เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 398 แม่ทัพซุน

ตอนที่ 398 แม่ทัพซุน

ตอนที่ 398 แม่ทัพซุน


ตอนที่ 398 แม่ทัพซุน

"จับตัวเยว่ปู้ผิงมัดไว้ ส่วนเศษเดนพรรคฮวาจู๋ในลานคฤหาสน์ฆ่าทิ้งให้หมด ใครกล้าขวาง... ถือเป็นศัตรูของกองทัพฉางหนิง ! " จู่ ๆ หลี่มูก็ตวาดลั่นเสียงดังกึกก้อง

บรรดาทหารหุ้มเกราะฉางหนิงที่เดิมทีหยุดมือไปชั่วคราวเพราะการปรากฏตัวของคนจากจวนเจิ้นหนานอ๋อง เมื่อได้รับคำสั่ง ก็เริ่มตวัดหอกยาวและดาบในมือ กวาดล้างพวกลูกสมุนพรรคฮวาจู๋ที่เหลือรอดอีกครั้ง

"หลี่มู ! " หลู่เซียวเบิกตากว้างจนแทบจะถลน เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าวพลางตวาดกร้าว "เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ? เจ้าคิดจะเปิดศึกกับจวนเจิ้นหนานอ๋องของข้าอย่างเปิดเผยงั้นรึ ? "

"พูดกันตามตรงนะ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าหลี่มูผู้นี้ก็คาดคิดว่าจวนเจิ้นหนานอ๋องเป็นศัตรูมาโดยตลอด การที่ข้าไม่หยุดเกณฑ์ทหารซื้อม้าศึก ก็เพื่อเตรียมรับมือกับพวกเจ้านี่แหละ ! " หลี่มูแสยะยิ้มเหี้ยม พลิกข้อมือหันปลายดาบยาวชี้หน้าอีกฝ่าย: "ยามนี้เจ้าพูดจาซะสวยหรูฟังดูดี ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้พวกลูกเต่าพรรคฮวาจู๋ที่มาลอบสังหารข้า แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งของพวกเจ้าหรือเปล่า ? "

หมับ !

หลู่เซียวพุ่งตัวออกไป ใช้มือเปล่ากำคมดาบที่จ่ออยู่ตรงหน้าอกตัวเองไว้แน่น โดยไม่สนใจคมดาบอันแหลมคมที่บาดลึกเข้าไปในเนื้อหนังของฝ่ามือเลยสักนิด ใบหน้าของเขาดำทะมึน

"จวนเจิ้นหนานอ๋องของข้างั้นรึ จะมาลดตัวโกหกพกหลมกับเรื่องพรรค์นี้ ? "

"ยามนี้ท่านอ๋องและท่านอ๋องน้อยไม่อยู่ที่จวน หากเจ้ายังรู้สึกว่าความคับแค้นในใจยากจะระงับ ข้าสามารถตัดสินใจชดเชยเงินทองให้เจ้าได้ด้วยตัวเอง ! "

"เจ้าสั่งให้พวกเขาหยุดลงมือเดี๋ยวนี้ ! "

เลือดสด ๆ ไหลรินลงมาตามง่ามนิ้วของหลู่เซียวไม่หยุด เขารู้ดีว่าหากตนยังสะกดสถานการณ์นี้ไว้ไม่อยู่ ทุกอย่างจะต้องลุกลามบานปลายจนเกินจะควบคุมแน่ ยามนี้ชายแดนถูกพวกคนเถื่อนบุกรุก หากภายในเมืองฉีโจวยังมาเกิดศึกตะลุมบอนขึ้นอีก... หลู่เซียวไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าผลลัพธ์มันจะเลวร้ายสาหัสเพียงใด ดังนั้นในยามนี้ ต่อให้หลี่มูจะกำเริบเสิบสานปานใด กระทั่งเป็นฝ่ายลงมือก่อน หลู่เซียวก็ไม่กล้าสั่งให้ทหารเกราะทองด้านหลังตอบโต้ เพราะเขารู้ดีว่าทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกกันอย่างเป็นทางการ ยอดผู้บาดเจ็บล้มตายในเมืองฉีโจวคืนนี้ย่อมยากจะประเมินได้ หากข่าวนี้แพร่สะพัดไปถึงแนวหน้า จนส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการศึก เปิดช่องให้พวกคนเถื่อนฉวยโอกาสบุกทะลวงเข้ามาได้ ทั่วทั้งชายแดนใต้ก็จะกลายสภาพเป็นขุมนรกบนดินในทันที

"ข้า หลี่มู ผู้นี้หน้าเงินจริง ๆ นั่นแหละ แต่เรื่องราวบนโลกใบนี้ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะสามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้หรอกนะ"

หลี่มูจ้องมองหลู่เซียวที่ใช้มือเปล่ากำคมดาบของตน พยายามสะกดกลั้นความอยากที่จะตวัดดาบตัดนิ้วอีกฝ่ายทิ้ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ : "พรรคฮวาจู๋ยวางแผนเล่นงานญาติมิตรของข้า หมายเอาชีวิตข้า ทำลายชื่อเสียงของข้า หากคืนนี้ข้ายอมล่าถอยไปดื้อ ๆ วันหน้าข้าจะเอาหน้าไปปกครองลูกน้องได้อย่างไร ? "

"ขืนเป็นแบบนั้น เกรงว่าต่อให้เป็นหมูหมากาไก่ ก็คงกล้ากระโดดขึ้นมากัดข้าเข้าให้สักแผลแน่"

สวบ ! หลู่เซียวได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ถอยหลัง กลับเดินหน้าเข้าหาอีกหนึ่งก้าว

ก้าวนี้ที่ขยับเข้ามา ส่งผลให้ปลายดาบยาวเล่มนั้นทิ่มทะลุเข้าผิวหนังบริเวณหน้าอกของเขาไปเป็นที่เรียบร้อย !

เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่มูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"หลี่มู เจ้าฟังข้านะ... พวกคนเถื่อนยกทัพใหญ่รุกรานชายแดน ท่านอ๋องและท่านอ๋องน้อยนำทหารไปที่เมืองหน้าด่านแล้ว คนของพรรคฮวาจู๋เหล่านี้ต้องรับหน้าที่ขนส่งเสบียงอาหารและยารักษาโรคไปสนับสนุนการศึก" หลู่เซียวฝืนทนความเจ็บปวด กระทั่งหัวไหล่เริ่มสั่นเทา: "พวกมันยังมีประโยชน์ ฆ่าทิ้งไม่ได้ ! "

"สามเดือน ! เจ้าทนรออีกแค่สามเดือน พอศึกชายแดนสงบลง ท่านอ๋องกลับมา เขาจะต้องให้คำอธิบายที่น่าพอใจแก่เจ้าอย่างแน่นอน"

หลี่มูมีสีหน้าไร้อารมณ์ ตอนที่เขาเห็นขบวนรถเสบียงหน้าประตูเมืองก่อนหน้านี้ ภายในใจก็คาดเดาอะไรได้บางอย่างอยู่แล้ว ทว่ายามนี้พอได้ยินหลู่เซียวพูดออกมาจากปาก ก็ยิ่งมั่นใจว่าพวกคนเถื่อนเริ่มก่อสงครามแล้วจริง ๆ เจิ้นหนานอ๋องนำทหารส่วนใหญ่ของจวนอ๋องออกจากเมืองฉีโจวไป มิเช่นนั้น ปฏิบัติการในคืนนี้ของเขาคงไม่มีทางราบรื่นถึงเพียงนี้เป็นแน่

"หลี่มู ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของเจ้าที่เมืองอันผิงมาบ้าง เจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น เจ้าดีต่อราษฎรและดีต่อพี่น้องใต้บังคับบัญชา... เจ้าลองคิดดูสิ หากคืนนี้เจ้าก่อเรื่องวุ่นวายในเมืองฉีโจว จนส่งผลให้การศึกที่แนวหน้าสั่นคลอน และทำให้พวกคนเถื่อนบุกเข้ามาในชายแดนใต้ได้ ถึงตอนนั้น ครอบครัวและญาติมิตรของพวกเจ้าก็ต้องตกระกำลำบากไปด้วยอยู่ดี"

หลู่เซียวหอบหายใจแรง พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการยั่วยุประสาทที่กำลังตึงเครียดของหลี่มู

"พรรคฮวาจู๋คือตัวแทนระดับชาวบ้านที่ท่านอ๋องคัดเลือกมา จุดประสงค์ก็เพื่องานนี้โดยเฉพาะ พวกมันจะกลายเป็นเสาหลักด้านเสบียงให้กับทหารแนวหน้า หากตายกันหมด ภายในระยะเวลาอันสั้น พวกเราไม่มีทางหาคนจำนวนมากขนาดนี้มาทำแทนได้หรอก ! "

เมื่อมองดูหลู่เซียวที่เสื้อผ้าซีกหนึ่งถูกย้อมไปด้วยเลือด หลี่มูก็นิ่งเงียบไป เขาย่อมรู้ดีถึงความสำคัญของการรุกรานจากพวกคนเถื่อนและการอุบัติขึ้นของสงครามครั้งใหญ่ นั่นคือสงครามที่มีเป้าหมายเพื่อการล้างบางเผ่าพันธุ์อย่างแท้จริง การต่อสู้ระหว่างเขากับกองคาราวานอาชาเหล็ก พรรคฮวาจู๋ หรือกระทั่งคนอย่างใต้เท้าต่งและหลิวจี้ พูดให้ถึงที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ศึกสายเลือดภายในของชาวแคว้นฉีเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราษฎรตาดำๆ ทว่าพวกคนเถื่อนนั้นต่างออกไป หลายปีมานี้ คนเถื่อนถือเป็นเสี้ยนหนามและภัยคุกคามอันใหญ่หลวงของแคว้นต้าฉีมาโดยตลอด สร้างบาดแผลความสูญเสียในชายแดนใต้ที่ไม่อาจลบเลือนได้ ราษฎรและทหารแคว้นฉีนับไม่ถ้วนล้วนตกตายใต้เกือกม้า คมดาบ และคันธนูของพวกมัน หากอีกฝ่ายสามารถตีฝ่าด่านชายแดน และบุกทะลวงเข้ามาถึงดินแดนชายแดนใต้ได้... ราษฎรแคว้นฉีนับไม่ถ้วนย่อมต้องกลายเป็นผีเฝ้าคมดาบของพวกมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"..." เมื่อเห็นท่าทีของหลี่มูอ่อนลงและลังเลเล็กน้อย ภายในใจของหลู่เซียวก็มีความยินดีวาบขึ้นมา เขารู้แล้วว่าคำพูดของตนได้ผล จึงรีบฉวยโอกาสตีเหล็กตอนร้อนทันที: "น้องหลี่ ท่านอ๋องและท่านอ๋องน้อยของข้าต่างก็ชื่นชมในตัวเจ้ามาโดยตลอด ยามนี้เรื่องมันเกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของราษฎรนับสิบล้านชีวิตในชายแดนใต้และทั่วทั้งต้าฉี เจ้าจะมาเห็นแก่อารมณ์ชั่ววูบ... แล้วทิ้งชื่อเสียงเหม็นโฉดไปชั่วลูกชั่วหลานไม่ได้นะ ! "

หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "เจ้านี่เป็นครูฝึกกองกำลังรบไม่ใช่รึ ไฉนนอกจากวิชาหมัดมวยแล้ว... ฝีปากถึงได้ฝึกฝนมาจนคล่องแคล่วปานนี้เชียว ? "

พอได้ยินประโยคนี้ หลู่เซียวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขารู้แล้วว่าคืนนี้คงไม่มีเรื่องน่าหวาดกลัวอะไรเกิดขึ้นอีกแล้ว หลี่มูยอมตกลงแล้ว ! แม้พรรคฮวาจู๋จะถูกสังหารไปนับร้อยคน แต่ก็ยังมีสมาชิกอีกหกเจ็ดพันคนที่กระจายตัวอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ รอบนอก ยิ่งไปกว่านั้น ขอเพียงรักษาชีวิตของบุคคลระดับสูงในพรรคไว้ได้ ก็ย่อมสามารถประคองให้พรรคขนาดใหญ่นี้ขับเคลื่อนต่อไปได้

"น้องหลี่อย่าล้อข้าเล่นเลย..." หลู่เซียวฝืนยิ้มขมขื่น หันไปมองทหารหุ้มเกราะฉางหนิงที่อยู่ด้านข้างพลางเอ่ย "เจ้ารีบสั่งให้พวกเขาหยุดมือเถอะ"

หลี่มูแค่นเสียงขึ้นจมูก กำลังจะยกมือขึ้น

ทว่าจังหวะนั่นเอง บนถนนหลวงสายใหญ่เบื้องหน้าก็พลันมีเสียงฝีเท้าที่ยุ่งเหยิงดังขึ้นมาอีกระลอก เห็นเพียงกองทหารจวนอ๋องในชุดเกราะสีทองแดงกลุ่มใหญ่มุ่งหน้ามาจากสุดถนน จำนวนกะด้วยสายตาคร่าว ๆ น่าจะมีสักเจ็ดแปดร้อยนาย ผู้นำของพวกเขาคือชายหนุ่มที่ขี่ม้าศึกสีน้ำตาล หน้าตาของเขาจัดว่าหล่อเหลา ทว่าระหว่างคิ้วกลับแฝงไว้ด้วยความหยิ่งยโสอวดดี บุคลิกท่าทางดูเหมือนพวกที่ชอบวางตัวสูงส่งเหนือผู้อื่น

วินาทีที่เห็นเขา สีหน้าของหลู่เซียวก็เปลี่ยนไปทันที อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาว่า "มารดามันเถอะ แย่แล้ว ! ไอ้หนุ่มนี่มาได้ยังไงเนี่ย ? "

หลี่มูขมวดคิ้ว

ชายหนุ่มผู้นั้นควบม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าพรรคใหญ่ของพรรคฮวาจู๋ เมื่อกวาดสายตามองเห็นซากศพที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น สีหน้าของเขาก็พลันบิดเบี้ยวดูดุร้ายขึ้นมาทันที

ชิ้ง !

เขาชักกระบี่ยาวที่เอวออกมา ชี้หน้าหลี่มูที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดพลางตวาดกร้าว "เจ้าคือไอ้โจรขบถหลี่มูใช่หรือไม่ ? "

"แม่ทัพซุน ท่านฟังข้าก่อน..." หลู่เซียวเห็นท่าไม่ดี กำลังจะอ้าปากอธิบาย

"เหล่าทหารหาญฟังคำสั่ง จงจับกุมไอ้โจรชั่วใจกล้าเทียมฟ้าผู้นี้ให้ข้าเดี๋ยวนี้ ! "

แม่ทัพหนุ่มผู้นั้นขัดจังหวะคำพูดของเขาอย่างไร้เยื่อใย จ้องเขม็งไปที่หลี่มูพลางเอ่ยเน้นย้ำทีละคำ "ไอ้หมัดแมลงตัวจ้อย จวนอ๋องปล่อยให้เจ้ากระโดดโลดเต้นมาตั้งนานไม่ยอมบี้ให้ตาย บัดนี้ถึงกับกล้ามาแผลงฤทธิ์ถึงเมืองฉีโจว..."

"คืนนี้ข้าจะสับหัวเจ้าให้หลุดจากบ่า แล้วถลกหนังเปื้อนโคลนของเจ้า เอาฟางยัดไส้ส่งพวกมันลงนรกไปซะ ไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดอีกเลย ! "

จบบทที่ ตอนที่ 398 แม่ทัพซุน

คัดลอกลิงก์แล้ว