- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 17 พืชวิญญาณและพืชธรรมชาติ
บทที่ 17 พืชวิญญาณและพืชธรรมชาติ
บทที่ 17 พืชวิญญาณและพืชธรรมชาติ
ในที่สุดการแข่งขันไลฟ์สด ของโรงเรียนอนุบาลระดับดวงดาวประจำปีก็เปิดฉากขึ้น ประเด็นการพูดคุยของประชาชน ทั่วยุคดวงดาวพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยอัตราการเกิดที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน บวกกับสัดส่วนระหว่างมนุษย์สัตว์เพศผู้และเพศเมียที่ต่างกันลิบลับ ทำให้มนุษย์สัตว์เพศผู้จำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่เป็นร้อย ๆ ปีโดยไม่สามารถหาคู่ครองเพศเมียได้ และก็มีอีกหลายครอบครัวที่ตลอดทั้งชีวิตไม่สามารถให้กำเนิดลูกสัตว์ได้เลยแม้แต่คนเดียว
ความสำคัญที่ชาวมนุษย์สัตว์ มีต่อพวกลูกสัตว์จึงเป็นสิ่งที่ชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบาย
และการแข่งขันไลฟ์สดของโรงเรียนอนุบาล ก็ถือกำเนิดขึ้นจากเหตุผลนี้นี่แหละ — เพื่อให้ชาวมนุษย์สัตว์นับล้านล้านดวงดาวได้เลี้ยงลูกทิพย์และสูดดมลูกสัตว์ทิพย์กันให้ชื่นใจ
และในช่วงเวลานี้ของทุกปี กลุ่มคนที่ตื่นเต้นที่สุดไม่ใช่โรงเรียนอนุบาลที่เข้าร่วมการแข่งขัน หรือพวกลูกสัตว์ที่ลงแข่ง แต่เป็นชาวมนุษย์สัตว์ทุกคนในสังคมยุคดวงดาว โดยเฉพาะมนุษย์สัตว์ที่ไม่มีลูกสัตว์เป็นของตัวเอง
กฎของการแข่งขันไลฟ์สด กำหนดไว้ว่า จะต้องนำเสนอวิถีชีวิตประจำวันในโรงเรียนที่แท้จริงของลูกสัตว์ ไม่ใช่การเตี๊ยมสคริปต์หรือจัดฉากทำภารกิจต่าง ๆ
และนี่ก็คือสิ่งที่ชาวมนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวต้องการจะเห็นมากที่สุดเช่นกัน
สิ่งที่เจียงอวี่ซี ผู้มุ่งมั่นอยู่แต่กับเงินรางวัลไม่เคยรู้เลยก็คือ รายได้หลักของการแข่งขันไลฟ์สดครั้งนี้ไม่ใช่เงินรางวัล แต่เป็นเงินโดเนทจากผู้ชมต่างหาก
เงินรางวัลชนะเลิศ 10 ล้านเหรียญดาวนั่น เป็นแค่ของประดับบารมีเท่านั้นแหละ
เนื้อหาของการไลฟ์สดไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมถึงการโต้ตอบกันอย่างสนุกสนานระหว่างลูกสัตว์กับผู้ชมในช่องไลฟ์สดด้วย
ดาวหลัก ณ ศูนย์บัญชาการของผู้จัดการแข่งขันไลฟ์สด
“ผู้สนับสนุนหลักรายใหญ่ที่สุดของการแข่งขันไลฟ์สดปีนี้ ก็ยังคงเป็นเออร์วินกรุ๊ปและสมาคมคุ้มครองลูกสัตว์เหมือนเดิม
“เอ๊ะ อันดับสามคือสมาคมพืชวิญญาณ กับสมาคมพืชธรรมชาติงั้นเหรอ?
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? สองสมาคมนี้ไม่ค่อยจะลงรอยกันไม่ใช่หรือไง? ทำไมปีนี้ถึงมาเป็นผู้สนับสนุนหลักอันดับสามร่วมกันได้ล่ะ?”
มนุษย์สัตว์เพศผู้ ที่รับผิดชอบรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนการไลฟ์สดบ่นพึมพำด้วยความสงสัย
ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครือเออร์วินกรุ๊ป ล้วนเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลูกสัตว์ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นของใช้จุกจิกอย่าง เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง อุปกรณ์การเรียน ของเล่น เครื่องเล่นในสวนสนุก ไปจนถึงของชิ้นใหญ่อย่างน้ำยาปรับยีนและน้ำยาเสริมการเจริญเติบโตสำหรับลูกสัตว์ ล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในยุคดวงดาว
เคยมีมนุษย์สัตว์กล่าวเอาไว้ว่า: ผลิตภัณฑ์สำหรับลูกสัตว์ของเออร์วินกรุ๊ป มีแต่สิ่งที่คุณคาดไม่ถึงเท่านั้น ไม่มีสิ่งไหนที่เออร์วินกรุ๊ปผลิตออกมาไม่ได้
ผู้ก่อตั้งเออร์วินกรุ๊ปยึดมั่นในอุดมการณ์ “ทุกอย่างเพื่อลูกสัตว์” มาโดยตลอด มุ่งมั่นที่จะค้นคว้าความต้องการในแต่ละช่วงวัยของลูกสัตว์ โดยนำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการวิจัยและพัฒนา และลงมือทำจริงจนได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงออกมามากมาย
ว่ากันว่า น้ำยาเสริมการเจริญเติบโตสำหรับลูกสัตว์รุ่นแรกสุด ก็ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อพวกลูกสัตว์ที่มีอาการเบื่ออาหารโดยเฉพาะ
ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาที่พวกลูกสัตว์ไม่ยอมกินน้ำยาอาหารเหลวได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสารอาหารและธาตุพิเศษต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกสัตว์ได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย
นอกจากนี้ เออร์วินกรุ๊ปยังเป็นผู้สนับสนุนหลักขาประจำของการแข่งขันรายการต่าง ๆ สำหรับลูกสัตว์ในยุคดวงดาวอีกด้วย
การแข่งขันไลฟ์สดของโรงเรียนอนุบาลที่เน้นนำเสนอวิถีชีวิตจริงของลูกสัตว์ในโรงเรียน แน่นอนว่าต้องเป็นเป้าหมายหลักในการสนับสนุนของเออร์วินกรุ๊ปเช่นกัน
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ สมาคมพืชวิญญาณและสมาคมพืชธรรมชาติกลับขึ้นมาเป็นผู้สนับสนุนอันดับสามร่วมกันในปีนี้
ปีก่อน ๆ สมาคมพืชวิญญาณและสมาคมพืชธรรมชาติ ก็แค่ส่งเงินมาสนับสนุนพอเป็นพิธีเพื่อจองพื้นที่โฆษณาเท่านั้นเอง
เพื่อนร่วมงานที่รู้ตื้นลึกหนาบาง กระซิบกระซาบข้างหูมนุษย์สัตว์เพศผู้คนนั้น “ได้ยินมาว่า ปีที่แล้วองค์รัชทายาท ทรงค้นพบพืชชนิดพิเศษต้นหนึ่งในระบบดาว S สมาคมพืชธรรมชาติก็ยืนกรานว่าเป็นพืชธรรมชาติ ส่วนสมาคมพืชวิญญาณ ก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าเป็นพืชวิญญาณ
“ฝ่ายนึงก็บอกว่าเป็นพืชธรรมชาติ อีกฝ่ายก็บอกว่าเป็นพืชวิญญาณ ก็เลยงัดกันไม่ลงแบบนี้ไงล่ะ แล้วทีนี้ก็มีข่าวลือหนาหูว่า พืชต้นนี้น่าจะมีสรรพคุณมหาศาล ในการช่วยให้ลูกสัตว์เลื่อนระดับพลังได้ พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมล่ะ”
พืชในยุคดวงดาว ถูกแบ่งประเภทตามระดับความบริสุทธิ์ของรังสีออกเป็น พืชธรรมชาติ และ พืชวิญญาณ
พืชธรรมชาติ จะมีรังสีเจือปนอยู่ในตัวปริมาณมาก มีหลากหลายสายพันธุ์และมีจำนวนมหาศาล แบ่งออกเป็นเก้าระดับ (ตั้งแต่ 1-9)
ยิ่งระดับสูง รังสีที่เจือปนอยู่ในพืชธรรมชาติก็จะยิ่งเยอะ ส่วนความบริสุทธิ์และพลังงานก็จะยิ่งน้อยลง พืชธรรมชาติระดับเก้าเพียงต้นเดียว มีรังสีมากพอที่จะกระตุ้นให้นักรบแห่งดวงดาวระดับ SS เกิดภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่งได้เลยทีเดียว
ส่วนพืชวิญญาณ เป็นพืชชนิดพิเศษที่มีทั้งความบริสุทธิ์ และพลังงานอยู่ในระดับสูงมาก ภายในต้นพืชอัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาล
ตามทฤษฎีแล้ว พืชวิญญาณจะถูกแบ่งตามระดับความบริสุทธิ์และพลังงานออกเป็นสิบสองระดับ (1-12) แต่ในความเป็นจริง พืชวิญญาณที่ถูกค้นพบมีแค่ระดับหนึ่งถึงเก้าเท่านั้น
พืชวิญญาณนั้นหายากมาก ซึ่งต่างจากพืชธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง
หายากชนิดที่ว่า การค้นพบพืชวิญญาณเพียงต้นเดียว ก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วยุคดวงดาวได้แล้ว
พืชวิญญาณมีความบริสุทธิ์สูงลิ่ว และอัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาล ซึ่งสามารถให้มนุษย์สัตว์ดูดซับเข้าไปได้โดยตรง ตามคุณสมบัติของพืชชนิดนั้น ๆ และมีประโยชน์หลากหลายประการ ส่วนผสมหลักของน้ำยาปรับยีนสำหรับลูกสัตว์ ก็คือพืชวิญญาณนี่แหละ
ในขณะที่พืชธรรมชาติ สามารถเพาะพันธุ์และปลูกได้ในปริมาณมาก แต่การปรากฏขึ้นของพืชวิญญาณ กลับไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว และไม่สามารถใช้เทคโนโลยีของมนุษย์เข้าไปแทรกแซงได้
ถึงแม้ทั้งสองอย่างจะเป็นพืชเหมือนกัน แต่มันก็มีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็น กั้นขวางเพื่อแยกพืชธรรมชาติกับพืชวิญญาณออกจากกันโดยสิ้นเชิง
พืชธรรมชาติก็จะเป็นพืชธรรมชาติตลอดไป ไม่มีทางที่ค่ารังสีจะลดลงฮวบฮาบจนกลายเป็นพืชวิญญาณไปได้หรอก
ทว่าพืชวิญญาณต่างหาก ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ จนทำให้ค่าความบริสุทธิ์ลดต่ำลง และกลายสภาพเป็นพืชธรรมชาติระดับสูงแทน
ซึ่งเรื่องนี้มันก็ไปพ้องกับ เรื่องภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่งของมนุษย์สัตว์ ที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่กองทัพตะวันเบิกฟ้าค้นพบพืชธรรมชาติที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงถึง 90 ในระบบดาว S จึงก่อให้เกิดการปะทะคารมกันอย่างดุเดือดระหว่างสองสมาคมใหญ่
“ฉันมีญาติทำงานอยู่ในกองทัพตะวันเบิกฟ้านะ ได้ยินมาว่าสองสมาคมแย่งพืชต้นนี้กันแทบเป็นแทบตาย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้เลยว่าใครจะได้ไปครอบครอง
“ตอนนี้ก็เลยยังอยู่ในความดูแล ของกองทัพตะวันเบิกฟ้าไปก่อน สองสมาคมทำได้แค่ส่งคนไปเฝ้าและทำการวิจัยเท่านั้นแหละ เหมือนว่าพืชต้นนี้จะมีสรรพคุณ ที่ช่วยฟื้นฟูยีนของลูกสัตว์ได้อย่างเห็นผลชัดเจนด้วยนะ แม้แต่สมาคมคุ้มครองลูกสัตว์ ก็ยังเกือบจะกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยแล้วเชียว”
“เป็นไปได้ไหมว่า จะมีพืชธรรมชาติที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงเทียบเท่าพืชวิญญาณอยู่จริง ๆ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตามทฤษฎีการวิจัยเมื่อร้อยปีก่อน งั้นเรื่องค่าความคลุ้มคลั่งของพวกเราล่ะ?” มนุษย์สัตว์เพศผู้คนนั้นไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้
ค่าความคลุ้มคลั่งทางจิตของมนุษย์สัตว์ที่ถูกประเมินครั้งแรกหลังจากบรรลุนิติภาวะ จะถูกเรียกว่า ค่าความเสถียรตั้งต้น (หลังจากนี้จะขอเรียกว่า 'ค่าตั้งต้น')
หลังจากบรรลุนิติภาวะแล้ว ทุกครั้งที่เกิดภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่ง ค่าความคลุ้มคลั่งก็จะเพิ่มขึ้นจากค่าตั้งต้น ซึ่งหากได้รับการปลอบประโลมอย่างทันท่วงทีจากมนุษย์สัตว์เพศเมีย ค่าความคลุ้มคลั่งก็จะลดลงมาได้
แต่ไม่ว่าจะได้รับการปลอบประโลมดีแค่ไหน ตัวเลขก็ไม่มีทางลดต่ำลงไปกว่าค่าตั้งต้นได้เลย
ค่าตั้งต้นนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้ลดลงได้
สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับพืชธรรมชาติและพืชวิญญาณอย่างมาก
พืชสายพันธุ์หนึ่ง อย่างเช่นแอปเปิลแดงกรอบที่เจียงอวี่ซีสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก จัดเป็นพืชธรรมชาติระดับเจ็ด มีค่าความบริสุทธิ์อยู่ที่ประมาณ 30
ภายใต้ผลกระทบของสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่น ๆ แอปเปิลแดงกรอบมีโอกาสที่จะกลายพันธุ์เป็นพืชธรรมชาติระดับแปดหรือระดับเก้าได้ แต่ไม่มีทางที่จะกลายพันธุ์เป็นพืชวิญญาณได้อย่างแน่นอน
ในทางกลับกัน หากพืชวิญญาณถูกทำลายอย่างรุนแรง ก็อาจจะติดเชื้อจากรังสีในอวกาศและกลายสภาพเป็นพืชธรรมชาติได้
ค่ารังสีมีแต่จะเพิ่มขึ้นจากน้อยไปมาก ไม่มีวันลดลง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับได้เช่นเดียวกัน
เนื่องจากสถานการณ์ของพืชคล้ายคลึงกับมนุษย์สัตว์ ในอดีตจึงเคยมีผู้เชี่ยวชาญเสนอทฤษฎีว่า หากพืชธรรมชาติสามารถทำลายกำแพงของค่ารังสีและกลายเป็นพืชวิญญาณได้ มนุษย์สัตว์ก็อาจจะสามารถสลัดหลุดจากผลกระทบของภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่ง และทำความฝันที่จะเคลียร์ค่าความคลุ้มคลั่งให้เป็นศูนย์ได้สำเร็จ
พืชธรรมชาติระดับกลาง เนื่องจากมีค่ารังสีสูงเกินไปจึงไม่สามารถกินได้โดยตรง ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอน เพื่อผลิตเป็นน้ำยาอาหารเหลวระดับต่ำส่งขายให้กับมนุษย์สัตว์ระดับล่าง
ส่วนพืชธรรมชาติระดับสูงนั้น มีพลังทำลายล้างพลังจิตของมนุษย์สัตว์อย่างรุนแรง ห้ามกินเด็ดขาด และมนุษย์สัตว์ก็ต้องอยู่ให้ห่างเข้าไว้ด้วย
พลังจิตของเจ้าของร่างเดิมก็ถูกทำลายโดยพืชธรรมชาติระดับสูงนี่แหละ
เจียงอวี่ซียังไม่รู้ตัวเลยว่า การที่เธอสกัดเอา “สิ่งเจือปน” ออกจากพืชธรรมชาติ จนทำให้มันกลายเป็นพืชวิญญาณที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณล้วน ๆ นั้น มันเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการยุคดวงดาวขนาดไหน
ปัญหาที่ชาวมนุษย์สัตว์พยายามแก้มานับหมื่นปี เธอกลับสามารถแก้มันได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
(จบบท)