- หน้าแรก
- หายนะสิ้นโลก ผมอัพเกรดหลุมหลบภัยไร้จำกัด
- บทที่ 23 ความสยองขวัญครั้งใหญ่! ภัยพิบัติฝนกรด!
บทที่ 23 ความสยองขวัญครั้งใหญ่! ภัยพิบัติฝนกรด!
บทที่ 23 ความสยองขวัญครั้งใหญ่! ภัยพิบัติฝนกรด!
บทที่ 23 ความสยองขวัญครั้งใหญ่! ภัยพิบัติฝนกรด!
แปะ... แปะ... แปะๆ...
ราตรีล่วงเลยลึก ทุกสรรพสิ่งเงียบสงัด
นกที่ตัวเป็นสีดำสนิทฝูงแล้วฝูงเล่ากระพือปีกข้ามผ่านผืนดิน พุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่าง
ลมที่เคยพัดโหมบนที่ราบดูเหมือนจะสงบลง ท้องฟ้าและแผ่นดินราวกับถูกคลุมด้วยผ้าดำผืนใหญ่
แสงจากดวงจันทร์สีแดงเริ่มจางหายไป ค่อยๆ ซ่อนตัวอยู่ในเมฆดำ
“น้ำ!”
“น้ำจริงๆ ด้วย! รอดแล้ว! พวกเรามีน้ำแล้ว!”
“ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณเยซูเจ้า ขอบคุณพระพุทธเจ้า ขอบคุณชีวิตใหม่...”
“....”
ฐานที่มั่นอันมืดมิดนับไม่ถ้วน เริ่มปรากฏแสงไฟริบหรี่ตามเสียงหยดน้ำที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
วินาทีต่อมา บางคนวิ่งออกจากที่หลบภัยของตัวเองด้วยความดีใจ ยืนอยู่ใต้ท้องฟ้า ปล่อยให้ "น้ำ" สัมผัสร่างกายอย่างเต็มที่
เปรี้ยง!
สายฟ้าสายหนึ่งฟาดผ่านท้องฟ้า ส่องสว่างไปทั่วผืนดินในทันที และส่องให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งของคนเหล่านี้ด้วย
เสียงกัมปนาทที่ตามมา มันเหมือนกับคำเตือนที่สั่นสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน
ซ่า!
เมื่อเวลาผ่านไป ฝนที่เคยตกประปรายก็พลันหนักหน่วงขึ้น ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด เสียงฝนกลายเป็นบทเพลงบรรเลงเพียงหนึ่งเดียว
ผืนดินที่แห้งผากดูดซับสารอาหารที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าอย่างตะกละตะกลาม
รอยแตกบนผิวดินที่ถูกแดดเผาติดต่อกันหลายวันค่อยๆ สมานตัวภายใต้การชโลมของน้ำฝน
ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ทว่า...
“อ๊าก หน้าฉัน... หน้าฉันทำไมเป็นแบบนี้!”
เมื่อใบหน้าของคนแรกเริ่มปรากฏรูพรุนเหมือนถูกกรดซัลฟิวริกเข้มข้นกัดกร่อน กลุ่มคนที่บุ่มบ่ามวิ่งออกไปตากฝนก็พากันอึ้งกิมกี่
อาศัยแสงจากสายฟ้าที่แลบขึ้นมาชั่วครู่
คนที่ตากฝนอยู่ข้างนอกต่างพบด้วยความสยดสยองว่า:
ผิวหนังที่เปิดโล่งถูกเผาจนไหม้เกรียม ปรากฏรูพรุนเล็กๆ มากมาย ไม่เจ็บ แต่มันมีความรู้สึกชาที่แปลกประหลาด
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ...
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ในช่องแชทโลก ตอนนี้มีนักอุตุนิยมวิทยาและนักเคมีที่ข้ามมิติมาพบความผิดปกติของฝนกรดแล้ว
“ทุกคนระวัง อย่าให้ฝนโดนตัวนานเด็ดขาด สัมผัสต่อเนื่องเกินหนึ่งนาทีจะถูกกัดกร่อน ฝนนี้มันผิดปกติ!”
“อาจจะไม่ใช่กรดซัลฟิวริก ฉันลองทดสอบดูแล้ว มันไม่มีผลกัดกร่อนไม้และดินเลย ใครที่มีเงื่อนไขช่วยเก็บรวบรวมมาวิจัยกับฉันหน่อย”
“ศาสตราจารย์หลี่ใช้สิทธิ์พูดวันนี้หมดแล้ว ฉันขอพูดแทนท่านนะ! ศาสตราจารย์หลี่บอกว่าในฝนกรดนี้อาจมีสารกัดกร่อนประสาทบางอย่างผสมอยู่ ห้ามให้ร่างกายสัมผัสกับฝนกรดโดยตรงเป็นเวลานานเด็ดขาด หากโดนฝนให้รีบเช็ดออกทันที”
“ฉันเพิ่งอาบน้ำไปสิบนาทีเองนะ ตอนนี้ร่างกายไร้ความรู้สึกไปหมดแล้ว ขอร้องล่ะ ช่วยฉันด้วย ฉันยังไม่อยากตาย”
“แม่จ๋า หนูอยากกลับบ้าน หนูอยากกินน้ำ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ ช่วยหนูด้วยได้ไหม”
“กระเพาะฉันปวดมาก เมื่อกี้ฉันดื่มน้ำฝนเข้าไปนิดหน่อย ปวดเหลือเกิน ปวดจะตายอยู่แล้ว!”
“....”
ข้อความที่ไร้ความรู้สึกเริ่มยึดครองช่องแชทโลกมากขึ้นเรื่อยๆ นำพาความตื่นตระหนกที่เงียบงันราวกับวันสิ้นโลกมาให้
ในบ้านที่ทรุดโทรมเริ่มมีหยดน้ำซึมเข้ามา...
หลุมหลบภัยใต้ดินที่ปิดผนึกไม่ดีเริ่มมีน้ำรั่วเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง...
หลุมบ่อที่ภูมิประเทศต่ำเกินไปเริ่มสะสมน้ำฝนอย่างรวดเร็ว...
ผู้คนเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่าภัยพิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่แท้ นี่ไม่ใช่แค่ภัยพิบัติของคนกลุ่มเล็กๆ แต่มันคือ…
หายนะล้างบางของทุกคน!
ฝนกรด ช่างน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้!
......
“โฮ่งๆๆ โฮ่ง! บรู๊ว”
ในหลุมหลบภัยที่สลัว ซูหมัวลืมตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าขึ้นมา เมื่อมองดูโอรีโอ้ที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ที่หัวเตียง ความง่วงก็หายไปกว่าครึ่งทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาใช้มือยันเตียง ซูหมัวลุกพรวดขึ้นมาพลางลูบหน้าอก
ความเหนื่อยล้าตลอดหลายวันที่ผ่านมา รวมกับบาดแผลที่ได้รับจากโบราณสถาน เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดก็ฟื้นฟูขึ้นมามากแล้ว
ซูหมัวมองตามสายตาของโอรีโอ้ไป และพบด้วยความตกใจว่า ตรงประตูหินของหลุมหลบภัยมีน้ำซึมเข้ามาไม่น้อย จนทำให้แผ่นหินเปียกไปเป็นแถบ
“ซวยแล้ว ฝนนี้มีปัญหา!”
เมื่อเห็นท่าทางแยกเขี้ยวขู่ของโอรีโอ้ ซูหมัวพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบทันที
เขารีบสวมเสื้อผ้าพลางเปิดแผงควบคุมเกมเพื่อตรวจสอบช่องแชทโลกตามสัญชาตญาณ
เมื่อเปิดแผงควบคุมเกม เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นรัวๆ
【บันทึก】: “ประกาศถึงผู้เล่นทุกคน ประกาศถึงผู้เล่นทุกคน ประกาศถึงผู้เล่นทุกคน”
【บันทึก】: “ภัยพิบัติครั้งแรก ฝนกรด กำลังจะมาถึง (การคุ้มครองมือใหม่) ขอให้ผู้เล่นทุกคนรับมือด้วยความระมัดระวัง ห้ามประมาทเด็ดขาด”
【บันทึก】: “ภัยพิบัติครั้งนี้จะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 36 ชั่วโมง”
【บันทึก】: “โปรดทราบ ประกาศของระบบจะหยุดให้บริการหลังจากภัยพิบัติมือใหม่ครั้งแรกสิ้นสุดลง”
【บันทึก】: “ยินดีด้วยผู้เล่นซูหมัว ตรวจพบว่าคุณสมบัติต้านทานภัยพิบัติของหลุมหลบภัยของคุณอยู่ในอันดับหนึ่งของโลกในขณะนี้ ต้องการเปิดเผยข้อมูลการจัดอันดับ และเปิดการถ่ายทอดสดการต้านทานภัยพิบัติของหลุมหลบภัยพร้อมกันหรือไม่?”
【บันทึก】: “โปรดทราบ การเปิดถ่ายทอดสดจะไม่ถ่ายทอดภายในหลุมหลบภัย จะเป็นการถ่ายทอดสดแบบมุมมองรอบทิศทางเหนือหลุมหลบภัย เพื่อให้ผู้เล่นคนอื่นสังเกตเห็นสิ่งก่อสร้างบนดินเท่านั้น!”
【บันทึก】: “สะสมเวลาเปิดถ่ายทอดสดมากกว่าสิบห้านาทีขึ้นไป และผ่านพ้นภัยพิบัติได้สำเร็จ จะได้รับกล่องเสบียงเอาชีวิตรอดแบบสุ่ม x 1”
【บันทึก】: “ต้องการเปิดหรือไม่?”
เสียงแจ้งเตือนที่วุ่นวายราวกับเสียงนกนับร้อยร้องระงมดังขึ้นข้างหูของซูหมัว
“ภัยพิบัติเริ่มขึ้นแล้วเหรอ? แถมยังมีเรื่องถ่ายทอดสดนี่อีก?”
ซูหมัวใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันทันที
ภัยพิบัติฝนกรดเริ่มขึ้นแล้วจริงๆ และน้ำที่ซึมเข้ามาในหลุมหลบภัยเหล่านี้ย่อมเป็นฝนกรดแน่นอน
ทว่าขนาดหลุมหลบภัยของเขาที่มีน้ำซึมเข้ามายังเป็นอันดับหนึ่ง ซูหมัวไม่อยากจะคิดเลยว่าที่หลบภัยอื่นในตอนนี้ มันจะน่าเวทนาขนาดไหน!
เขาวางคำแนะนำของระบบไว้ก่อน ซูหมัวเลือกเข้าไปตรวจสอบในช่องแชทโลก
ทันทีที่เข้าไป ในช่องแชทโลกที่ข้อความพรั่งพรูมาถล่มทลาย ดูเหมือนจะกลับไปสู่ความคึกคักเหมือนวันแรกที่ข้ามมิติมาอีกครั้ง
“หลุมหลบภัยของฉันกำลังจะจมน้ำแล้ว ฝนนี้เมื่อไหร่จะหยุดตกสักที! ฉันแค้น แค้นที่ไม่ได้ไปขุดทางระบายน้ำ!”
“เท้าของฉัน! เท้าของฉันถูกน้ำฝนกัดกร่อนจนหายไปแล้ว ฉันไม่มีเท้าแล้ว อ๊ากกกก!”
“จำไว้ว่าอย่าใช้ผิวหนังไปสัมผัสกับน้ำฝนโดยตรง ไม่อย่างนั้นประสาทจะถูกกัดกร่อนทันที ใครที่มีเงื่อนไขให้พยายามใช้เส้นใยพืชซับน้ำไว้ อย่าให้น้ำโดนตัวเด็ดขาด!”
“นี่ไม่ใช่ภัยพิบัติ แต่มันคือการชำระล้าง ท่ามกลางสายฝนที่ยิ่งใหญ่ มนุษย์เราถึงจะพบทิศทางในการก้าวต่อไป! อาเมน!”
“พระเจ้าของข้า! สาวกของพระองค์ตายแล้วจะได้ไปสู่สวรรค์ของพระองค์หรือไม่!”
ข้อความที่ไร้ความรู้สึกนับไม่ถ้วนยึดครองพื้นที่แชทไปกว่า 99%
ซูหมัวดูเพียงห้าวินาที เขาก็ตกใจจนพูดไม่ออก
ฝนกรดบนโลกต่อให้น่ากลัวแค่ไหนก็ยังมีร่องรอยให้สืบค้น มีส่วนประกอบทางเคมีที่ชัดเจน
ทว่า...
ตามที่พูดกันในช่องแชทโลกตอนนี้ กรดที่ผสมอยู่ในฝนกรดชนิดนี้กลับไม่ทำอันตรายต่อสิ่งของ แต่ขอเพียงสัมผัสกับร่างกายมนุษย์ มันจะเกิดการกัดกร่อนอย่างรุนแรง และเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ...
“ที่แท้มันคือกรดทำลายประสาท!”
ซูหมัวแสดงสีหน้าหวาดกลัว ไม่รู้ทำไม เขาพลันนึกถึงหมาดำที่เจอในโบราณสถานตัวนั้นขึ้นมา
บนผิวหนังของหมาดำมีจุดเน่าเฟะที่น่ารังเกียจนับไม่ถ้วน และตัวมันเองกลับไม่รู้สึกตัวเลย แม้แต่ตอนที่ซูหมัวใช้หอกแทงมันก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
เขาปิดช่องแชทโลก เปิดช่องแชทภูมิภาค
จำนวนสมาชิกในช่องแชทภูมิภาคในตอนนี้ดูเหมือนจะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด ทำให้คนยากจะยอมรับได้
323...
ก่อนจะนอนเมื่อวาน ซูหมัวยังจำจำนวนผู้รอดชีวิตในช่องแชทภูมิภาคได้แม่นยำ ตอนนั้นยังมี 645 คน
เพียงคืนเดียว คนหายไปถึงครึ่งหนึ่งท่ามกลางม่านฝนนี้
สามร้อยกว่าคนที่เหลือ ในตอนนี้ก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน
คนที่เลือกฐานที่มั่นบนดินยังถือว่าดี ขอเพียงภูมิประเทศไม่ต่ำเกินไป อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ต้องเผชิญกับภาพนรกที่ฝนกรดทะลักเข้าที่หลบภัย
คนที่มีหัวคิดหน่อย ก็อาศัยพลั่วไม้และถังไม้ คอยระวังไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าที่หลบภัยอย่างสุดความสามารถ
คนไม่มีหัวคิด ก็ใช้เส้นใยพืชทำเสื้อกันฝนและร่มแบบง่ายๆ
สวมเสื้อกันฝน ถือร่มไว้เหนือหัว ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านไม้ที่หลบภัย แล้วใช้แผ่นไม้และกล่องไม้สร้างห้องใต้หลังคาเล็กๆ เพื่อหลบเลี่ยงภัยพิบัติ
ส่วนพวกที่คิดจะรองน้ำฝนกรดมาดื่มให้เต็มคราบนั้น ได้ทิ้งร่างไว้ในเขตรกร้างนี้ตลอดกาล โดยไม่มีเสียงใดๆ อีกเลย
หลังจากสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ซูหมัวก็ปิดแผงควบคุมเกม สายตาคมกริบจ้องมองไปยังจุดที่น้ำรั่ว
หากฝนข้างนอกน่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ การที่หลุมหลบภัยของเขาอยู่ในอันดับหนึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ในฐานะหลุมหลบภัยใต้ดิน ในตอนนี้ใต้ดินยังไม่มีแม้แต่แอ่งน้ำขัง
อาศัยการปิดผนึกที่ดีของประตูหิน โอกาสที่จะผ่านพ้นภัยพิบัติระลอกแรกไปได้นั้นสูงมาก!
“โอรีโอ้ อย่าไปแตะน้ำพวกนั้นนะ!”
เขาเรียกโอรีโอ้ที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ตรงจุดน้ำรั่วให้ถอยออกมา ซูหมัวหยิบเศษผ้าที่กักตุนไว้ก่อนภัยพิบัติออกมา แล้วเริ่มศึกษาวางแผนป้องกันฝน