- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 91 ฝูหลันเต๋อผิดหวังขั้นสุด ไอ้ลูกศิษย์ไม่ได้เรื่อง!
ตอนที่ 91 ฝูหลันเต๋อผิดหวังขั้นสุด ไอ้ลูกศิษย์ไม่ได้เรื่อง!
ตอนที่ 91 ฝูหลันเต๋อผิดหวังขั้นสุด ไอ้ลูกศิษย์ไม่ได้เรื่อง!
การฆ่าวิญญาจารย์ทุกคนในที่นี้เพื่อปิดปาก...
ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเอาเสียเลย ที่นี่มีคนตั้งเยอะแยะ แถมพวกมันยังรู้ด้วยว่าเขาเป็นถึงมหาปราชญ์วิญญาณขืนลงมือจริงๆ ต้องมีพวกมันบางคนฉวยโอกาสหลบหนีไปได้แน่ๆ ต่อให้เขากับจ้าวอู๋จี๋จะเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับมือหรือสกัดกั้นคนหมู่มากขนาดนี้ได้หมดหรอก
อีกอย่าง ต้นเหตุมันก็มาจากหม่าหงจวิ้นเป็นคนก่อเรื่องเองทั้งนั้น ข่มขืนผู้หญิงไปแล้วตั้งสามคน แถมยังคิดจะลากคนที่สี่ไปข่มขืนอีก! พฤติกรรมระยำขนาดนี้ เอาเรื่องผลกระทบจากเพลิงปีศาจมาอ้างไม่ได้แล้ว! นี่มันเกิดจากสันดานมักมากในกามและจิตใจที่โสมมของมันล้วนๆ!
เขาไม่เคยคิดเลยว่าหม่าหงจวิ้นจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ เขาอุตส่าห์สั่งสอนมาตั้งนาน สุดท้ายดันปั้นไอ้เดรัจฉานบ้ากามที่เที่ยวไปข่มขืนชาวบ้านขึ้นมาเนี่ยนะ?! ขืนเรื่องนี้แดงออกไป ฝูหลันเต๋อผู้นี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? แถมถ้าเรื่องไปถึงหูสำนักวิญญาณยุทธ์ โรงเรียนสื่อไหลเค่อคงเหลือแค่ชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แน่ๆ
งั้น... ก็ต้องลอยแพหม่าหงจวิ้นงั้นรึ?
จะให้ทิ้งลูกศิษย์ที่ฟูมฟักมากับมือ เขาก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน เขาคิดวนไปวนมา ก่อนจะเหลือบไปมองเย่มู่
เย่มู่เหมือนจะรู้ใจ ขยับนิ้วเพียงนิดเดียว ถังน้ำกับแส้ก็ปรากฏขึ้นในมือ เขาโยนมันขึ้นไปบนแท่นประหารทันที!
พอเห็นถังน้ำกับแส้ลอยลงมา พวกวิญญาจารย์ที่ล้อมอยู่ก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
นี่คิดจะทำอะไร? หรือคิดจะต่อสู้งั้นรึ?
ฝูหลันเต๋อยกมือขึ้นประสานกันที่อก เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ลูกศิษย์ของข้าทำเรื่องเลวทรามปานนี้ ทำให้ข้าผิดหวังอย่างยิ่ง ความผิดของเขา ข้าในฐานะอาจารย์ย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย!"
"ข้ารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำมันร้ายแรงมาก ดังนั้น ขอให้พวกท่านมอบตัวเขาให้ข้า ข้าจะให้คำอธิบายที่สมน้ำสมเนื้อแก่ทุกคนเอง!"
"และขอให้ทุกคนเห็นแก่ที่เขายังเป็นแค่เด็ก ละเว้นโทษตายให้เขาสักครั้งเถอะ"
"ข้าขอสาบานว่าจะอบรมสั่งสอนเขาอย่างเข้มงวด จะไม่ให้เขาไปทำเรื่องระยำแบบนี้อีกเด็ดขาด!"
พูดจบเขาก็กระชากแส้ออกมา
เพียะ! เสียงแส้แหวกอากาศดังสนั่น ก่อนจะฟาดลงบนร่างของหม่าหงจวิ้นอย่างจัง! แรงฟาดนั้นรุนแรงถึงขนาดทำให้เชือกที่มัดตัวหม่าหงจวิ้นอยู่ขาดสะบั้นลงทันที
"อ๊ากก!!!"
โดนแส้หวดเข้าไปเต็มแรง หม่าหงจวิ้นก็แหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ถึงแม้จะหลุดพ้นจากเชือกแล้ว แต่ความเจ็บปวดปางตายที่แผ่นหลังก็ทำให้มันลงไปนอนกองกับพื้น ไม่มีปัญญาแม้แต่จะคลานหนี
ทว่าฝูหลันเต๋อไม่ได้หยุดแค่นั้น เขากระหน่ำฟาดแส้ลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ยั้งมือ เพียงพริบตาเดียว เสื้อท่อนบนของหม่าหงจวิ้นก็ถูกหวดจนขาดวิ่น แผ่นหลังเหวอะหวะไปด้วยเลือดและเนื้อที่แตกยับ
"ท่านผู้อำนวยการ! ไว้ชีวิตข้าด้วย! ไว้ชีวิตข้าเถอะ! ขะ... ข้าไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าทำอีกแล้วจริงๆ!"
"ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าเข็ดแล้วจริงๆ"
หม่าหงจวิ้นร้องห่มร้องไห้ น้ำมูกน้ำตาไหลอาบหน้าทุเรศทุรัง
ทว่าฝูหลันเต๋อก็ยังคงหวดแส้ต่อไปอย่างไม่ปรานี
พวกวิญญาจารย์ที่มุงดูอยู่ต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เฆี่ยนด้วยแส้งั้นรึ? ในบรรดาบทลงโทษทั้งหมด การเฆี่ยนด้วยแส้นับว่าโหดเหี้ยมที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่นี่กะจะให้พวกเขายอมปล่อยตัวหม่าหงจวิ้นไปง่ายๆ แค่นี้เนี่ยนะ?
ไม่มีทาง!
หม่าหงจวิ้นมันข่มขืนผู้หญิงไปตั้งสามคน! สันดานโจรชัดๆ! ถ้าไม่ลงโทษให้เด็ดขาด จะปล่อยไปดื้อๆ ได้ยังไง?
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะฆ่าหม่าหงจวิ้นอีกต่อไปแล้ว เพราะฝูหลันเต๋อได้ปลดปล่อยวงแหวนวิญญาณออกมาให้เห็นเต็มสองตา นั่นคือมหาปราชญ์วิญญาณตัวจริงเสียงจริง! ยังไงซะก็ต้องไว้หน้ามหาปราชญ์วิญญาณบ้าง
แถมด้านล่างแท่นประหาร ยังมีมหาปราชญ์วิญญาณจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อโผล่มาอีกคน! วงแหวนวิญญาณเจ็ดวงสว่างจ้ากระแทกตาสุดๆ โรงเรียนบ้าอะไรมีมหาปราชญ์วิญญาณตั้งสองคน! ไม่ไว้หน้าพวกเขาก็คงไม่ได้แล้วล่ะ
เมื่อเห็นพวกวิญญาจารย์ยังคงเงียบ ฝูหลันเต๋อก็นึกว่าพวกเขายังไม่ยอมลดราวาศอก จึงกัดฟันกระหน่ำฟาดแส้ลงไปอีก
ไม่นานนัก หม่าหงจวิ้นก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว สลบเหมือดไป แต่ก็โดนฟาดจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก วนเวียนอยู่แบบนี้หลายรอบ จนสุดท้ายหม่าหงจวิ้นก็ไม่มีแรงแม้แต่จะร้องโอดโอย ได้แต่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนหมาข้างถนน
ในที่สุดก็มีคนตะโกนขึ้นมา
"พอได้แล้ว! ในเมื่อเจ้าสั่งสอนมันอย่างหนักขนาดนี้ หวังว่ามันคงจะหลาบจำไปจนตาย"
"เห็นแก่ที่มันยังเด็ก ครั้งนี้พวกข้าจะไม่เอาความก็แล้วกัน!"
เมื่อเหล่าวิญญาจารย์ยอมถอย ฝูหลันเต๋อถึงได้ยอมลดแส้ลง
"ขอบคุณทุกท่านที่เมตตา ค่าเสียหายที่ควรจะจ่าย โรงเรียนสื่อไหลเค่อจะไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่แดงเดียว"
พูดจบเขาก็หยิบถุงเงินออกมาหลายถุง
"น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ หวังว่าพวกท่านจะไม่รังเกียจ"
พอเห็นถุงเงิน พวกวิญญาจารย์ก็รีบรับไป ก่อนที่ฝูงชนจะค่อยๆ สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เพราะพวกเขาสงสารหม่าหงจวิ้นหรอกนะ แต่เพราะมีมหาปราชญ์วิญญาณยืนหัวโด่อยู่ถึงสองคน ยังไงก็ต้องไว้หน้ากันบ้าง ขืนดึงดันเอาเรื่องต่อ แล้วมหาปราชญ์วิญญาณทั้งสองคนฟิวส์ขาดขึ้นมา พวกเขานี่แหละที่จะเละเป็นโจ๊ก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะไปฟ้องสำนักวิญญาณยุทธ์เลย แค่เอาชีวิตรอดให้ได้ก็บุญแล้ว ได้คืบก็ต้องเอาศอก เอ้ย! รู้จักพอแค่นี้แหละดีที่สุด ขืนทำให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ คนที่จะซวยก็คือพวกเขานี่แหละ
หลังจากคนสลายตัวไปหมดแล้ว ฝูหลันเต๋อมองดูร่างที่สลบเหมือดของหม่าหงจวิ้น ท้ายที่สุดเขาก็อุ้มร่างอาบเลือดนั้นเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม จ้าวอู๋จี๋และคนอื่นๆ ก็เดินตามเข้าไปเงียบๆ
พอมาถึงห้องของหม่าหงจวิ้น ฝูหลันเต๋อก็วางร่างนั้นลงบนเตียง เขายืนมองศิษย์รักด้วยความเงียบงัน ตอนนี้เขารู้สึกผิดหวังขั้นสุดกับหม่าหงจวิ้นจริงๆ ถึงขั้นเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า วิธีการสอนของเขามันผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า อุตส่าห์เลี้ยงดูอุ้มชูมาตั้งหลายปี ทำไมถึงได้กลายเป็นไอ้สวะแบบนี้ไปได้?
วิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์มันทรงพลังก็จริง แต่มันก็ส่งผลกระทบที่น่ากลัวไม่แพ้กัน บางทีวิญญาณยุทธ์มันอาจจะค่อยๆ กลืนกินและเปลี่ยนนิสัยของเด็กคนนี้อย่างเงียบๆ จนกลายเป็นไอ้บ้ากามที่ทำเรื่องต่ำทรามโดยเอาวิญญาณยุทธ์มาเป็นข้ออ้าง!
แต่มันหารู้ไม่ว่า คนมีตาเขามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่านี่มันสันดานดิบของมันล้วนๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับวิญญาณยุทธ์เลยสักนิด!
เขาเองก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จะสั่งสอนไอ้เด็กเหลือขอนี่ต่อไปยังไงดี!
จังหวะนั้นเอง อวี้เสี่ยวกังก็พูดแทรกขึ้นมา "เรื่องปัญหาวิญญาณยุทธ์ของหม่าหงจวิ้น ข้ามีวิธีจัดการ!"
"เจ้างั้นรึ?"
ฝูหลันเต๋อหันขวับไปมอง แววตาแทบไม่มีความหวังหลงเหลืออยู่เลย
วีรกรรมล่าสุดของอวี้เสี่ยวกังมันฟ้องชัดเจนอยู่แล้วว่า หมอนี่มันดีแต่ปากไม่มีปัญญาอะไรเลยสักอย่าง! แล้วมันจะไปแก้ปัญหาวิญญาณยุทธ์กลายพันธุ์ได้ยังไง?
เป็นไปไม่ได้หรอก! เพราะวิญญาณยุทธ์ของอวี้เสี่ยวกังเองก็กลายพันธุ์เหมือนกัน ผ่านมาเป็นสิบๆ ปี มันยังแก้ปัญหาวิญญาณยุทธ์ของตัวเองไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรจะไปแก้ของคนอื่น?
"วางใจเถอะ พอกลับถึงโรงเรียน ข้าจะรีบจัดตารางฝึกซ้อมแบบพิเศษ รับรองว่าเพลิงปีศาจของมันจะไม่มีทางปะทุขึ้นมาอีกแน่นอน"
อวี้เสี่ยวกังพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขามองว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง! เขาต้องการผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อลบคำสบประมาท ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในโรงเรียนสื่อไหลเค่อ? จะเอาความน่าเชื่อถือที่ไหนไปสั่งสอนพวกไต้มู่ไป๋? ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ฝูหลันเต๋อถึงจะยอมมอบหมายนักเรียนให้เขาดูแล
ฝูหลันเต๋อไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาเพียงแค่หันกลับไปมองหม่าหงจวิ้นเงียบๆ
หมอถูกตามตัวมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้หม่าหงจวิ้นก่อน แล้วค่อยพากลับไปรักษาตัวต่อที่โรงเรียน โดนเฆี่ยนไปหนักขนาดนี้ กระดูกกระเดี้ยวคงร้าวไปหลายซี่ คงต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกพักใหญ่เลยล่ะ
ส่วนเย่มู่กำลังเดินสำรวจรอบๆ ห้อง เขาตะหงิดใจว่าที่จู่ๆ หม่าหงจวิ้นก็หน้ามืดตามัวออกไปทำเรื่องระยำแบบนี้ มันต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ ปกติถึงไอ้หมูตอนนี่จะบ้ากามแค่ไหน มันก็คงไม่กล้าข่มขืนใครหน้าด้านๆ แบบนี้หรอก มันต้องมีอะไรมากระตุ้น!
และในที่สุดสายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับกระถางธูปใบเล็กที่มุมห้อง ถึงกลิ่นธูปจะจางหายไปแทบหมดแล้ว แต่เขาก็มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่ามันคือกลิ่นเดียวกับที่เขาได้กลิ่นในโรงเก็บฟืนคราวนั้น!
หมายความว่า ถังซานแอบเล่นตุกติกอีกแล้วสินะ?
โฮ่... ไอ้ถังซานนี่มันกะจะเอาหม่าหงจวิ้นให้ตายเลยนี่หว่า! เพราะอะไรกันล่ะ?
ในขณะที่ถังซานยืนทำเนียนปะปนอยู่ในกลุ่มอย่างแนบเนียน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเรื่องที่เกิดขึ้น
"ทุกคนกลับไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางกลับโรงเรียน" ฝูหลันเต๋อเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับฟังดูเหนื่อยล้าและแก่ลงไปถนัดตา
ทุกคนพยักหน้ารับคำ แล้วแยกย้ายกันกลับห้อง
เมื่อกลับถึงห้อง ถังซานก็ทำหน้าเซ็งสุดขีด... จุดจบของหม่าหงจวิ้นมันไม่ได้ดั่งใจเขาเลย! แค่โดนเฆี่ยนเนี่ยนะ? ถ้าพวกฝูหลันเต๋อกลับมาช้ากว่านี้อีกนิด ไอ้หมูตอนนั่นก็โดนแขวนคอตายห่าไปแล้วแท้ๆ! ตอนนี้ถ้าคิดจะจัดการมัน คงต้องหาวิธีอื่นแทนแล้วล่ะ
สำหรับเสี่ยวอู่ ความรู้สึกอยากครอบครองนางของเขายังคงรุนแรงไม่เสื่อมคลาย เขาไม่ยอมให้ไอ้หน้าไหนมาแตะต้องนางเด็ดขาด แม้แต่คิดจะหมายปองก็ไม่ได้! สำหรับถังซานแล้ว... หม่าหงจวิ้นมันมีเหตุผลที่สมควรตายอยู่แล้ว
---