- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 16 การแข่งขันไลฟ์สดวันแรก
บทที่ 16 การแข่งขันไลฟ์สดวันแรก
บทที่ 16 การแข่งขันไลฟ์สดวันแรก
เช้าตรู่วันนี้ เจียงอวี่ซีตื่นแต่เช้า หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยของทุกขั้นตอนในวันนี้จนแน่ใจแล้ว เธอก็สวมชุดทำงานที่เร่งตัดเย็บขึ้นมา แปะยันต์เสริมโชคลาภให้ตัวเองติดต่อกันถึงสิบแผ่น ก่อนจะตัดสินใจเปิดอุปกรณ์ไลฟ์สดแบบพกพามือสองที่อุตส่าห์กัดฟันซื้อมาในราคามหาโหด
แต่เนื่องจากงบประมาณจำกัด ทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันโต้ตอบใด ๆ ในช่องไลฟ์สดได้ เจียงอวี่ซีจึงไม่มีทางรู้ยอดผู้ชมหรือคอมเมนต์ในช่องไลฟ์สดเลย ทำได้แค่มโนว่าการไลฟ์สดครั้งนี้คือการอัดวิดีโอทั่วไปเท่านั้น
“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณผู้ชมทุกท่านในช่องไลฟ์สด วันนี้คือวันแรกที่โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันของเราเปิดไลฟ์สด หวังว่าทุกท่านจะช่วยขยับมือเล็ก ๆ ที่ร่ำรวยของท่าน กดติดตามเพื่อจะได้ไม่พลาดการรับชมนะคะ” เธอส่งยิ้มหวานพลางโบกมือทักทายกล้องของอุปกรณ์ไลฟ์สด
“ก่อนที่ลูกสัตว์ของเราจะมาถึง ขออนุญาตแนะนำข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนอนุบาลให้ทุกท่านทราบก่อนนะคะ
“อย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ สไตล์การตกแต่งโดยรวมของโรงเรียนอนุบาลเรา จะแตกต่างจากสไตล์โลหะล้ำยุคที่เป็นกระแสหลักในยุคดวงดาวอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
“นั่นก็เป็นเพราะเราใช้สไตล์ไม้แท้แบบยุคเก่าบนดาวโลก โดยเลือกใช้ทรัพยากรไม้อันล้ำค่าที่มีเฉพาะบนดาวของเรา ผ่านกรรมวิธีการก่อสร้างแบบพิเศษค่ะ
“ถึงแม้โรงเรียนอนุบาลของเราจะเพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นานเมื่อเทียบกับโรงเรียนอนุบาลแห่งอื่น ๆ ในยุคดวงดาว แต่ว่า...”
ในระหว่างที่เจียงอวี่ซีกำลังแนะนำข้อมูลของโรงเรียนอนุบาลอยู่นั้น พวกลูกสัตว์ก็ทยอยเดินทางมาถึงโดยมีผู้ปกครองเพศเมียมาส่ง
สำหรับอุปกรณ์ไลฟ์สดที่ลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ พวกลูกสัตว์ต่างก็ไม่ได้รู้สึกแปลกตาอะไร เพราะเมื่อหลายวันก่อน ครูใหญ่ซีซีเคยเอาเจ้าก้อนสีดำปิ๊ดปี๋นี่มาให้ทุกคนดูในห้องเรียนแล้ว แถมตอนที่ถ่ายวิดีโอโปรโมตเมื่อวาน พวกเขาก็ยังได้สัมผัสกับมันอย่างใกล้ชิด และรู้ด้วยว่าเจ้านี่แหละคือของวิเศษที่จะช่วยให้โรงเรียนอนุบาลหาเงินได้ก้อนโต และยังช่วยให้พวกลูกสัตว์ทุกคนได้โชว์ตัวต่อหน้ามนุษย์สัตว์ทั้งยุคดวงดาวด้วย
เฮยม่อมักจะเป็นคนที่มาถึงเช้าที่สุดเสมอ
เมื่อกาซิโอมาถึงเป็นคนที่สอง หลังจากที่เจียงอวี่ซีแนะนำลูกสัตว์ทั้งสองคนสั้น ๆ เสร็จ เธอก็ยกหน้าที่ดูแลช่องไลฟ์สดให้ลูกสัตว์ทั้งสองคนรับผิดชอบไปเลย
ในความคิดของเธอ ในเมื่อมันคือการแข่งขันไลฟ์สดของโรงเรียนอนุบาล สิ่งที่ชาวมนุษย์สัตว์ทั่วยุคดวงดาวอยากเห็นก็คือวิถีชีวิตจริง ๆ ของลูกสัตว์ ดังนั้นพวกลูกสัตว์ก็ย่อมต้องเป็นตัวเอกของช่องไลฟ์สดสิ
การยกช่องไลฟ์สดให้พวกลูกสัตว์ดูแลจัดการเองนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว
ก่อนเริ่มไลฟ์สด เธอได้ซักซ้อมกับเหล่านักเรียนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า นอกจากเวลาเรียน ในเวลาอื่น ๆ ให้หัวหน้าห้องและรองหัวหน้าห้องเป็นคนนำเพื่อน ๆ ทำกิจกรรมตามตารางเวลาประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือการเล่นสนุก
หลังจากสองหัวหน้าห้องแนะนำตัวสั้น ๆ เสร็จ ก็พาเพื่อน ๆ ที่มาถึงโรงเรียนตรงเวลาเดินกลับไปที่ห้องเรียนวิชาพื้นฐานบนชั้นหนึ่งของอาคารเรียนหลังแรก
ตอนนี้เป็นเวลาสำหรับคาบอ่านหนังสือตอนเช้าของโรงเรียนอนุบาล
ตามปกติแล้ว ในเวลานี้เจียงอวี่ซีควรจะนั่งเตรียมการสอนอยู่ในห้องพักครู แต่วันนี้เป็นการไลฟ์สดวันแรก เธอเลยรู้สึกไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่
คาบอ่านหนังสือตอนเช้า มักจะให้หัวหน้าห้องกับรองหัวหน้าห้องผลัดกันนำเพื่อน ๆ อ่านหนังสือ โดยมีหุ่นยนต์อีอีคอยยืนคุมความประพฤติอยู่หน้าชั้นเรียน
อันที่จริง ถ้าดูจากความตั้งใจเรียนของนักเรียนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีครูมาคอยคุมหรอก แต่เมื่อคำนึงถึงว่านักเรียนที่อายุมากที่สุดซึ่งรวมถึงหัวหน้าห้องด้วยนั้น เพิ่งจะอายุแค่ 5 ขวบ เธอจึงต้องสลับเวรกับหุ่นยนต์อีอีมาคอยเฝ้าดูแล
ภายในตัวหุ่นยนต์อีอีมีการติดตั้งระบบผู้ดูแลบ้านฉบับสมบูรณ์เอาไว้ ซึ่งสามารถดูแลวิถีชีวิตประจำวันของลูกสัตว์ยุคดวงดาวได้ และเพียงพอที่จะรับมือกับเหตุฉุกเฉินในชีวิตประจำวันทั่วไปได้สบาย ๆ
“มรรคที่อธิบายได้ ไม่ใช่มรรคที่แท้จริง นามที่เรียกขานได้ ไม่ใช่นามที่แท้จริง...” คนที่นำอ่านในวันนี้คือฟีล
หน้าชั้นเรียน ลูกสัตว์ตัวน้อยอย่างฟีลเปล่งเสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสาออกมา
ส่วนเพื่อน ๆ ด้านล่างก็อ่านตามฟีลอย่างตั้งอกตั้งใจ ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไปมาพลางออกเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เจียงอวี่ซีที่แอบดูอยู่ตรงระเบียงทางเดินแทบจะใจละลาย
ฮือ ๆ ทำไงดี นักเรียนน่ารักเกินไปแล้วนะ อยากจะจับมาฟัดทุกวันเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพวกก้อนอ้วนกลมในร่างมนุษย์ หรือลูกสัตว์ตัวน้อยในร่างสัตว์ก็ตาม
แม้ว่าจนถึงตอนนี้ จะเคยได้ลูบขยำแค่เจ้าแมวน้อยฟีลตัวเดียวก็เถอะ
อิจฉาพวกผู้ปกครองของมนุษย์สัตว์จังเลย ที่ได้ฟัดลูกสัตว์ตัวน้อย ๆ ที่บ้านอย่างหนำใจ
เด็ก ๆ ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นร่างสัตว์ตอนอยู่โรงเรียนเลย เปิดเทอมมาเดือนนึงแล้ว รังนอนที่เตรียมไว้ให้ลูกสัตว์แต่ละคนก็ยังไม่มีใครมาแลกไปใช้เลยสักคน
เสียดายสุด ๆ ไปเลย
เพื่อรับมือกับการแข่งขันไลฟ์สด จึงมีการปรับตารางเรียนบางวิชาให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าในการเรียนของลูกสัตว์ แต่กรอบเวลาส่วนใหญ่ก็ยังคงเหมือนเดิม
8:00—8:30 คาบอ่านหนังสือตอนเช้า
8:30—9:00 เวลาอาหารเช้า
9:10—11:30 เรียนช่วงเช้าสองวิชา มีพักเบรกยี่สิบนาที
11:30—12:00 เวลาอาหารกลางวัน
12:00—13:00 กิจกรรมอิสระ
13:00—14:30 นอนกลางวันหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
15:00—15:30 เวลาน้ำชายามบ่าย
15:30—17:00 เรียนช่วงบ่ายหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิชาที่ต้องลงมือปฏิบัติจริง
เวลาอาหารเช้าที่กำลังจะมาถึง ความจริงเจียงอวี่ซีไม่จำเป็นต้องตามไปดูแล้วก็ได้
แต่! ทว่า!
พอคิดถึงภาพฉากอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ เธอก็กะเวลาที่เด็ก ๆ กินข้าวเสร็จ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในโรงอาหาร
เป็นอย่างที่คิดไว้เลย ในโรงอาหารกำลังคึกคักได้ที่เชียวล่ะ
เด็กน้อยจู๋เซี่ยน้ำตาคลอเบ้า สองมือจับขอบโต๊ะไว้แน่นสุดชีวิต ปากก็สวาปามข้าวปลาอาหารในชามคำโตเข้าปากไม่หยุด
ด้านหลังคือหัวหน้าห้องเฮยม่อที่กำลังทำแก้มป่อง เม้มปากกัดฟันแน่น สองมืออวบอ้วนพยายามออกแรงกอดรัดร่างกลมปุ๊กลุกของจู๋เซี่ยเพื่อดึงตัวเขาออกมาอย่างสุดกำลัง
ครึ่งท่อนบนของจู๋เซี่ยลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ ส่วนครึ่งท่อนล่างถูกหัวหน้าห้องกอดรัดเอาไว้แน่น
เฮยม่อผู้ที่เคยใช้แค่ความแข็งแกร่งของตัวเอง หิ้วคอเสื้อจู๋เซี่ยเดินปลิวไปปลิวมาได้ด้วยมือข้างเดียว มาบัดนี้ ต่อให้รีดเค้นพลังวิญญาณออกมาใช้จนหมดเกลี้ยง ก็ยังยากที่จะสั่นคลอนเจ้าสายกินคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เฮยม่องุนงงและไม่เข้าใจเอาซะเลย: อาหารที่เพื่อน ๆ กินทุกวันก็เหมือนกัน ความก้าวหน้าในการฝึกบำเพ็ญเพียรของจู๋เซี่ยก็สู้เขาไม่ได้เลยสักนิด แต่ทำไมถึงยิ่งดึงยากขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะเนี่ย
ในทางกลับกัน จู๋เซี่ยไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น สองมือยังคงยึดขอบโต๊ะไว้แน่น ปากก็ขยับอ้าและหุบไม่หยุด สวาปามอาหารเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม จนน้ำตาร่วงเผาะ ๆ ออกมาด้วยความรีบร้อน
แง่งงง ต้องจับให้แน่นกว่านี้ กินอีกคำนึง! ต้องเกาะให้แน่นกว่านี้อีก กินอีกคำนึงให้ได้! ฮือ ๆ ต้องรีบกิน รีบกินเข้าสิ ก็ข้าวทุกคำที่กินเข้าไปตอนนี้ มันเป็นรางวัลจากความพยายามในการฝึกฝนของเขานี่นา
น่าชื่นชมยินดีจริง ๆ
ช่วงนี้เด็กน้อยจู๋เซี่ยตัวอ้วนขึ้นเรื่อย ๆ จนเปลี่ยนจากลูกสัตว์ที่อ้วนฉุกลายเป็นเจ้าก้อนเนื้อที่อ้วนตันไปแล้ว น้ำหนักของเขาพุ่งพรวดเร็วกว่าเพื่อนทุกคนในห้องซะอีก
แถมวิชาการประยุกต์ใช้พลังปราณที่แต่ก่อนเคยเข้าไม่ถึงแก่นแท้ ก็ดันมาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพราะต้องต่อสู้ดิ้นรนกับท่านหัวหน้าห้องทุกวี่ทุกวันนี่แหละ
ส่วนเด็กคนอื่น ๆ รวมทั้งรองหัวหน้าห้องอย่างกาซิโอก็กำลังยืนมุงดูละครฉากนี้ด้วยความสนุกสนาน
“กะ... กาซิโอ นายยังไม่รีบมาจ้วย... ช่วยฉานอีก! ละ ลา...ไลฟ์สดอยู่นะ!” เด็กน้อยเฮยม่อโมโหจนแก้มป่อง พูดจาอ้อแอ้ฟังแทบไม่รู้เรื่อง
เด็ก ๆ ที่กำลังมุงดูอย่างเมามัน ถึงกับชะงักงันไปในทันที
พวกเขาค่อย ๆ หันขวับไปมองเจ้าก้อนสีดำปิ๊ดปี๋ที่ลอยอยู่กลางอากาศราวกับหุ่นยนต์ไขลาน
ยะ... แย่แล้ว ลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้โรงเรียนอนุบาลเริ่มไลฟ์สดแล้ว
เด็กน้อยที่เป็นรองหัวหน้าห้องอย่างกาซิโอรีบพุ่งเข้าไปแกะมือของจู๋เซี่ยที่เกาะขอบโต๊ะอยู่ออกทันที
ส่วนเด็กคนอื่น ๆ บางคนก็เอามือกุมขมับ บางคนก็หันหลังให้กล้องไลฟ์สด ทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนคนมีความผิด
ด้วยความช่วยเหลือของกาซิโอ สงครามชักเย่ออันยืดเยื้อยาวนานถึงสิบนาทีนี้ก็ยุติลงในที่สุด
เฮยม่อแอบภูมิใจลึก ๆ วันนี้เขาก็ทำภารกิจที่ครูใหญ่ซีซีมอบหมายให้สำเร็จไปได้อีกวันแล้ว ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคอยู่บ้างก็เถอะ
ส่วนกาซิโอยังรู้สึกค้างคาใจ วันนี้ไม่ได้เห็นเฮยม่อใช้พลังวิญญาณจนหมดก๊อก น่าเสียดายชะมัด
แต่เพื่อนคนอื่น ๆ กลับไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ขายหน้าออกสื่อไปทั่วดวงดาวซะแล้ว ใคร ๆ ก็คงรู้กันหมดแล้วว่าโรงเรียนอนุบาลของพวกเขามีเด็กที่กินเก่งมากคนนึง แถมกินอิ่มแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกกินอีกต่างหาก
มีเพียงจู๋เซี่ยคนเดียวเท่านั้นที่พึงพอใจสุด ๆ สองแก้มตุ่ยเต็มไปด้วยอาหาร ปากก็ยังเคี้ยวหงุบหงับไม่หยุด วันนี้เขากินได้เยอะกว่าเมื่อวานตั้งหนึ่งคำแน่ะ
เป็นอย่างที่ครูใหญ่ซีซีพูดไว้ไม่มีผิด มนุษย์สัตว์น่ะ ต้องใช้ความสามารถเข้าแลกถึงจะได้กินข้าว!
ส่วนครูใหญ่ซีซีเองก็พึงพอใจมากเช่นกัน: ในที่สุดก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่ได้เห็นฉากอันเป็นมิตรและกลมเกลียวแบบนี้สักที
(จบบท)