เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เขามองภรรยาที่กำลังนอนหลับอยู่

บทที่ 23 เขามองภรรยาที่กำลังนอนหลับอยู่

บทที่ 23 เขามองภรรยาที่กำลังนอนหลับอยู่


บทที่ 23 เขามองภรรยาที่กำลังนอนหลับอยู่

พลางจับจ้องสีหน้าของเธอด้วยความตื่นเต้น "ภรรยาจ๋า ผมฝันว่าได้เซ็นสัญญามูลค่า 5 ล้านหยวน แถมยังได้รับเงินมัดจำมาตั้ง 2.5 ล้านหยวนแน่ะ"

"ไม่ได้ฝันหรอก เงินเข้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว คุณยังเรียกคนมาซ่อมบำรุงเครื่องจักร สั่งซื้อวัตถุดิบไปล็อตหนึ่ง แล้วก็ติดต่อไปหาพนักงานเก่าๆ ของเราตั้งหลายคนแล้วด้วย" แม่เจียงนอนอยู่บนเตียงพลางหัวเราะร่วน "ตาเฒ่าเจียง คุณถามฉันมาเป็นสิบๆ รอบแล้วนะว่าเป็นความฝันหรือเปล่า ฉันบอกเลยว่าไม่ได้ฝัน นี่คือเรื่องจริง!"

พ่อเจียงหัวเราะลั่น กระโดดลงจากเตียงอย่างตื่นเต้นเพื่อหาเสื้อผ้า "ในเมื่อตอนนี้งานยังไม่เริ่ม วันนี้เรารีบไปซื้อของขวัญไปขอบคุณท่านปรมาจารย์กันเถอะ คุณรู้ไหมว่ามันน่าเหลือเชื่อจริงๆ..." พ่อเจียงหยิบเสื้อยืดออกมา หันไปหาแม่เจียงแล้วพูดว่า "ช่วง 2 ปีมานี้ ผมไปอ้อนวอนมาหมดแล้ว ทั้งธนาคาร เพื่อนเก่า ลูกค้าเก่า แต่ไม่มีใครสนใจผมเลยสักคน ดูอย่างเหล่าจ้าวที่เพิ่งเซ็นสัญญากับผมคราวนี้สิ ก่อนหน้านี้เขาทำเมินใส่ผมตั้งไม่รู้กี่ครั้ง เอาจริงๆ นะ ผมสิ้นหวังไปแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่สามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง"

แม่เจียงพยักหน้าหงึกหงัก "ปรมาจารย์ท่านนั้นอายุแค่นี้ แต่ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้? หากเอาไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ"

"คุณจะไปรู้อะไร วิชาแบบนี้มันขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ต่างหาก" พ่อเจียงวิเคราะห์อย่างจริงจัง "บางคนคำนวณมาทั้งชีวิตก็ยังเป็นแค่สิบแปดมงกุฎตั้งแผงลอยอยู่ข้างถนน แต่คนอย่างปรมาจารย์น้อยนี่สิ เกิดมาเพื่อเส้นทางสายนี้โดยเฉพาะ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณวิเศษ ไม่ต้องเรียนก็ทำได้!"

แม่เจียงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะเขา "ตอนที่ปรมาจารย์น้อยเพิ่งก้าวเข้ามา คุณยังไม่ต้อนรับเธอเลย แถมยังไปถามอีกว่าทำการบ้านเสร็จหรือยัง ดีนะที่ปรมาจารย์น้อยท่านใจเย็นและไม่ถือสาหาความคุณ ลองเป็นคนอื่นดูสิ แทนที่จะช่วยเสริมดวง แค่เขาไม่สาปแช่งให้ซวยหนักกว่าเดิมก็บุญแค่ไหนแล้ว"

พ่อเจียงยิ้มเจื่อนๆ "ก็ตอนนั้นผมตาถั่วนี่นา!"

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน เจียงเว่ยพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือด้วยท่าทีตื่นเต้น "พ่อครับ ดูข่าวนี้สิ! เมื่อวานบริษัทของเฉินอวี่เฉิงเพิ่งโดนแฉเรื่องฉ้อโกง วันนี้ก็มีข่าวฉาวเรื่องหลบเลี่ยงภาษีหลุดออกมาอีกแล้ว"

"ไหน ขอพ่อดูหน่อย!" พ่อเจียงคว้าโทรศัพท์ไปดู เมื่อเห็นข่าวบนหน้าจอ ความรู้สึกหลากหลายก็ประดังประเดเข้ามาในใจ ก่อนหน้านี้บริษัทของเฉินอวี่เฉิงกำลังรุ่งเรืองสุดขีด แถมยังได้ยินมาว่าเขากำลังมีแผนจะขยายกิจการ นึกไม่ถึงเลยว่าชั่วข้ามคืนจะต้องเผชิญกับวิกฤตมากมายขนาดนี้

เมื่อความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า หากมีใครบอกว่าเฉินอวี่เฉิงไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังความโชคร้ายทั้งหมดของเขา พ่อเจียงก็คงไม่มีทางเชื่ออีกต่อไป

หากเป็นไปตามที่ปรมาจารย์หลินกล่าวไว้ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการพังทลายเท่านั้น การขโมยโชคชะตาของผู้อื่นเป็นสิ่งที่สวรรค์และดินมิอาจทนดูได้ ผลกรรมอันขมขื่นที่เฉินอวี่เฉิงต้องชดใช้ยังรออยู่เบื้องหน้า

ครอบครัวเจียงทั้งสามคนทานอาหารเช้าเสร็จก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของขวัญ แต่การจะเลือกของขวัญให้ปรมาจารย์หลินนั้นช่างเป็นเรื่องน่าปวดหัว หลินชิงอินอายุน้อยเกินไป การให้ของเก่า อาหารเสริม หรือใบชาจึงดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก ครั้นจะซื้อเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับก็ดูจะก้าวก่ายเกินไป สุดท้ายเจียงเว่ยก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาบอกว่าปรมาจารย์น้อยดูเหมือนจะค่อนข้างชอบหยก ดังนั้นการมอบเครื่องประดับหยกเนื้อใสบริสุทธิ์ พร้อมกับอั่งเปาเพื่อแสดงความจริงใจน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

พ่อเจียงและแม่เจียงเห็นด้วยกับความคิดนี้ ทั้งครอบครัวจึงเดินดูรอบๆ โซนหยกและเครื่องประดับ ก่อนจะตัดสินใจซื้อกำไลหยกที่มีเนื้อใสสะอาดบริสุทธิ์วงหนึ่ง จากนั้นแม่เจียงก็แวะซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเลือกซื้อนมและผลไม้อีกเล็กน้อย เมื่อได้ของครบ ทั้งสามคนก็ตามหาอาคารที่พักอาศัยตามที่อยู่ซึ่งหลินชิงอินให้ไว้

เมื่อมองดูอาคารเก่าๆ เตี้ยๆ และสายไฟที่ห้อยระโยงระยางอย่างไม่เป็นระเบียบ พ่อเจียงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเลื่อมใส "สมกับที่เป็นปรมาจารย์จริงๆ ท่านไม่ยึดติดกับสิ่งนอกกายและไม่ลุ่มหลงในความหรูหรา มิน่าล่ะ อายุแค่นี้ถึงได้มีวิชาอาคมแก่กล้านัก"

เจียงเว่ย "..." ก็แค่เพราะเธอจนไม่ใช่หรือไง?

หลังจากเดินหลบกล่องกระดาษลังตามโถงทางเดิน ครอบครัวทั้งสามก็มาถึงชั้น 3 ซึ่งเป็นที่อยู่ของครอบครัวหลิน ทว่าทันทีที่พ่อเจียงเงื้อมือขึ้นเตรียมจะเคาะ ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน "เข้ามาสิคะ"

พ่อเจียงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก "ท่านปรมาจารย์ ท่านคำนวณไว้แล้วใช่ไหมครับว่าพวกเราจะมา?"

หลินชิงอินชี้ไปยังระเบียงที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องครัวด้วยท่าทีเรียบเฉย "พอดีฉันล้างจานอยู่แล้วบังเอิญเห็นพวกคุณเดินเข้ามาน่ะค่ะ"

พ่อเจียง "...ฮ่าๆ ปรมาจารย์หลิน ท่านช่างติดดินเสียจริง แถมยังล้างจานเองด้วย ฮ่าๆ!"

พื้นที่บ้านของครอบครัวหลินนั้นเล็กยิ่งกว่าบ้านเก่าของตระกูลเจียงเสียอีก ภายในห้องนั่งเล่นมีเพียงโซฟาเก่าคร่ำคร่าตัวหนึ่ง และเนื่องจากฟองน้ำด้านในหลุดลุ่ยออกมา แม่ของชิงอินจึงนำผ้าปูที่นอนเก่ามาตัดเย็บเป็นผ้าคลุมโซฟาโดยเฉพาะ

หลินชิงอินไม่ได้รู้สึกว่าบ้านที่คับแคบและซอมซ่อของตนจะเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เธอผายมือเชิญให้พวกเขานั่งบนโซฟาอย่างสงบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกฝั่งพร้อมกับถือกระดองเต่าไว้ในมือ

ทั้งสามคนวางของขวัญที่ถือมาไว้ด้านข้าง แม่เจียงรีบหยิบกล่องกำไลและซองอั่งเปาออกจากกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว "วันนี้พวกเราตั้งใจมาเพื่อขอบคุณท่านปรมาจารย์โดยเฉพาะเลยค่ะ"

หลินชิงอินลูบกระดองเต่าในมือ เมื่อมองไปที่แสงสีแดงและสีเหลืองสว่างสุกใสบริเวณวังชีวิตของเจียงเว่ย ซึ่งดูเจิดจ้ากว่าเมื่อ 2 วันก่อนเสียอีก เธอก็เผยรอยยิ้มบางๆ "โชคชะตาที่ถูกขโมยไปได้หวนคืนกลับมาแล้ว ความโชคดีของพวกคุณจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อเจียงและแม่เจียงก็ดีใจจนเนื้อเต้น ทั้งคู่รีบลุกขึ้นยืนและกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นพ่อเจียงก็เอ่ยถามด้วยความลังเลว่า "ท่านปรมาจารย์ครับ ถ้าเฉินอวี่เฉิงคนนั้นมาหาผม ผมควรจะพูดว่ายังไงดีครับ? ถ้าเกิด..."

จบบทที่ บทที่ 23 เขามองภรรยาที่กำลังนอนหลับอยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว