- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 418 รีดไถเงิน
ตอนที่ 418 รีดไถเงิน
ตอนที่ 418 รีดไถเงิน
ตอนที่ 418 รีดไถเงิน
"มีคนต้องการพบข้า ? " ฮูหยินรองที่กำลังว้าวุ่นใจขมวดคิ้วเรียวงาม โบกมือปัด "บอกไปว่าข้ากำลังยุ่ง ไม่รับแขก"
สาวใช้เงยหน้ามองพวกเขากล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเอ่ยว่า "คนผู้นั้นบอกว่า เขามาเพราะเรื่องของนายท่านเย่าจู่เจ้าค่ะ"
สิ้นคำพูดนี้ สามคนตระกูลซุนก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป บิดาตระกูลซุนก้าวพรวดไปข้างหน้า คว้าข้อมือสาวใช้ไว้ น้ำเสียงถึงกับผิดเพี้ยนไป
"อะไรนะ ? เร็ว รีบพาข้าไปพบเขาที ! "
ทั้งสองคนกำลังจะพ้นประตู ฮูหยินรองก็เอ่ยขึ้นกะทันหัน "ท่านพ่อ เชิญคนผู้นั้นเข้ามาข้างในดีกว่า ! ข้างนอกผู้คนพลุกพล่านหูตาเยอะแยะ ยามนี้กำลังมีเรื่องวุ่นวาย ไม่ควรทำอะไรเอิกเกริก"
สองสามีภรรยาตระกูลซุนได้ยินก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเห็นด้วยกับข้อเสนอของบุตรสาว ไม่นานนัก สาวใช้ก็หมุนตัวจากไป รอจนผ่านไปชั่วครู่เมื่อกลับมาอีกครั้ง ด้านหลังก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินตามมาด้วย
"ท่านนี้คงจะเป็นฮูหยินรองแห่งจวนเจิ้นหนานอ๋องสินะขอรับ ? "
ชายหนุ่มผู้นั้นมีหน้าตาธรรมดา การแต่งกายก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ดูดำ ๆ ผอม ๆ จัดอยู่ในประเภทที่หากโยนเข้าไปในฝูงชนก็ยากที่จะจำหน้าได้ ยามนี้ เขาประสานมือคารวะพลางเอ่ย: "ผู้น้อยรับฝากฝังจากผู้หนึ่ง ให้นำของบางอย่างมาส่งให้ฮูหยินรองขอรับ" เขาพูดไปพลาง ล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อไปพลาง
บิดาตระกูลซุนเห็นดังนั้นก็รีบคว้ามันมาทันที เมื่อทุกคนเพ่งตามองให้ชัด ก็พบว่ามันคือเศษแขนเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
"นี่... นี่มันเสื้อผ้าของเย่าจู่นี่ เมื่อสองวันก่อนข้ายังเห็นเขาใส่อยู่เลย ด้านในปลายแขนเสื้อปักด้วยด้ายทองเชือกเงิน ไม่ผิดแน่ นี่คือเสื้อผ้าของเขา ! " ฮูหยินรองลุกพรวดขึ้นมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่หลินผิง เอ่ยว่า "เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมีของสิ่งนี้ได้ ? ใครสั่งให้เจ้าส่งมา ? " คำถามมากมายถูกยิงรัวราวกับปืนกล สายตาของสามคนตระกูลซุนล้วนจับจ้องไปที่ร่างของเขาอย่างพร้อมเพรียง
ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงมีท่าทีไม่รีบร้อนและไม่ลุกลี้ลุกลน ดูมีมารยาทอ่อนน้อมพลางเอ่ย "บ้านของผู้น้อยอยู่อำเภอชิงสุ่ย เมืองหงโจว เมื่อสามเดือนก่อนโชคดีได้รับความเมตตาจากท่านแม่ทัพหลี่มู จึงได้เข้าร่วมรับใช้ใต้สังกัดกองทัพฉางหนิงขอรับ"
"เศษแขนเสื้อเปื้อนเลือดชิ้นนี้ ท่านแม่ทัพหลี่มูของข้าเป็นคนสั่งให้ข้านำมาส่งให้ขอรับ"
กองทัพฉางหนิง ! หลี่มู !
พอได้ยินสองชื่อนี้ ทั้งสามคนก็ชะงักอึ้งไป ก่อนที่ร่างกายของฮูหยินรองจะเริ่มสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ "เจ้าคือพวกกบฏที่จับตัวเย่าจู่ไปเมื่อคืน ! "
"อะไรนะ ? " บิดาตระกูลซุนได้ยินก็โกรธจัด เขาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของหลินผิง ตวาดถามเสียงกร้าว "พวกเจ้าจับลูกชายข้าไปไว้ที่ไหน ? รีบปล่อยเขากลับมาเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น... มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าล้างโคตรสิบแปดชั่วโคตรของพวกเจ้าแน่ ! "
"โอ้ ? " ชายหนุ่มถูกกระชากคอเสื้ออยู่ ทว่ามุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ มันคือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เมื่อเผชิญหน้ากับคนตระกูลซุนทั้งสามที่กำลังเดือดดาล เขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าเป็นเพียงทหารผู้น้อยไร้ความสลักสำคัญในกองทัพฉางหนิง ก็แค่มาถ่ายทอดเจตนารมณ์ของท่านแม่ทัพให้พวกท่านฟังเท่านั้น ท่านข่มขู่ข้าไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดหรอก"
เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย บิดาตระกูลซุนก็กัดฟันกรอด ยอมปล่อยมือออกในที่สุด
ฮูหยินรองจึงรีบเอ่ยถามอย่างร้อนรน "พวกเจ้าส่งแขนเสื้อนี่มาหมายความว่ายังไง ? "
"ก็แค่อยากให้ทุกท่านได้รับรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของแม่ทัพซุนเท่านั้นเองขอรับ" ชายหนุ่มจัดระเบียบคอเสื้อของตนเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา "วันนี้หลังจากที่พวกเรากลับถึงเมืองอันผิงแล้ว ท่านแม่ทัพได้ลงทัณฑ์แม่ทัพซุนนิดหน่อย แต่โปรดวางใจเถิด... การลงทัณฑ์เหล่านี้ก็แค่ทำให้เขาทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเท่านั้น ไม่มีทางเอาถึงตายเด็ดขาด"
บิดาตระกูลซุนมองดูแขนเสื้อเปื้อนเลือดในมือ ในหัวจินตนาการภาพลูกชายตัวเองถูกทรมานอย่างหนัก เส้นเลือดดำตรงขมับก็ปูดโปนขึ้นมาทันที
"หากเทียบกับทหารค่ายพิทักษ์จวนที่ตายอยู่หน้าพรรคฮวาจู๋เมื่อคืน แม่ทัพซุนก็ถือว่าโชคดีมากแล้วขอรับ" ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ "แม้จะโดนโบยไปสิบกว่าแส้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่หรือขอรับ ? "
"พวกเจ้า... พวกเจ้าตีคนทำไม ? " ฮูหยินรองเอ่ยเสียงสั่น
"ทำไมน่ะหรือ ? " ชายหนุ่มขมวดคิ้ว คล้ายกับกำลังครุ่นคิดถึงคำถามนี้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ยิ้มพลางตอบ "ก็เพราะคนอยู่ในมือพวกเราไง พวกเราอยากตีก็ตี อยากฆ่าก็ฆ่าสิขอรับ ! "
พลั่ก !
คำพูดประโยคนี้เพิ่งจะหลุดออกจากปาก บิดาตระกูลซุนก็ประเคนหมัดซัดเข้าใส่ทันที ตามติดด้วยชายชราวัยกว่าหกสิบปีผู้นี้ขึ้นคร่อมร่างของอีกฝ่าย แล้วกระหน่ำรัวหมัดใส่หัวและใบหน้าของเขาอย่างไม่ยั้ง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ขัดขืน ทำเพียงปล่อยให้ถูกทุบตีอยู่อย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งหน้าตาปูดบวมเขียวช้ำ เลือดไหลกบปากและจมูก
บิดาตระกูลซุนหยุดมือลง หอบหายใจแฮก ๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ตวาดเสียงกร้าว "ไอ้พวกเดรัจฉานสารเลว จับคนไปแล้วยังกล้าวิ่งมาเบ่งบารมีถึงที่นี่ เจ้าไม่เชื่อใช่ไหมว่าแค่ข้าเอ่ยปากคำเดียว ก็สามารถจับเจ้าถลกหนัง เลาะกระดูกได้แล้ว ? "
ชายหนุ่มเช็ดเลือดที่มุมปาก รอยยิ้มกลับยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม
"ข้าย่อมเชื่ออยู่แล้ว ที่นี่คือถิ่นของพวกท่าน" "แต่ข้าเป็นเพียงทหารผู้น้อยไร้ชื่อเสียง เอาชีวิตลูกชายของพวกท่านมาแลกกับข้า มันคุ้มกันจริง ๆ หรือ ? "
บิดาตระกูลซุนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป หากเป็นคนอื่น ย่อมไม่มีทางเอาชีวิตของซุนเย่าจู่มาแลกกับทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งอย่างแน่นอน แต่หลี่มูนั้นต่างออกไป
นิสัยของเขาแตกต่างจากคนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง หากวันนี้ฆ่าไอ้หนุ่มตรงหน้านี้ทิ้งจริง ๆ ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้หัวลูกชายของตนอาจจะถูกแขวนประจานอยู่บนหน้าประตูเมืองก็เป็นได้
"วันนี้ที่เจ้ามาถึงที่นี่ คงไม่ใช่แค่ตั้งใจมาอวดเบ่งเฉย ๆ หรอกใช่ไหม ? " บิดาตระกูลซุนถอยหลังไปสองสามก้าว หอบหายใจพลางเอ่ยถาม
ชายหนุ่มค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน พยักหน้าพลางเอ่ย "ท่านแม่ทัพของข้าฝากมาบอกว่า หากไม่อยากให้ลูกชายของพวกท่านตายด้วยน้ำมือของพวกเราล่ะก็ งั้นก็เอาเงินมาไถ่ตัวสิขอรับ"
"เจ้าต้องการเท่าไหร่ ? " ฮูหยินรองเอ่ยถาม
"หนึ่งแสนตำลึง" ชายหนุ่มหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันที่อาบไปด้วยเลือดเต็มปาก "เดิมทีต้องการแค่หนึ่งแสน แต่ท่านผู้เฒ่าท่านนี้ต่อยข้ามาแปดหมัดกับตบอีกหนึ่งฉาด ก็เลยต้องเพิ่มอีกเก้าหมื่นตำลึง"
"รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งแสนเก้าหมื่นตำลึง"
"หากพวกท่านไม่จ่าย ครั้งหน้าที่ข้ามา สิ่งที่จะนำมาส่งก็คงจะเป็นท่อนแขนหรือท่อนขาของแม่ทัพซุนแล้วล่ะขอรับ"
"อะไรนะ?" บิดาตระกูลซุนยืนอึ้ง ทรุดฮวบ !
หญิงชราได้ยินคำพูดนี้ ก็ยิ่งตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ฮูหยินรองถึงกับถลาเข้าไปจับมือบิดาของตน น้ำเสียงร้อนรน "ท่านพ่อ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทิฐิใส่กันนะเจ้าคะ หากเย่าจู่เป็นอะไรไป ทุกอย่างก็จบสิ้นกันพอดี"
บิดาตระกูลซุนย่อมรู้ดีว่าเรื่องไหนหนักเรื่องไหนเบา การเอาชีวิตลูกชายตัวเองมาเสี่ยงเพื่อทหารชั้นเลวคนหนึ่งย่อมไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน แต่... หากต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเก้าหมื่นตำลึงไปแบบดื้อ ๆ เช่นนี้ มันก็ออกจะอัดอั้นตันใจเกินไปหน่อย
"ถ้าข้าจ่ายเงิน พวกเจ้าจะปล่อยคนใช่ไหม ? " ฮูหยินรองเอ่ยเสียงร้อนรน
ชายหนุ่มได้ยินก็พยักหน้ารับ "เห็นเงินเมื่อไหร่ พวกเราก็จะส่งแม่ทัพซุนกลับบ้านเมื่อนั้นขอรับ"
"ตกลง เจ้าให้เวลาข้าในการรวบรวมเงินสองวัน เงินหนึ่งแสนเก้าหมื่นตำลึงไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลยนะ" ฮูหยินรองพยักหน้ารัว ๆ คล้ายกับยอมจำนนแล้ว
"รวบรวมเงินครบเมื่อไหร่ ข้าจะให้คนเอาไปส่งที่เมืองอันผิง"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ "เช่นนั้นข้าก็จะตั้งตารอการมาเยือนของท่านนะขอรับ"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหันหลังเตรียมจะเดินจากไป หว่างคิ้วของบิดาตระกูลซุนก็กระตุกอย่างแรง จ้องมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายพลางตะโกนลั่น "เงินหนึ่งแสนข้าให้ได้ แต่เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรวะ โดนตีไปแค่ไม่กี่ที ถึงกับกล้ามาขอเงินข้าเพิ่มอีกตั้งเก้าหมื่นเชียวรึ ? "
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าก็ไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญอะไรหรอกขอรับ แต่บังเอิญว่า... ข้าดันมีท่านแม่ทัพที่เต็มใจจะออกหน้าหนุนหลังข้าอยู่"
"หากท่านไม่ยอมจ่าย ก็ลองดูสิขอรับ ! "