- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หมอดูเทวดา
- บทที่ 20 หยิบมากัดคำหนึ่ง
บทที่ 20 หยิบมากัดคำหนึ่ง
บทที่ 20 หยิบมากัดคำหนึ่ง
บทที่ 20 หยิบมากัดคำหนึ่ง
พลางหรี่ตาลงด้วยความเปรมปรีดิ์
หลังจากจัดการลูกพีชขนาดเท่ากำปั้นจนหมด หลินชิงอินก็เช็ดมืออย่างแสนเสียดาย หากมีโอกาสข้ามภพกลับไป เธอจะต้องเรียกศิษย์ทุกคนมาตีก้นเรียงตัวให้เข็ด ผลไม้ที่ไม่มีปราณวิญญาณแล้วมันผิดตรงไหน? แค่รสชาติอร่อยก็พอแล้ว พวกเขากลับไม่เคยยอมให้เธอได้กินเลยสักครั้ง! น่าโมโหชะมัด!
เมื่อได้ทานลูกพีชแล้ว หลินชิงอินก็ไม่รู้สึกว่าชาของพวกเขารสชาติแย่อีกต่อไป เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ 2 อึก ก่อนจะล้วงเอาหยกพกที่เจียงเว่ยมอบให้ออกมาพลางเอ่ยถาม "เรื่องของครอบครัวพวกคุณคลี่คลายแล้ว หยกชิ้นนี้ตกเป็นของฉันแล้วใช่ไหม?"
แม่เจียงรีบตอบรับ "ในเมื่อตกลงกันไว้แล้ว ย่อมต้องเป็นของท่านอย่างแน่นอนค่ะ" เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ "ท่านอาจารย์คะ สิ่งที่ท่านเพิ่งทำไปเมื่อครู่ ถือเป็นการทำลายอาคมที่เฉินอวี่เฉิงตั้งไว้ใช่ไหมคะ? ถ้าเขารู้เรื่องเข้า เขาจะกลับมาขโมยโชคชะตาของพวกเราไปอีกหรือเปล่าคะ?"
หลินชิงอินแย้มยิ้ม "คุณคิดว่าโชคชะตามันขโมยกันได้ง่ายๆ หรือไง? การขโมยโชคชะตาของผู้อื่นเป็นสิ่งที่สวรรค์มิอาจยอมรับได้ เมื่อใดที่ล้มเหลว มันย่อมไม่ใช่แค่การคืนโชคชะตากลับมาเท่านั้น แต่ทัณฑ์สวรรค์กำลังจะมาเยือน คอยดูเขารับกรรมก็แล้วกัน"
"ถ้าพี่สาวกังวลใจ ก็แอดวีแชตพวกเราไว้ได้นะครับ มีธุระอะไรคราวหน้าจะได้ติดต่อมาได้เลย" หวังพั่งจื่อรีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาให้แม่เจียงสแกนคิวอาร์โค้ด "ทว่าท่านอาจารย์ของเรายังเด็ก อาจไม่ได้ว่างตลอดทั้งวัน หากคุณพี่นัดหมายล่วงหน้า ผมจะช่วยจัดคิวให้แน่นอนครับ"
หลินชิงอินโยนองุ่นเข้าปาก 1 ลูก "เรื่องดูดวงน่ะนัดหมายล่วงหน้าได้ แต่เรื่องให้ช่วยทำการบ้านน่ะไม่ได้นะ เรื่องที่สามีคุณท้าว่าจะทำการบ้านให้ฉัน ยังนับคำอยู่ไหม?"
บทที่ 9: การเรียนคู่การบำเพ็ญเพียร
เมื่อนึกถึงคำพูดฉุนเฉียวที่สามีใช้ยั่วยุปรมาจารย์ก่อนหน้านี้ แม่เจียงก็ยัดลูกพีชใส่มือหลินชิงอินอีกผลด้วยความกระอักกระอ่วน "ท่านอาจารย์ โปรดอย่าถือสาลดตัวลงไปแลกกับเขาเลยนะคะ เขามันตาบอดมีตาหามีแววไม่ เดี๋ยวพอกลับมา ฉันจะให้เขาไปขอโทษท่านถึงหน้าบ้านเลยค่ะ"
หลินชิงอินกัดเนิ้อลูกพีชที่ทั้งหวานและชุ่มฉ่ำ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอารมณ์ดี "ไม่ต้องขอโทษหรอก แค่ช่วยฉันทำการบ้านก็พอแล้ว"
แม่เจียงแยกไม่ออกว่าหลินชิงอินพูดทีเล่นทีจริงหรือกำลังประชดประชัน จึงได้แต่เออออรับคำไปอย่างเก้อเขิน จากนั้นเธอก็ลอบถามที่อยู่ของหลินชิงอินอย่างระมัดระวัง โดยตั้งใจว่าเมื่อสามีกลับมา จะพาครอบครัวทั้ง 3 คนไปเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความขอบคุณ
เมื่อก้าวออกมาจากบ้านตระกูลเจียง หลินชิงอินก็หยุดเดินและหันไปมองหวังพั่งจื่อที่เดินตามมาติดๆ "คุณกะจะเดินตามฉันต้อยๆ แบบนี้ไปตลอดเลยหรือไง?"
"เอ่อ?" หวังพั่งจื่อเกาหูด้วยความประหม่า "ไม่ได้เหรอครับ?"
"ก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันไม่มีเงินเดือนให้หรอกนะ" หลินชิงอินกล่าวด้วยสีหน้าตรงไปตรงมา "ฉันจนมาก ถ้าคุณตามฉันมา เผลอๆ อาจจะต้องควักเนื้อจ่ายเงินตัวเองด้วยซ้ำ"
ทันทีที่ได้ยิน หวังพั่งจื่อก็หัวเราะร่วน จากที่ได้คลุกคลีกับหลินชิงอินมา 2 ครั้ง ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้วว่าท่านอาจารย์น้อยผู้นี้ยากจนเพียงใด แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ยังเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นที่ถูกที่สุดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ "ท่านอาจารย์ ผมไม่ได้กะจะมาหาเงินจากท่านหรอกครับ ดูหน้าผมเหมือนคนขัดสนเงินทองหรือไง? ผมมีบ้านตั้ง 6 หลังเชียวนะ!"
หลินชิงอินหันหลังเดินหนีไปทันที น่าโมโหชะมัด!
"ผมตามท่านมาก็เพื่อเปิดหูเปิดตานะครับ ยกตัวอย่างเรื่องในวันนี้ ต่อให้ผมนั่งเฝ้าแผงดูดวงไปอีกร้อยปี ก็ไม่มีทางได้เห็นของหาดูยากแบบนี้หรอก" หวังพั่งจื่อวิ่งตามไปพลางฉีกยิ้มกว้าง "คิดซะว่าผมเป็นลูกมือที่ตามมาดูความครึกครื้นและคอยช่วยเหลือก็แล้วกัน ไว้ท่านว่างๆ ก็ช่วยชี้แนะผมสัก 2-3 อย่าง ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนนะครับ"
หลินชิงอินหันกลับมาและดึงม้วนป้ายผ้าที่มีอักษรตัวใหญ่เขียนว่า "ดูดวง" ออกมาจากใต้รักแร้ของเขา "กลับไปกินข้าวบ้านตัวเองเลยนะ ฉันไม่มีข้าวเลี้ยงหรอก"
หวังพั่งจื่อมองหลินชิงอินที่เดินจากไปอย่างเด็ดขาดด้วยความจนใจ เขารีบกัดฟันวิ่งตามไป "ท่านอาจารย์ ท่านตกลงแล้วใช่ไหมครับ? แล้วพรุ่งนี้เราจะยังไปตั้งแผงที่สวนสาธารณะกันอยู่ไหม?"
"2-3 วันนี้คงไม่ไปแล้วล่ะ" หลินชิงอินแกว่งหยกพกที่ได้จากเจียงเว่ยไปมาตรงหน้าหวังพั่งจื่อ "ฉันต้องอยู่บ้านทำการบ้านน่ะ"
——
ทันทีที่ผลักประตูบ้านเข้ามา หลินชิงอินก็ได้ยินเสียงเครื่องดูดควันดังกระหึ่มมาจากในครัว แม่ของชิงอินชะโงกหน้าออกมาทักทาย "ไปล้างหน้าล้างตาเร็วเข้าลูก เรากำลังจะกินข้าวกันแล้ว"
หลินชิงอินเดินไปล้างมือโดยไม่ได้คาดหวังอะไรนัก แต่เมื่อมานั่งที่โต๊ะอาหาร เธอกลับพบชามใบใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีดำข้นคลั่กวางอยู่ เธอจึงเอ่ยถามแม่ที่อยู่ในครัวด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงว่า "มื้อเที่ยงนี้เรากินอะไรกันคะ?"
แม่ชิงอินตักเส้นบะหมี่ที่ลวกสุกแล้วใส่ชามส่งให้หลินชิงอิน จากนั้นก็นำจานแตงกวาซอยออกมาวาง "วันนี้เรากินจ๋าเจี้ยงเมี่ยนจ้ะ"
หลินชิงอินมองดูซอสสีดำนั้นอีกครั้ง แววตาหวาดหวั่นฉายชัดขึ้นมา "หนูกินแต่เส้นเปล่าๆ ได้ไหมคะ?" ในความทรงจำของเธอ เจ้าของร่างเดิมไม่เคยมีความประทับใจใดๆ เกี่ยวกับการกินจ๋าเจี้ยงเมี่ยนเลย เมื่อมองดูของเหลวสีดำทะมึนนั้น มันดูไม่น่าจะมีรสชาติอร่อยสักเท่าไหร่ หลินชิงอินรู้สึกว่าเมื่อเทียบกันแล้ว การกินแค่บะหมี่เปล่าๆ ดูจะปลอดภัยกว่ามาก
คนเป็นแม่รู้สึกขบขันกับสีหน้ารังเกียจของหลินชิงอิน เธอคว้าชามของลูกสาวไป ตักซอสราดลงไปช้อนโต ตามด้วยแตงกวาซอย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว "นี่คือซอสจ๋าเจี้ยงที่พ่อเขาทำเองเลยนะ ซอสที่พ่อทำอร่อยมาก ลูกจำไม่ได้หรือไง?"
ยังไม่ทันที่หลินชิงอินจะได้เอ่ยปาก แม่ของเธอก็—