- หน้าแรก
- จักรพรรดิสวรรค์หรรษา กลุ่มแชทนี่มันบ้าอะไรเนี่ย
- บทที่ 38 ครอบครัวสามคนพบหน้า! น้องหลิน! ที่แท้เจ้าก็เป็นผู้ชายหรอกหรือ?
บทที่ 38 ครอบครัวสามคนพบหน้า! น้องหลิน! ที่แท้เจ้าก็เป็นผู้ชายหรอกหรือ?
บทที่ 38 ครอบครัวสามคนพบหน้า! น้องหลิน! ที่แท้เจ้าก็เป็นผู้ชายหรอกหรือ?
ศาลาถกมรรคา
นี่คือโลกใบเล็กที่สงวนไว้สำหรับกลุ่มแชตโดยเฉพาะ
ทั่วทั้งโลกดูเหมือนจะไม่ใหญ่โตนัก มีลักษณะคล้ายคลึงกับเทือกเขาสูงตระหง่าน บนยอดเขามีศาลาพักร้อนที่แสนพิเศษตั้งอยู่หลังหนึ่ง
"ฟึ่บ!"
ร่างของหลินเจาปรากฏขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้
สายตาของเขากวาดมองฟ้าดินรอบด้าน สัมผัสเทวะอันมหาศาลครอบคลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าในชั่วพริบตา ทำให้พอจะทำความเข้าใจองค์ประกอบของโลกใบนี้ได้คร่าวๆ
"มรรคาแห่งฟ้าดินปรากฏชัดแจ้ง"
"ปราณแก่นแท้เข้มข้น"
"ทั่วทั้งโลกมีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง"
"ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่อาจสั่นคลอนโลกใบเล็กแห่งนี้ได้"
ส่วนลึกในดวงตาของหลินเจามีความประหลาดใจอยู่บ้าง
ทว่าเมื่อลองคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผลดี
กลุ่มแชตมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นสิ่งที่จักรพรรดิเซียนหรือแม้กระทั่งตัวตนที่อยู่เหนือกว่าจักรพรรดิเซียนสร้างขึ้นมา ของพรรค์นี้จะให้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตมนุษยโลกอันต้อยต่ำเช่นเขาสั่นคลอนได้อย่างไร?!
หลินเจาเดินทอดน่องไปตามโลกใบเล็ก
เขาเดินอย่างอ้อยอิ่งมาจนถึงศาลาพักร้อนบนยอดเขา และสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของศาลาหลังนี้ในทันที
"ครืน!"
กลิ่นอายมรรคาอันเข้มข้นปรากฏชัดขึ้นมา
หมื่นมรรคาแห่งฟ้าดินล้วนโคนวนเวียนอยู่ข้างกายในวินาทีนี้
จะอธิบายความรู้สึกเช่นนี้อย่างไรดี?
ราวกับว่าได้หลอมรวมเข้ากับตราประทับเทียนซินอย่างไรอย่างนั้น!
ภายในใจของหลินเจารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง หากสามารถฝึกฝนอยู่ใต้ศาลาหลังนี้ได้ทุกวัน ต่อให้เป็นสุนัขตัวหนึ่ง ในท้ายที่สุดก็ย่อมสามารถบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน...
"ฟึ่บ!"
ในตอนนั้นเอง
ห้วงความว่างเปล่าที่ไม่ไกลนักก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย
พลันปรากฏ 'เด็กสาว' หน้าตาหมดจดผู้หนึ่งขึ้นเบื้องหน้า อายุของเขาไม่มากนัก ดูแล้วน่าจะราวๆ เจ็ดแปดขวบ บนใบหน้าเล็กๆ อันไร้เดียงสาเผยให้เห็นถึงความลังเลใจอยู่บ้าง
เขาคือ——
อู๋สือ!?
หลินเจาจ้องมองอู๋สือที่อยู่เบื้องหน้า ส่วนลึกในดวงตาของเขาประกายความซับซ้อนพาดผ่าน ภายในใจรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าก็คือลูกของเขาในอนาคต...
"ผู้อาวุโส... ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์"
อู๋สือที่กำลังตื่นตระหนกอยู่บ้างก้าวไปข้างหน้าเพื่อคารวะ
เดิมทีเขาคิดว่าจักรพรรดิมนุษย์จะเอ่ยปากถามว่า——เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงหรอกหรือ?
แต่ใครจะรู้
ว่าหลินเจาจะไม่ได้ถามเรื่องนี้
เขากลับกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "นั่งสิ"
เมื่อได้ยินดังนั้น
อู๋สือก็ชะงักไปเล็กน้อย
เขาจ้องมองร่างเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย
ในวินาทีนี้ ร่างอันยิ่งใหญ่ที่ถูกเรียกว่า 'ท่านพ่อ' ในหัวก็ค่อยๆ ซ้อนทับเข้าด้วยกัน หรือจะกล่าวว่าพวกเขาเป็นคนคนเดียวกันอยู่แล้วก็ย่อมได้
ร่างกายของอู๋สือสั่นเทา
ส่วนลึกในดวงตาของเขาปรากฏหยาดน้ำตาขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
'ท่านพ่อ...'
อู๋สือพึมพำในใจ
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เพิ่งจะอายุแค่เจ็ดขวบเท่านั้น
ต้องพลัดพรากจากบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย การที่เขาสามารถยืนหยัดมาจนถึงตอนนี้ได้ก็ถือว่าเข้มแข็งมากแล้ว
"ฟึ่บ!"
และในตอนนั้นเอง
ห้วงความว่างเปล่าด้านหลังอู๋สือก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย
วินาทีต่อมา
พลันปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวก้าวออกมาจากห้วงความว่างเปล่า
รูปร่างของนางอรชรสง่างาม ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด นุ่มนวลราวกับหยกมันแพะ เอวคอดกิ่วราวกับจะกอบกุมได้ด้วยมือเดียว นัยน์ตาคู่สวยใสกระจ่างเป็นประกาย ราวกับมีดวงดาวระยิบระยับอยู่ภายในนั้น...
"ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์!"
ในวินาทีที่หญิงสาวปรากฏตัวขึ้น
นางก็ปรายตามองไปยังหลินเจาที่อยู่ใต้ศาลาพักร้อน
"เอ๊ะ?"
เซียวอิ๋งฮว๋าสังเกตเห็นอู๋สือที่อยู่เบื้องหน้า แน่นอนว่านางเพียงปรายตามองก็ดูออกแล้วว่าอู๋สือไม่ใช่เด็กผู้หญิง แต่เป็นเด็กผู้ชาย...
แน่นอน
ในตอนนี้นางไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องนั้น
เพราะนางพบว่า 'น้องหลิน' เบื้องหน้าดูเหมือนกำลังร้องไห้อยู่?!
"น้องหลินเป็นอะไรไปหรือ?"
เซียวอิ๋งฮว๋าย่อตัวลงตรงหน้าอู๋สือ นางยื่นมือออกไปเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของเขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็รวบตัวเขาเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน...
ในวินาทีนี้
อู๋สือก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป
เขาโผเข้าสู่อ้อมกอดของเซียวอิ๋งฮว๋าโดยตรง จากนั้นก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
"เอาล่ะๆ ~"
"ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง~"
เซียวอิ๋งฮว๋ากล่าวปลอบประโลมอู๋สือในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นางยื่นมือออกมากอดเขาเบาๆ จากนั้นก็ลูบหลังเขาอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น...
ในวินาทีนี้
เซียวอิ๋งฮว๋าพอจะเดาอะไรได้ลางๆ แล้ว
เพราะนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดอันแสนเข้มข้นจากร่างของอู๋สือเบื้องหน้า——
สายเลือดเชื่อมโยงกัน!
เด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับนาง
ไม่ใช่เด็กที่เก็บมาเลี้ยงอย่างแน่นอน
เซียวอิ๋งฮว๋าเม้มปากเล็กน้อย
นางแอบช้อนตามองหลินเจาแวบหนึ่ง
นางไม่เชื่อหรอกว่าจักรพรรดิมนุษย์ผู้สง่างามอย่างหลินเจาจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดที่เชื่อมโยงกันเช่นนี้...
นอกเสียจากว่า
อู๋สือจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขา
ความซับซ้อนในส่วนลึกของดวงตาของหลินเจายิ่งปรากฏชัดเจนมากขึ้น
แน่นอนว่าเขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดบนร่างของอู๋สือ
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า——
อู๋สือก็คือลูกชายของเขา
สิ่งอื่นล้วนสามารถปลอมแปลงได้
มีเพียงกลิ่นอายสายเลือดเท่านั้นที่ไม่อาจเสแสร้งแกล้งทำได้
"เอาล่ะ~"
"น้องหลินหยุดร้องเถอะนะ~"
"ประเดี๋ยวสหายในกลุ่มคนอื่นเข้ามาแล้วจะไม่หัวเราะเยาะเจ้าเอาหรือ?"
เซียวอิ๋งฮว๋ากล่าวอย่างอ่อนโยน
เมื่อได้ยินดังนั้น
อู๋สือก็สูดน้ำมูก
เขาผละออกจากอ้อมกอดของเซียวอิ๋งฮว๋าด้วยความเขินอายอยู่บ้าง จากนั้นก็ก้มหน้าพลางกล่าว "พี่... พี่สาว ขออภัยด้วย..."
"ไม่เป็นไร"
เซียวอิ๋งฮว๋าลูบหัวอู๋สือพลางแย้มยิ้ม
จากนั้นนางก็จูงมือเล็กๆ ของอู๋สือเดินไปที่ใต้ศาลาพักร้อน
"ผู้อาวุโสจักรพรรดิมนุษย์!"
หญิงสาวร้องเรียกด้วยน้ำเสียงกังวานใส
นางจูงมือเด็กน้อยพลางจ้องมองหลินเจาเบื้องหน้าด้วยความคาดหวัง
ราวกับว่ากำลังอุ้มลูกมาเคาะประตูเพื่อขอให้รับเป็นญาติก็ไม่ปาน
ภรรยาและลูกคนนี้ท่านจะรับหรือไม่รับล่ะ?
"รีบนั่งลงเถิด"
หลินเจายิ้มบางๆ
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามวาสนา
ในเมื่อเป็นเช่นนี้
จะมัวไปคิดอะไรให้มากมายเล่า?
เมื่อได้ยินดังนั้น
สายตาของอู๋สือสั่นไหวเล็กน้อย
เขารีบจูงมือเซียวอิ๋งฮว๋ามาที่ข้างกายของหลินเจา จากนั้นก็แสร้งทำเป็นสงบนิ่งแล้วดันเซียวอิ๋งฮว๋าไปนั่งลงข้างๆ หลินเจา
ความคิดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ใครบ้างจะมองไม่ออก?
หลินเจาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบางๆ
"ฟึ่บ!"
และในตอนนั้นเอง
ห้วงความว่างเปล่าเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวอีกครั้ง
ร่างของคนสามคนและสุนัขหนึ่งตัวปรากฏขึ้นมาพร้อมกัน
"พี่เจียง?"
"พี่เยี่ย?"
"พี่จี?"
เจียงเหิงอวี่ เยี่ยฝาน และจีซวีคง ทั้งสามคนต่างจำกันและกันได้
"โฮ่ง!"
"ยังมีเปิ่นหวงอีกด้วย!"
เฮยหวงแกว่งหางพลางตะโกนขึ้น
เยี่ยฝานมองสุนัขสีดำตัวใหญ่เบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ "เฮยหวงอะไรกัน? ที่แท้ก็เป็นสุนัขดำตัวใหญ่หรอกหรือ!"
"โฮ่ง!"
"เจ้าหนู!"
"สุนัขแล้วมันไปทำอะไรให้เจ้า?"
"หากระดับการบ่มเพาะของเปิ่นหวงไม่ได้ถูกตัดทอนไปล่ะก็ แค่ปรายตามองก็สามารถถลึงตาใส่เจ้าจนตายได้แล้ว!"
เฮยหวงพุ่งเข้าไปกัดเยี่ยฝานเต็มแรง
"บัดซบ!"
"ไอ้หมาเวร รีบปล่อยปากเดี๋ยวนี้!"
เยี่ยฝานถูกกัดจนสีหน้าบิดเบี้ยว
เขาโคจรพลังเวทอันน้อยนิดในร่างกายแล้วซัดหมัดเข้าใส่เฮยหวง ทว่าผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่ามือของเขาเองที่ถูกกระแทกจนชาดิก
"สหายเต๋าเยี่ย"
"พวกเจ้าอย่าเพิ่งสู้กันเลย"
ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงกังวานใสก็ดังขึ้น
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังใต้ศาลาพักร้อนเบื้องหน้า พลันเห็นร่างของครอบครัวสามคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในนั้น ภาพอันแสนอบอุ่นทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะชะงักไปเล็กน้อย
"โฮ่ง!"
เฮยหวงหันกลับไปมองแวบหนึ่ง
มันเผลอคลายปากออกและยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ "เหมือน! เหมือนเกินไปแล้ว!"
ไม่สิ...
จะเรียกว่าเหมือนได้อย่างไร?
นี่มันถอดแบบกันมาเป๊ะๆ เลยชัดๆ!
"ไอ้หมาเวร!"
เยี่ยฝานด่าทอด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
จากนั้นเขาก็มองไปยังใต้ศาลาพักร้อนเช่นกัน ในวินาทีที่เห็นอู๋สือ สีหน้าของเขาก็ปรากฏความแปลกประหลาดใจขึ้นมาในทันที
"เจ้าคือน้องหลินหรือ?"
"เจ้า... เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงหรอกหรือ?"
...
...