- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 396 ภูเขาซากศพทะเลเลือด
ตอนที่ 396 ภูเขาซากศพทะเลเลือด
ตอนที่ 396 ภูเขาซากศพทะเลเลือด
ตอนที่ 396 ภูเขาซากศพทะเลเลือด
"กองทัพฉางหนิงมาเพื่อกวาดล้างพรรคฮวาจู๋ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจงหลบไปให้พ้น ! หากโดนลูกหลง บาดเจ็บล้มตายอย่ามาโวยวาย ! " เจียงหู่สูดลมหายใจเข้าลึก หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงคำรามก้องไปทั่วบริเวณประตูเมือง ดั่งอสนีบาตฟาดเปรี้ยง
"อะไรนะ ? กองทัพฉางหนิงมาเพื่อกวาดล้างพรรคฮวาจู๋งั้นรึ ? "
"พรรคฮวาจู๋... ถึงกับไปแหยมกับดาวมฤตยูตนนี้เชียวรึ ! "
บนกำแพงเมือง ทหารรักษาเมืองที่เดิมทีง้างธนูเตรียมจะยิงใส่กองทัพฉางหนิง พอได้ยินประโยคนี้ก็ชะงักมือไปทันที สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พวกเขาเป็นคนของกองบัญชาการทหาร ไม่ใช่ทหารจวนอ๋อง ข่าวที่หลิวจี้พ่ายศึกจนตัวตายเมื่อหลายวันก่อน ลอยเข้าหูพวกเขามาตั้งนานแล้ว ภาพลักษณ์ของหลี่มูในสายตาทหารทางการเหล่านี้ย่อมน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
หากเลือกได้... พวกเขาก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับหลี่มูเลยสักนิด ในช่วงเสี้ยววินาทีที่ชะงักงันนี้เอง กองทัพฉางหนิงก็พุ่งชาร์จมาถึงใต้ประตูเมืองแล้ว ว่านหลี่อวิ๋นกระแทกชนสัตว์ลากรถที่ขวางทางอยู่หน้าประตูออกไปอย่างป่าเถื่อน อาศัยเรือนร่างอันกำยำล่ำสันกระแทกฝ่าขบวนรถม้าเหล่านั้น เปิดทางอันกว้างขวางให้ทหารม้าที่ตามมาด้านหลังได้อย่างง่ายดาย
"ทิ้งไว้สองร้อยนายควบคุมประตูเมือง แบ่งอีกสองร้อยนายกระจายกำลังออกค้นหาคนของพรรคฮวาจู๋ในเมือง ที่เหลืออีกสี่ร้อยนายตามข้าบุกไปที่พรรคใหญ่ของมัน" หลี่มูโบกมือสั่งการ
ทหารม้าเบื้องหลังก็แบ่งออกเป็นสามกลุ่มอย่างรวดเร็ว โดยมีเจี่ยชวนคุมกำลังหนึ่งกลุ่มเฝ้าประตูเมือง เจียงหู่คุมอีกกลุ่มไปตามหาคน
"ส่วนคนที่อยู่ตรงประตูเมืองนี่ ถามพวกมันดูว่าขนเสบียงพวกนี้ไปไหน ถ้าได้ความแล้ว คนอื่น ๆ ไม่สำคัญ ขอเพียงยืนยันว่าเป็นคนของพรรคฮวาจู๋ ก็... ฆ่าทิ้งซะ ! " สีหน้าของหลี่มูเหี้ยมเกรียมขึ้น
นับตั้งแต่เริ่มมีเรื่องบาดหมางกับพรรคฮวาจู๋ อีกฝ่ายก็เอาแต่ลอบกัดแทงข้างหลังอยู่หลายครั้ง หลี่มูสะสมความโกรธแค้นมานานแสนนาน วันนี้เขาจะระเบิดมันออกมาให้หมดสิ้น
"พี่น้องทั้งหลายอย่าลนลาน ที่นี่คือถิ่นของพวกเรา ! "
"หลี่มูแล้วไง ? มาถึงเมืองฉีโจวแล้วยังกล้าอวดดีอีกรึ ? "
"ฆ่ามัน ! ทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของพรรคฮวาจู๋ ! "
หลังจากตื่นตระหนกตกใจอยู่ชั่วครู่ บรรดานักเลงพรรคฮวาจู๋ที่รับหน้าที่คุ้มกันเสบียงกลับฮึดสู้ขึ้นมา คว้าอาวุธพุ่งเข้าล้อมกรอบหมายจะสังหารกองทัพฉางหนิง
"ดี เดิมทีข้ายังนึกกังวลอยู่เลยว่าไอ้พวกสวะนี่จะตกใจกลัวจนวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง แบบนี้ก็ประหยัดแรงไปได้เยอะเลย" เจี่ยชวนหัวเราะลั่น ควงหอกยาวในมือ ชี้ไปที่ลูกน้องด้านหลังพลางตวาด "ฆ่าพวกมันให้หมด"
การปะทะกันอย่างดุเดือดปะทุขึ้นในชั่วพริบตา หน้าประตูเมืองเลือดสาดกระเซ็น เจี่ยชวนบุกทะลวงนำหน้า หอกยาวในมือแทงทะลุร่างชายคนหนึ่งแล้วงัดลอยขึ้นกลางอากาศทันที ด้านข้างมีนักเลงพรรคฮวาจู๋สามสี่คนถือดาบพุ่งเข้ามาฟัน เคร้ง เคร้ง เคร้ง! คมดาบฟาดลงบนร่างเจี่ยชวน แต่กลับเกิดเพียงเสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน
"ไอ้ลูกหมา ปู่เจี่ยของพวกแกสวมเกราะโว้ย ! " เจี่ยชวนแสยะยิ้มเหี้ยม สะบัดหอกเขี่ยศพที่ติดอยู่บนปลายหอกทิ้ง แล้วตวัดหอกวาดเป็นวงกว้างไปด้านหน้า ฟาดพวกมันล้มลงไปกองกับพื้นหลายคนในคราวเดียว
"ไอ้พวกไม่เคยลงสนามรบอย่างพวกแกนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย รู้ไหมว่าคนสวมเกราะกับคนไม่สวมเกราะมันต่างกันยังไง ? "
"แค่ดาบกิ๊กก๊อกในมือพวกเจ้า ต่อให้ฟันจนเหนื่อยตาย ก็ไม่มีทางระคายผิวเกราะของข้าได้หรอก ! "
ทหารม้าสองร้อยนายภายใต้การนำของเจี่ยชวน ราวกับฝูงพยัคฆ์ร้ายโถมเข้าสู่ฝูงแกะ นักเลงพรรคฮวาจู๋เหล่านี้ร่วงหล่นลงเป็นใบไม้ร่วง ถูกเกี่ยวล้มลงไปเป็นกองใหญ่ในพริบตาเดียว
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นใจ หลี่มูก็ไม่หยุดรอที่ประตูเมืองอีกต่อไป แยกทางกับเจียงหู่ มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังพรรคใหญ่พรรคฮวาจู๋ทันที
จวบจนกระทั่งกลุ่มของหลี่มูและเจียงหู่ควบม้าจากไปไกลแล้ว ที่มุมมืดใต้ซุ้มประตูเมือง หัวหน้าหอจูเชวี่ยถึงได้เดินหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กออกมา เมื่อครู่นี้เขาแอบได้ยินแผนการของอีกฝ่าย ในใจก็ตื่นตระหนกวุ่นวายไปหมด หลี่มูนำกำลังบุกไปที่พรรคใหญ่ วันนี้ มันตั้งใจมาเพื่อทำลายล้างพรรคฮวาจู๋ให้สิ้นซากจริง ๆ
"มารดามันเถอะ... พี่น้องในพรรคแม้จะมีจำนวนไม่น้อย แต่วันนี้หลังจากได้รับคำสั่งจากท่านอ๋อง ส่วนใหญ่ก็กระจายกำลังกันออกไปจัดซื้อเสบียงอาหารและรีดไถงบการทหารในอำเภอต่าง ๆ รวมถึงที่เมืองปิงโจวกันหมด ยามนี้ในเมืองฉีโจวเกรงว่าคงเหลือคนไม่ถึงสองพันด้วยซ้ำ"
พวกอันธพาลข้างถนนสองพันกว่าคน จะเอาอะไรไปต่อกรกับทหารม้าหุ้มเกราะติดอาวุธครบมือสี่ร้อยนาย ?
ใจของหัวหน้าหอจูเชวี่ยหล่นวูบ นี่มันไม่มีทางชนะเลยสักนิด !
หากพรรคฮวาจู๋ปะทะกับหลี่มูตรงๆ ก็มีแต่ตายสถานเดียว
"ไม่ได้ ข้ายังอยากเป็นหัวหน้าพรรคอยู่... พรรคฮวาจู๋จะล่มสลายไม่ได้เด็ดขาด ยามนี้ในเมืองฉีโจว ผู้ที่พอจะขัดขวางหลี่มูได้ นอกจากกองบัญชาการทหารแล้ว ก็เหลือเพียงจวนอ๋องเท่านั้น"
หัวใจของหัวหน้าหอจูเชวี่ยเต้นรัว สมองคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบหันขวับวิ่งมุ่งหน้าไปทางจวนเจิ้นหนานอ๋องทันที แม้ทหารจวนอ๋องในเมืองจะเหลืออยู่ไม่มาก ทว่าชื่อเสียงอันเกรียงไกรของจวนเจิ้นหนานอ๋องก็ฝังรากลึกอยู่ในชายแดนใต้มานานปี
หัวหน้าหอจูเชวี่ยไม่เชื่อหรอกว่า หากจวนเจิ้นหนานอ๋องออกโรงสอดมือเข้ามายุ่ง หลี่มูจะยังกล้าลงไม้ลงมือกับพรรคฮวาจู๋อีก !
……
ทหารม้าสี่ร้อยนายควบทะยานไปตามถนนใหญ่ในเมืองฉีโจว ผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าสองข้างทางต่างพากันหลบหลีกจ้าละหวั่น ภายในร้านรวงสองฝั่งถนน ก็มีคนไม่น้อยที่เบิกตาค้างด้วยความตกตะลึง ที่นี่คือเมืองฉีโจว คือที่ตั้งของจวนอ๋อง ใครกันถึงกล้ามาควบม้าอาละวาดอย่างอุกอาจเช่นนี้ ? แต่ไม่นาน ก็มีคนสังเกตเห็นว่ากองทัพนี้ไม่ใช่คนของแม่ทัพท่านใดในจวนอ๋อง และไม่ใช่คนของกองบัญชาการทหารรักษาเมือง...
"ทิศทางที่พวกเขากำลังไป ดูเหมือนจะเป็นพรรคใหญ่ของพรรคฮวาจู๋นะ ! "
"พวกท่านเห็นไหม ? คนที่นำหน้ามาขี่ม้าตัวสูงใหญ่ผิดปกติ..."
"ข้าจำได้แล้ว นั่นคือหลี่มู หลี่มูคนที่เพิ่งฆ่าหลิวจี้ไปเมื่อหลายวันก่อนไงล่ะ ! "
"มีแต่เขาเท่านั้นที่มีม้าศึกแบบนี้ ! "
มีคนจำตัวตนของหลี่มูได้ ถึงกับตกใจจนอ้าปากค้างพูดไม่ออก ต้องรู้ก่อนนะว่า ยามนี้หลี่มูคือ "หัวหน้ากบฏ" ตัวจริงเสียงจริง เขาฆ่าหลิวจี้ ยึดครองเมืองอันผิง ไม่ว่าจะในสายตาของราชสำนัก หรือในสายตาของจวนเจิ้นหนานอ๋อง เขาล้วนเป็นเสี้ยนหนามตำตาที่สมควรถูกกำจัดทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย หากเป็นคนอื่น เวลานี้คงไม่มีทางเสี่ยงบุกมาที่เมืองฉีโจวแน่ แต่ตอนนี้เขากลับนำกำลังบุกฝ่าเข้าเมือง ควบม้าตะลุยไปทั่วราวกับไม่มีใครขวาง ! เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ?
หลี่มูเคยมาที่พรรคใหญ่ของพรรคฮวาจู๋แล้วครั้งหนึ่ง จึงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี ทหารหุ้มเกราะสี่ร้อยนายควบม้าตามหลังเขามา เสียงอึกทึกครึกโครมนั้นชวนให้ขนลุกขนพอง ทว่าจนถึงยามนี้ ภายในเมืองก็ยังไม่มีใครออกมายับยั้งพวกเขาเลย
"เมืองฉีโจวสมควรจะมีการคุ้มกันแน่นหนาสิ แต่ยามนี้... ทหารในเมืองกลับราวกับอันตรธานหายไปจนหมด ซ้ำเมื่อครู่ที่หน้าประตูเมืองก็ยังมีการขนเสบียง หรือว่า..."
ในหัวของหลี่มูปรากฏความคิดบางอย่างขึ้นมา ทว่าไม่นานก็กดมันลงไป คืนนี้เขามาเพื่อจัดการกับพรรคฮวาจู๋ ส่วนเรื่องอื่น เอาไว้ถล่มพรรคฮวาจู๋เสร็จแล้วค่อยว่ากัน !
ขบวนม้ารวดเร็วดั่งสายลม เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ พวกเขาก็มาถึงหน้าลานคฤหาสน์หลังใหญ่ และที่นี่ก็คือพรรคใหญ่ฐานที่มั่นของพรรคฮวาจู๋นั่นเอง ยามนี้ บริเวณหน้าพรรคใหญ่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก กะด้วยสายตาคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่าแปดร้อยคน !
"พวกเจ้าเป็นใคร ? "
นักเลงพรรคฮวาจู๋เหล่านี้ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องมาแต่ไกลแล้ว ทว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาด้วยจุดประสงค์ใด ยามนี้พอได้เห็นการแต่งกายของพวกหลี่มู ก็รีบตั้งท่าระแวดระวัง ตะโกนถาม "พวกเจ้าเป็นลูกน้องใคร ? "
พวกนักเลงเหล่านี้มารวมตัวกันที่นี่ ไม่ใช่เพราะรู้ล่วงหน้าว่าหลี่มูจะมาบุกโจมตี แต่เป็นเพราะหลิวหวู่อี้ เยว่ปู้ผิง และคนอื่น ๆ เรียกพวกเขามารวมตัวกัน เพื่อมอบหมายงานและเปิดการประชุมใหญ่ของพรรค ท่ามกลางฝูงชน เสียงตะโกนถามนั้นไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมา
หลี่มูทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก วันวานตอนที่เขามาเยือนที่นี่ครั้งแรก ยังต้องคอยระแวดระวังทุกฝีก้าว ทว่ายามนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"บุกเข้าไป ฆ่าให้หมด ! " หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก สองขาหนีบกระตุ้นม้า ชูหมัดขึ้นชี้ฟ้าแล้วพุ่งทะยานเข้าไป
ทหารหุ้มเกราะสี่ร้อยนายด้านหลังเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงกัน ทำท่าทางเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ชูหมัดแล้ว ฟัน ! ชูหอกแล้ว แทง !
"เป็นศัตรู ! "
"ข้าศึกบุก ! "
จนถึงตอนนี้ บรรดานักเลงพรรคฮวาจู๋เหล่านี้ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแล้ว นักเลงที่อยู่แนวหน้าสุดถูกฟันร่วงลงไปเป็นใบไม้ร่วงในชั่วพริบตา บางคนหัวหลุดจากบ่า บางคนแม้จะไม่ถูกฟันตายในดาบเดียว พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ก็ถูกเกือกม้าอันไร้ปรานีเหยียบย่ำจนกลายเป็นเศษเนื้อ เลือดสดสาดกระเซ็น เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ
ป้าบ !
หลี่มูตวัดดาบฟันลูกกระจ๊อกคนหนึ่งล้มลง ตวาดถามเสียงกร้าว "รองหัวหน้าพรรคหลิวหวู่อี้ หัวหน้าหอจูเชวี่ย แล้วก็พวกแกนนำของพวกแกอยู่ที่ไหน ? อยู่ในคฤหาสน์หรือเปล่า ? "
ลูกกระจ๊อกคนนั้นโดนฟันเข้าที่หน้าอก เลือดไหลทะลัก ยามนี้เอ่ยตอบเสียงสั่น "รองหัวหน้าพรรคกับผู้อาวุโสเยว่อยู่ในพรรคใหญ่ ส่วนหัวหน้าหอจูเชวี่ยรับหน้าที่คุมเสบียงออกนอกเมืองไปตั้งนานแล้ว"
มารดามันเถอะ! ปล่อยให้ไอ้แก่นั่นหนีรอดไปได้รึ ?
หลี่มูขมวดคิ้วมุ่น หากจะถามว่าในบรรดาคนของพรรคฮวาจู๋ เขาเกลียดชังใครที่สุด ย่อมต้องเป็นหัวหน้าหอจูเชวี่ยอย่างแน่นอน อีกฝ่ายเคยสั่งให้ลูกน้องไปลอบสังหารตน หากไม่ได้ยาจินชวงต้าหวนตัน หลี่มูคงตายไม่ก็พิการไปแล้ว
"เจียงหู่ยังอยู่หน้าประตูเมือง ไอ้แก่นั่นน่าจะยังหนีไปไม่พ้นหรอก" หลี่มูครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็ฟันลูกกระจ๊อกคนนั้นตายโดยไม่ลังเล แล้วควบม้าบุกทะลวงเข้าไปในคฤหาสน์ บรรดาทหารหุ้มเกราะด้านหลังก็แห่ตามเข้าไปติด ๆ สภาพภายในคฤหาสน์ไม่ได้แตกต่างไปจากวันวานเลย
หลี่มูเงยหน้ามองไปเบื้องหน้า เห็นเพียงหน้าประตู "หอผู้ภักดี " มีคนยืนอยู่สองสามคน หน้าตาเคร่งขรึมดูมีอำนาจ แต่งกายหรูหรา เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลสำคัญของพรรคฮวาจู๋ หนึ่งในนั้นมีใบหน้าที่ดูคุ้นตาทีเดียว ใช่รองหัวหน้าพรรคที่เคยปิดล้อมเขาที่อำเภอเหรินเจ๋อคนนั้นนั่นเอง !
ในเวลาเดียวกัน สายตาของหลิวหวู่อี้ก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของหลี่มู
แทบจะในชั่วพริบตานั้น รูม่านตาของเขาก็หดเกร็งเหลือเท่าปลายเข็ม ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับตกใจสุดขีด ชะงักไปสามอึดใจถึงได้แผดเสียงร้องแหลมปรี๊ด "หลี่มู ! "
"เจ้ากล้าบุกมาถึงเมืองฉีโจวเลยรึ ! "
"อะไรนะ ? "
บรรดาแกนนำพรรคฮวาจู๋หลายคนที่อยู่ด้านข้างพอได้ยินชื่อนี้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง หันหลังหมายจะวิ่งหนีเข้าไปในหอผู้ภักดี
ทว่าหลี่มูไม่มีทางเปิดโอกาสให้พวกมัน เห็นเพียงเขาง้างธนูยาวออก กางเต็มเหนี่ยว ชั่วพริบตาก็ปล่อยลูกธนูออกไปหลายดอกรวด
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว !
ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศส่งเสียงบาดหู ปักฉึกเข้าใส่ทั้งสามคนอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
พวกเขาร้องโหยหวนล้มกลิ้งลงไปกับพื้น หนึ่งในนั้นรวมถึงหลิวหวู่อี้ด้วย
หลี่มูหัวเราะลั่น กระโดดลงจากหลังม้า เดินนำทหารหุ้มเกราะกลุ่มใหญ่เข้าไปหา ชักดาบจ่อที่คอหอยอีกฝ่ายพลางยิ้ม "พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ ! "
"หลี่... หลี่มู ! " หลิวหวู่อี้หน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้าทำไมถึง..."
"ข้ารู้ว่าในใจเจ้าตอนนี้คงมีคำถามเต็มไปหมด แต่ขอโทษที ข้าไม่อยากตอบเลยสักคำ" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม "ข้ามีเวลาไม่มาก เจ้าไปลงนรกซะเถอะ ! "
หลี่มูไม่ใช่พวกชอบพูดพล่ามทำเท่ก่อนจะฆ่าศัตรู เพราะมันอาจจะเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายพลิกสถานการณ์กลับมาฆ่าตนได้ "ตอนนั้นเรื่องรุมล้อมเจ้าเป็นความคิดของหัวหน้าพรรคหม่า ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย..."
หลิวหวู่อี้เหมือนยังอยากจะพูดอะไรต่อ ทว่าดาบศึกอันคมกริบก็ถูกฟันลงมาแล้ว
ฉัวะ !
คมดาบปาดลึกเข้าไปในลำคอของมัน เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ หลิวหวู่อี้ชักกระตุกไปทั้งร่าง ไม่นานก็ล้มฟุบจมกองเลือดสิ้นใจตาย
"ทุกท่าน ใครเป็นคนสั่งให้ไปลอบวางเพลิงเผาโรงเตี๊ยมหยวนเฟิง ฆ่าแขกของข้าตาย ? "
หลี่มูเงยหน้าขึ้น มองไปที่แกนนำอีกสองคนที่เหลือ การมาเยือนในครั้งนี้ หนึ่งคือเพื่อทำลายพรรคฮวาจู๋ สองคือเพื่อลากคอผู้บงการวางเพลิงออกมาให้จงได้
เมื่อได้ยินคำถาม คนที่ถูกยิงเหล่านั้นก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง มีเพียงคนเดียวที่สีหน้าดูผิดปกติไปบ้าง นั่นคือ เยว่ปู้ผิง !
หลี่มูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ บนใบหน้าของมัน ก็ยื่นมือไปกระชากตัวมันขึ้นมาทันที "เจ้าใช่ไหม ? "
เยว่ปู้ผิงหน้าซีดเผือด "ไม่ ข้าไม่ได้ทำ... ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าพูดเรื่องอะไร ! "
เมื่อครู่นี้การที่หลิวหวู่อี้ถูกฟันตายในดาบเดียว ทำเอาเยว่ปู้ผิงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว ยามนี้มันถึงกับพูดจาตะกุกตะกักไปหมด
"ดูท่าจะเป็นเจ้าจริง ๆ สินะ" หลี่มูยิ้มบาง ๆ หันไปสั่งทหารหุ้มเกราะด้านหลัง "จับตัวมันกลับไป ส่วนคนอื่น ๆ ฆ่าทิ้งให้หมด ! "
"รับทราบ ! " ทหารหุ้มเกราะก้าวออกไปพร้อมกัน ชูหอกยาวเตรียมจะแทงลงไป
จังหวะนั่นเอง นอกคฤหาสน์ก็มีเสียงตวาดดังลั่นขึ้นมา "หยุดเดี๋ยวนี้ ! "
"คนของจวนเจิ้นหนานอ๋องมาแล้ว ! "
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่มูก็เลิกคิ้วขึ้น สิ่งที่ควรจะมา ในที่สุดก็มาถึงจนได้ !
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หิ้วคอเสื้อเยว่ปู้ผิงแล้วก้าวยาว ๆ เดินออกไปนอกคฤหาสน์ เห็นเพียงด้านนอกกลายเป็นภูเขาซากศพทะเลเลือดไปแล้ว แขนขาที่ขาดวิ่นนับไม่ถ้วนกระจายเกลื่อนอยู่ในกองเลือด ที่ด้านหน้าสุดของคฤหาสน์ คือทหารสวมเกราะทองคำหลายสิบนาย ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายอันดุดันน่าเกรงขาม ผู้นำของพวกเขาคือชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสัน ซ้ำยังเป็นคนคุ้นหน้าเสียด้วย !
หลู่เซียว ครูฝึกกองกำลังรบของจวนอ๋อง คนที่เคยนำเงินค่าไถ่ตัวไปมอบให้หลี่มูในวันนั้น !
ยามนี้บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเกรี้ยวกราด เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นหลี่มูนำคนเดินออกมาจากในคฤหาสน์ เขาก็กัดฟันกรอดเอ่ยถาม "ทั้งหมดนี่... เป็นฝีมือคนของเจ้าใช่ไหม ? "