุดท้ายของวันศุกร์ (ตอนจบ)
เมื่อสวดอ่านคัมภีร์อย่างช้า ๆ พวกลูกสัตว์ในชั้นเรียนก็เริ่มสงบลงทีละน้อย
"หวนคืนสู่รากฐานเรียกว่าความสงบ ความสงบคือการกลับคืนสู่ชีวิต..."
เสียงเคาะมู่อวี๋อันเป็นเอกลักษณ์ และเสียงสวดคัมภีร์อันนุ่มนวลของเพศเมียตัวน้อย ราวกับแฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างที่สามารถชำระล้างพลังจิตได้ มันแทรกซึมลึกลงไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ
ลูกสัตว์ที่อยู่นอกห้องไลฟ์สด ซึ่งถูกผู้ปกครองบังคับให้ดู ต่างก็หยุดพฤติกรรมก่อกวนลงอย่างไม่รู้ตัว แล้วนั่งเงียบ ๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอห้องไลฟ์สด
ในจำนวนนั้นรวมถึงมนุษย์สัตว์ที่เมื่อวานตอนดูไลฟ์สดบอกว่าจะพาลูกสัตว์ที่บ้านมานั่งดูครูใหญ่ซีซีด้วยกันด้วย
เดิมทีเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เพราะถึงยังไงลูกสัตว์บ้านเธอก็ดื้อรั้นป่วนซนเกินไปจริง ๆ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ลูกสัตว์บ้านเธอที่ไม่เคยหวาดกลัวฟ้าดิน จะมาทำตัวว่าง่ายในห้องไลฟ์สดของครูใหญ่ซีซีแบบนี้
พอได้ยินครูใหญ่ซีซีบอกให้รีบนั่งให้เรียบร้อย ลูกสัตว์ก็ยอมนั่งลงอย่างว่าง่ายจริง ๆ
น้ำเสียงห้าว ๆ ที่ปกติเอาแต่ร้องโวยวายขู่ฟ่อใส่บรรดาผู้เป็นพ่อ กลับสงบลงอย่างหาได้ยาก แล้วเลียนแบบพวกลูกสัตว์ในห้องไลฟ์สด เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็กน้อยสุดน่ารักว่า "ครูใหญ่ซีซี พ้มก็นั่งเรียบย้อยแย้วฮะ"
แถมยังคอยเร่งเร้าไม่หยุด ให้เธอรีบพิมพ์บอกครูใหญ่ซีซีด้วย
ตั้งแต่ลูกสัตว์เกิดมาจนถึงตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอพบว่าลูกสัตว์ของตัวเองสามารถเปล่งเสียงน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ออกมาได้ด้วย
ช่างน่ายินดีปรีดา? แฮปปี้กันถ้วนหน้า?
ภายใต้เสียงเร่งเร้าของลูกสัตว์ เธอจึงทำได้เพียงพิมพ์ข้อความลงไปว่า : [ไอ้ลูกตัวเหม็นที่บ้านฉันก็นั่งเรียบร้อยแล้วจ้า]
ด้วยความกลัวว่าคนในห้องไลฟ์สดจะพูดกันเยอะเกินไปจนข้อความของตัวเองถูกกลืนหายไปในช่องแชต เธอถึงกับยอมโดเนทของขวัญให้เป็นครั้งแรกในชีวิต
[วันนี้คุณอัดลูกสัตว์แล้วหรือยัง] โดเนท ‘อมยิ้ม’ ให้สตรีมเมอร์ x1
"ความสมบูรณ์คือฟ้า ฟ้าคือเต๋า เต๋าคือความยั่งยืน..."
น้ำเสียงที่ก้องกังวานและไพเราะของเพศเมียตัวน้อยราวกับดังขึ้นที่ข้างหู
"ว่างเปล่าเพื่อรองรับสรรพสิ่ง ว่างเปล่าเพื่อรองรับจิตวิญญาณ จิตว่างเปล่าวิญญาณจึงจะมั่นคง จิตสงบวิญญาณจึงจะเคลื่อนไหว ความว่างเปล่าถึงขีดสุดนำไปสู่การไร้ตัวตน ความสงบอย่างแน่วแน่คือนำไปสู่การลืมเลือนตน..."
คัมภีร์ชำระใจมีความยาวไม่มาก มีเพียงพันกว่าตัวอักษรเท่านั้น เธอสวดอ่านทั้งหมดสามรอบ
เมื่อหยุดสวด ก็พบว่าลูกสัตว์ในชั้นเรียนได้เข้าสู่สภาวะ ‘รักษาความว่างเปล่า รักษาความสงบ’ ตามที่คัมภีร์ได้กล่าวไว้แล้ว
สิ่งที่เธอไม่ทันสังเกตก็คือ ครูอีอีที่คอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ก็ยืนนิ่งไม่ไหวติงเช่นกัน
เมื่อนึกถึงผู้ชมในห้องไลฟ์สดที่เธอเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีตัวตนอยู่จริงไหม เธอจึงเอ่ยอธิบายขึ้นมา
"ผู้ปกครองในห้องไลฟ์สดทุกท่านคะ ถ้าลูกสัตว์ที่บ้านเข้าสู่สภาวะที่ดูเหมือนการหลับตื้นแต่ความจริงแล้วคือการบำเพ็ญเพียรเหมือนกับเด็กดีในโรงเรียนอนุบาล ทางที่ดีอย่าเพิ่งปลุกพวกลูกสัตว์นะคะ"
คัมภีร์ชำระใจสมกับเป็นหนึ่งในสิบบทคัมภีร์บังคับท่องของสำนักควบคุมสัตว์อสูรที่รวบรวมข้อดีของร้อยสำนักมาไว้ด้วยกันจริง ๆ เห็นผลชัดเจนมาก
ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรดายอดฝีมือที่รวบรวมสิบบทคัมภีร์บังคับท่องพวกนี้ จะมีสัมผัสวิญญาณอยู่ในระดับไหนกันนะ
(บรรดายอดฝีมือผู้รวบรวมคัมภีร์เคล็ดวิชา : สัมผัสวิญญาณก็งั้น ๆ อาศัยแค่กำปั้นล้วน ๆ)
(‘ร้อยสำนักที่ถูกรวบรวม’ : สำนักควบคุมสัตว์อสูรของพวกแกแข็งแกร่งแล้วมีสิทธิ์ทำแบบนี้งั้นสิ ถึงได้พาบรรดาสัตว์วิเศษของสำนักยกขบวนกันมาอุดทางเข้ายอดเขาของพวกเราเพื่อขอ ‘ประลอง’ อยู่ได้ทุกวี่ทุกวันน่ะ!)
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ จำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์สดตอนนี้ ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากเหรียญดาวของเซตจักรพรรดิและบารมีของซิงเหอฉางหมิง ได้พุ่งทะยานเข้าสู่อันดับท็อปร้อยของการแข่งไลฟ์สดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า การแข่งไลฟ์สดในครั้งนี้ มีโรงเรียนอนุบาลเข้าร่วมนับหมื่นแห่ง โรงเรียนที่สามารถแทรกตัวเข้าสู่ท็อปร้อยได้ ล้วนแต่เป็นโรงเรียนที่มีรากฐานลึกซึ้งและมีประวัติศาสตร์ยาวนานทั้งนั้น
แม้แต่โรงเรียนอนุบาลอันดับหนึ่งแห่งดาวไห่หลานที่มีชื่อเสียงและฝีมือพัฒนาอย่างก้าวกระโดดที่สุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ยังต้องผ่านการสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน กว่าจะมีอันดับติดท็อปได้อย่างทุกวันนี้
โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันที่เพิ่งจะเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรกก็สามารถเบียดเข้าสู่ทำเนียบท็อปร้อยได้สำเร็จ ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะขบคิดว่า : ห้องไลฟ์สดแห่งนี้มีความพิเศษที่เหนือกว่าใครตรงไหนกัน ถึงได้รับความสนใจจากมหาเศรษฐีระดับท็อปอย่างซิงเหอฉางหมิง ที่ยอมทุ่มเททั้งเวลา แรงกาย และเงินทองเพื่อสนับสนุนถึงขนาดนี้
มนุษย์สัตว์ที่พกพาความสงสัยเช่นนี้ ทยอยหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์สดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทว่าในตอนนี้ ภายในห้องไลฟ์สดที่มียอดผู้ชมออนไลน์กว่า 9999+ กลับไม่มีมนุษย์สัตว์ตัวไหนปริปากพูดเลยสักคน ทำเอาชาวเน็ตที่เพิ่งเข้ามาใหม่พากันงุนงงไปตาม ๆ กัน
[ตามมาจากเซตจักรพรรดิ ห้องไลฟ์สดนี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงเงียบกริบขนาดนี้]
[เงียบขนาดนี้ ไอ้พวกที่อยู่ในนี้คงไม่ใช่ ‘หน้าม้า’ ที่โรงเรียนอนุบาลจ้างมาเพื่อเรียกยอดหรอกนะ]
[ลูกสัตว์ในห้องไลฟ์สดกำลังนอนหลับกันอยู่เหรอ? ทำไมถึงมานอนอยู่ข้างนอกล่ะ?]
[ทำไมถึงมีลูกแมวตัวหนึ่งนั่งขัดสมาธินอนหลับด้วยล่ะเนี่ย?]
[โรงเรียนอนุบาลนี้มันยังไงกัน ตอนรับเข้าเรียนไม่ได้ตรวจสภาพลูกสัตว์เลยหรือไง? ลูกสัตว์ที่แม้แต่จะกลายร่างยังทำไม่ได้แบบนี้ ก็ยังจะรับเข้ามาอีกเหรอ?]
บรรดามนุษย์สัตว์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ต่างพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย ส่วนมนุษย์สัตว์หน้าเดิมที่กำลังฟังคัมภีร์ชำระใจต่างก็จมดิ่งอยู่ในโลกแห่งคัมภีร์ จึงไม่มีใครเข้ามาตอบโต้เลยสักคน
เจียงอวี่ซีลุกขึ้นยืน โคจรพลังปราณปกคลุมดวงตา เพื่อสังเกตสถานะการเรียนรู้ของนักเรียน
พอมองไปมองมา เธอก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ลูกแมวน้อยฟีลกำลังจะทะลวงผ่านระดับแล้วงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน?
ตามความคืบหน้าในการเรียนของฟีล น่าจะทะลวงผ่านระดับได้ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ก็มะรืนนี้สิ
เธอเดินเข้าไปใกล้ลูกแมวน้อย แล้วจ้องมองอย่างละเอียด
ลูกแมวน้อยที่กำลังนั่งขัดสมาธิอย่างตั้งใจ จุดชีพจรปราณภายในร่างกายใกล้จะก่อตัวสมบูรณ์แล้ว พลังปราณกำลังพุ่งชนทะเลปราณภายในร่าง ทว่าหมอกดำในทะเลปราณกลับเกาะติดหนึบราวกับปลิงดูดเลือด
"เต๋าคือความว่างเปล่า แม้ถูกใช้งานก็ไม่มีวันเหือดแห้ง... ลบเลือนความแหลมคม คลี่คลายความยุ่งเหยิง กลมกลืนกับแสงสว่าง ผสานรวมเข้ากับธุลีดิน..."
เมื่อสิ้นเสียงของเจียงอวี่ซี สีหน้าของลูกแมวน้อยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความสงบนิ่ง กระแสลมปราณในทะเลปราณก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นกัน
ในขณะที่เธอรู้สึกประหลาดใจระคนยินดี เธอก็รู้สึกยากจะเข้าใจอยู่บ้าง ฟีลตัวน้อยกลายเป็นนักเรียนคนแรกในชั้นที่ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานไปแล้วงั้นหรือ
ตามที่เธอคาดการณ์ไว้ คนที่น่าจะทะลวงผ่านระดับได้เป็นคนแรก น่าจะเป็นเฮยม่อ กาซิโอ หรือไม่ก็ดอริสคนใดคนหนึ่งสิ
เฮยม่อเป็นคนที่พยายามมากที่สุด พรสวรรค์ก็ดีเลิศ จึงมีความหวังที่จะทะลวงผ่านได้มากที่สุด
กาซิโอมีพรสวรรค์แทบจะไม่ต่างจากเฮยม่อเลย เพียงแต่ที่เขาตั้งใจบำเพ็ญเพียรก็เพราะชอบแข่งขันกับเฮยม่อเท่านั้น พอถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ต้องอยู่บ้าน เมื่อไม่มีเฮยม่อคอยเป็นแรงกระตุ้นอยู่ข้าง ๆ เขาก็เลยแอบขี้เกียจไปบ้าง ความคืบหน้าในการบำเพ็ญเพียรจึงล่าช้าไปก้าวหนึ่ง
ถึงแม้ว่าดอริสจะมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอที่สุดในบรรดานักเรียนทั้งหมดในชั้นก็ตาม แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่เป็นข้อจำกัดจากเผ่าพันธุ์ของเขาเอง ทำได้เพียงใช้การบำเพ็ญเพียรคอยขัดเกลาและปรับปรุงสภาพร่างกายให้ดีขึ้นอย่างช้า ๆ เท่านั้น
แต่เจ้าตัวเล็กคนนี้กลับมีความเข้าใจถ่องแท้ดีที่สุด สามารถตีความทำความเข้าใจคัมภีร์ต่าง ๆ ได้เร็วที่สุด นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอมั่นใจว่าเจ้าตัวเล็กจะเป็นหนึ่งในคนที่เลื่อนระดับได้เร็วที่สุด
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา นี่มันเป็นโรคประจำตัวของพวกอัจฉริยะชัด ๆ แค่บรรลุธรรมเพียงครั้งเดียว ก็เทียบเท่ากับคนอื่นบำเพ็ญเพียรมาเป็นสิบปีแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายคนที่คว้าอันดับหนึ่งไปครองจะเป็นฟีลตัวน้อย กลายเป็นนักเรียนคนแรกในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนอนุบาลที่ก้าวเข้าสู่วิถีการบำเพ็ญเพียรได้สำเร็จ
สัปดาห์หน้าคงต้องจัดพิธีมอบรางวัลให้ฟีลตัวน้อยสักหน่อย เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจในการเรียนของเจ้าตัวเล็กคนอื่น ๆ ให้ฮึกเหิมขึ้นมาบ้าง
ในขณะนี้ บรรดามนุษย์สัตว์ในห้องไลฟ์สดได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
มนุษย์สัตว์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ต่างก็ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย พากันพิมพ์ข้อความวุ่นวายไปหมด ซึ่งในนั้นก็รวมถึงคำด่าทอหยาบคายที่ทนดูไม่ได้อยู่ส่วนหนึ่งด้วย
[ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพวกมนุษย์สัตว์เพศผู้อย่างพวกแก จะไปชอบเพศเมียแบบนี้ลงได้ยังไง]
[แต่ก็ถูกของพวกแกแหละ ด้วยฐานะของเพศเมียคนนี้ กับพวกมนุษย์สัตว์เพศผู้ขยะที่ทั้งหยาบคาย ป่าเถื่อน และยากจนอย่างพวกแก ก็ถือว่าเหมาะสมกันดีนี่]
[โรงเรียนอนุบาลขยะอะไรเนี่ย ทั้งบ้านนอกทั้งล้าหลัง ยุคนี้มันปีศักราชดวงดาวแล้วนะ ยังจะใช้ต้นไม้มาสร้างบ้านอยู่อีกเหรอ]
[ให้ตายเถอะ โรงเรียนอนุบาลยาจกขนาดนี้ ทำเอาสายตาฉันเสียหมดเลย]
[กลิ่นอายความจนมันทะลุอุปกรณ์ไลฟ์สดออกมาเลย ขืนดูบ่อย ๆ ฉันคงไม่ติดกลิ่นความจนของพวกมันมาด้วยหรอกนะ]
ส่วนแฟนคลับหน้าเดิมในห้องไลฟ์สด ส่วนหนึ่งก็รู้สึกโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร
เพราะถึงยังไงคนที่โพสต์ข้อความหาเรื่องพวกนี้ ต่างก็มีป้ายชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นเพศเมียห้อยอยู่ทั้งนั้น
ในขณะที่แฟนคลับหน้าเดิมซึ่งมีป้ายเพศเมียห้อยอยู่เหมือนกัน ก็เริ่มเปิดศึกสาดน้ำลายด่าทอกับมนุษย์สัตว์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่แล้ว
ห้องไลฟ์สดที่เดิมทีมีแต่ความสนุกสนานและผ่อนคลาย พลันคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของดินปืนในชั่วพริบตา
ในเวลานี้ หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองหน้าจอห้องไลฟ์สดอยู่ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวในที่สุดก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา "ก็แค่นังเด็กชั้นต่ำตัวหนึ่ง คอยดูสิว่าแกจะมีปัญญาเอาอะไรมาสู้กับฉัน"
(จบบท)