- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 388 คนวางเพลิง
ตอนที่ 388 คนวางเพลิง
ตอนที่ 388 คนวางเพลิง
ตอนที่ 388 คนวางเพลิง
เสียงตั้งคำถามนี้ดังกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี ชั่วพริบตานั้น สายตานับไม่ถ้วนก็พากันจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนผู้เปล่งเสียง
"เจ้าว่าอะไรนะ ? " หลี่มูหรี่ตาลง คล้ายกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ใบหน้าซีกซ้ายของชายวัยกลางคนผู้นั้นบวมเป่งแดงก่ำ เส้นผมคล้ายถูกไฟลวกจนหงิกงอ ภายในดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด เขาก้าวเท้าเดินหอบหายใจแรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่มู ตวาดเสียงกร้าว "หลี่มู เจ้าไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นไขสืออยู่ที่นี่หรอก เรื่องมันก็เห็น ๆ กันอยู่ไม่ใช่รึ ? "
"เจ้าดูถูกของขวัญเพียงน้อยนิดที่พวกเรามอบให้ ก็เลยจับพวกเรามาอยู่รวมกันในโรงเตี๊ยมแห่งเดียวกัน พอตกดึกก็จุดไฟเผาพวกเราให้ตายโหงจนหมด... เพื่อที่จะได้ฮุบเอาทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเราไปครอบครองโดยไม่มีใครขัดขวางไงล่ะ"
"หลี่มู เจ้ามันอำมหิตเกินไปแล้ว ! " ชายวัยกลางคนเบิกตากว้าง ท่าทางราวกับวัวกระทิงที่ถูกยั่วโมโห
"ใช่ ยามนี้เจ้ามีอำนาจล้นฟ้า มีทั้งขุนพลและกำลังทหาร ทั่วทั้งเมืองหงโจวไม่มีใครเป็นคู่มือเจ้าได้... เจ้าบอกว่าจะจัดงานฉลองวันเกิด พวกเราเพื่อรักษาชีวิตให้ปลอดภัย ก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนหอบของขวัญมามอบให้เจ้า"
"แต่ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าตั้งแต่แรกเจ้าก็ไม่ได้กะจะรับแค่ของขวัญพวกนี้ แต่สิ่งที่เจ้าต้องการคือทั้งหมดต่างหาก ! "
"มารดามันเถอะ เจ้าผายลมอะไรออกมา ! " เจียงหู่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็บันดาลโทสะ ยื่นมือออกไปหมายจะกระชากคอเสื้อ "ถ้าพวกข้าต้องการทรัพย์สมบัติของเจ้าจริง ๆ จะต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากขนาดนี้ไปทำไม ? "
หมับ !
หลี่มูยื่นมือไปขวางเจียงหู่เอาไว้ เอ่ยเสียงขรึม "อย่าเพิ่งขยับ ปล่อยให้เขาพูดให้จบ"
"หลี่มู กลียุคเช่นนี้... คนที่มีอำนาจทหารอยู่ในมือย่อมสามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ แต่การกระทำของเจ้ากลับทำให้ข้ารู้สึกดูแคลนยิ่งนัก" ชายวัยกลางคนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"หากวันนี้เจ้าส่งทหารบุกเข้าไปในบ้านของพวกเรา จับพวกเราลากออกมาฟันคอริบทรัพย์ ข้าก็ยังจะถือว่าเจ้าเลวทรามอย่างเปิดเผยและสง่าผ่าเผย"
"แต่เจ้ากลับมาเล่นละครฉากนี้ ลอบวางเพลิงฆ่าคนกลางดึก ยามนี้ยังมาแสร้งทำเป็นไขสืออีก... อยากได้ทั้งเงิน อยากได้ทั้งชื่อเสียง ถุย ! "
ชายวัยกลางคนท่าทางราวกับเสือคลั่ง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจงในหอสุ่ยเซียนเมื่อกลางวัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เกลียดชัง สิ้นหวัง... และจิตสังหารอันบ้าคลั่ง
"เจ้ารนหาที่ตายนักใช่ไหม ? " เจียงหู่กัดฟันกรอด เอ่ยเน้นย้ำทีละคำ
"ก็ฆ่าข้าเลยสิ ! " ชายวัยกลางคนได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยการข่มขู่นี้ ไม่เพียงแต่จะไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับแสยะยิ้มพลางเอ่ย "ถึงยังไงสำหรับพวกเจ้ามันก็เป็นแค่เรื่องขยับนิ้วนิดเดียวอยู่แล้วนี่ ! "
หลี่มูขมวดคิ้วมุ่น สภาพของชายวัยกลางคนตรงหน้าดูผิดปกติเป็นอย่างมาก ไฟไหม้แค่ครั้งเดียว จะทำให้เขายอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อท้าทายตนเชียวรึ ?
"เจ้า... มีญาติพี่น้องตายในกองเพลิงงั้นรึ ? " จู่ ๆ หลี่มูก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จ้องมองใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้นั้นแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง
ชายวัยกลางคนชะงักไป ความดุร้ายบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอนาถ "ลูกชายสองคนของข้า... หนีออกมาไม่ได้เลย ข้าอยากจะเข้าไปช่วยพวกเขา แต่พวกเขาถูกคานบ้านทับไว้ แล้วก็ถูกไฟคลอกจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตาข้าเลย ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงหู่ที่เดิมทีกำลังแผ่จิตสังหารคุกรุ่นก็สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย กำปั้นที่กำแน่นมาตลอดค่อย ๆ คลายออก
หลี่มูเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ เห็นเพียงบรรดาแขกเหรื่อที่รอดชีวิตมาได้ ยามนี้ต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกประหลาด มีทั้งตกตะลึง สงสัย เคลือบแคลง และหวาดผวา...
"สำหรับข้าแล้ว พวกเจ้าไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยแม้แต่น้อย... ความคิดของพวกเจ้าก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับข้า ข้าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์กับใครทั้งนั้น" หลี่มูค่อย ๆ ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น:
"แต่คนอย่างข้ามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือไม่ชอบรับเคราะห์แทนคนอื่น" หลี่มูมองไปที่ทุกคน เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าจงเข้าไปพักในค่ายทหารของกองทัพฉางหนิง จะมีคนคอยคุ้มกันเป็นการเฉพาะ"
"ภายในสามวัน ข้าจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง หากมีตัวการอยู่เบื้องหลังจริง ๆ ... ข้าจะลากคอผู้บงการมาสับเป็นหมื่น ๆ ชิ้น"
ยามนี้ หลี่มูแน่ใจแล้วว่าเรื่องนี้ต้องมีคนวางแผนเตรียมการมาเป็นอย่างดี บนโลกนี้ไม่มีความบังเอิญอะไรมากมายขนาดนั้น ไฟไหม้ครั้งนี้... มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกี่ยวพันกับการลอบสังหารเขาในค่ายทหารก่อนหน้านี้
"พรรคฮวาจู๋... เมื่อก่อนฆ่าข้าไม่สำเร็จ ก็เลยเปลี่ยนแผนแล้วงั้นรึ ? " ภายในใจของหลี่มูปรากฏชื่อหนึ่งขึ้นมา จิตสังหารในแววตายิ่งมายิ่งเย็นเยียบ
"ลอบสังหารบรรดาเศรษฐีพ่อค้าที่คิดจะผูกมิตรกับข้า เพื่อทำลายชื่อเสียงของข้า และยุยงให้พวกเขามาเป็นศัตรูกับข้างั้นสิ ? "
บรรดาเศรษฐีพ่อค้าเหล่านี้แม้จะไม่มีกำลังทหาร แต่พวกเขากลับมีเงินทองมหาศาล และเงิน... ในยุคสมัยนี้สามารถบันดาลสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย
หากหลี่มูต้องมาทนรับเคราะห์ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรสังหารแขกเหรื่อจริง ๆ เช่นนั้นเศรษฐีที่รอดชีวิตไปได้ในวันนี้ วันหน้าย่อมต้องทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อจ้างคนมาลอบสังหารหลี่มู หรือไม่ก็หันไปเข้าร่วมกับฝ่ายศัตรูของเขาโดยตรง ไปสวามิภักดิ์ต่อกองบัญชาการทหารรักษาเมืองของอีกสองเมืองที่เหลือ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้น พ่อค้าจากที่อื่น ๆ ก็ย่อมไม่กล้ามาทำมาค้าขายหรือข้องแวะกับหลี่มูอีก ช่องทางการหาเงินของกองทัพฉางหนิงในวันข้างหน้าย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน
"สามวัน หึ... ใครจะรู้ล่ะว่าสามวันให้หลัง เจ้าจะสุ่มหาแพะรับบาปมารับผิดแทนหรือเปล่า ? " รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของชายวัยกลางคนยังคงเข้มข้น "หรือไม่ เจ้าก็อาจจะฆ่าพวกเราทิ้งทั้งหมดภายในสามวันนี้เลยก็ได้ ! "
ชิ้ง !
หลี่มูชักดาบยาวออกจากฝัก พาดลงบนลำคอของชายวัยกลางคนโดยตรง ความเย็นเยียบที่เสียดแทงถึงกระดูกลามเลียเข้ามา ทำเอาเขาขนลุกซู่ไปทั้งร่างในชั่วพริบตา
"เมื่อครู่ข้าไม่ถือสาเอาความกับเจ้า ก็เพราะเห็นแก่ความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียลูกชายไป แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะอารมณ์ดีไปตลอดหรอกนะ" ดวงตาทั้งสองข้างของหลี่มูสาดประกายเย็นเยียบท่ามกลางความมืดมิด ราวกับสัตว์ร้ายที่จ้องมองจนชายวัยกลางคนรู้สึกหวาดผวาจับใจ
"หากยังกล้าพูดจาเหลวไหล สร้างความสับสนไขว้เขวอีก... ข้าก็ไม่ขัดข้องที่จะส่งเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนลูกชายของเจ้าในปรโลก"
ชายวัยกลางคนหว่างคิ้วกระตุกยิกๆ ภายในแววตาปรากฏร่องรอยของความบ้าคลั่ง แต่ท้ายที่สุดก็ยอมสงบสติอารมณ์ลง กัดฟันกรอดเอ่ย "ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าสามวันให้หลังเจ้าจะเอาคำอธิบายแบบไหนมาให้พวกเรา ! " พูดจบ เขาก็หันหลังผลักเจียงหู่ออกไป แล้วเดินกลับเข้าไปในฝูงชน
ทหารสวมเกราะหลายสิบนายเข้ามารายล้อม คุ้มกันคนเหล่านี้ไว้ตรงกลาง แล้วมุ่งหน้ากลับไปยังค่ายทหารของกองทัพฉางหนิง
……
เวลาผ่านไปไม่นาน ภายใต้การช่วยเหลือดับไฟของทุกคน เปลวเพลิงที่โรงเตี๊ยมหยวนเฟิงก็มอดดับลง ศพที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมถูกหามออกมาทีละร่างๆ
ผู้ชันสูตรศพหลายคนทำการตรวจสอบศพอย่างละเอียด ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลงต่ำ
"ท่านแม่ทัพ มีอะไรผิดปกติขอรับ มีศพสองร่างมีรอยถูกของมีคมฟันที่ลำคอและแทงที่ท้องน้อยขอรับ"
"ศพอื่น ๆ ล้วนตายเพราะสำลักควันและถูกไฟคลอก"
"แต่ศพสองร่างนี้กลับถูกคนแทงจนตายเสียก่อน จากนั้นศพถึงค่อยถูกไฟคลอกขอรับ ! "
หลี่มูได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น เขารู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นแค่เหตุเพลิงไหม้ธรรมดาแน่ และบาดแผลจากของมีคมบนศพสองร่างนั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันความคิดของเขาได้เป็นอย่างดี
"ตรงนี้ก็มีอีกศพขอรับ ! " จังหวะนั้นเอง ผู้ชันสูตรศพอีกคนก็ร้องตะโกนขึ้นมา "บาดแผลอยู่ที่หน้าอกขอรับ"
ศพสามร่าง สอดคล้องกับห้องพักสามห้องแรกที่เกิดไฟไหม้พอดิบพอดี ! หลี่มูเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
คนวางเพลิงน่าจะกลัวว่าหากจุดไฟโดยตรง จะทำให้แขกสะดุ้งตื่น เขาจึงลอบเข้าไปในห้องพักทั้งสามห้องเพื่อฆ่าคนเสียก่อน จากนั้นก็จุดไฟเผาห้องทั้งสาม พอแขกในห้องอื่น ๆ พบเห็นเปลวเพลิง ไฟจากสามห้องนี้ก็ลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะดับทันแล้ว !
"พี่หลี่ ตอนนี้รู้แล้วว่ามีคนจงใจวางเพลิง แต่เราจะลากตัวไอ้คนทำออกมาได้ยังไง ? " เจียงหู่เอ่ยถาม
จู่ๆ หลี่มูก็หัวเราะขึ้นมา "ทำไมต้องไปตามจับคนวางเพลิงด้วยล่ะ ? "
"..." เจียงหู่ชะงักไป "ถ้าไม่จับคนวางเพลิง แล้วจะไปหาตัวการตัวจริงมาให้คำตอบพวกเศรษฐีได้ยังไงล่ะ..."
"เจ้ากับข้าต่างก็รู้ดีว่าตัวการที่อยู่เบื้องหลังคือพรรคฮวาจู๋ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะเสียเวลาไปตามหาพวกลูกกระจ๊อกที่รับหน้าที่วางเพลิงไปทำไม ? " แววตาของหลี่มูเริ่มเหี้ยมเกรียมขึ้นเรื่อย ๆ
"เจียงหู่ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป พรุ่งนี้เช้าตรู่ให้เรียกระดมทหารชั้นยอดแปดร้อยนายไปรวมตัวกันที่ลานฝึก"
"ข้าจะบุกไปฆ่าล้างบางที่เมืองฉีโจว สับไอ้พวกสวะพรรคฮวาจู๋ที่เก่งแต่ลอบกัดอยู่เบื้องหลังให้แหลกเป็นชิ้น ๆ ให้หมด ! "