- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ฉันทำตัวหลุดโลก จนกลายเป็นเทพในวงการบันเทิง
- บทที่ 209 ไป๋เป่าคุน: เจ้าของฉายาดาบละมุน
บทที่ 209 ไป๋เป่าคุน: เจ้าของฉายาดาบละมุน
บทที่ 209 ไป๋เป่าคุน: เจ้าของฉายาดาบละมุน
สีหน้าน่ารักๆ ของเฉินตูหลิง ทำให้คนเห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้
สมองยังหมุนตามไม่ทัน
พยายามมาทั้งบ่าย เพื่อสั่งเดลิเวอรีเนี่ยนะ?
หวงจื่อเทาหัวเราะอย่างโอเวอร์ "เธอรู้สึกว่าถูกสิถึงจะแปลก พวกเราต้องทำกับข้าวเองต่างหาก"
โอวหยางนาน่าโบกกำปั้นน้อยๆ ไปมา "อุตส่าห์ตกปลามาอย่างเหนื่อยยาก ถ้าไม่ทำอาหารเองก็ไม่มีความหมายสิ"
"ใช่ๆ คืนนี้พวกเราต้องทำอาหารสิ"
"การทำอาหารเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในรายการวาไรตี้หาคู่นะ"
ไป๋เป่าคุนเลิกคิ้วขึ้น "สาวๆ พวกเธอทำอาหารเป็นไหม? ตูตู้ เธอทำเมนูอะไรเป็นบ้าง?"
"มะเขือเทศผัดไข่ บะหมี่คลุกซอสซาฉา"
"ไม่เลวเลย! หลี่อี้ถง แล้วเธอล่ะ?"
"ห่อเกี๊ยว ต้มบะหมี่ ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยว มะเขือเทศผัดไข่ ซุปไข่ พริกหยวกผัดเนื้อ มันฝรั่งย่าง"
"ก็ใช้ได้นะ ปกติหลี่อี้ถงคงทำอาหารบ่อยล่ะสิ โอวหยางนาน่า แล้วเธอล่ะ?"
"ข้าวผัดไข่ ข้าวผัดเบคอน ข้าวดอกกะหล่ำ ข้าวแกงกะหรี่ ข้าวแกงกะหรี่ไก่ ซุปมะเขือเทศ ซุปไข่ ซุปกะต๊าบ!"
"เธอยังไม่โต กำลังอยู่ในวัยกำลังโตสินะ ปกติคงจะหิวบ่อยล่ะสิ"
"นี่ ใครบอกว่าฉันยังไม่โต!"
โอวหยางนาน่ารีบยืดอกขึ้นทันที
"เธอทำอะไรน่ะ ไม่ต้องมาโชว์ฉัน ผู้กำกับจับภาพโคลสอัปเร็วเข้า"
โอวหยางนาน่ากระทืบเท้า "เกินไปแล้วนะ!"
ก็แค่ไม่เข้าใจ
ไป๋เป่าคุนสามารถแสดงความสองมาตรฐานอย่างเปิดเผยแบบนี้ได้ยังไง
เฉินตูหลิงก็แบนเหมือนกัน ทำไมนายไม่เห็นว่าเธอบ้างล่ะ
หลี่อี้ถงหัวเราะเบาๆ "ไป๋เป่าคุน ฉันทำอาหารเป็น นายจะไม่สั่งเดลิเวอรีแล้วใช่ไหม?"
ไป๋เป่าคุนยักไหล่ "เสียงข้างน้อยยอมรับฟังเสียงข้างมาก ถ้าทำออกมาไม่อร่อยค่อยสั่งใหม่ก็ยังทัน"
"ทีนี้ปัญหาก็มาแล้ว มันคือปลา ปลาหนักตั้งสามสิบชั่ง พวกเธอใครทำเป็นบ้าง"
เอ๊ะ!
สาวๆ ทั้งสามคนชะงักไปในทันที
ดูเหมือนว่า อาจจะ เป็นไปได้ว่า หรือบางที พวกเราน่าจะทำปลาไม่เป็นนะ
[กลั้นขำไม่อยู่เลยจริงๆ มันคือปลาเลยนะ]
[ปลาจี้ตัวนั้นยังพอไหว แต่ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้...คนทั่วไปจัดการไม่ได้หรอก]
[สาวๆ ทั้งสามคนไม่มีใครทำเป็นเลยเหรอ? ปลาตัวนี้คงไม่โดนปล่อยไปหรอกนะ]
ไช่ซวีคุนเกาหัว "หรือว่าจะปล่อยมันไปดี ปล่อยปลาไถ่บาป"
"อาไก่ ถ้านายมีบาป ก็ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจเถอะ"
ปึ้ก!
อาไก่รู้สึกเหมือนหัวโดนทุบอย่างแรง
"ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่าฉันไม่มีความผิด ฉันอยู่ร่วมโลกกับเรื่องค้าประเวณี การพนัน และยาเสพติดไม่ได้ แล้วตกลงใครจะทำล่ะ?"
หวงจื่อเทาชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ลดเสียงลงและพูดอย่างมีลับลมคมนัยว่า "ถึงตาฉันแล้ว! ได้เวลาโชว์ฝีมือที่แท้จริงแล้ว ไป๋เป่าคุน วันนี้ฉันจะสอนบทเรียนให้นายเอง"
"วอท องค์ชายสามคงไม่ได้จะเอาปลาไปตุ๋นกิมจิหรอกนะ ซึมนีดา!"
"อ่าฮ่าๆ ฉันเป็นคนชิงเต่านะ เรื่องทำปลาฉันทำเป็นอยู่แล้ว ก็แค่ปลาตัวนี้มันใหญ่ไปหน่อย ไป๋เป่าคุน นายเป็นคนฮกเกี้ยนไม่ใช่เหรอ นายทำปลาไม่เป็นหรือไง?"
[ติ๊ง กระตุ้นภารกิจระบบ: ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ ชำแหละขั้นเทพ!]
ลูกพี่ระบบ มอบหมายภารกิจได้ทันเวลาพอดีเลยนะ
"ฉันทำเป็นนิดหน่อย แต่อาหารหมิ่นหนานรสชาติค่อนข้างจืด ฉันก็เลยไม่ได้อาสาเหมาหมด แต่ถ้าเรื่องทำปลา..."
ไป๋เป่าคุนงัดทักษะการแสดงบทตัวร้ายออกมา "ก่อนที่จะเริ่มทำปลา ขอให้ทุกคนโปรดทราบว่าที่นี่ไม่มีใครกินมังสวิรัติ ฉันจะเริ่มล่ะนะ"
"เชี่ยเอ๊ย รอยยิ้มนายมันดูน่าขนลุกไปหน่อยนะ"
"ฉันนึกออกแล้ว บทพูดของฮันนิบาลนี่นา"
"ไป๋เป่าคุน จู่ๆ ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยหิวแล้วล่ะ"
"ไม่ เธอหิวมากต่างหาก!"
ผู้ชายที่ทำอาหารเป็นมักจะดูหล่อเสมอ ไป๋เป่าคุนมีฝีมือทำอาหารหมิ่นหนาน การจัดการปลาตัวเดียวจึงไม่ใช่ปัญหาเลย
แถมขั้นตอนการจัดการยังดูสง่างามเป็นอย่างมาก
ขูดเกล็ด ควักเหงือก ล้วงเครื่องใน ขูดเยื่อดำในช่องท้องออกจนสะอาด ทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบ ทุกรอยมีดของไป๋เป่าคุนนั้นแม่นยำไร้ที่ติ
หั่นแบ่งเป็นส่วนๆ
หัวปลา ตัดจากตรงครีบอกแล้วผ่าครึ่ง หางปลา ตัดก่อนถึงครีบหาง
ตัวปลา แล่ขนานไปกับกระดูกสันหลังแบ่งเป็นสองซีกใหญ่ เลาะก้างใหญ่ออก หั่นเป็นชิ้นหนาๆ
เครื่องในปลา ไข่ปลา ถุงลมปลา ลำไส้ปลา ตับปลา พวกนี้ก็แยกเก็บไว้อีกส่วน
[ให้ตายสิ ไป๋เป่าคุนทำปลาเป็นจริงๆ ด้วย เขาจัดการได้ลื่นไหลกว่าแม่ฉันทำซะอีก]
[หล่อน่ะหล่อจริง สง่างามก็สง่างามจริง แต่พอนึกถึงฮันนิบาลแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ]
[ซี๊ด ฝีมือการทำปลาชำนาญเกินไปแล้ว ฉันชักจะสงสัยแล้วสิว่าลับหลังเขาแอบไปชำแหละอะไรมาเยอะแน่ๆ]
[พูดซะจนฉันรู้สึกสยองขึ้นมาเลย เมื่อก่อนเขาเป็นดาราไอดอล จะไปเอาโอกาสที่ไหนมาหัดทำปลาล่ะ?]
[เมื่อตัดความเป็นไปไม่ได้ออกไปทั้งหมด ความจริงก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น]
ในห้องไลฟ์สตรีมเดิมทีก็มีนักข่าวบันเทิงแฝงตัวอยู่ไม่น้อย
คนพวกนี้ย่อมคอยจับตาหาวัตถุดิบไปทำข่าวอยู่แล้ว
แน่นอนว่าต้องมีศัตรูในวงการของไป๋เป่าคุนอยู่ด้วย
พวกเขามักจะคอยหาโอกาสแทงข้างหลังไป๋เป่าคุนอยู่เสมอ
หลังจากที่หลี่เฉิงโดนออฟฟิเชียลตบหน้า เขาก็หวาดผวาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เขากลัวจับใจว่าวีไอพีคนนั้นจะแฉเขาออกมา ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอันชี้เป้ามาที่เขา แต่เขาก็ยังต้องรักษาชื่อเสียงเอาไว้นี่นา
ทนายความจางเหว่ยของไป๋เป่าคุน กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดอยู่ในตอนนี้
มีเพียงเวลาที่นั่งขัดหินรูปหัวใจเท่านั้น จิตใจของเขาถึงจะสงบลงได้ แต่พอเห็นไป๋เป่าคุน เขาก็กลับมาว้าวุ่นอีกครั้ง
"แม่งเอ๊ย เลิกขัดได้แล้ว นี่แกกะจะเอาไปให้ใครอีกห๊ะ?"
ใบหน้าของหลี่เฉิงกระตุกวูบ "นายว่าตอนนั้นฉันเดินหมากผิดตาไปหรือเปล่า?"
"เวลาหมุนย้อนกลับได้ไหมล่ะ? ถ้าเวลาหมุนย้อนกลับได้ อย่าว่าแต่นายเลย ฮว๋าอี้ก็คงไม่ไปหาเรื่องเขาหรอก"
หลี่เฉิงมองไป๋เป่าคุนที่กำลังทำปลาอยู่บนหน้าจอ "นายว่าเขาเคยลงมือก่อเหตุบ้างไหม?"
"เพียงเพราะเขาทำปลาเก่งเนี่ยนะ นายก็เลยสงสัยว่าเขาเป็นคนร้ายงั้นเหรอ?"
หลิวเทาผู้จัดการส่วนตัวมองเขาเหมือนมองคนโง่
"ก็แค่ชี้นำไง พอเขามีเรื่องปวดหัวเยอะๆ จะได้ไม่มีเวลามาหาเรื่องฉัน"
"นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้?"
"ฉันยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ?"
หลี่เฉิงหยิบหินขึ้นมาขัดต่อ เพื่อให้แน่ใจว่าหินรูปหัวใจทุกก้อนล้วนเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา
ซือปาฉวนเหมย
ผู้บริหารหวังคนนั้นก็สงสัยเช่นกัน "จินส่านส่าน ไป๋เป่าคุนไม่ใช่ศิลปินในการดูแลของเธอหรอกเหรอ ทำไมแม้แต่เธอถึงยังดูไม่คุ้นเคยกับเขานักเลย"
"ตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนั้นเขาทำอะไรลงไป ช่วงนั้นเขาดูซึมเศร้านิดหน่อย อาจจะทำอะไรสุดโต่งไปบ้างก็ได้"
"บีบให้ต้นไม้เงินต้นไม้ทองกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้เนี่ย เทียนอี้ของพวกเธอนี่เก่งจริงๆ นะ"
"ผู้บริหารหวัง พวกเราก็พอๆ กันนั่นแหละค่ะ"
"หมายความว่ายังไง?"
"ก่อนหน้านี้ก็มีหวงถิงถิง ตามมาด้วยจวีจิ้งอี"
"อย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอเป็นคนของซือปาแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังอารมณ์เสียมากๆ"
แววตาของจินส่านส่านเปล่งประกายดูแคลนวูบหนึ่ง
คุกเข่าลงซะ!
…………
ทักษะการใช้มีดของไป๋เป่าคุนดูแล้วช่างเพลินตาเพลินใจยิ่งนัก
"นายไปเรียนฝีมือแบบนี้มาจากไหนเนี่ย? ตอนนายทำปลา สีหน้านายไม่มีความหวั่นไหวเลยสักนิด"
"เมื่อก่อนตอนที่ฉันมองเห็นภูเขา ฉันก็มักจะอยากรู้ว่าหลังภูเขาลูกนั้นมีอะไร นายอยากรู้ไหมล่ะ?"
ไป๋เป่าคุนยิ้มอย่างมีเลศนัย หวังอันอวี่หดคอลงทันที
"ตอนนี้ฉันไม่อยากรู้แล้วล่ะ คุนเหยีย นายเลิกยิ้มแบบนี้เถอะ ฉันขนลุกไปหมดแล้ว"
"เขาว่ากันว่าที่คนเรามีเรื่องให้ทุกข์ใจ ก็เพราะว่าความจำดีเกินไป ฉันทำปลาอยู่ที่ต้ารุ่นฟามาสิบปีแล้ว จิตใจของฉันมันเย็นชาเหมือนกับมีดของฉันไปตั้งนานแล้ว"
"ห๊ะ นายเคยไปทำปลาที่ต้ารุ่นฟาด้วยเหรอ?"
"อืม ฉายาดาบละมุนก็คือฉันนี่แหละ"
"พรืด ฮ่าๆ นายเลิกพูดเล่นได้แล้ว"
"งั้นก็มาลงมือกันเถอะ ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ ฉันแล่แบ่งออกมาได้ตั้งเยอะ อนุญาตให้พวกเรามีโอกาสลองผิดลองถูกได้ โชว์ฝีมือกันคนละไม้คนละมือเลย แต่โปรดทราบไว้อย่างนะ ห้ามวางยาพิษเด็ดขาด"
ทุกคนแทบจะล้มทั้งยืน
คนที่น่ากลัวที่สุดก็คือนายนั่นแหละ
แต่ในเมื่อสามารถลองผิดลองถูกได้ ทุกคนก็เลยเริ่มคันไม้คันมืออยากลองดูบ้าง รวมถึงมือใหม่ในครัวอย่างเฉินตูหลิงด้วย
และในตอนที่ทุกคนกำลังจะลงมือทำมื้อเย็นกันนั้นเอง—ทีมงานรายการก็กระโดดออกมาหาเรื่องป่วนอีกแล้ว
"ตอนนี้ขอแจ้งข่าวให้ทราบเรื่องหนึ่ง"
"พวกคุณทำอะไรกันเนี่ย ทำไมไม่แจ้งให้เร็วกว่านี้ ดันมาแจ้งตอนที่พวกเราจะกินข้าวกันพอดี"
"ผู้กำกับ คุณคงไม่ได้กะจะมาเนียนกินฟรีหรอกนะ ไม่มีใครเขาทำกันแบบนี้หรอกนะ"
"ไม่เคยพบเคยเห็นใครหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มาก่อนเลย"
ใบหน้าของฉือหยวนกระตุกวูบ "อาเจิ้ง นายเป็นคนแจ้งก็แล้วกัน"
"ตอนนี้ขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า คืนนี้ทุกคนอย่าหลับลึกจนเกินไปนัก"
ลูกตาของผู้กำกับแทบจะถลนออกมา
ให้แกเป็นคนแจ้ง ไม่ได้ให้แกไปข่มขู่เขานะโว้ย