- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 12 พายุความคิดเห็นสาธารณะ
ตอนที่ 12 พายุความคิดเห็นสาธารณะ
ตอนที่ 12 พายุความคิดเห็นสาธารณะ
.
.
วันที่ 3 ของเกมเอาชีวิตรอด
ตอนเจ็ดโมงเช้า เย่เจาถูกปลุกให้ตื่นด้วยอาการเลือดกำเดาไหล เธอแหงนหน้าขึ้น คว้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ข้างตัวมาอุดรูจมูกอย่างชำนาญ
หลังผ่านไปหนึ่งคืน อาการเลือดกำเดาไหลและผมร่วงก็ดีขึ้นเล็กน้อย แต่บนแขนกลับมีผื่นแดงจาง ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหลายจุด โชคดีที่บาดแผลบนหัวไหล่ไม่ได้ติดเชื้อ ถือเป็นข่าวดีท่ามกลางเรื่องร้าย
ตอนนี้เธอเหลือแต้มสรรสร้างอยู่ 420 แต้ม สามารถสร้างหน้าคุณสมบัติพละกำลังร่างกาย +1 ได้อีกสี่แผ่น ทำให้ค่าพละกำลังร่างกายเพิ่มเป็น 14 แต้ม
การเอาชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ ดังนั้นเธอจึงทุ่มแต้มทั้งหมดไปกับการเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย และทำได้เพียงก้าวไปทีละก้าวเท่านั้น
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อค่าพละกำลังร่างกายเพิ่มขึ้น อาการเลือดกำเดาไหลก็หยุดลงจริง ๆ
หลังเช็ดคราบเลือดที่จมูกและทายาให้แผลบนไหล่อีกครั้ง เย่เจาหยิบบิสกิตกับน้ำดื่มออกมาจากมิติส่วนตัว แม้เธอจะสามารถสร้างเตาแก๊สขึ้นมาทำอาหารได้ แต่ก็กลัวว่าควันและเปลวไฟจะดึงดูดปัญหาที่ไม่จำเป็น จึงไม่มีความอยากอาหารนัก แถมยังรู้สึกคลื่นไส้อีกด้วย
ใช่แล้ว เย่เจาค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและพบว่า อาการเบื่ออาหารกับคลื่นไส้ล้วนเป็นผลข้างเคียงจากรังสีนิวเคลียร์
เธออยู่ใกล้จุดระเบิดนิวเคลียร์มากเกินไป พลังทำลายของรังสีนิวเคลียร์นั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้ หากเป็นไปได้ เย่เจาอยากนอนอยู่ในโรงพยาบาล ให้หมอเฝ้าดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ
น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ในรถ กินขนมปังไปพลาง และกลืนยาเมทิลโคบาลามินสองเม็ดเพื่อสร้างความสบายใจให้ตัวเอง
ยาเมทิลโคบาลามินนี้เย่เจาค้นเจอจากไป๋ตู้ หมอคนหนึ่งในอินเทอร์เน็ตบอกว่าผู้ที่ได้รับรังสีนิวเคลียร์สามารถรับประทานได้ ดังนั้นเธอจึงเลือกเชื่อไปก่อน
เธอใช้แต้มสรรสร้าง 1 แต้ม สร้างยาขึ้นมาหนึ่งกล่อง เรื่องแบบนี้จะประหยัดไม่ได้
โชคดีที่เธอมีนิ้วทองคำ ไม่อย่างนั้นคงลงเอยไม่ต่างจากเมือง X ที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
ระหว่างกัดขนมปัง เธอก็เปิดอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง ข่าวของเมือง X ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แถมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงขั้นมีผู้คนถือป้ายไปชุมนุมหน้าหน่วยงานราชการ เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจง เพราะมีข่าวลือว่าเมือง X ล่มสลายแล้ว และผู้คนในเมือง X ถูกสังหารจนหมดสิ้น!
ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวนี้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง และแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
ทว่าจนถึงตอนนี้ ทางการก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน
“…ทำไมพวกเราเข้าเมือง X ไม่ได้? ทำไมติดต่อคนในครอบครัวไม่ได้? ถ้าติดต่อไม่ได้แค่คนสองคนก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ติดต่อไม่ได้สักคนเลยนะ!”
“การระเบิดครั้งใหญ่นั่นคืออะไรกันแน่? เมือง X เกิดอะไรขึ้น? ช่วยบอกทีว่าคนในครอบครัวของพวกเรายังมีชีวิตอยู่ไหม?!”
“วันนี้พวกเราต้องได้คำตอบ!”
เย่เจาถอนหายใจ ก่อนเลื่อนผ่านคลิปวิดีโอนั้นไป
คราวนี้เธอเห็นคลิปที่ถูกถ่ายอย่างลับ ๆ ในวิดีโอเป็นทางแยกแห่งหนึ่ง บนถนนมีลวดหนามกั้นอย่างน้อยสามชั้น รอบด้านเต็มไปด้วยทหารติดอาวุธคอยเฝ้าระวัง
ไม่ไกลออกไปมีรถยนต์หลายสิบคันรวมตัวกันอยู่ แต่ทันทีที่เข้าใกล้ก็ถูกปืนเล็งข่มขู่ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอยู่เช่นนั้น
ฝ่ายหนึ่งไม่ยอมถอย อีกฝ่ายพยายามฝ่าเข้าไป และคนที่พยายามฝ่าแนวกั้นก็ถูกควบคุมตัวไปทันที
ท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าก่อปัญหาอีก
คลิปดังกล่าวก่อให้เกิดการคาดเดามากมาย
[รักษาความปลอดภัยเข้มงวดขนาดนี้ แถมทั้งเมืองยังไม่มีข่าวหลุดออกมาเลย หรือว่าจะเป็นการระบาดของไวรัสซอมบี้จริง ๆ?]
เย่เจออดไม่ได้ที่จะกดถูกใจความคิดเห็นนี้
หลังจากนั้นเธอก็เห็นคลิปแนวกั้นตามทางแยกอีกหลายแห่ง สถานการณ์แทบไม่ต่างกัน ดูเหมือนกองกำลังของรัฐบาลจะไม่อนุญาตให้ประชาชนผ่านไปโดยเด็ดขาด
แม้แต่คนที่พยายามลอบข้ามภูเขาก็ยังถูกจับกุมทั้งหมด
เย่เจาถอนหายใจอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าความจริงของเมือง X จะถูกปกปิดได้นานแค่ไหน และก็ไม่รู้ว่าระเบิดนิวเคลียร์จะสามารถกำจัดไวรัสซอมบี้ได้จริงหรือไม่
ถ้ากำจัดไม่ได้ล่ะ?
ผู้คนในเมือง X จะไม่ได้ตายฟรีหรอกหรือ?
ทันใดนั้นเอง เย่เจาได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้นบนท้องฟ้า เธอหยิบกล้องส่องทางไกล เปิดซันรูฟแล้วปีนออกไปแอบมอง
เฮลิคอปเตอร์กำลังบินมุ่งหน้าไปทางเมือง X
ที่จริงเมื่อคืนเธอก็ได้ยินเสียงเครื่องบินหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อมองดี ๆ เธอกลับพบว่า บนท้องฟ้ายังมีโดรนหลายลำลอยวนอยู่ด้วย
เย่เจารีบมุดกลับเข้ารถ โชคดีที่รถจี๊ปสีเขียวสดคันนี้ซ่อนอยู่ในป่าแล้วดูกลมกลืน ไม่สะดุดตาเท่าไรนัก
ขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าในกล่องข้อความส่วนตัวของเวยป๋อมีข้อความใหม่มากกว่าหนึ่งร้อยข้อความ
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเปิดดู
[คุณอยู่เมือง X ใช่ไหม? ตอนนี้เมือง X เป็นยังไงบ้าง?]
[คุณอยู่เมือง X จริงหรือเปล่า? บอกสถานการณ์ที่นั่นหน่อยได้ไหม?]
[น่ารังเกียจจริง ๆ! เปลี่ยน IP เป็นเมือง X เพื่อปั่นยอดเข้าชมงั้นเหรอ? ไม่มีจิตสำนึกเลยหรือไง?!]
[คนในเมือง X ตายหมดจริงหรือเปล่า?]
[คุณอยู่ส่วนไหนของเมือง X? วิดีโอคอลให้พวกเราดูได้ไหม? ฉันให้ค่าตอบแทน 50 หยวนเลยนะ~]
[…]
เย่เจา: …
เดี๋ยวก่อน พวกชาวเน็ตพวกนี้หาตัวเธอเจอได้อย่างไร?
เธอแค่กดถูกใจความคิดเห็นเท่านั้นเอง
แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า สามารถกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์จากรายชื่อคนที่กดถูกใจได้ และในหน้าโปรไฟล์ก็จะแสดง IP
ตอนนี้คนที่ยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน IP ของเมือง X ได้มีไม่มาก แต่ในบรรดาผู้กดถูกใจนับล้านคน กลับมีคนสังเกตเห็นเธอจนได้
เมื่อเผชิญกับข้อความส่วนตัวเหล่านี้ เย่เจาก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร สุดท้ายจึงตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติว่า
[กักตุนเสบียง อยู่ให้ห่างจากเมือง WY]
ไม่มีทางอื่นแล้ว ไม่ว่าจะโพสต์อะไรลงเวยป๋อก็ถูกลบหมด แถมบัญชีอาจถูกแบนอีก
เธอไม่กล้าเอ่ยถึงเมือง X ตรง ๆ ด้วยซ้ำ การเขียนว่าเมือง WY ก็ถือว่าใบ้ชัดมากแล้ว
ทันทีที่ข้อความตอบกลับอัตโนมัติอัปเดต กล่องข้อความส่วนตัวของเธอก็ระเบิดอีกครั้ง
[เธอกำลังปั่นกระแสใช่ไหม? เตรียมขายของหรือเปล่า? มีความสุขมากไหมที่หากินกับความทุกข์ของคนอื่น?]
[ทำไมต้องกักตุนเสบียง? ทำไมต้องอยู่ห่างจากเมือง X? เมือง X ถูกซอมบี้ยึดจริงหรือ?]
[ฮ่า ๆ อย่ามาตลกเลย ถ้าเมือง X พังจริง เธอจะส่งข้อความพวกนี้ออกมาได้ยังไง? เลิกโกหกเถอะ!]
[คุณรู้ไหมว่าเขต XX เป็นยังไงบ้าง? พ่อแม่ฉันอยู่ที่นั่น ฉันแค่อยากรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยไหม ฉันให้เงินสองหมื่น!]
[ไม่มีภาพ ไม่มีหลักฐาน คิดว่าพวกเราจะเชื่อแค่คำพูดไม่กี่ประโยคหรือ? เว้นแต่จะลงคลิปวิดีโอ!]
[ตอนนี้เมือง X พังไปแล้ว งั้นคนพ่นลูกไฟที่มหาวิทยาลัย X คนนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า? ผู้มีพลังพิเศษมีอยู่จริงไหม?]
[…]
เย่เจาอ่านไปเพียงไม่กี่ข้อความก็หยุด เพราะยิ่งเวลาผ่านไปก็มีชาวเน็ตหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อความส่วนตัวถาโถมเข้ามาจนเวยป๋อของเธอแทบล่ม
ด้วยกระแสความนิยมอันมหาศาล บัญชีเวยป๋อของเย่เจาจึงติดเทรนด์เช่นกัน ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นถึงสองแสนคน และดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานทางการ
ดังนั้น ขณะที่เย่เจากำลังไถข่าวอยู่ เธอก็ได้รับแจ้งเตือนว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และบัญชีของเธอถูกระงับการใช้งานแล้ว
เย่เจา: …
ชาวเน็ต: …?
ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอยังมี X Sound อยู่
หลังจากดูข้อมูลสภาพถนนบริเวณใกล้เคียงผ่าน X Sound เย่เจาก็พบว่า รถยนต์ไม่สามารถขับผ่านออกไปได้เลย
เธออดสงสัยไม่ได้ว่า รัฐบาลระดมกำลังคนและทรัพยากรมากขนาดไหน ถึงสามารถปิดล้อมเมือง X ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่แม้แต่จะปล่อยให้แมลงวันหรือยุงสักตัวหลุดออกไปได้
หลังจากกินอาหารเช้าและรับประทานอะม็อกซีซิลลินสองเม็ดเรียบร้อยแล้ว เย่เจาก็วางแผนเส้นทางหลบหนีจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
เมื่อแน่ใจว่าโดรนบนท้องฟ้าบินจากไปแล้ว เธอก็อมลูกอมเม็ดหนึ่งไว้ในปาก เก็บโทรศัพท์และกระเป๋าเป้เข้ามิติส่วนตัว เพื่อให้พร้อมหลบหนีได้ทุกเมื่อ
จากนั้นเธอก็ออกเดินทางอีกครั้ง
เย่เจาขับรถอย่างระมัดระวัง แวะหยุดเป็นระยะ ๆ กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็ขับรถจี๊ปเข้าสู่ถนนสายเล็กและซ่อนตัวอยู่ในป่า
ถนนด้านหน้าไม่สามารถขับรถผ่านได้อีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงวางแผนว่าจะรอจนฟ้ามืด แล้วค่อยวิ่งข้ามไปด้วยตัวเอง
.
.
จบ.