- หน้าแรก
- ตวัดกระบี่พลิกวิถีมาร
- บทที่ 30 - ท่านคือฟางเฉินหรือ?
บทที่ 30 - ท่านคือฟางเฉินหรือ?
บทที่ 30 - ท่านคือฟางเฉินหรือ?
บทที่ 30 - ท่านคือฟางเฉินหรือ?
อี้เทียนอวี่กล่าวเสริม "คนเยอะขึ้นก็ยิ่งคึกคักขึ้น จริงหรือไม่เล่า?"
หลินเสวี่ยเหยียนไม่ได้คิดอะไรมาก นางรู้สึกว่าให้ฟางเฉินไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยก็ดี จะได้รู้ตัวว่าเขากับเมิ่งเหยาไม่ได้อยู่บนโลกใบเดียวกัน
ดังนั้นนางจึงหันไปถามฟางเฉิน "เจ้ามีธุระอื่นอีกหรือเปล่า?"
ฟางเฉินลองคิดดู หอประมูลว่านซิงเองก็รับซื้อสมุนไพรวิญญาณเหมือนกัน เอาหญ้าลั่วหลิงไปขายที่นั่นก็คงไม่เลว
เขาจึงพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้น ก็รบกวนด้วย"
อี้เทียนอวี่ยิ้มตอบ "เกรงใจไปไย ล้วนแต่เป็นสหายร่วมวิถีกันทั้งนั้น"
ในฐานะหอประมูลอันดับหนึ่งในสามของแดนเสินตง งานประมูลของหอประมูลว่านซิงในแต่ละครั้งมักจะดึงดูดผู้คนได้ไม่น้อย
ขณะนี้บริเวณหน้าหอประมูลเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ล้วนแล้วแต่เป็นเศรษฐีและผู้มีอำนาจจากเมืองอวี่หรือเมืองละแวกใกล้เคียงทั้งสิ้น
อี้เทียนอวี่ยิ้มรับพลางหยิบเทียบเชิญที่สลักจากหยกทองคำสองใบ ส่งให้หญิงรับใช้หน้าประตูหอประมูลว่านซิง
หญิงรับใช้รับไปก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม พลางกล่าว "แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน เชิญด้านในเจ้าค่ะ"
"สองท่านหรือ?" หลินเสวี่ยเหยียนขมวดคิ้วถาม "เข้าไปได้แค่สองคนงั้นหรือ"
หญิงรับใช้พยักหน้า "ใช่เจ้าค่ะ งานประมูลของหอประมูลว่านซิงในครั้งนี้เป็นงานประมูลสำหรับสมาชิกเท่านั้น มีเพียงสมาชิกถึงจะสามารถเข้าร่วมได้"
"ท่านและคุณชายอี้ต่างก็เป็นสมาชิกของหอประมูลว่านซิง และได้มีการบันทึกรายชื่อไว้แล้ว จึงสามารถเข้าได้ทั้งคู่เจ้าค่ะ"
หลินเสวี่ยเหยียนขมวดคิ้วแน่นขึ้น "พาคนอื่นเข้าไปด้วยไม่ได้เลยหรือ?"
"ต้องขออภัยด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ งานประมูลครั้งนี้จัดเฉพาะสมาชิก ส่วนเรื่องความปลอดภัย ท่านวางใจได้เลย ในระหว่างการประมูล ทางหอประมูลว่านซิงจะรับประกันความปลอดภัยให้ท่านอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ" หญิงรับใช้กล่าวเสริม
มุมปากของอี้เทียนอวี่ยกขึ้นเล็กน้อย เขาปรายตามองฟางเฉินด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะแสร้งทำทีเป็นตกใจ
"อ้าว สหายท่านนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกของหอประมูลว่านซิงหรอกหรือ? ข้าก็นึกว่าเป็นสมาชิกเสียอีก ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาเสียเที่ยว"
ทีนี้ฟางเฉินก็เข้าใจแล้ว การที่อี้เทียนอวี่เชิญเขามา แท้จริงแล้วไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเข้าร่วมงานประมูลเลย แต่ต้องการให้เขามาขายหน้าอยู่ที่นี่ต่างหาก
และก็เป็นไปตามคาด ทันใดนั้น สายตาของคนไม่น้อยก็หันมาจับจ้องที่นี่ทันที
เมื่อเห็นฟางเฉินสวมเสื้อผ้าตัดเย็บเองแสนธรรมดา หลายคนก็พากันหัวเราะเยาะ "ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกยากจนข้นแค้น ยังมีหน้ามาเข้าร่วมงานประมูลของว่านซิงอีก"
"นั่นน่ะสิ นึกว่าหมาแมวที่ไหนก็มาร่วมงานประมูลของว่านซิงได้หรือไงกัน?"
"ขำจนจะบ้าตายอยู่แล้ว"
ผู้คนต่างชี้หน้าหัวเราะเยาะฟางเฉิน ราวกับกำลังมองดูตัวตลก
อี้เทียนอวี่รู้สึกพึงพอใจกับปฏิกิริยาของคนรอบข้างเป็นอย่างมาก แต่ภายนอกเขากลับแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด "ต้องขออภัยจริงๆ ที่ทำให้ท่านต้องมาอับอายขายหน้า เพื่อเป็นการแสดงคำขอโทษ ข้าจะชดเชยให้ท่านก็แล้วกัน"
ขณะที่พูด เขาก็ควักศิลาวิญญาณออกมาสองก้อน
"นี่คือค่าชดเชยจากข้า"
จากนั้นเขาก็โยนมันลงบนพื้น ศิลาวิญญาณกระทบพื้นเสียงดังกริ๊ก
"อุ๊ยตาย ขอโทษทีนะ มือข้าลื่นน่ะ ท่านเก็บเองก็แล้วกัน"
สีหน้าของฟางเฉินยังคงเรียบเฉย ทว่าภายในใจกลับเย็นเยียบ
เขาไม่ได้ไปล่วงเกินอีกฝ่ายเลย แต่อีกฝ่ายกลับมาหยามเกียรติเขาอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ คิดว่าเขาเป็นดินเหนียวที่ปั้นเป็นรูปอะไรก็ได้หรือไง
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงอันเย็นชาของหลินเสวี่ยเหยียนดังขึ้น "คุณชายอี้ ท่านกำลังหยามเกียรติสหายของข้าอยู่งั้นหรือ?"
แม้จะมองไม่เห็นหัวฟางเฉิน แต่ฟางเฉินเป็นคนที่นางเรียกมา ย่อมไม่ต้องการให้ฟางเฉินต้องมาถูกหยามเกียรติเพราะตัวนาง
นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า "ในเมื่อสหายของข้าเข้าไปไม่ได้ เช่นนั้นงานประมูลของหอประมูลว่านซิงในครั้งนี้ ข้าก็จะไม่เข้าไปเช่นกัน"
จากนั้นนางก็หันไปกล่าวกับฟางเฉิน "พวกเราไปกันเถอะ"
อี้เทียนอวี่ชะงักไป เขานึกไม่ถึงเลยว่าหลินเสวี่ยเหยียนจะให้ความสำคัญกับไอ้คนชั้นต่ำอย่างฟางเฉินถึงเพียงนี้
นั่นทำให้เขายิ่งเดือดดาล เขาหลงรักนางถึงเพียงนี้ แต่นางกลับปฏิเสธมาโดยตลอดด้วยท่าทีเย็นชา
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าคนยากจนข้นแค้นอย่างฟางเฉิน! นางกลับให้ความสำคัญถึงเพียงนี้!
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "คุณหนูหลิน หากท่านกล้าเดินจากไป ข้ารับรองได้เลยว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความร่วมมือกับตระกูลหลินจะถือเป็นอันสิ้นสุดลง"
ฝีเท้าของหลินเสวี่ยเหยียนชะงักลงทันที
นางหันขวับกลับมา สีหน้าเย็นเยียบ "ท่านกำลังข่มขู่ข้างั้นหรือ?"
อี้เทียนอวี่ไม่แยแส ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว จะต้องแสร้งทำเป็นคนดีต่อไปทำไม
เขากล่าว "อย่าคิดว่าได้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ในสำนักเทพเทียนอวี่แล้วจะวิเศษวิโสมาจากไหน? สองตระกูลของเราเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกัน หรือท่านคิดว่าสำนักเทพเทียนอวี่จะยอมเสียชื่อเสียงเพราะท่านคนเดียวกันล่ะ?"
หลินเสวี่ยเหยียนกำหมัดแน่น นางอยากจะตอบโต้กลับไปอย่างห้าวหาญเหมือนตอนที่อยู่สำนัก
แต่พอนึกถึงตระกูล ก็พูดไม่ออก
นั่นคือบ้านของนาง
"ว่าอย่างไร? เป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ เก่งแต่ขู่ผู้หญิงงั้นหรือ?"
ในตอนนั้นเอง ฟางเฉินก็ก้าวออกมายืนขวางหน้าหลินเสวี่ยเหยียนพลางกล่าวเสียงเย็น
อี้เทียนอวี่ปรายตามองเขาอย่างเหยียดหยาม แล้วแค่นเสียงหัวเราะ "คนชั้นต่ำอย่างแก คิดจะมางัดข้อกับข้าหรือ? แกคู่ควรหรือไง?"
ฟางเฉินจ้องมองเขา มุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อย "ก็ลองดูสิว่าข้าคู่ควรหรือไม่"
พริบตาต่อมา! ฟางเฉินก็ตบหน้าอี้เทียนอวี่ฉาดใหญ่! ฟาดเข้าที่แก้มขวาอย่างจัง!
อี้เทียนอวี่คาดไม่ถึงว่าฟางเฉินจะกล้าลงมือ! ประกอบกับเขาเพิ่งจะอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณขั้นสูงสุด จึงตั้งตัวไม่ทัน โดนตบจนกระเด็นลอยละลิ่ว!
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันทันที ทุกคนเบิกตากว้างมองฟางเฉินอย่างไม่อยากเชื่อ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะกล้าลงมือดื้อๆ แบบนี้
"อ๊าก! หน้าข้า! แกกล้าตบข้าเรอะ!"
อี้เทียนอวี่ล้มลงกับพื้น ร้องโหยหวนไม่หยุด จ้องมองฟางเฉินด้วยความโกรธแค้น
เพราะต้องการสร้างโอกาสอยู่ตามลำพังกับหลินเสวี่ยเหยียน เขาจึงไม่ได้พาลูกน้องมาด้วยเลยสักคน! ตอนนี้อยากจะให้คนเข้าไปรุมกระทืบคืน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
"แกตายแน่! ข้าต้องเอาชีวิตแกให้ได้!" เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกร้าว
มุมปากของฟางเฉินยกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เขารู้สึกเบิกบานใจเหลือเกิน
เขามองอี้เทียนอวี่ พลางกล่าวเรียบๆ "จำชื่อข้าไว้ ฟางเฉิน ข้าจะรอรับการแก้แค้นจากเจ้า"
หลินเสวี่ยเหยียนเองก็นึกไม่ถึงว่าฟางเฉินจะลงมือดื้อๆ แบบนี้ บนใบหน้างดงามที่เย็นชาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เมื่อได้ยินประโยคที่ฟางเฉินกล่าว สีหน้าของนางก็สลับซับซ้อนขึ้นมา
หญิงสาวที่เฉลียวฉลาดอย่างนาง มีหรือจะไม่เข้าใจว่าฟางเฉินจงใจดึงความโกรธแค้นไปลงที่ตัวเอง เพื่อไม่ให้นางต้องลำบากใจ
นางนึกไม่ถึงเลยว่า ในยามที่นางลำบากใจที่สุด กลับเป็นฟางเฉินที่ก้าวออกมายืนหยัดปกป้องนาง
"เกิดอะไรขึ้น?"
ตอนนั้นเอง เสียงแหบพร่าของชายชราก็ดังขึ้น
ชายชราผมขาวผู้หนึ่งสวมชุดผู้อาวุโสของหอประมูลว่านซิงเดินเข้ามา
เมื่ออี้เทียนอวี่เห็นชายชราผมขาวก็ตาเป็นประกาย รีบร้องบอก "ผู้อาวุโสหลู่! ชายผู้นี้มาก่อกวนที่หน้าหอประมูลว่านซิง! หนำซ้ำยังกล้าลงมือทำร้ายคนอย่างโจ่งแจ้ง! ขอผู้อาวุโสหลู่โปรดทวงความยุติธรรมให้ข้าด้วย!"
เมื่อผู้อาวุโสหลู่เห็นว่าเป็นอี้เทียนอวี่ ก็ประสานมือคารวะ "ที่แท้ก็คุณชายอี้นี่เอง"
หอประมูลว่านซิงและตระกูลอี้ต่างก็เป็นพันธมิตรทางการค้ากัน เนื่องด้วยทางหอประมูลต้องการทรัพยากรจำนวนมหาศาล จึงมักจะรับซื้อจากตระกูลอี้เป็นหลัก
เรียกได้ว่ารายได้กว่าครึ่งของตระกูลอี้มาจากหอประมูลว่านซิง ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาทรงอิทธิพล
เมื่อเห็นอี้เทียนอวี่ถูกทำร้าย ผู้อาวุโสหลู่ก็รู้สึกฉุนเฉียวขึ้นมาเล็กน้อย
ที่นี่คือหอประมูลว่านซิงนะ การมาทำร้ายผู้คนถึงที่นี่ก็เหมือนกับการตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่
"ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าใครมันช่างบังอาจถึงเพียงนี้!"
ผู้อาวุโสหลู่ถลึงตาถมึงทึง มองตรงไปยังฟางเฉิน!
ทว่าเมื่อได้เห็นใบหน้าของฟางเฉิน เขาก็ต้องชะงักไป
ทำไมใบหน้านี้ถึงได้ดูคุ้นตานักนะ? เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
หลินเสวี่ยเหยียนสีหน้าเปลี่ยนไป รีบกล่าวว่า "ผู้อาวุโสหลู่ สหายของข้าลงมือก็เพราะข้าเจ้าค่ะ"
สีหน้าของฟางเฉินยังคงเรียบเฉย เขากล่าว "ลูกผู้ชายทำอะไรต้องกล้าทำกล้ารับ ข้าเป็นคนตบเขาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาจะท้าทายหอประมูลว่านซิงแต่อย่างใด"
อี้เทียนอวี่แค่นเสียงเย็น "เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแกหรอก ไอ้หนู แกจบเห่แน่!"
เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลู่ยังไม่ยอมลงมือเสียที เขาก็เริ่มร้อนใจ "ผู้อาวุโสหลู่! ไอ้เด็กนี่มันชื่อฟางเฉิน มันก็แค่คนยากจนข้นแค้น ไร้หัวนอนปลายเท้า ไม่มีเส้นสายอะไรเลย!"
เขาคิดว่าผู้อาวุโสหลู่กำลังเกรงใจหลินเสวี่ยเหยียน
"ฟางเฉิน?"
พออี้เทียนอวี่เอ่ยชื่อนี้ออกมา! ในดวงตาของผู้อาวุโสหลู่ก็มีประกายแสงวาบผ่าน! สองวันมานี้หลงจู๊เยี่ยนไม่ได้กำลังตามหาคนผู้นี้อยู่หรอกหรือ?
"เจ้าชื่อฟางเฉินงั้นหรือ!" เขาถามด้วยความตื่นเต้น!
ฟางเฉินมองผู้อาวุโสหลู่ด้วยความแคลงใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนี้ แต่เขาก็พยักหน้ารับ
"ข้าเอง"
"ฟางเฉินจากสำนักเทพเทียนอวี่?" ผู้อาวุโสหลู่ถามย้ำ
"ถูกต้อง" ฟางเฉินพยักหน้า
"เป็นท่านจริงๆ ด้วย!"
ผู้อาวุโสหลู่ดีใจอย่างหาที่สุดไม่ได้! รีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อมแล้วกล่าว "พวกเราตามหาท่านเสียแทบพลิกแผ่นดิน! เชิญ! เชิญเข้ามาดื่มชาสนทนากันด้านในเถอะขอรับ!"
ฟางเฉินงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลู่เชิญชวนให้ตนเข้าไปในหอประมูล เขาก็รีบกล่าวปฏิเสธ "ข้าไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าไปไม่ได้หรอก"
"ท่านน่ะเป็นสมาชิกสิทธิพิเศษระดับสูงสุดของหอประมูลว่านซิงเราเลยนะขอรับ!" ผู้อาวุโสหลู่รีบอธิบาย
หลินเสวี่ยเหยียนที่อยู่ด้านข้างก็สับสนงุนงงไปหมด ฟางเฉินกลายเป็นที่ต้อนรับขับสู้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
อี้เทียนอวี่เองก็ได้สติกลับมา รีบร้องตะโกน "ผู้อาวุโสหลู่ ท่านกำลังทำอะไรน่ะ? มันก็แค่ไอ้กระจอก คนชั้นต่ำที่ไม่มีเงินไม่มีอำนาจเท่านั้นเองนะ!"
(จบแล้ว)