เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 182: ชายโฉดทั้งหกกลับมาพบกันอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ตระกูลจอมพลัง?

ตอนที่ 182: ชายโฉดทั้งหกกลับมาพบกันอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ตระกูลจอมพลัง?

ตอนที่ 182: ชายโฉดทั้งหกกลับมาพบกันอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ตระกูลจอมพลัง?


ทางด้านโรงเรียนสื่อไหลเค่อกำลังคึกคักอย่างเต็มที่

ทีมรบชุดใหม่เพิ่งถูกก่อตั้งขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้าหากัน การตั้งทีมรบนี้ก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับสูงของเหล่าวิญญาจารย์ในอนาคต ทีมรบสื่อไหลเค่อจะต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอน และเยี่ยมู่เองก็เตรียมตัวที่จะลงแข่งในนามของทีมสื่อไหลเค่อด้วยเช่นกัน

แม้เขาจะมีฐานะเป็นถึงบุตรักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ แต่ในตอนนี้เขายังไม่ต้องเตรียมตัวเพื่อเป็นตัวแทนของสำนักวิญญาณยุทธ์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ต้องรอดูทิศทางในอนาคตก่อน

หากทุกอย่างราบรื่น ในอนาคตอาจจะทำให้โรงเรียนสื่อไหลเค่อและโรงเรียนสำนักวิญญาณยุทธ์ควบรวมเข้าด้วยกันได้!

ในขณะที่ฝั่งนี้กำลังเต็มไปด้วยบรรยากาศอันชื่นมื่น ภายนอกเมืองเทียนโต่ว...

ถังเฮ่าได้พาถังซานและอวี้เสี่ยวกังหลบหนีออกมา

เมืองเทียนโต่วในตอนนี้ คงไม่ใช่สถานที่ที่พวกเขาจะอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว หากถูกกองทหารรักษาเมืองเพ่งเล็งเข้า มันคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างมาก หรือแม้กระทั่งอาจจะดึงดูดความสนใจจากสำนักวิญญาณยุทธ์ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนอย่างเด็ดขาด

ตราบใดที่ถังซานยังไม่เติบโตกล้าแข็งพอ เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงเปิดเผยตัว

ความจริงแล้ว ในบางครั้งเขาก็แอบคิดเหมือนกันว่า สรุปแล้วถังซานใช่อัจฉริยะแบบที่เขาคิดไว้จริงๆ หรือเปล่า? ทั้งๆ ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด แถมยังมีวิญญาณยุทธ์คู่ ทว่าตอนนี้กลับมีพลังวิญญาณเพียงแค่ระดับยี่สิบสองเท่านั้น!

เมื่อหันกลับไปมองคนอื่นๆ ในสื่อไหลเค่อ ระดับการฝึกฝนของพวกนั้นกลับพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดจนน่าตกใจ จุดนี้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อย

มีพรสวรรค์ระดับนี้ ยังไงก็ต้องเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน! แล้วทำไมระดับการฝึกฝนถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้?

บางทีอาจจะต้องโทษอวี้เสี่ยวกัง...

มอบลูกชายให้อวี้เสี่ยวกังช่วยสั่งสอน แต่ผลลัพธ์คือเริ่มต้นมาก็ทำลายหญ้าเงินครามจนพังพินาศไปเสียแล้ว วงแหวนวิญญาณวงแรกมีอายุแค่สิบกว่าปี แถมทักษะวิญญาณยังเป็นการผายลมอีกต่างหาก!

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันไปฝึกค้อนเฮ่าเทียนแทน แต่วงแหวนวิญญาณทั้งสองวงของค้อนเฮ่าเทียน กลับเป็นแค่ระดับร้อยปีกับสองร้อยปี?

นี่มันเรื่องตลกชัดๆ! มันขัดแย้งกับทฤษฎีจอมปลอมที่อวี้เสี่ยวกังพร่ำเพ้ออย่างสิ้นเชิง

ภายหลังเขาถึงได้ไปสืบรู้มาว่า เป็นเพราะลูกชายของเขาไปขอให้ครูคนอื่นในโรงเรียนช่วยล่าวงแหวนวิญญาณให้ จะไปโทษอวี้เสี่ยวกังเสียทีเดียวก็คงไม่ได้

ทว่าในตอนนี้ ทักษะวิญญาณสองวงแรกของค้อนเฮ่าเทียนได้กลายเป็นของไร้ค่าไปแล้ว โคตรขยะสุดๆ! ค้อนเฮ่าเทียนผู้ยิ่งใหญ่ ควรจะเป็นสายโจมตีหนัก ไม่ใช่มาเน้นการป้องกัน ทักษะวิญญาณแรกของค้อนเฮ่าเทียนของถังซาน กลับเป็นทักษะประเภทป้องกันเสียได้ นี่มันไม่เหมือนกับที่เขาวาดฝันไว้เลยแม้แต่น้อย

ตอนที่ได้รู้ถึงความสามารถของทักษะวิญญาณทั้งสองวงนั้น ถังเฮ่ารู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถล่มลงมาตรงหน้า

บนถนนดินนอกเมืองเทียนโต่ว ถังเฮ่านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ พลางครุ่นคิดถึงหนทางข้างหน้า ถูกไล่ออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อ แม้เขาจะโกรธแค้นและอยากจะสั่งสอนพวกฝูหลันเต๋ออยู่บ้าง ทว่าโรงเรียนตั้งอยู่ภายในเมืองเทียนโต่ว ทำให้เขาไม่สามารถลงมือได้อย่างสะดวก

อีกอย่าง เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่ลูกชายของเขาเป็นคนวางยาพิษทำร้ายผู้อื่นก่อน ในแง่ของเหตุผล เขาเองก็เป็นฝ่ายผิดจนเถียงไม่ออก หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเขาราชทินนามพรหมยุทธ์เฮ่าเทียน เกรงว่าถังซานคงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว

"ท่านพ่อ พวกเรา... จะไปไหนกันต่อดี? กลับหมู่บ้านเซิ่งหุนหรือไปเมืองนั่วติง?" ถังซานถามด้วยความสับสน

พ่อของตนเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ แล้วทำไมถึงไม่ยอมเป็นคนฝึกสอนเขาด้วยตัวเอง?

"ไม่ ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่ไหนทั้งนั้น เรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก" ถังเฮ่าส่ายหน้า

"เสี่ยวซาน อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย ก็แค่โรงเรียนแห่งหนึ่งเท่านั้น? ไม่เห็นต้องไปใส่ใจ"

ความจริงแล้ว เขายังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่สามารถไปได้ ยกตัวอย่างเช่น ศาลาท่าพระจันทร์! น้องสาวของเขา ถังเยว่หวา เป็นถึงเจ้าสำนักศาลาท่าพระจันทร์ การจะไปพักอาศัยอยู่ที่นั่นย่อมไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังมีตระกูลจอมพลัง! ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเทียนโต่วเช่นกัน พวกนั้นเคยเป็นข้ารับใช้ของเขา แม้จะเคยเกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นในอดีต แต่หากเขาไปเยือน พวกนั้นย่อมไม่ปฏิเสธแน่นอน

"ใต้เท้าเฮ่าเทียน มีคนมา"

จู่ๆ อวี้เสี่ยวกังก็ร้องเตือนขึ้นมา ทำเอาถังเฮ่าตกใจจนต้องเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาเตรียมพร้อม

มีคนมา? หรือว่าจะเป็นกองทหารรักษาเมืองเทียนโต่ว? หรือจะเป็นคนของสำนักวิญญาณยุทธ์?

ในขณะที่กำลังใช้ความคิด จู่ๆ ก็มองเห็นเงาร่างคนหลายคนเดินเข้ามาจากเบื้องหน้า ล้วนเป็นเด็กวัยรุ่นทั้งสิ้น

"ไต้มู่ไป๋?"

พอเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ อวี้เสี่ยวกังก็ถึงกับชะงักไป

ทำไมถึงเป็นสามคนนี้? ดูจากสภาพของพวกมันแล้ว สถานการณ์คงดูไม่จืดเลยทีเดียว ไต้มู่ไป๋ถูกหม่าหงจวิ้นแบกไว้บนหลัง สภาพทุลักทุเลสุดแสนจะเวทนา

"พวกมัน?"

ถังซานขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ถังเฮ่าสายตาเย็นชาลง แสยะยิ้มเย็น

"ข้าจำได้ว่าพวกมันคือคนของสื่อไหลเค่อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็..."

"ท่านพ่อ เดี๋ยวก่อน สถานการณ์ดูแปลกๆ ไปนะ"

ถังซานเอ่ยห้าม เขารู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น

และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อพวกไต้มู่ไป๋เดินเข้ามาใกล้ ก็สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน

"ถูกทำลายวรยุทธ์จนหมดสิ้นแล้วงั้นรึ?" ถังเฮ่าประหลาดใจเล็กน้อย

เด็กหนุ่มทั้งสามคนนี้ ล้วนกลายเป็นคนพิการไปแล้ว! ในเมื่อเป็นคนของสื่อไหลเค่อ ทำไมถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้?

"ถังซาน พวกเรามาร่วมมือกันเถอะ" ไต้มู่ไป๋ถูกวางลงกับพื้น ตอนนี้ใบหน้าของมันซีดเผือด ดูเจ็บปวดทรมานอย่างมาก

"พวกเจ้า... ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ถังซานไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิด หม่าหงจวิ้นจึงจำใจต้องเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

หลังจากฟังจบ ถังเฮ่ากลับหัวเราะร่วนออกมา

"ดี ดี ดี ช่างเป็นโรงเรียนสื่อไหลเค่อที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร ตอนนี้พวกเจ้าถูกอัปเปหิออกมา ก็เลยคิดจะมาร่วมมือกับพวกข้างั้นรึ?"

น้ำเสียงหัวเราะของถังเฮ่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน แค่เศษขยะสามคน มีคุณสมบัติอะไรมาขอร่วมมือกับเขา? แก้แค้นสื่อไหลเค่อ? ลำพังเขาแค่คนเดียวก็สามารถทำได้สบายๆ สื่อไหลเค่อไม่เคยมีความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวในสายตาเขา ศัตรูที่รับมือยากของจริงคือสำนักวิญญาณยุทธ์ต่างหาก นั่นแหละคือภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ส่วนอวี้เสี่ยวกังก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า

"ใต้เท้าเฮ่าเทียน ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร มู่ไป๋และสหายอีกสองคนมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะเสี่ยวเอ้า เขาคือวิญญาจารย์สายอาหารที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดคนแรกในประวัติศาสตร์ หากได้รับการสั่งสอนเสียหน่อย ย่อมต้องเป็นประโยชน์ต่อพวกเราอย่างมหาศาลแน่นอน"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ถังเฮ่าจึงเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง

เขาเองก็มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา ย่อมมองออกว่าพวกไต้มู่ไป๋เหล่านี้นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดน้อยอย่างแท้จริง หากได้รับการปลุกปั้นเป็นอย่างดี ในอนาคตจะต้องกลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ ตอนนี้พวกมันล้วนกลายเป็นคนพิการไปหมดแล้ว การลงทุนปลุกปั้นคนที่สูญเสียพลังไปแล้ว ย่อมไม่มีความหมายใดๆ

"ใต้เท้าเฮ่าเทียน หากพวกเราสามารถหาวิญญาจารย์ที่ยอดเยี่ยมได้ ย่อมสามารถช่วยรักษาพวกมันให้หายกลับมาได้ และพวกมันยังสามารถช่วยส่งเสริมการฝึกฝนของเสี่ยวซานได้อีกด้วย" อวี้เสี่ยวกังพยายามโน้มน้าวอีกครั้ง

พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกชาย ถังเฮ่าก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาจริงๆ

พวกไต้มู่ไป๋ทั้งสามต่างรู้สึกตึงเครียด หากถังเฮ่ายอมรับพวกมันไว้ ชีวิตของพวกมันก็มีโอกาสที่จะพลิกผันกลับมาได้ ช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้ มันช่างทรมานแสนสาหัสเหลือเกิน!

หลังจากถูกโยนออกมา พวกมันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปที่ไหนดี ไต้มู่ไป๋ย่อมไม่กล้ากลับไปยังจักรวรรดิซิงหลัวอย่างแน่นอน ขืนกลับไป มีแต่ตายลูกเดียว หม่าหงจวิ้นกับเอ้าซือข่าเองก็ไม่มีที่ไป ตอนนี้ทำได้แค่พึ่งพาไต้มู่ไป๋เท่านั้น เพราะว่าไต้มู่ไป๋มีเงิน! ส่วนการที่ได้มาพบกับถังเฮ่าที่นี่ สำหรับพวกมันแล้ว บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

ถึงยังไง ถังเฮ่าก็เป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ แม้จะถูกสำนักวิญญาณยุทธ์ตามล่า แต่เขาก็มีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

"เอาเถอะ พอดีเลย พวกข้ากำลังจะไปที่ตระกูลจอมพลัง พวกเจ้าก็ตามมาด้วยก็แล้วกัน"

ในที่สุด ถังเฮ่าก็ตัดสินใจได้ หากสามารถช่วยส่งเสริมการฝึกฝนของถังซานได้จริงๆ การเก็บพวกมันไว้ก็ไม่เสียหาย

"ตระกูลจอมพลังงั้นรึ? หนึ่งในสี่ตระกูลเดี่ยวน่ะหรือ?" ไต้มู่ไป๋มีความรู้อยู่บ้าง จึงอดประหลาดใจไม่ได้

ถังเฮ่าไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หลับตาพักผ่อน การจะไปที่ตระกูลจอมพลัง จะไปตอนกลางวันไม่ได้ ต้องรอให้ถึงตอนกลางคืน เพราะตระกูลจอมพลังตั้งอยู่ภายในเมืองเทียนโต่ว หากพวกเขากลับเข้าไปในเมืองเทียนโต่วตอนนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะถูกจำหน้าได้ ถึงตอนนั้นคงวุ่นวายแน่

"พวกเจ้าทั้งสาม ข้าจะหาหมอมาช่วยรักษาให้หายดี และในอนาคต การฝึกฝนของพวกเจ้า ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง!"

อวี้เสี่ยวกังตีหน้าขรึม ขณะที่ทั้งสามคนรีบพยักหน้ารับอย่างรัวๆ สิ่งนี้ทำให้อวี้เสี่ยวกังได้สัมผัสถึงความน่าเกรงขามและศักดิ์ศรีที่หายหน้าหายตาไปนานอีกครั้ง ในที่สุดก็สามารถทำให้พวกมันเชื่อฟัง และยังสามารถทำให้พวกมันยอมรับการฝึกฝนจากตนเองได้เสียที

---

จบบทที่ ตอนที่ 182: ชายโฉดทั้งหกกลับมาพบกันอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ตระกูลจอมพลัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว