- หน้าแรก
- จากนักวาดการ์ตูนสู่การสร้างตำนานอนิเมะ
- บทที่ 205: ความทรงจำ
บทที่ 205: ความทรงจำ
บทที่ 205: ความทรงจำ
บทที่ 205: ความทรงจำ
ภาพแอนิเมชันยังคงดำเนินต่อไป
ความบ้าคลั่งในดวงตาของจิงซ์ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเศร้าและความเจ็บปวด
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเอาแต่ตามหาใครสักคนที่จะไม่ทอดทิ้งเธอ
เมื่อพี่สาวของเธออย่างไว ได้หายตัวไปจากชีวิตของเธออย่างกะทันหันในวัยเด็ก เธอจึงเลือกที่จะพึ่งพิงซิลโก ชายผู้ปลิดชีพแวนเดอร์
ครั้นเติบใหญ่ ไวได้กลับมาและบอกความจริงกับเธอเรื่องที่ถูกจับกุมและคุมขังในตอนนั้น ว่าพี่สาวไม่ได้ต้องการจะทอดทิ้งเธอเลย
เธอเริ่มลังเลใจระหว่างซิลโกและไวอีกครั้ง
แต่ในท้ายที่สุด...
เธอจึงได้มั่นใจว่าซิลโกคือคนที่จะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ทว่า...
เธอ กลับรับรู้ถึงผลลัพธ์นี้ได้ก็ต่อเมื่อซิลโกได้สิ้นลมหายใจไปแล้วเท่านั้น
ดวงตาของจิงซ์แปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างใส เจือไปด้วยสีแดงระเรื่อ
ไม่ซี้ เธอ กลับยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำปลอบโยนจากไว ผู้เป็นพี่สาวซึ่งถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ จิงซ์ก็นั่งลงพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำ ไม่มีแววตาแห่งความสับสน ไม่มีแววตาแห่งความกลัว มีเพียงแต่ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเท่านั้น
"ฉันนึกว่าพี่จะยังรักฉันได้เหมือนเดิมเสียอีก ถึงแม้ว่าฉันจะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว... แต่พี่เองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้น... พวกเรามาเฉลิมฉลองให้กับการเกิดใหม่ของพวกเรากันเถอะ" จิงซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับบรรจุกระสุนผลึกเวทมนตร์เฮกซ์เทคที่เธอได้วิจัยขึ้นมาลงไปในลำกล้องปืน
เธอกำลังเล็งปืนกระบอกนั้นไปยังอาคารที่สภาแห่งพิลโทเวอร์กำลังประชุมกันอยู่ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สูงเหนือเมืองซอน
ณ ที่แห่งนั้น เจซ เมล และกลุ่มสมาชิกสภาแห่งพิลโทเวอร์กำลังประชุมกัน โดยทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ต่อข้อเสนอของเจซ ที่จะยอมสละตำแหน่งสมาชิกสภาและสิทธิ์ในเทคโนโลยีเฮกซ์เทคเพื่อแลกกับสันติภาพของเมืองซอน... ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังยกมือขึ้นเพื่อแสดงความเห็นชอบนั้นเอง
จิงซ์ได้ลั่นไก... กระสุนปืนจากเมืองใต้ดินของซอน ได้พุ่งทะยานเข้าใส่ห้องโถงประชุมสภาทันที
ขณะที่บทเพลงสากลตอนท้ายของแอนิเมชันตอนที่เก้าเริ่มบรรเลงขึ้น
มันยังคงเป็นท่วงทำนองอันคุ้นเคยของบทเพลงผู้โดดเดี่ยว
แต่ในค่ำคืนนี้ แฟนแอนิเมชันเรื่องอาร์เคนส่วนใหญ่ต่างพากันจ้องมองรายชื่อผู้จัดทำตอนท้ายเรื่องด้วยความนิ่งค้าง
มิน่าเล่ามันถึงได้ชื่อว่าอาร์เคน... ที่แท้สงครามระหว่างสองเมืองก็มีชนวนเหตุมาจากจิงซ์นี่เอง
ทุกคนต่างรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ได้ชมตอนนี้จบลง
ไม่ว่าจะเป็นจิงซ์ ไว ซิลโก เจซ วิกเตอร์ หรือเมล ที่เลือกจะสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสนับสนุนเจซในตอนท้าย... ทุกคนต่างก็มีเติบโตในเส้นทางของตัวเองภายในแอนิเมชันสั้นๆ เพียงเก้าตอนนี้
ซิลโก ผู้ซึ่งต่ำช้า เจ้าเล่ห์ โหดเหี้ยม และไม่เคยไว้ใจใคร ในท้ายที่สุดกลับยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเชื่อมั่นในตัวจิงซ์ ผู้เป็นลูกสาวของเขา
ไวตามหาพาวเดอร์พบแล้ว แต่เพราะความลังเลและความไม่เด็ดขาดของเธอ กลับกลายเป็นการทำร้ายน้องสาวของตัวเอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... จึงไม่มีพาวเดอร์อีกต่อไป มีเพียงแต่จิงซ์เท่านั้น
เจซเคยลุ่มหลงในอำนาจของการเป็นสมาชิกสภา แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ยินดีที่จะสละเก้าอี้สมาชิกสภาเพื่อสันติภาพ
เมล ผู้ซึ่งเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และดูเหมือนจะสามารถเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อความทะเยอทะยานของตนเอง ก็เลือกที่จะสนับสนุนเจซโดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง
ทว่าในตอนท้าย... เนื้อเรื่องกลับตาลปัตรเป็นเช่นนี้
ความพยายามทั้งหมดที่ทุกคนทำลงไปเพื่อสันติภาพ กลับถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของจิงซ์
กระสุนปืนที่ถูกยิงมาจากเมืองซอนพุ่งเข้าชนเหล่าสมาชิกสภาแห่งพิลโทเวอร์...
"เนื้อเรื่องนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว"
"ฉันดูจนขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว รีบปล่อยภาคสองออกมาเร็วๆ เถอะ"
"ที่แท้มันพัฒนาไปแบบนี้นี่เอง ฉันเดาทางเนื้อเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"
"ฉันร้องไห้แล้ว รู้สึกเหมือนตัวละครทุกตัวจะถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีมากๆ เลย"
"เฮ้อ... ตอนแรกฉันอยากจะด่าอาจารย์อาโอบะนะ แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ออกเลย บางทีนี่อาจจะเป็นสัจธรรมของชีวิตก็ได้"
"ฉันด่าแอนิเมชันเรื่องนี้มาตลอดทางเลย... ทั้งความเจ้าเล่ห์ของซิลโก ความเป็นคนดีเกินไปของแวนเดอร์ ความเนรคุณของจิงซ์ ความไร้เดียงสาของไว การสูญเสียความเป็นตัวเองของเจซ... แต่หลังจากที่ดูตอนสุดท้ายจบแล้ว ฉันด่าไม่ลงจริงๆ ถึงแม้ว่าจิงซ์จะบ้าคลั่งเป็นครั้งสุดท้ายแล้วยิงใส่พิลโทเวอร์ก็เถอะ แต่ถ้าฉันลองเอาตัวเองไปแทนที่เธอ ฉันก็คงจะบ้าคลั่งไปแล้วเหมือนกัน..."
"หลังจากดูจบแล้วรู้สึกโหดหู่และว่างเปล่าในใจมาก ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกสนใจแอนิเมชันเรื่องอื่นเลย"
"มันเป็นผลงานชิ้นเอกระดับขึ้นหิ้งอย่างแน่นอน แอนิเมชันเรื่องโปรดอันดับสองของฉันในรอบสิบปีนี้เลย อันดับหนึ่งยังคงเป็นฮิการุเซียนโกะ อันดับสามคือฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์ และอันดับสี่คือวันพั้นช์แมน"
"ฉันคิดว่าอาร์เคนเป็นผลงานแอนิเมชันที่ดีที่สุดของอาจารย์อาโอบะเลยนะ"
"นั่นมันความชอบส่วนบุคคลล้วนๆ เลย แต่ยังไงซะ ตั้งแต่เรื่องฮิการุเซียนโกะเป็นต้นมา ก็รู้สึกเหมือนผลงานทุกชิ้นของอาจารย์อาโอบะจะเป็นผลงานชิ้นเอกทั้งหมดนั่นแหละ เพียงแต่ว่า... ขนาดผลงานชิ้นเอกด้วยกันก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดี"
"เฮ้อ... ยังไงซะ มันก็ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกมากมายเต็มไปหมด"
"เฉลิมฉลองการจบลงของภาคแรก หวังว่าภาคสองจะถูกจัดเตรียมออกมาให้ชมในเร็วๆ นี้นะ"
ตลอดทั้งคืน แฟนคลับเรื่องอาร์เคนกลุ่มหนึ่งในประเทศเซี่ยต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องตอนสุดท้ายของภาคแรก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดว่าความนิยมในการออกอากาศของเรื่องอาร์เคนในประเทศเซี่ยนั้นไม่ได้สูงเท่ากับเรื่องวันพั้นช์แมนในอดีต
เมื่อต้องเผชิญกับผลลัพธ์นี้ เพื่อนร่วมอาชีพในอุตสาหกรรมของประเทศเซี่ยก็ไม่รู้ว่าจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรดี
แม้ว่าผลงานของอาโอบะจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องแล้วเรื่องเล่า ทว่าแรงขับเคลื่อนกลับดูเหมือนจะชะลอตัวลง
แต่ด้วยเรตติ้งผู้ชมที่สูงถึงร้อยละ 6.85 สำหรับตอนสุดท้ายของอาร์เคนภาคแรก จะมีใครกล้าเยาะเย้ยผลลัพธ์นี้ได้จริงๆ หรือ
มันยังคงเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามซึ่งยืนหยัดอยู่เหนือผลงานอื่นๆ ในอุตสาหกรรมแอนิเมชันของประเทศเซี่ยอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้... ผลงานเรื่องนี้ยังมีภาคที่สองอีกด้วย
สำหรับเซี่ยจิง หลังจากที่อาร์เคนภาคแรกสิ้นสุดลง จุดสนใจในการทำงานของเขาก็เปลี่ยนไปที่เรื่องฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์
เนื่องจากกระบวนการผลิตอาร์เคนภาคสองนั้นดำเนินไปเกือบจะพร้อมๆ กับภาคแรก ดังนั้นเมื่อการออกอากาศของภาคแรกรวมถึงสิ้นสุดลง เนื้อหาสำหรับภาคสองจึงเสร็จสิ้นไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายและรอการเปิดตัวในเดือนเมษายนเท่านั้น
เมื่อพลังงานทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่หนังสือการ์ตูนเรื่องฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์ เขาก็มีเวลามากขึ้นในการวางแผนเนื้อเรื่องและปรับปรุงลายเส้นให้ประณีตยิ่งขึ้น
ดังนั้นในช่วงสองสัปดาห์นี้ แฟนหนังสือการ์ตูนเรื่องฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์ในประเทศเซี่ยจึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า คุณภาพของหนังสือการ์ตูนนั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดบนรากฐานที่สูงส่งอยู่แล้วของมัน
และที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อเรื่องอัดแน่นไปด้วยข้อมูล... เพราะอย่างไรเสีย เซี่ยจิงก็ได้ตัดเนื้อหาน้ำๆ ส่วนเกินจากผลงานดั้งเดิมออกไปเป็นจำนวนมาก โดยคงไว้เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหาสำคัญเท่านั้น
หนังสือการ์ตูนเรื่องยาวอื่นๆ อีกหลายเรื่องมักจะถูกจำกัดด้วยความสามารถของผู้แต่ง ทำให้ไม่สามารถทำให้ทุกบทเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระได้ บ่อยครั้งที่ผู้อ่านต้องรอคอยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่กลับพบว่าเนื้อหาในตอนนั้นเบาบางมาก
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับช่วงบทคิเมร่าแอนท์
เมื่อเซี่ยจิงได้อ่านบทนี้ในชาติที่แล้ว เขารู้สึกค่อนข้างเหนื่อยหน่ายกับหลายๆ ส่วน แม้ว่าเขาจะเข้าใจความปรารถนาของโยชิฮิโร โทกาชิ ที่ต้องการจะถ่ายทอดตัวละครทุกตัวออกมาอย่างยอดเยี่ยมก็ตาม
ทว่ามันไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องให้เวลาดำเนินเรื่องมากมายขนาดนั้นกับมดที่เป็นเพียงตัวประกอบธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง บทคิเมร่าแอนท์ทั้งหมดมีนักล่าและมดรวมกันหลายสิบหรือหลายร้อยชีวิต ซึ่งกินความยาวมากกว่า 150 บทในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ
แม้แต่เรื่องวันพีซ ที่ขึ้นชื่อเรื่องมีบทเนื้อหาอันยาวนานมหาศาล ก็ยังไม่มีเนื้อเรื่องที่ยืดเยื้อยาวนานขนาดนี้
ในบทคิเมร่าแอนท์ คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะมุ่งความสนใจไปที่ราชามด ประธานเนเทโร่ ตัวเอกอย่างกอน คิรัว และคนอื่นๆ เท่านั้น การถ่ายทอดรายละเอียดเกี่ยวกับชะตากรรมของมดและนักล่าระดับรองๆ กลับทำให้การอ่านน่าเบื่อ และการบรรยายรวมถึงการพรรณนาทางจิตวิทยาที่ยืดยาวก็ส่งผลกระทบต่อจังหวะของการต่อสู้โดยตรง ตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งหรือสองวินาทีที่ประธานปรากฏตัวและเผชิญหน้ากับองครักษ์หลวง กลับถูกยืดออกไปเป็นบทระลึกความหลังยาวหนึ่งหรือสองบทในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ และเวลาไม่ถึงสิบวินาทีที่พวกตัวเอกใช้ในการบุกจู่โจมพระราชวังของราชามดอย่างกะทันหัน ก็สามารถกินเนื้อหาไปได้ทั้งบทเพื่อพรรณนาถึงสภาวะจิตวิทยาของตัวละคร
แน่นอนว่า เซี่ยจิงได้ทำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องหลักหรือความสัมพันธ์เชิงตรรกะ พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เนื้อหาสำหรับตัวละครรองๆ ถูกลดทอนลงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่กิจกรรมทางจิตวิทยาและการถ่ายทอดลักษณะนิสัยของกลุ่มตัวละครหลักยังคงได้รับการรักษาไว้
ดังนั้นในสายตาของแฟนคลับ หนังสือการ์ตูนเรื่องฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์แต่ละบทในประเทศเซี่ยจึงมีเนื้อหาเพิ่มขึ้นมาก ไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกแห้งแล้งเลยสักนิด แต่แฟนคลับที่มีความสามารถในการทำความเข้าใจค่อนข้างต่ำมักจะต้องเข้าไปในเว็บบอร์ดเพื่ออ่านคำอธิบายเพิ่มเติมอยู่เสมอ
และด้วยเหตุนี้ ในขณะที่เซี่ยจิงกำลังยุ่งอยู่กับการปรับปรุงเนื้อหาหนังสือการ์ตูนเรื่องฮันเตอร์เอกซ์ฮันเตอร์และการเปิดตัวอาร์เคนภาคสอง... จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เขาก็เริ่มคุ้นชินกับจังหวะชีวิตในปัจจุบันของตนเองแล้ว คืนหนึ่ง หลังจากที่ทำงานจนดึกดื่นเกินไป เขาก็ผล็อยหลับไปที่โต๊ะเขียนแบบด้วยความเหนื่อยล้า
เขาได้หวนระลึกถึงผลงานจากชาติที่แล้วอีกครั้ง
ผลงานแอนิเมชันระดับยักษ์ใหญ่ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายไปทั่วโลกในอดีตชาติของเขา