- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 44 ถังซานช้ำใจ, โดนกีดกันซะแล้ว
ตอนที่ 44 ถังซานช้ำใจ, โดนกีดกันซะแล้ว
ตอนที่ 44 ถังซานช้ำใจ, โดนกีดกันซะแล้ว
ถังซานเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
แต่พอพูดจบ ทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็แทบจะมองบนใส่
พลังวิญญาณแค่ระดับยี่สิบเอ็ด กล้าดีเสนอกล้าตัวเป็นหัวหน้าทีม?
แถมยังมีหน้ามาอวดว่าเป็นวิญญาณยุทธ์คู่อีก?
มีอะไรให้น่าอวดกัน?
เย่มู่กับเสี่ยวอู่รู้ไส้รู้พุงถังซานดีอยู่แล้ว
ส่วนจูจู๋ชิงก็รู้เรื่องจากเสี่ยวอู่มาบ้าง จึงไม่ได้รู้สึกดีกับถังซานนัก
มีเพียงนิ่งหรงหรงที่ส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มตามมารยาทที่แฝงไปด้วยความกระอักกระอ่วน
วิญญาณยุทธ์คู่นั้นน่าทึ่งก็จริง แต่นางก็ไม่ได้ไม่เคยเห็นมาก่อน
ก็แค่ตกใจนิดหน่อย แล้วก็กลับมาเฉยๆ
พูดตรงๆ เลยนะ อายุสิบสอง มีวิญญาณยุทธ์คู่ แต่พลังวิญญาณแค่ระดับยี่สิบเอ็ด นางคิดว่ามันไม่ได้วิเศษวิโสอะไรเลย
ออกจะต่ำไปเสียด้วยซ้ำ
นางเห็นอัจฉริยะในสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติมาตั้งมากมาย ได้ยินเรื่องราวของยอดฝีมือมาก็เยอะ
ดังนั้น พลังวิญญาณระดับยี่สิบเอ็ดของถังซาน จึงไม่ได้ทำให้นางตื่นเต้นอะไรเลย
เพราะตัวนางเองก็อยู่ระดับยี่สิบหกแล้ว สูงกว่าถังซานตั้งห้าระดับ
นางยังไม่กล้าเสนอตัวเป็นหัวหน้าทีมเลย
แล้วไอ้คนระดับยี่สิบเอ็ดนี่... เอาความมั่นใจมาจากไหนเนี่ย?
เมื่อไม่มีใครตอบสนอง ถังซานก็เริ่มหน้าเสีย
ตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยเรื่องวิญญาณยุทธ์คู่หรอกนะ
แต่พอเห็นว่าเย่มู่อยู่ด้วย เขาจึงต้องหาทางดึงความสนใจมาที่ตัวเองให้ได้ เลยตัดสินใจพูดออกไป
อีกอย่าง เขาอยากเป็นหัวหน้าทีมจริงๆ
เพราะถ้าได้เป็นหัวหน้าทีม เขาจะได้ใช้ประสบการณ์การต่อสู้ที่มี นำพาทีมต้านทานการโจมตีของอาจารย์จ้าวให้ได้ครบหนึ่งก้านธูป
และถ้าเขาทำสำเร็จ เสี่ยวอู่ก็คงจะมองเขาในแง่ดีขึ้นบ้าง
หลายปีมานี้ เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนความคิดของเสี่ยวอู่ จนแทบจะหมดมุกอยู่แล้ว
แต่ทำไงได้ล่ะ... ดอกไม้ร่วงโรยตั้งใจ แต่น้ำไหลกลับไร้เยื่อใย
ความจริงใจของเขา คงต้องถูกทิ้งลงชักโครกไปเท่านั้นแหละ
"นิ่งหรงหรง วิญญาณยุทธ์หอแก้วเจ็ดสมบัติ ปรมาจารย์วิญญาณสายสนับสนุน ระดับยี่สิบหก"
นิ่งหรงหรงพูดพร้อมรอยยิ้ม แววตาแฝงความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
สิ้นเสียง ทุกคนก็หันขวับมามองนางทันที
หอแก้วเจ็ดสมบัติ?
วิญญาณยุทธ์สายสนับสนุนที่ได้รับการยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุด พันธมิตรที่ดีที่สุดสำหรับวิญญาจารย์สายต่อสู้ทุกคน
วิญญาณยุทธ์หอแก้วเจ็ดสมบัติสืบทอดกันทางสายเลือด บนแผ่นดินโต้วหลัวนี้ มีเพียงคนในสายเลือดตรงของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติเท่านั้นถึงจะครอบครองมันได้
นั่นหมายความว่า นางมาจากสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ ฐานะไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!
ถังซานดีใจจนเนื้อเต้นที่ในที่สุดก็มีคนตอบรับเขา
"ดีเลย ฟังคำสั่งข้านะ พอถึงเวลาเจ้าก็รับหน้าที่..."
"เจ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ ข้าหมายความว่า... ขนาดข้าอยู่ระดับยี่สิบหก ยังไม่กล้าเสนอตัวเป็นหัวหน้าทีมเลย"
นิ่งหรงหรงแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างน่ารักน่าชัง
แม้จะไม่ได้พูดประโยคหลังออกมา แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ได้เป็นอย่างดี
ทางด้านเอ้าซือข่าที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ตั้งแต่นิ่งหรงหรงปรากฏตัว สายตาเขาก็ไม่ยอมละไปจากนางเลย
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกหลุมรัก ดวงตาแทบจะกลายเป็นรูปหัวใจ
พอได้ยินคำพูดและเห็นท่าทางน่ารักๆ ของนาง เขาก็หลุดหัวเราะออกมา
เมื่อถังซานได้ยินเสียงหัวเราะ ก็หันขวับไปมองด้วยความขุ่นเคือง
มีอะไรน่าขำนักหนา?
ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ
อยู่ดีๆ ก็โดนเหน็บแนมเข้าให้!
ผู้หญิงคนนี้หน้าตาน่ารักนะ แต่ปากจัดชะมัด
เขาจำต้องหันไปมองจูจู๋ชิง
เย่มู่กับเสี่ยวอู่คงไม่เลือกเขาเป็นหัวหน้าทีมแน่ๆ ดังนั้นความหวังเดียวของเขาจึงอยู่ที่คนสุดท้ายนี่แหละ
ถ้ามีคนสนับสนุนบ้าง เขาก็คงจะรู้สึกดีขึ้นหน่อย
แต่น่าเสียดาย... จูจู๋ชิงกลับเดินไปจับมือเสี่ยวอู่แทน
การกระทำนี้เป็นการบอกใบ้ชัดเจนเลยว่า... พวกนางรู้จักกัน และไม่มีทางเลือกเขาเป็นหัวหน้าทีมแน่!
"ไม่ต้องมีหัวหน้าทีมอะไรหรอก เวลาหนึ่งก้านธูปใกล้จะหมดแล้ว เตรียมตัวสู้ได้แล้ว"
น้ำเสียงของเย่มู่เรียบเฉย แฝงความสบายๆ
ถังซานขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกเป็นรองอีกแล้ว
"การจะรับมือกับอาจารย์ระดับสูงของโรงเรียนเนี่ย ถ้าต่างคนต่างสู้ พวกเราคงทนได้ไม่ถึงก้านธูปหรอกนะ พวกเจ้าไม่อยาก..."
"จะทนได้หรือไม่ได้ มันก็เรื่องของพวกข้า"
"เจ้าเอาเวลาไปคิดหาวิธีผ่านด่านของตัวเองดีกว่ามั้ง"
เย่มู่พูดแทรกขึ้นมาทันที
ผ่านไปหกปีแล้ว ก็ยังตามตื๊อไม่เลิก
ไม่รู้ไปเอาความหน้าด้านมาจากไหน
หน้าตัวเอกนี่มันด้านขนาดนี้เชียวหรือ?
ถังซานถูกตอกหน้าหงายจนพูดไม่ออก ได้แต่หันหลังกลับด้วยความเจ็บใจ
ตอนนี้เขาต้องพึ่งความสามารถของตัวเองในการผ่านด่านนี้แล้ว
ได้แต่ภาวนาว่าอาจารย์คนนี้คงจะไม่เก่งเกินไปนัก ไม่อย่างนั้นคงลำบากแน่
ในตอนนั้นเอง เอ้าซือข่าก็ตะโกนบอกนิ่งหรงหรงว่า "อาจารย์จ้าวเป็นมหาปราชญ์วิญญาณระดับเจ็ดสิบหก ระวังตัวด้วยนะ!"
มหาปราชญ์วิญญาณระดับเจ็ดสิบหก?!
ถังซานถึงกับใบ้กิน
ถ้าเป็นคนระดับนั้น แค่กะพริบตา เขาก็คงโดนทุบเละเป็นโจ๊กแล้วมั้ง?
จะไปสู้ซึ่งๆ หน้าไม่ได้เด็ดขาด ต้องหาวิธีหลบหลีกเอาตัวรอดให้ได้
"หึๆ~ เตรียมตัวเสร็จกันแล้วใช่มั้ย? งั้นก็... เริ่มกันเลย!"
จ้าวอู๋จี๋ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้เขากำลังคันไม้คันมือสุดๆ
ปีนี้ดูเหมือนจะมีสัตว์ประหลาดน้อยโผล่มาหลายคนเลยแฮะ งั้นก็มาลองชิมหมัดเหล็กของเขาดูหน่อยเป็นไง
สิ้นเสียง พลังวิญญาณมหาศาลก็ปะทุออกจากร่างของจ้าวอู๋จี๋ และแผ่แรงกดดันอันหนักหน่วงถาโถมเข้าใส่เย่มู่และคนอื่นๆ
สีหน้าของถังซานเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รีบใช้ท่าร่างเคลื่อนไหวหลบหลีกเคลื่อนไหวดุจเงาพรายถอยร่นไปด้านหลังทันที
ในเมื่อสู้ไม่ได้ ก็ต้องตั้งรับให้ดีที่สุด
ขอแค่ทนให้ได้หนึ่งก้านธูปก็พอ!
"ไอ้หนู ท่าเท้านี่ไม่เลวเลยนี่"
จ้าวอู๋จี๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ท่าก้าวเท้าแบบนี้ช่างพิสดารนัก
ไม่เหมือนทักษะวิญญาณเลย ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ
ขณะเดียวกัน นิ่งหรงหรงก็เริ่มขยับตัว
"หอแก้วเจ็ดสมบัติหมุนวน"
นางหมุนตัวอย่างงดงาม แสงเจ็ดสีกระจ่างใสสาดส่องออกมาจากร่าง
แสงเจ็ดสีรวมตัวกันที่ฝ่ามือขวาของนาง ก่อตัวเป็นหอคอยเจ็ดสีขนาดสูงหนึ่งคืบ
แสงสีเปล่งประกาย แผ่ซ่านความสูงส่งออกมา
วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงปรากฏขึ้นที่ใต้เท้า ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาหมุนวนรอบตัวนางอย่างเงียบงัน
"หอแก้วเจ็ดสมบัติ นามที่หนึ่ง: พลัง!"
สิ้นเสียง วงแหวนวิญญาณวงแรกก็ลอยขึ้นไปครอบบนหอแก้วเจ็ดสี
นิ่งหรงหรงใช้นิ้วซ้ายชี้ไปสามครั้ง ลำแสงเจ็ดสีสามสายก็พุ่งออกมา คลุมร่างของเย่มู่ เสี่ยวอู่ และจูจู๋ชิง
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากหอแก้วเจ็ดสมบัติ ทั้งสามคนก็รู้สึกได้ถึงพลังที่อัดแน่นขึ้นมาทันที พลังวิญญาณในร่างพลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด
พลังสนับสนุนของหอแก้วเจ็ดสมบัตินั้น ร้ายกาจจริงๆ!
"หอแก้วเจ็ดสมบัติ นามที่สอง: ความเร็ว!"
ลำแสงเจ็ดสีอีกสามสายพุ่งเข้าใส่ร่างของเย่มู่และอีกสองคน
ทั้งความเร็วและพลังเพิ่มขึ้นถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึง
หอแก้วเจ็ดสมบัติ สมคำร่ำลือจริงๆ
"โอ้โห ปีนี้มีเด็กจากตระกูลหอแก้วเจ็ดสมบัติมาสอบด้วยแฮะ ไม่เลวๆ ตาแก่ฝูหลันเต๋อรู้เข้าต้องดีใจเนื้อเต้นแน่ๆ"
จ้าวอู๋จี๋หัวเราะลั่น เขาจุดธูปแล้วปักลงบนพื้น
ทางด้านถังซานที่ยืนอยู่ห่างออกไป รู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก
เขาก็อยากได้พลังสนับสนุนจากหอแก้วเจ็ดสมบัติบ้างนะ
แต่ยัยผู้หญิงปากร้ายนั่น ดันลืมเขาไปซะสนิท หรือไม่ก็ตั้งใจเมินเขาแน่ๆ!
นี่เขาโดนกีดกันจริงๆ สินะ?
เกินไปแล้วนะเว้ย!
"พี่มู่ ข้าขอลุยก่อนนะ..."
เสี่ยวอู่ทำท่าจะพุ่งเข้าไป แต่เย่มู่ยกมือห้ามไว้
"จ้าวอู๋จี๋เป็นมหาปราชญ์วิญญาณระดับเจ็ดสิบหก ฉายาคืออาจารย์อจลนาผู้ไม่หวั่นไหว ทักษะของเจ้าทำอะไรเขาไม่ได้หรอก"
"ข้าจัดการเองดีกว่า"
พูดจบเขาก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว
ในพริบตานั้น วงแหวนวิญญาณทั้งสี่ก็ปรากฏขึ้น
เหลือง, ม่วง, ม่วง, ดำ!
วงแหวนทั้งสี่ค่อยๆ ลอยขึ้นจากใต้เท้า แล้วหมุนวนอยู่รอบตัวเขา
เมื่อเห็นวงแหวนทั้งสี่ จ้าวอู๋จี๋ถึงกับชะงักงัน
แม้แต่นิ่งหรงหรงและเอ้าซือข่าก็ยังตาค้าง
การจัดเรียงวงแหวนวิญญาณแบบนี้... พวกเขากำลังฝันไปหรือเปล่า?