- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 92 กลับคืนสู่สถาบัน การปฏิบัติที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว
ตอนที่ 92 กลับคืนสู่สถาบัน การปฏิบัติที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว
ตอนที่ 92 กลับคืนสู่สถาบัน การปฏิบัติที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว
วันรุ่งขึ้น ขบวนก็เริ่มออกเดินทางกลับ
หม่าหงจวิ้นนอนซมอยู่บนเปลหาม โดยมีไต้มู่ไป๋และถังซานสลับกันแบกหาม
ถึงไต้มู่ไป๋จะรู้สึกขยะแขยงวีรกรรมของหม่าหงจวิ้นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไร ก็แหงล่ะ ตัวเขาเองก็เป็นนักเที่ยวซ่องตัวยงเหมือนกัน จะเอาหน้าไปด่าคนอื่นได้ยังไง
ส่วนถังซานนั้นได้โอกาสสังเกตการณ์ใกล้ชิด ในหัวก็เอาแต่คิดแผนชั่วร้ายว่าจะจัดการหม่าหงจวิ้นยังไงดีในขั้นต่อไป! ต้องสั่งสอนมันให้จำฝังใจ! แค่โดนเฆี่ยนมันยังเบาไป! ต้องเอาให้ไอ้นั่นมันใช้งานไม่ได้อีกเลย! ให้มันกลายเป็นขันทีไปเลยถึงจะสะใจ!
ตอนแรกเขากะว่าตอนที่โดนจ้าวอู๋จี๋อัดคราวนั้นไอ้นั่นของมันคงจะระเบิดกระจุยไปแล้ว ที่ไหนได้ มันดันยังใช้งานได้หน้าตาเฉย งั้นก็ต้องหาวิธีอื่น ทำให้ไอ้นั่นของมันพังพินาศจากข้างในสู่ข้างนอก เอาให้ใช้งานไม่ได้แบบถาวรไปเลย!
หลังจากเดินทางกันอยู่หลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงโรงเรียนสื่อไหลเค่อ
ฝูหลันเต๋อรีบแจกแจงงานทันที หม่าหงจวิ้นให้เอ้าซือข่ากับถังซานผลัดกันดูแล ไต้มู่ไป๋ช่วงนี้ว่าง ก็ให้ตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเร่งทะลวงระดับพลังวิญญาณ
เรื่องที่เอ้าซือข่าได้แค่วงแหวนวิญญาณร้อยปีมาครอบครอง ถึงมันจะน่าเสียดาย แต่เรื่องมันเกิดไปแล้ว จะกลับไปแก้ไขก็ไม่ได้ ทำได้แค่หวังพึ่งลมๆ แล้งๆ ว่าอวี้เสี่ยวกังจะมีปัญญาหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องวงแหวนวิญญาณให้เอ้าซือข่าได้จริงๆ... ซึ่งดูทรงแล้วความหวังน่าจะริบหรี่พอๆ กับแสงหิ่งห้อยริบหรี่
"เย่มู่ พวกเจ้าสี่คนฝึกซ้อมตามแผนเดิมที่เจ้าวางไว้ได้เลย" ฝูหลันเต๋อพูดกับเย่มู่ด้วยน้ำเสียงสุภาพและให้เกียรติสุดๆ แน่นอนสิ นี่คืออัจฉริยะของแท้เชียวนะ! แถมสาวๆ ทั้งสามคนก็มีพัฒนาการก้าวกระโดดภายใต้การดูแลของเย่มู่อีกต่างหาก!
เสี่ยวอู่ทะลวงเป็นมหาปราชญ์วิญญาณ (ระดับ 42) จูจู๋ชิงก็ทะลุเป็นอัคราจารย์วิญญาณ (ระดับ 36) นิ่งหรงหรงก็เป็นอัคราจารย์วิญญาณ (ระดับ 33) เช่นกัน!
การยกระดับความสามารถที่รวดเร็วปานจรวดแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนใครจะไปกล้าคิด แต่ตอนนี้มันดันเกิดขึ้นจริงๆ ต่อหน้าต่อตาเขา! ดังนั้นการให้สาวๆ ทั้งสามฝึกซ้อมกับเย่มู่ต่อไป ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ส่วนระดับพลังวิญญาณของเย่มู่ที่เปิดเผยออกมาให้เห็นตอนนี้ล่ะ?
ระดับสี่สิบเจ็ด!
แต่ฝูหลันเต๋อก็ยังแอบรู้สึกทะแม่งๆ อยู่ดี เขาคิดว่าระดับพลังของเย่มู่มันต้องไม่ธรรมดาแค่นี้แน่ๆ อาจจะซ่อนเร้นระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ก็ได้ แต่เขาแค่นึกไม่ออกว่ามันจะมีวิธีไหนที่สามารถปกปิดระดับพลังได้แนบเนียนขนาดนี้! ไม่แน่ว่าตอนนี้เย่มู่อาจจะอยู่ระดับสี่สิบแปด หรือไม่ก็สี่สิบเก้าไปแล้วก็ได้!
อัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดของแท้... จะเอาบรรทัดฐานของคนทั่วไปมาวัดไม่ได้หรอก!
"ตกลง งั้นข้าพาพวกนางไปฝึกก่อนนะ"
เย่มู่ไม่ได้คิดจะอยู่ฝึกกับพวกนี้อยู่แล้ว วิธีการสอนห่วยๆ ของโรงเรียนสื่อไหลเค่อไม่มีทางช่วยให้เขาพัฒนาได้เร็วหรอก เอาเวลาไปล่าสัตว์วิญญาณในป่าชิงโต่วแล้วดูดซับวงแหวนวิญญาณโดยตรงเลยดีกว่า! แป๊บเดียวก็ทะลวงระดับเจ็ดสิบได้แล้ว! พอได้วงแหวนวงที่เจ็ด เลื่อนขั้นเป็นมหาปราชญ์วิญญาณเมื่อไหร่... โคตรจะมันส์เลยบอกตรงๆ!
การที่เย่มู่เดินนำสาวสวยทั้งสามจากไป ทำเอาพวกผู้ชายที่เหลืออิจฉาตาร้อนจนแทบจะลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น
คนเหมือนกัน เป็นนักเรียนเหมือนกันแท้ๆ แต่ไหงได้รับการปฏิบัติราวฟ้ากับเหวขนาดนี้! ยิ่งท่าทีที่ฝูหลันเต๋อมีต่อเย่มู่นี่มัน... ตามใจจนเกินเบอร์ไปไหม?!
คนมีพรสวรรค์นี่มันจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเลยงั้นเหรอ?!
...เออ ก็ใช่น่ะสิ! มีพรสวรรค์ซะอย่าง จะทำอะไรก็ย่อมได้!
ฝูหลันเต๋อรู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อนี้ดี เย่มู่ต้องมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่หนุนหลังอยู่แน่ๆ การที่เขามาเรียนที่สื่อไหลเค่อ คงแค่มาหาประสบการณ์ชีวิตสนุกๆ แค่นั้นแหละ จะไปรั้งให้เขาอยู่ที่นี่ตลอดไปน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ! มันเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เย่มู่ก็ต้องจบการศึกษา หรือไม่ก็เบื่อแล้วบินกลับไปใช้ชีวิตในโลกที่สูงส่งของเขาตามเดิม
ไต้มู่ไป๋ยืนมองแผ่นหลังของจูจู๋ชิงจนลับสายตา... ผู้หญิงคนที่ชื่อเหมือนคู่หมั้นของเขาคนนี้ สรุปแล้วเป็นใครกันแน่? ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในใจเขาถึงรู้สึกผูกพันและคิดว่านางสำคัญกับเขามาก แต่... วิญญาณยุทธ์ของนางไม่ใช่วิญฬาร์โลกันตร์นี่นา แล้วเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?
คนชื่อซ้ำกันบนโลกนี้มีถมไป แต่มันจะบังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ?
'หรือเราควรจะไปสืบดูดี? ไต้มู่ไป๋คิดหนัก ถ้าสืบเรื่องตระกูลจู เขาก็คงจะได้รู้เรื่องราวของคู่หมั้นตัวเอง แต่... เขาก็แอบกลัวใจตัวเองเหมือนกัน ถ้าผู้หญิงคนนั้นคือจูจู๋ชิงคู่หมั้นของเขาจริงๆ ล่ะ เขาจะทำยังไง?!
นางไปกินอยู่หลับนอนกับเย่มู่แล้วนะเว้ย! ต่อให้เขาแย่งนางกลับมาได้ บนหัวเขาก็คงมีทุ่งหญ้าเขียวขจีงอกเงยเต็มไปหมด! ลูกผู้ชายคนไหนมันจะไปรับได้วะ?!
เขาไม่เคยเอะใจเลยว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นคือจูจู๋ชิงจริงๆ ทำไมนางถึงต้องปิดบังวิญญาณยุทธ์ตัวเอง แถมยังไปสนิทสนมกับเย่มู่อีก? และเขาก็คงลืมไปแล้วว่า วีรกรรมเที่ยวซ่องหยำเปของตัวเองในเมืองสั่วทัวน่ะ... มันดังกระฉ่อนไปทั่วจนใครๆ เขาก็รู้กันหมดแล้ว!
คิดจะครอบครองจูจู๋ชิงงั้นรึ? ฝันกลางวันไปเถอะไอ้หน้าโง่!
...
"ฝูหลันเต๋อ ปัญหาวิญญาณยุทธ์ของหม่าหงจวิ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง รับรองว่าแก้ได้ในพริบตา!"
อวี้เสี่ยวกังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจสุดๆ เขาคิดแผนรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องผลกระทบจากเพลิงปีศาจน่ะเหรอ? วิธีแก้มันง่ายนิดเดียว!
แค่ฝึกหม่าหงจวิ้นให้เหนื่อยลากเลือดไปเลยสิ! พอเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด มันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดเรื่องลามกจกเปรตแล้ว เพลิงปีศาจมันก็จะสงบลงไปเองแหละ!
ในมุมมองของเขา สาเหตุที่หม่าหงจวิ้นโดนเพลิงปีศาจครอบงำ ก็เป็นเพราะในหัวมันมีแต่เรื่องหมกมุ่นกามารมณ์ ทำให้เพลิงปีศาจยิ่งลุกโชนและระเบิดออกมา ดังนั้น ขอแค่สูบพลังงานมันจนหมดก๊อกทุกวัน มันก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องพวกนั้นแล้ว!
ฝูหลันเต๋อไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบๆ
ส่วนเอ้าซือข่ากับถังซานก็ต้องไปรับหน้าที่ดูแลหม่าหงจวิ้น สำหรับถังซานแล้ว นี่ถือเป็นงานถนัดและเต็มใจสุดๆ! ยิ่งได้ใกล้ชิด ก็ยิ่งมีโอกาสลงมือ! คราวนี้แหละ เขาจะจัดยาแรงๆ ให้มันสักดอก เอาให้ตูมเดียวหายนะไปเลย!
ขอแค่ร่างกายของหม่าหงจวิ้นฟื้นฟูเมื่อไหร่ เขาจะปล่อยของทันที! ถึงเวลานั้น สื่อไหลเค่อคงได้ต้อนรับขันทีคนแรกของโรงเรียนแน่ๆ!
แค่คิดภาพตาม ถังซานก็แอบยิ้มกริ่มด้วยความสะใจ ส่วนแผนรับมือกับเย่มู่น่ะเหรอ? คงต้องไปขบคิดหาวิธีที่รัดกุมกว่านี้ ในเมื่อตอนนี้เขายังสร้างอาวุธลับไม่ได้ ยาพิษก็คือไพ่ตายใบเดียวที่เหลืออยู่ ด้วยความรู้เรื่องยาพิษระดับปรมาจารย์จากสำนักถัง เขาต้องปรุงยาพิษที่ออกฤทธิ์กับเย่มู่ได้อย่างชะงัดแน่ๆ ขอแค่สำเร็จเพียงครั้งเดียว เย่มู่ก็จะกลายเป็นแค่เศษสวะ!
แต่หารู้ไม่ว่า... ตอนนี้เย่มู่ระแวดระวังตัวเรื่องยาพิษของเขาอยู่ตลอดเวลา!
คิดจะเอายาพิษมาทำร้ายเย่มู่งั้นรึ? ชาติหน้าตอนบ่ายๆ เถอะ! ยิ่งมีพลังวิญญาณสูงเท่าไหร่ ยาพิษก็ยิ่งออกฤทธิ์ได้ยากขึ้นเท่านั้น แถมในตัวของเย่มู่ยังมีเพลิงแท้สุริยันไหลเวียนอยู่ทุกอณูขุมขน! ต่อหน้าเพลิงแท้สุริยัน ยาพิษทุกชนิดบนโลกใบนี้ก็เป็นแค่ฝุ่นผง!
นั่นหมายความว่า ร่างกายของเย่มู่ตอนนี้คือร่างอมตะต้านพิษขั้นสมบูรณ์แบบ! ไม่มียาพิษหน้าไหนมาทำอันตรายเขาได้! พอยาพิษเข้าสู่ร่างกายปุ๊บ ก็จะถูกเพลิงแท้สุริยันแผดเผาจนสลายหายไปปั๊บ!
รวมไปถึงสาวๆ ทั้งสามคนด้วย! ในร่างกายของพวกนางก็มีเพลิงแท้สุริยันแฝงอยู่เช่นกัน ถึงแม้จะแค่เส้นบางๆ แต่อนุภาพของมันก็ร้ายกาจจนประมาทไม่ได้เลย! กับอีแค่ยาพิษกระจอกๆ น่ะเหรอ? ไม่ระคายผิวพวกนางหรอก!
...
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ที่เมืองสั่วทัว
เย่มู่ก็เริ่มถ่ายทอดเพลิงแท้สุริยันเข้าสู่ร่างกายของสาวๆ อีกครั้ง คราวนี้เขาเพิ่มปริมาณให้เยอะกว่าเดิม เพราะร่างกายของพวกนางแข็งแกร่งขึ้นมากพอที่จะรองรับเพลิงแท้สุริยันได้มากขึ้นแล้ว
การใช้เพลิงแท้สุริยันชำระล้างร่างกาย ตอนนี้พวกนางเริ่มเสพติดความรู้สึกนี้ไปซะแล้ว เพราะมันทั้งสะดวกรวดเร็ว แถมยังเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย!
"ปรับระดับแรงโน้มถ่วงไปที่ยี่สิบเท่า เสี่ยวอู่... เจ้าปรับไปที่สามสิบเท่าได้เลย" เย่มู่คำนวณดูแล้ว สามสิบเท่าคือขีดจำกัดสูงสุดของเสี่ยวอู่ในตอนนี้ ส่วนนิ่งหรงหรงกับจูจู๋ชิง ขีดจำกัดอยู่ที่ยี่สิบเท่า
มีเพียงการใช้แรงกดดันจากแรงโน้มถ่วงอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ที่จะรีดเค้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมา และทำให้ร่างกายของพวกนางแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วินาที!
"พี่มู่ แล้วของท่านล่ะ ตั้งไว้ที่เท่าไหร่?" เสี่ยวอู่เอียงคอถามด้วยความสงสัย นิ่งหรงหรงกับจูจู๋ชิงก็หันมามองอย่างสนใจ เย่มู่เองก็ต้องใช้อุปกรณ์วิญญาณพวกนี้ฝึกเหมือนกันนี่นา อยากรู้จังเลยว่าระดับของเขาจะโหดขนาดไหน?
เย่มู่คลี่ยิ้มบางๆ ตอบเสียงเรียบ "ก็ไม่เยอะหรอก แค่ห้าร้อยเท่าเอง"
เสี่ยวอู่, นิ่งหรงหรง, จูจู๋ชิง: "ไอ้สัตว์ประหลาดเอ๊ย!!!"