- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หมอดูเทวดา
- ตอนที่ 17 "เป็นไปได้หรือ?"
ตอนที่ 17 "เป็นไปได้หรือ?"
ตอนที่ 17 "เป็นไปได้หรือ?"
ตอนที่ 17 "เป็นไปได้หรือ?"
ใบหน้าของพ่อเจียงซีดเผือดลงในทันที เขาก้มมองจี้หยกที่สวมติดคอมาตลอด 2 ปี ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเพื่อนรักที่สุดของเขาจริงๆ
แต่เมื่อลองคิดดูให้ดี มันก็เป็นอย่างที่หลินชิงอินพูด เมื่อ 2 ปีก่อน ธุรกิจของเพื่อนรักตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก บริษัทย่ำแย่จนเกือบล้มละลาย ทรัพย์สินถูกอายัด และบ้านก็ถูกยึด ในตอนนั้น พ่อเจียงมัวแต่วุ่นวายวิ่งเต้นหาเส้นสายและแหล่งเงินกู้มาช่วยเหลือ จนถึงขั้นละเลยธุรกิจของตัวเอง และไม่มีกะจิตกะใจจะเตรียมงานฉลองครบรอบแต่งงานปีที่ 25 กับภรรยาด้วยซ้ำ
พ่อเจียงยังจำได้แม่นยำว่า ในคืนวันครบรอบแต่งงาน เฉินอวี่เฉิงมาหาถึงหน้าประตูบ้านพร้อมกับถุงกระดาษใบเล็กๆ ระหว่างที่อวยพรให้ชีวิตคู่ของพวกเขามีความสุข เขาก็ได้ยื่นจี้หยก 2 ชิ้นให้ด้วยท่าทีขัดเขิน พร้อมบอกว่าถึงหยกพวกนี้จะดูธรรมดา แต่ก็ผ่านการปลุกเสกจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่มาแล้ว สามารถช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้
ตอนนั้นจิตใจของพ่อเจียงไม่ได้จดจ่ออยู่กับของชิ้นเล็กชิ้นน้อยพวกนี้ เขายังคงคิดถึงเรื่องเงินกู้ เฉินอวี่เฉิงจึงบอกว่าตอนนี้เริ่มมีความคืบหน้าแล้ว และวิกฤตก็กำลังจะคลี่คลายในไม่ช้า เมื่อเห็นพ่อเจียงวางถุงใส่จี้หยกไว้ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เฉินอวี่เฉิงก็แสดงท่าทีร้อนรนและตัดพ้อว่า พ่อเจียงดูถูกเพื่อนที่กำลังตกอับอย่างเขา ถึงได้ไม่ยอมสวมใส่ของขวัญที่เขาให้
พ่อเจียงรู้ดีว่าตั้งแต่เฉินอวี่เฉิงตกต่ำลง นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีเพื่อนคนไหนยอมคบหาสมาคมด้วยอีกเลย ด้วยความที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเสียความรู้สึก เขาและภรรยาจึงยอมสวมจี้หยกที่เฉินอวี่เฉิงมอบให้ เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะใส่แค่ไม่กี่วันแล้วค่อยถอดออก แต่คิดไม่ถึงว่าอีกสองสามวันต่อมาจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น นอกเหนือจากรอยถลอกและเลือดออกเพียงเล็กน้อย พวกเขาทั้งสองคนก็ปลอดภัยดี เมื่อเฉินอวี่เฉิงได้ยินข่าว เขาก็รีบรุดมาหาทันที พลางบอกว่าต้องเป็นเพราะจี้หยกช่วยคุ้มครองแน่ๆ และกำชับไม่ให้พวกเขาถอดออกเด็ดขาด พวกเขาจึงสวมมันติดตัวมาตลอด 2 ปีเต็ม
เมื่อนึกย้อนกลับไป นับตั้งแต่เขาออกจากโรงพยาบาล กิจการที่บริษัทก็เริ่มมีปัญหาขรุขระ แรกๆ ก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยที่ไม่สะดุดตา แต่ต่อมาซัพพลายเออร์กลับมีปัญหา ทำให้สินค้าล็อตหนึ่งต้องถูกตีทิ้งไป เหตุการณ์นั้นเปรียบเสมือนชนวนเหตุที่จุดไฟให้เกิดปัญหาตามมาเป็นพรวน พอพ่อเจียงจัดการเรื่องหนึ่งเสร็จ อีกเรื่องหนึ่งก็ผุดขึ้นมาแทรก ธุรกิจที่เขาเคยบริหารจัดการได้อย่างเชี่ยวชาญกลับบริหารยากขึ้นเรื่อยๆ ออเดอร์ใหม่ๆ ก็หาไม่ได้ แถมหนี้สินธนาคารก็ถึงกำหนดชำระ
ในเวลาเพียง 2 ปีสั้นๆ พ่อเจียงได้พลิกผันจากนักธุรกิจที่ใครๆ ต่างอิจฉากลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่เฉินอวี่เฉิงกลับเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด เทียบเท่ากับยุคทองของพ่อเจียงในอดีต
มือของพ่อเจียงสั่นเทาขณะดึงจี้หยกออกจากคอ "คุณหมายความว่าที่ผมต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เป็นเพราะจี้หยกชิ้นนี้งั้นหรือ?" เขาหันไปมองลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความไม่เข้าใจ "คุณบอกว่าลูกชายผมมีดวงชะตาเศรษฐีมาตั้งแต่เกิดไม่ใช่หรือ? แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับจี้หยกที่เราสองผัวเมียใส่อยู่ล่ะ?"
หลินชิงอินยื่นมือไปรับจี้หยกจากมือของพ่อเจียงมาวางเคียงคู่กับของแม่เจียง หยกทั้งสองชิ้นประกบเข้าหากันเป็นรูปหัวใจพอดิบพอดี และลวดลายสีแดงที่อยู่ด้านในก็ผสานเข้าด้วยกันจนดูคล้ายกับรูปร่างของมนุษย์อย่างเลือนราง
"ดวงชะตาของเจียงเว่ยแข็งแกร่งและมีวาสนาล้นเหลือ การทำพิธีแย่งชิงโชคชะตาจากเขาโดยตรงจะทำให้เกิดการสะท้อนกลับได้ง่าย อีกฝ่ายจึงคิดใช้วิธีอ้อมๆ แบบนี้" หลินชิงอินชี้ไปที่จี้หยกทั้งสองชิ้น "จี้หยกพวกนี้ถูกทำพิธีเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ตราบใดที่มีคราบเลือดติดอยู่ มันก็จะกลายเป็นตัวแทนของพวกคุณ พูดง่ายๆ ก็คือ ขอแค่มีคนทำพิธีกับหยกพวกนี้ คนที่จะรับเคราะห์ก็คือพวกคุณสองคน"
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อเจียง หลินชิงอินจึงชี้ให้ดูรอยเลือดบนนั้น "นี่คือหยกคู่ลูก อีกฝ่ายน่าจะถือหยกแม่ไว้ในมือเพื่อทำพิธี อธิบายง่ายๆ ก็คือ เขาใช้เลือดของพวกคุณสร้างเจียงเว่ยตัวปลอมขึ้นมาเพื่อทำให้โชคชะตาสับสน และแย่งชิงวาสนาที่ดีงามซึ่งเดิมทีควรจะเป็นของเจียงเว่ยไป"
เธอปรายตามองกลุ่มก้อนความโชคร้ายบนหน้าผากของเจียงเว่ยแล้วส่ายหน้า "หากอีกฝ่ายแค่แย่งชิงเส้นทางชีวิตของเจียงเว่ยไป พวกคุณก็คงไม่ถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัวขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกังวลว่าสักวันหนึ่งตัวปลอมจะกดทับตัวจริงไว้ไม่อยู่ ดังนั้นหลังจากชิงโชคชะตาไปแล้ว พวกเขาจึงใช้ความโชคร้ายมาปกคลุมวังชีวิตของเจียงเว่ยเอาไว้ วังชีวิตคือเรือนชะตาแต่กำเนิด เป็นศูนย์รวมของปราณก่อกำเนิด การถูกความโชคร้ายปกคลุมไม่เพียงแต่ทำให้ชะตาชีวิตตกต่ำลง แต่ยังส่งผลกระทบต่ออายุขัยอีกด้วย เดิมทีโชคชะตาของครอบครัวคุณก็ผูกติดอยู่กับเจียงเว่ยอยู่แล้ว ในเมื่อเขากลายเป็นแบบนี้ แล้วพวกคุณจะไม่โชคร้ายได้อย่างไร?"
หลินชิงอินยื่นมือไปทางเจียงเว่ย "ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ พ่อบุญธรรมของนายเคยให้ของขวัญอะไรนายบ้าง?"
เจียงเว่ยเดินกลับไปที่ห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และเดินกลับออกมาครู่หนึ่งพร้อมกับหมวกใบหนึ่งในมือ หวังพั่งจื่อถึงกับสูดหายใจเข้าลึกเมื่อเห็นยี่ห้อบนหมวก "ฉันเคยเห็นหมวกใบนี้ในเน็ต ราคาตั้ง 18,000 เชียวนะ"
เจียงเว่ยลูบหมวกในมือด้วยสีหน้าหดหู่ "หลังจากที่บ้านล้มละลาย ผมก็เอาของแบรนด์เนมเก่าๆ ไปขายมือสองจนหมด พ่อบุญธรรมสงสารก็เลยให้หมวกใบนี้เป็นของขวัญวันเกิดผม" เขาโยนหมวกลงบนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วแตะหน้าผากตัวเองอย่างสมเพช "ยกเว้นช่วงหน้าร้อน เวลาอื่นผมก็ใส่หมวกใบนี้มาตลอด ใส่จนรู้สึกผูกพันกับมันไปแล้วด้วยซ้ำ"
"เป็นของขวัญที่ให้ผลตรงจุดดีจริงๆ!" หลินชิงอินมองดูไอพลังสีดำที่หมุนวนอยู่รอบหมวกพลางก้าวถอยหลังไปสองก้าว "ดูเหมือนว่าจะเป็นของชิ้นนี้แหละ"
พ่อเจียงมองดูสิ่งของบนโต๊ะที่เพื่อนรักส่งมาให้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะบรรยาย