- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หมอดูเทวดา
- บทที่ 8"ป้ากำลังจะป่วยตายหรือ?
บทที่ 8"ป้ากำลังจะป่วยตายหรือ?
บทที่ 8"ป้ากำลังจะป่วยตายหรือ?
บทที่ 8"ป้ากำลังจะป่วยตายหรือ?
ป้ามีโหงวเฮ้งของคนอายุยืนยาวและจากไปอย่างสงบโดยไร้โรคภัยไข้เจ็บชัดๆ!"
ป้าเฉินยังตั้งตัวไม่ทัน
"ท่านอาจารย์ หมายความว่าอย่างไรคะ?"
"ปีนี้ป้ามีเคราะห์เล็กน้อยก็จริง แต่มันไม่ได้ร้ายแรงอะไร พรประเสริฐของป้ายังรออยู่เบื้องหน้า"
หลินชิงอินลุกขึ้น ยัดแผ่นกระดาษลังกลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
"ป้าคือลูกค้าคนแรกตั้งแต่ฉันเปิดร้าน ดังนั้นคำทำนายที่สองนี้ฉันจะดูให้ฟรี หากมีวาสนาเราคงได้พบกันใหม่!"
ป้าเฉินมองดูการจากไปอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วของหลินชิงอิน จากนั้นจึงยื่นมือไปลากตัวอาจารย์หวังเข้ามาหา
"ที่ท่านอาจารย์พูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร?"
อาจารย์หวังนั่งอยู่บนพื้นพลางฉีกยิ้มให้ป้าเฉิน
"ท่านอาจารย์หมายความว่า อาการป่วยของป้าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออายุขัยเลยแม้แต่น้อย อย่ากังวลไปโดยใช่เหตุเลย"
ป้าเฉินฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"สิ่งที่ท่านอาจารย์พูดมาเป็นความจริงหรือ?"
"จริงแท้แน่นอน!"
อาจารย์หวังหัวเราะอยู่นานก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้กะทันหัน
"จริงสิคุณป้า ท่านอาจารย์บอกว่าแม่สายเลือดแท้ๆ ของลูกสาวป้ากำลังจะมาหา ทางที่ดีป้าควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้านะ"
ป้าเฉินตบไหล่อาจารย์หวัง
"อย่ามองคนในแง่ร้ายนักเลย แล้วก็อย่าคิดว่าฉันเป็นคนไร้น้ำยาขนาดนั้น หากหล่อนมาเพื่อมอบความรักของแม่ ฉันก็ยินดีต้อนรับ แต่หากหล่อนคิดจะมาเอาเปรียบลูกสาวฉันล่ะก็ ฉันนี่แหละจะเป็นคนแรกที่ใช้ไม้กวาดไล่ตะเพิดหล่อนออกไป!"
ขณะที่พูด คุณป้าก็หยิบเงินสามร้อยหยวนออกจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือของอาจารย์หวัง
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแผลบนหน้าผากของพ่อหนุ่มจะสาหัสหรือเปล่า นี่เป็นค่ารักษาพยาบาล ไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยากันบาดทะยักเสียเถอะ เรื่องก่อนหน้านี้ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ"
อาจารย์หวังเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างมีความสุข
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากครับคุณป้า! หลังวันเกิดลูกสาวป้าผ่านพ้นไปแล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็แวะมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!"
ป้าเฉินปรายตามองเขาแล้วแค่นเสียง
"เป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็นจริงๆ นะ! ไม่ต้องห่วงหรอก หากเรื่องที่ท่านอาจารย์น้อยพูดมาทั้งสองเรื่องกลายเป็นจริง ฉันจะหอบของขวัญกลับมาที่นี่เพื่อขอบคุณเธออย่างแน่นอน!"
ป้าเฉินลุกขึ้นยืนพร้อมกับสะพายกระเป๋า หลังจากเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์แล้วพึมพำ
"เมื่อกี้ตอนนั่งอยู่ตรงนั้นยังเย็นสบายอยู่เลย ทำไมพอลุกขึ้นมาถึงได้ร้อนขนาดนี้ล่ะ?"
อาจารย์หวังรับเงินมาแล้วนั่งลงในตำแหน่งเดิมของคุณป้า ทันใดนั้นเขาก็มองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
"ทำไมจู่ๆ ถึงได้เย็นสบายขนาดนี้เนี่ย?"
บทที่ 4: ฉันไม่ชอบกิน
หลินชิงอินสัมผัสได้ถึงกระเป๋ากางเกงที่ในที่สุดก็ตุงขึ้นมา ฝีเท้าของเธอจึงเบาหวิวขึ้นมาก บนใบหน้าถึงกับมีรอยยิ้มเบิกบานปรากฏขึ้นจางๆ
ในชาติก่อนที่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร หลายสำนักมักกำหนดให้ศิษย์เดินทางไปยังโลกมนุษย์เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และขัดเกลาจิตใจ ทว่าเนื่องจากหลินชิงอินมีพรสวรรค์อันโดดเด่น เธอจึงได้เป็นศิษย์สายตรงทันทีที่เข้าสู่สำนัก นอกจากการบำเพ็ญเพียรแล้ว เธอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษาวิชาการทำนายดวงชะตา และไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์คาถา เพื่อป้องกันไม่ให้ศิษย์ยอดฝีมือต้องจบชีวิตลง ทางสำนักจึงไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกโดยง่ายดาย
หลินชิงอินยังอายุน้อยมากตอนที่เข้าร่วมสำนัก และหลังจากเข้ามาแล้ว เธอก็แทบไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับใครเลย เธอทุ่มเทจิตวิญญาณทั้งหมดให้กับการศึกษาวิชาทำนายดวงชะตาของสำนัก จนโดดเด่นท่ามกลางศิษย์สายตรงมากมาย และได้รับการยอมรับให้เป็นศิษย์สืบทอดโดยเจ้าสำนัก ในเวลาต่อมา เมื่อหลินชิงอินได้ก้าวขึ้นเป็นเจ้าสำนักคำนวณสวรรค์ กิจการงานทางโลกของสำนักก็ถูกส่งมอบให้กับบรรดาศิษย์ นอกจากการเก็บตัวฝึกตนแล้ว เธอยังใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำเซียนของตนเอง เธอจะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อมีผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่าหลินชิงอินนำของขวัญล้ำค่ามามอบให้เพื่อขอให้ทำนายดวงชะตาเท่านั้น
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ วันนี้ถือเป็นครั้งแรกในสองชาติภพที่เธอสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง แม้ว่าเงินจำนวนนี้จะไม่สามารถเทียบได้กับสมบัติสวรรค์และสิ่งล้ำค่าบนโลกที่เธอเคยได้รับในอดีตชาติ แต่เธอกลับรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก หลินชิงอินรู้สึกว่าโลกฆราวาสนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน มิน่าล่ะบรรดาศิษย์ถึงได้ชอบออกมาหาประสบการณ์กันนัก นอกเหนือจากรสชาติอาหารที่ค่อนข้างจืดชืดไม่ถูกปากแล้ว ก็ไม่มีข้อเสียอื่นใดอีกเลย
พอพูดถึงเรื่องกิน หลินชิงอินก็ลูบท้องตัวเองแล้วรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเช้าเธอเพิ่งฝืนยัดบะหมี่ลงท้องไปได้ชามหนึ่ง แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้หิวอีกแล้วล่ะ? พอเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ หลินชิงอินก็ตระหนักได้ว่านี่มันถึงเวลากินอีกแล้ว
การต้องมากินอาหารสามมื้อต่อวันช่างเป็นเรื่องที่น่ารำคาญจริงๆ หลินชิงอินถอนหายใจและกำลังจะขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงตะโกนหอบแฮ่กดังมาจากข้างหลัง
"ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ รอผมด้วย!"
หลินชิงอินหันกลับไปมองและเห็นว่านักต้มตุ๋นอย่างอาจารย์หวังกำลังวิ่งตามเธอมา เธอยืนอยู่ใต้ร่มไม้ด้านหลังพลางเลิกคิ้วมองเขา
"มีธุระอะไรหรือ?"
อาจารย์หวังปาดเหงื่อที่ซึมชื้นบนหน้าผาก ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
"ผมรู้สึกเสียดายขึ้นมาทันทีที่คุณจากไป คุณเห็นไหมว่าวันนี้พวกเรามีวาสนาต่อกัน แล้วเราจะไม่ออกแลกเบอร์โทรศัพท์กันหน่อยหรือ? ตอนที่ป้าเฉินคนนั้นกลับไป แกบอกว่าจะนำของขวัญชิ้นใหญ่มาขอบคุณคุณหลังจากผ่านพ้นวันเกิดของลูกสาวไปแล้ว ถ้าผมไม่มีข้อมูลติดต่อของคุณ แล้วถึงตอนนั้นผมจะแจ้งคุณได้อย่างไรล่ะ?"
หลินชิงอินเลิกคิ้วด้วยความงุนงง
"ข้อมูลติดต่อคืออะไร?"
อาจารย์หวังไม่ค่อยเข้าใจในความหมายของเธอ เขาเกาหัวแล้วหัวเราะอย่างเก้อเขิน
"ก็แค่แลกเบอร์มือถือกัน หรือไม่ก็แอดวีแชตกันอะไรทำนองนั้นไงครับ?"
โทรศัพท์อีกแล้ว!
หลินชิงอินมองอาจารย์หวังด้วยใบหน้าไร้อารมณ์แล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"ฉัน..."