เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 386 ลดภาษี

ตอนที่ 386 ลดภาษี

ตอนที่ 386 ลดภาษี


ตอนที่ 386 ลดภาษี

"ท่านแม่ทัพหลี่ วันหน้าในเมืองหงโจวแห่งนี้ ตระกูลหลี่แห่งอำเภอชิงชุยของข้าจะเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์ที่สุดของท่าน... พวกเราต่างก็แซ่หลี่ ย้อนกลับไปห้าร้อยปีก่อนอาจจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ได้นะขอรับ ! "

"วันหน้าหากกลุ่มการค้าต้าฟางของข้ามาทำมาค้าขายที่เมืองอันผิง ก็ต้องขอรบกวนท่านช่วยดูแลด้วยนะขอรับ ! "

"ท่านแม่ทัพหลี่ ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านเพิ่งรับทหารใหม่เข้ามาอีกชุด ยามนี้อากาศหนาวเหน็บ ย่อมต้องขาดแคลนเสื้อฝ้ายเกราะฝ้ายเป็นแน่ ในร้านของข้ามีฝ้ายสำรองอยู่จำนวนมาก ยินดีจะนำออกมาตัดเย็บเสื้อผ้าให้พี่น้องทุกท่านก่อนขอรับ..."

ภายในหอสุ่ยเซียนมีการดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ผู้คนต่างผลัดกันชนจอกสุราไม่ขาดสาย อาศัยความกล้าจากฤทธิ์สุราที่สูบฉีด แขกเหรื่อที่มาร่วมงานในวันนี้ต่างพากันเข้ามาตีสนิทและประจบประแจงหลี่มู เมื่อเห็นแก่ของขวัญที่กองสูงเป็นภูเขา

หลี่มูก็ไว้หน้าคนเหล่านี้มากพอ ด้วยการเอ่ยทักทายตอบรับอย่างเป็นกันเอง เมื่อรัตติกาลมาเยือน ทุกคนต่างก็ดื่มกินจนเมามายไม่ได้สติ หลี่มูให้เจียงหู่จัดหาที่พักให้กับบรรดาเศรษฐีเหล่านี้ หลังจากส่งแขกกลับไปหมดแล้ว เขาก็รีบจัดการตรวจนับจำนวนของขวัญที่ได้รับมาในวันนี้ทันที

เวลาผ่านไปไม่นาน ภายใต้การคำนวณของเฉินเฮ่อซงและหลงจู๊ อีกหลายคน ตัวเลขที่แน่ชัดก็ถูกนำมาแสดงให้เห็น วันนี้เพียงแค่เงินสดและตั๋วเงินที่ได้รับมา รวมกันก็มีถึง 175,000 ตำลึงแล้ว ซ้ำยังมีทองคำอีก 3,200 ตำลึง ส่วนหยก อัญมณี และสมุนไพรล้ำค่าชนิดต่าง ๆ นั้น จำเป็นต้องผ่านการประเมินราคาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปขาย ถึงจะรู้มูลค่าที่แท้จริงได้

เฉินเฮ่อซงแม้จะไม่ได้เป็นช่างประเมินของโรงรับจำนำหรือร้านเครื่องประดับ ทว่าเมื่อก่อนเขาก็มักจะเข้าออกสถานที่เหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง จึงมีประสบการณ์กว้างขวาง และสามารถประเมินราคาสิ่งของเหล่านี้คร่าว ๆ ได้... ว่าไม่ต่ำกว่าสองแสนตำลึงแน่นอน !

นี่คือตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง หลี่มูเพียงแค่หาข้ออ้างส่ง ๆ ไป ก็ได้รับของขวัญมูลค่ารวมกว่าสามแสนตำลึงแล้ว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือในห้องโถง สายตาจ้องมองเพชรนิลจินดาที่ส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงเทียน พ่นลมหายใจขุ่นมัวที่เจือไปด้วยกลิ่นสุราออกมาอย่างเชื่องช้า นี่แหละคือข้อดีของการมีอำนาจ !

เมื่อมีกองทัพที่สามารถออกรบและเอาชนะศัตรูได้ เงิน... ก็คือสิ่งที่หาได้ง่ายที่สุด

"พี่หลี่... วันนี้พวกเรารวยเละแล้ว ! " เวลาผ่านไปไม่นาน เจียงหู่ที่เพิ่งออกไปจัดการธุระก็กลับมาที่หอสุ่ยเซียน หัวเราะร่วนด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างสุดจะระงับ

"เงินเยอะขนาดนี้ มากพอให้กองทัพของเราใช้จ่ายไปได้อีกพักใหญ่เลยล่ะ"

หลี่มูนวดคลึงหว่างคิ้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปถามเจียงหู่

"จริงสิ ตอนนี้ชาวบ้านกับพ่อค้าในเมืองอันผิงต้องเสียภาษีในอัตราส่วนเท่าไหร่ ? "

นับตั้งแต่เฉาหยางอี้และหลินเจี้ยนถูกกำจัดไป เมืองอันผิงก็ถูกคนของหลี่มูเข้ายึดครอง เขากลายเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของเมืองอันผิง ดังนั้นภาษีและค่าปรับที่เมื่อก่อนทางการเป็นผู้เก็บ ยามนี้จึงตกเป็นของเขาทั้งหมด

"ภาษีที่นาของหลวงยังคงเก็บเท่าเดิม สุราเก็บห้าในสิบ ผ้าเก็บสามในสิบ..." เจียงหู่เกาหัว "พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ค่อยต่างจากเมื่อก่อนเท่าไหร่นัก"

หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม "ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ยกเลิกภาษีจุกจิกซ้ำซ้อนในเมืองอันผิงให้หมด ให้คงเหลือไว้แค่ภาษีที่นาและภาษีการค้า แต่ก็ต้องลดอัตราการเก็บลงด้วย... มาตรฐานการลดคือลดลงครึ่งหนึ่ง ! "

เฉินเฮ่อซงที่กำลังตรวจบัญชีอยู่ที่เคาน์เตอร์ได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น

ลดภาษีรึ ? แถมยังลดรวดเดียวถึงครึ่งหนึ่งเลยเนี่ยนะ ?

"เถ้าแก่... เมืองอันผิงของเรา ไม่สิ ต้องบอกว่าทั่วทั้งแคว้นต้าฉีล้วนอยู่รอดได้ด้วยการเก็บภาษี หากลดภาษีลงครึ่งหนึ่งรวดเดียว เกรงว่าวันหน้าพวกเราจะเลี้ยงดูกองทัพได้ลำบากนะขอรับ ! "

เฉินเฮ่อซงรีบเอ่ยทัดทาน: "เงินหลายแสนตำลึงนี้แม้จะดูเหมือนเยอะ ทว่าสำหรับกองทัพที่มีกำลังพลหลายพันนาย... มันก็เป็นแค่ค่าใช้จ่ายสำหรับหกเดือนเท่านั้น"

จำนวนคนในกองทัพฉางหนิงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซ้ำยามนี้ยังมีการทำศึกสงครามอยู่ทุกหนทุกแห่ง ธุรกิจสุราและน้ำมันพริกก็ทำมาค้าขายยากขึ้น... รายได้จากกิจการในเครือของหลี่มูกำลังลดลง หากยังไปลดภาษีอีก ไม่นานก็คงจะรายรับไม่พอกับรายจ่ายเป็นแน่

"ไม่เป็นไรหรอก รอให้อีกสักพัก ค่อยหาข้ออ้างไปรีดไถพวกมันอีกสักก้อนก็สิ้นเรื่อง" หลี่มูมุมปากกระตุกยิ้ม บิดขี้เกียจไปมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ พวกมัน ที่ว่า ย่อมหมายถึงบรรดาพ่อค้าเศรษฐีและศาลาว่าการอำเภอต่าง ๆ ที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดในวันนี้อย่างแน่นอน

เฉินเฮ่อซงเลิกคิ้วขึ้น "วิธีนี้เกรงว่าครั้งหน้าคงจะใช้ไม่ได้ผลแล้วมั้งขอรับ ? "

บรรดาพ่อค้าเศรษฐีในเมืองหงโจวเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ตะเกียงที่ขาดน้ำมัน สาเหตุที่วันนี้พวกเขายอมมามอบของขวัญให้ ก็เป็นเพราะหวั่นเกรงในอำนาจบารมีของหลี่มู ไม่ต้องการมีเรื่องบาดหมางกับผู้นำกองกำลังกบฏที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังผู้นี้ แต่หากหลี่มูยังคงรีดไถซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะสูบเลือดสูบเนื้อพวกเขาให้แห้งเหือด... คนเหล่านี้ย่อมไม่มีทางนั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ แน่

"พ่อค้าน่ะรับมือได้ง่ายที่สุดแล้ว..." หลี่มูดีดนิ้วดังเป๊าะ "ท่ามกลางกลียุคเช่นนี้ หากมีแต่เงิน แต่ไร้ซึ่งกองกำลังติดอาวุธไว้คอยคุ้มครองตัวเองล่ะก็ ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ท้ายที่สุดก็เป็นแค่การหาผลประโยชน์ให้ผู้อื่นชุบมือเปิบอยู่ดี"

"หากพวกเศรษฐีหน้าเลือดพวกนั้นไม่ยอมร่วมมือแต่โดยดีล่ะก็ แบบนั้นสิยิ่งจัดการง่ายเข้าไปใหญ่"

ในหัวของหลี่มูปรากฏเงาร่างของบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายคนขึ้นมา โรสเวลต์  ชุนดูฮวาน  สองคนนี้มีวิธีการเฉพาะในการรับมือกับบรรดาพ่อค้ารายใหญ่และพวกนายทุน ซึ่งพวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติจริงมาแล้วว่า พวกนายทุนเหล่านี้ก็เปรียบเสมือน 'มอนสเตอร์ดรอปเงิน' ในเกมออนไลน์นั่นแหละ ตีหนึ่งทีก็ดรอปเหรียญทองออกมา ! ถ้าไม่ดรอป... ก็แสดงว่ายังตีไม่แรงพอน่ะสิ !

"หาเงินมาได้แล้วยังคิดจะเก็บไว้ใช้เองอีกงั้นรึ ? โลกใบนี้มันจะมีเรื่องดีงามขนาดนั้นได้ยังไง ! "

หลี่มูฉีกยิ้มกว้าง เอ่ยถามต่อหน้าเฉินเฮ่อซงว่า "การจะรับมือกับคนพวกนี้ เจ้ารู้ไหมว่าต้องทำยังไง ? "

"..." เฉินเฮ่อซงส่ายหน้าเงียบ ๆ

"มีร้อยมอบให้ข้าเก้าสิบห้า สันดานข้า เจ้าย่อมรู้ดี"

"เหลือห้าอย่าใช้ไม่เข้าที พรุ่งนี้เอามาอีกสี่ตำลึงแปด"

"สองเฉียนสุดท้ายอย่าเพิ่งริบ มะรืนข้าอาจจะหยิบเอาไปใช้ ! "

หลี่มูลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองความเงียบสงบยามราตรีภายนอกหน้าต่างพลางเอ่ย "คนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อบนแผ่นดินต้าฉีมาตั้งนานแล้ว ก็ควรจะถึงตาข้าได้ลิ้มรสชาติเลือดของพวกมันบ้างแล้วล่ะ"

……

ดึกสงัด ในเมืองอันผิงมีทหารยามเดินลาดตระเวนผ่านไป พร้อมกับเสียงเคาะเกราะไม้บอกเวลา ยามนี้เข้าสู่ยามสามแล้ว โรงเตี๊ยมหยวนเฟิง ภายในห้องพักมีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังเล็ดลอดออกมา คลอเคล้าไปกับเสียงกรนเบา ๆ และเสียงละเมออย่างไม่รู้ตัว เงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว ปีนป่ายไปตามกำแพงขึ้นสู่ชายคาบ้าน จากนั้นก็โรยตัวลงมาด้วยเชือกเส้นหนึ่ง ก่อนจะงัดหน้าต่างแล้วมุดเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงกลิ่นสุราที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว เงาดำหยัดกายลุกขึ้น มองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียง เถ้าแก่ใหญ่แห่งกลุ่มการค้าต้าฟาง ฉีต้าฟา หนึ่งในแขกที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดของหลี่มูในวันนี้ ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น บรรดาแขกที่เข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ในวันนี้ ล้วนเป็นพวกเศรษฐีที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดทั้งสิ้น รวมทั้งผู้ติดตามและบ่าวรับใช้ก็มีรวมกันเกินร้อยชีวิต ซ้ำยังมีคนของทางการจากอำเภออื่นพักอยู่ด้วย ราวกับต้องการแสดงความสนิทสนมเป็นกันเองต่อหน้าหลี่มู บรรดาเศรษฐีเหล่านี้จึงพากันดื่มจนเมามายไร้สติกันทุกคน

เงาดำเดินมาที่เตียงแล้วโน้มตัวลง อาศัยแสงจันทร์จากนอกหน้าต่างมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน จากนั้น ก็ควักมีดสั้นออกมาแล้วแทงลงไปทันที

……

ครึ่งชั่วยามต่อมา จู่ ๆ หลี่มูก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูอย่างรุนแรง

"ใคร ? "

ด้วยเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อหลายวันก่อน ทำให้หลี่มูระแวดระวังตัวเป็นพิเศษ เขาคว้าดาบขึ้นมาแล้วลุกพรวดจากเตียงทันที

"พี่หลี่ ข้าเอง หู่จื่อ ! " เสียงของเจียงหู่ดังมาจากนอกประตู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความร้อนรนและเกรี้ยวกราด "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ! โรงเตี๊ยมหยวนเฟิงไฟไหม้ แขกที่พักอยู่ข้างในหลายคน... หนีออกมาไม่ทันขอรับ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 386 ลดภาษี

คัดลอกลิงก์แล้ว