- หน้าแรก
- ลูกเกิดใหม่ทั้งที พ่อคนนี้ขอเป็นเศรษฐีละกัน
- บทที่ 52: นี่มันรถเบนซ์คันใหญ่นะ !
บทที่ 52: นี่มันรถเบนซ์คันใหญ่นะ !
บทที่ 52: นี่มันรถเบนซ์คันใหญ่นะ !
บทที่ 52: นี่มันรถเบนซ์คันใหญ่นะ !
เมื่อเทศกาลตรุษจีนมาถึง เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างก็ทยอยกันหยุดงาน
รวมถึงทีมงานวิจัยและพัฒนาของบริษัท ‘เจ๋อรัน เทคโนโลยี’ เองก็เริ่มหยุดพักผ่อนกันแล้วเช่นกัน
ทว่าทางฝั่งของเกม Legend นั้น กลับใช้วิธีสลับกันหยุดพัก
ก็แหงล่ะ ช่วงที่คนอื่นหยุดงานและมีเวลาว่างกันแบบนี้ เป็นช่วงที่เกมกำลังได้รับความนิยมสูงสุด จึงจำเป็นต้องมีคนอยู่คอยดูแลและบำรุงรักษาระบบของเกมในแต่ละวัน
ปีใหม่นี้ หลี่เจ๋อตั้งใจจะพาลูกชายหลี่ตงกลับไปฉลองที่บ้านเกิดในเมืองเจียงโจว
สองปีที่ผ่านมามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการทำธุรกิจ หลี่เจ๋อแทบจะไม่ได้กลับบ้านเกิดเลย ปีนี้ในที่สุดเขาก็พอจะหาเวลาปลีกตัวออกมาได้เสียที
หนึ่งวันก่อนจะถึงวันส่งท้ายปีเก่า
หลี่เจ๋อขับรถเบนซ์ S600 คันใหญ่ที่เพิ่งถอยมาได้ครึ่งเดือนกลับไปยังเมืองเจียงโจว
บ้านเกิดของเขาตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบชานเมืองเจียงโจว
เมื่อรถเบนซ์คันใหญ่ของหลี่เจ๋อค่อย ๆ แล่นเข้าสู่หมู่บ้าน ก็ดึงดูดสายตาชาวบ้านนับไม่ถ้วนให้พากันมามุงดูและวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"โห ! แม่เจ้า ! นี่มันรถอะไรน่ะ ? ดูหรูหราอลังการชะมัด ! "
"หรูหราจริงด้วย ไม่รู้ว่าเป็นรถของใครกัน ถึงกับขับรถเก๋งคันใหญ่ขนาดนี้ได้ ! "
"ในเมื่อขับเข้ามาในหมู่บ้านแถมยังใกล้จะถึงวันปีใหม่แบบนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นลูกหลานบ้านไหนในหมู่บ้านเราที่ออกไปทำมาหากินจนร่ำรวยที่เมืองใหญ่ก็ได้มั้ง ? "
"ไม่น่าจะใช่มั้ง ? ในหมู่บ้านเราจะมีลูกหลานบ้านไหนที่ได้ดิบได้ดีขนาดซื้อรถเก๋งหรูหราแบบนั้นได้ ? รถคันนั้นราคาคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่น หรืออาจจะถึงสองแสนหยวนเลยกระมัง ? "
……
คนในหมู่บ้านไม่ค่อยได้พบเห็นโลกภายนอกสักเท่าไหร่ จึงไม่รู้จักรถเบนซ์อะไรพวกนี้เลย
ในยุคนี้ รถที่กำลังเป็นที่นิยมก็มักจะเป็นพวกรถพาสสาท (Passat) หรือเจ็ตต้า (Jetta)
ราคาของมันก็มักจะอยู่ที่ราว ๆ หนึ่งแสนถึงสองแสนหยวน
ในสายตาของชาวบ้านเหล่านี้ คนที่สามารถซื้อรถเก๋งราคาหนึ่งถึงสองแสนหยวนได้ก็ถือว่าเหลือเชื่อมากแล้ว ใครจะกล้าคิดไปถึงรถที่ราคาเหยียบหลักล้าน !
ถ้าขืนให้พวกเขารู้ว่าเบนซ์คันที่หลี่เจ๋อขับมานี้ ราคาค่าตัวรวมจดทะเบียนแล้วเหยียบหลักล้านหยวน เกรงว่าคงจะตกใจจนแทบช็อกตายกันพอดี
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน หลี่เจ๋อก็จอดรถลงในที่สุด จากนั้นเขาก็เปิดประตูและก้าวเท้าลงมา
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของหลี่เจ๋อจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อไม่กี่ปีก่อนมากนัก แต่เมื่อคนเรามีเงินทอง แถมยังบริหารบริษัทตั้งหลายแห่ง มีลูกน้องในมือตั้งหลายร้อยคน กลิ่นอายหรือราศีของคนคนนั้นย่อมต้องแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งเนื้อแต่งตัวของหลี่เจ๋อในปัจจุบันก็เทียบไม่ได้กับเมื่อปีก่อนเลย
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เขาก้าวลงจากรถ ชาวบ้านที่รายล้อมอยู่ต่างก็นิ่งอึ้งจนจำเขาไม่ได้ในชั่วขณะ ทำได้เพียงรู้สึกว่าหน้าตาคุ้น ๆ เท่านั้น
"คนนี้เป็นใครน่ะ ? เป็นคนในหมู่บ้านเราหรือเปล่า ? ทำไมฉันถึงดูไม่ออก แต่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแปลก ๆ ? "
"นั่นสิ คุ้นหน้าจริง ๆ ..."
"เอ๊ะ ! ทำไมฉันมองดูแล้วรู้สึกว่าเขาละม้ายคล้ายคลึงกับหลี่เจ๋อ ลูกชายของน้าเซิ่งชุนจังเลยล่ะ ? "
"หือ ? พอเธอกล่าวมาแบบนี้... เหมือนจะใช่ลูกชายของเซิ่งชุนจริง ๆ ด้วย ! "
ในที่สุดก็มีคนจำหลี่เจ๋อได้ เพียงชั่วพริบตา ชาวบ้านทุกคนต่างก็เผยสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะเอาแต่จ้องมองสำรวจรถเบนซ์ของหลี่เจ๋อไม่วางตา
พร้อมกับอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความทึ่งว่า "ไอ้หนุ่มบ้านเซิ่งชุนคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย ถึงกับขับรถเก๋งสี่ล้อกลับมาได้ สงสัยว่าคงจะไปทำมาหากินจนร่ำรวยที่เมืองใหญ่แล้วจริง ๆ ด้วยสินะ ? "
"รวยจริงแน่นอน เมื่อปีที่แล้วไม่ได้ยินน้าเซิ่งชุนบอกว่าลูกชายเอาเงินก้อนโตกลับมาให้ แล้วให้แกไปปลูกบ้านทรงตะวันตกหลังเล็ก ๆ เพิ่มอีกหลังหนึ่งเหรอ"
"ถ้าไม่ได้ไปทำมาหากินจนร่ำรวยที่เมืองใหญ่ บ้านเซิ่งชุนจะมีปัญญาปลูกบ้านทรงตะวันตกสามชั้นสวยหรูขนาดนั้นได้ยังไง ! นั่นเป็นบ้านสไตล์นั้นหลังเดียวในหมู่บ้านเราเลยนะ ! "
"ขนาดรถเก๋งราคาหนึ่งถึงสองแสนหยวนเขายังซื้อขับได้ คงรวยเละเทะไปแล้วแน่ ๆ เรื่องปลูกบ้านในหมู่บ้านแค่ไม่กี่ตังค์จะเป็นไรไป..."
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านรอบข้าง หลี่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะเอามือลูบจมูกตัวเองเบา ๆ
ทางด้านลูกชายหลี่ตงกลับแอบบ่นพึมพำในใจ
[รถเก๋งราคาหนึ่งแสนสองแสนที่ไหนกันล่ะ นั่นมันเบนซ์คันใหญ่ของจริงเลยนะโว้ย ! เบนซ์ S600 เชียวนะ ! ราคาตอนซื้อรวมภาษีตั้งล้านกว่าหยวน รถราคาหนึ่งแสนสองแสนจะเอามาเทียบชั้นกันได้ยังไงกัน ? ]
เมื่อได้ยินเสียงในใจของลูกชาย หลี่เจ๋อก็เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไร
จากนั้น เขาก็รีบเผยรอยยิ้มทักทายชาวบ้านรอบข้างอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งควักบุหรี่ออกมาแจกจ่าย...
"อาชุนไหลครับ เชิญครับ เชิญสูบก่อน ! "
"อาเจี้ยนหมินครับ เชิญสูบสักมวน..."
"สวัสดีครับ ป้าหก ! "
……
เมื่อเห็นบุหรี่ที่หลี่เจ๋อยื่นมาให้รวมถึงรอยยิ้มทักทายอย่างอบอุ่น ชาวบ้านเหล่านั้นต่างก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ
"โอ้ นี่มัน... บุหรี่ยี่ห้อ 'หัวจื่อ' นี่นา ? อาเจ๋อ เอ็งนี่ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย ถึงกับสูบบุหรี่หัวจื่อเชียว ดูท่าเอ็งจะไปทำมาหากินจนร่ำรวยที่เมืองใหญ่จริง ๆ ด้วยสิเนี่ย ! "
มีชาวบ้านบางคนจำบุหรี่ที่หลี่เจ๋อแจกได้ ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
หลี่เจ๋อหัวเราะร่าแล้วตอบว่า "ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พอดีทำมาค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เมืองใหญ่ ก็เลยพอจะหาเงินได้บ้างนิดหน่อยครับ"
"เอ่อ อาชุนไหลครับ ผมขอตัวกลับเข้าบ้านก่อนนะ ไว้ว่าง ๆ เมื่อไหร่ค่อยมานั่งคุยกับพวกคุณใหม่..."
"ได้ ๆ รีบกลับไปเถอะ พ่อแม่เอ็งถ้ารู้ว่าเอ็งกลับมาแล้ว คงต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ ๆ ! "
"ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ..."
หลี่เจ๋อทักทายชาวบ้านรอบข้างอีกเล็กน้อย จากนั้นก็หิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรังพร้อมพาลูกชายกลับเข้าไปในบ้านของตัวเอง
หลังจากหลี่เจ๋อเดินเข้าบ้านไปแล้ว บรรดาชาวบ้านเหล่านั้นก็ไม่ได้สลายตัวไปในทันที แต่ละคนต่างพากันล้อมวงวิจารณ์รถเบนซ์คันใหญ่ของหลี่เจ๋อ บ้างก็อุทานด้วยความทึ่ง บ้างก็ถกเถียงกันไม่หยุด...
ข่าวที่ว่าหลี่เจ๋อขับรถเก๋งคันหรูกลับมาถึงบ้านก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านในพริบตา
เรื่องนี้ทำเอาคนในหมู่บ้านรู้สึกอิจฉาตาร้อนกันสุด ๆ ...
แถมยังพากันคาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่าหลี่เจ๋อไปทำมาหากินที่เมืองใหญ่จนกอบโกยเงินมาได้มากขนาดไหนกันแน่ บ้างก็ว่าหลักล้าน บ้างก็ว่าหลายล้าน สรุปสั้น ๆ คือ วิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่
ทว่า พวกเขาคงทำได้แค่ฝันกลางวันเท่านั้นแหละ ใครจะกล้าคาดคิดว่าสินทรัพย์ในปัจจุบันของหลี่เจ๋อนั้นมีมูลค่ามหาศาลนับร้อยล้านหยวน แถมเงินที่เขาหาได้ในแต่ละเดือนยังมีมากถึงหลายสิบล้านหยวนอีกต่างหาก !
ในยุคสมัยนี้ อย่าว่าแต่เงินหลักหลายสิบล้านหรือร้อยล้านเลย ต่อให้เป็นแค่เงินหลักล้าน สำหรับชาวบ้านทั่วไปแล้วก็นับว่าเป็นตัวเลขทางดาราศาสตร์ที่เกินกว่าจะจินตนาการถึงแล้ว !
หลี่เจ๋อเองก็ไม่ได้พักอยู่ที่บ้านเกิดนานนัก
อยู่เป็นเพื่อนพ่อแม่ได้เพียงไม่กี่วัน พอผ่านพ้นวันที่ 3 ของเทศกาลตรุษจีนไป เขาก็พาลูกชายหลี่ตงเดินทางกลับสู่มหานครเซี่ยงไฮ้ ...