เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 363 แผนรับมือ

ตอนที่ 363 แผนรับมือ

ตอนที่ 363 แผนรับมือ


ตอนที่ 363 แผนรับมือ

หลิวจี้หัวเราะลั่น เดิมทีที่เขาวางกับดักในวันนี้ ก็คิดเพียงว่าจะสามารถจับเป็นหรือสังหารพี่น้องคนสนิทใต้บังคับบัญชาของหลี่มูได้สักสองสามคนก็พอ ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องน่ายินดีที่เหนือความคาดหมายจะมาถึงเร็วขนาดนี้

หลี่มูถึงกับนำทัพด้วยตนเอง นำทหารม้าสามสี่ร้อยนายมุ่งหน้าไปทางหุบเขาหมาป่า !

นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะรวบจับพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว !

"แม้รองแม่ทัพซุนจะนำทหารชั้นยอดไปกว่าพันนาย แต่หลี่มูผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ ... โอกาสมีเพียงครั้งเดียว จะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด"

เมื่อหลิวจี้สงบสติอารมณ์ลงได้ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด "นำป้ายคำสั่งของข้าไปแจ้งให้กองทัพอีกห้าสายที่เหลือ สั่งให้รองแม่ทัพของพวกมันแต่ละสาย นำกำลังพลมาอีกสองร้อย... ไม่สิ สามร้อยนาย มารวมพลกันที่หมู่บ้านหวงซาน แล้วมุ่งหน้าไปหุบเขาหมาป่าพร้อมกัน ! "

"วันนี้ ข้าจะทำให้หลี่มูตายแบบไม่มีที่ฝังศพให้จงได้ ! "

ทหารสอดแนมรับคำสั่งแล้วพุ่งตัวจากไป

หลิวจี้แหงนหน้ามองฟ้า พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาอย่างโล่งอก นับตั้งแต่มาถึงเมืองอันผิง นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเบิกบานใจถึงเพียงนี้

ทว่าเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ ทหารสอดแนมอีกนายก็พุ่งพรวดเข้ามาในลานบ้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ลนลานจนลืมกระทั่งทำความเคารพ เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า "ใต้เท้า เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ ! หลี่มูนำกองทหารม้าผ่านเขตเซี่ยงหยา จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเส้นทาง ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าบุกมาที่หมู่บ้านหวงซานแล้วขอรับ"

"พวกมัน... พวกมันอยู่ห่างจากค่ายหลักของเราไม่ถึงสองลี้แล้วขอรับ ! "

วิ้ง !

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิวจี้รู้สึกราวกับถูกของแข็งกระแทกเข้าที่หัวอย่างจัง ในหัวขาวโพลนไปหมดในชั่วพริบตา

หลังจากยืนอึ้งไปสามอึดใจ ม่านตาของเขาก็หดเกร็งวูบ ตวาดลั่น "เจ้าตาฝาดไปหรือเปล่า ? "

"เป็นความจริงแน่นอนขอรับ ! " ทหารสอดแนมหน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม "เดิมทีพวกเราสะกดรอยตามอยู่ลับ ๆ ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าพออีกฝ่ายเข้าเขตเซี่ยงหยาไป จู่ ๆ ก็วิ่งอ้อมหมู่บ้าน แล้วพุ่งทะยานมุ่งหน้ามาทางค่ายหลักราวกับคนบ้า ผู้น้อยคาดเดาว่าพวกมันต้องการจะโจมตีค่าย จึงไม่กล้าชักช้าแม้แต่เสี้ยววินาที รีบใช้ทางแคบลัดเลาะกลับมารายงานขอรับ"

ในยุคสมัยนี้ไม่มีโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต และฝ่ายของหลิวจี้ก็ไม่ได้ฝึกฝนสัตว์ปีกอย่างเหยี่ยวหรือนกพิราบสื่อสารเอาไว้ส่งข่าว ทหารสอดแนมทำได้เพียงอาศัยการขี่ม้าวิ่งไปกลับเท่านั้น และการเดินทางไปกลับเช่นนี้ก็ต้องเสียเวลาไปไม่น้อย ในตอนที่เขานำข่าวกลับมารายงาน พวกหลี่มูก็แทบจะบุกมาถึงหน้าประตูค่ายอยู่รอมร่อแล้ว

เมื่อหลิวจี้ได้ยินรายงานของทหารสอดแนม บวกรวมกับหันไปมองทหารบาดเจ็บจำนวนมหาศาลภายในบ้าน จู่ ๆ เขาก็รู้สึกแขนขาเย็นเฉียบขึ้นมา เพื่อวางแผนซุ่มโจมตีหลี่มู เขาได้ส่งทหารชั้นยอดออกไปมากมาย ยามนี้ภายในค่ายหลักจึงเหลือทหารที่มีอวัยวะครบถ้วนและพอจะมีพลังรบอยู่ไม่ถึงสามร้อยนาย และเนื่องจากกังวลว่าจะถูก "กองทัพเป้ยกุย" ลอบโจมตีจนถูกกวาดล้างทั้งกองทัพ หลิวจี้จึงจงใจกระจายกองทัพสายอื่น ๆ ออกไป ตั้งค่ายอยู่ตามหมู่บ้านใกล้เคียงรอบ ๆ หมู่บ้านหวงซาน ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทิ้งระยะห่างกันหลายลี้ เมื่อครู่เขาเพิ่งจะส่ง "ม้าเร็ว" ไปแจ้งให้กองทัพสายอื่น ๆ มารวมพลที่หมู่บ้านหวงซาน ทว่าม้าเร็วเดินทางไปก็ต้องใช้เวลา การรวมพลก็ต้องใช้เวลา การเดินทางมาที่หมู่บ้านหวงซานก็ยิ่งต้องใช้เวลา...

"แล้วจะรออะไรอยู่อีก ! "

หลิวจี้หว่างคิ้วกระตุกริก ๆ เขาย่อมรู้ดีว่าหลี่มูมุ่งเป้ามาที่ตน ยามนี้หมู่บ้านหวงซานเหลือทหารแค่สามร้อยกว่านาย ที่เหลือล้วนเป็นทหารบาดเจ็บสาหัส เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูที่มาโจมตีค่าย ย่อมไม่มีทางต่อต้านได้เลย

"เตรียมถอนค่ายล่าถอย เร็วเข้า ! ไปเร็ว ! "

เขาเริ่มลนลานแล้ว ลนลานยิ่งกว่าตอนที่พ่ายแพ้ยับเยินบนสนามรบเมื่อวานเสียอีก ชุดเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นดีส่วนใหญ่ของกองทัพแคว้นฉีกลุ่มนี้ ล้วนถูกทหารพันกว่านายที่ไปหุบเขาหมาป่านำติดตัวไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงเกราะฝ้ายที่มีพลังป้องกันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แม้พวกเขาจะมีม้าศึก มีหอกยาว ทว่าศึกเมื่อวาน ทุกคนต่างก็ได้ประจักษ์กับตาแล้วว่า สัตว์พาหนะใต้หว่างขาของหลี่มูนั้นสะกดข่มทหารม้าได้รุนแรงเพียงใด !

หากวันนี้ใช้ทหารม้าเข้าปะทะอีก ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย แผนการในยามนี้ มีเพียงฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายยังบุกมาไม่ถึง ควบม้าหนีไปขอความคุ้มครองที่ค่ายของกองทัพสายอื่นเท่านั้น

"ใต้เท้า พวกเราหนีได้ขอรับ แต่... ทหารบาดเจ็บพวกนั้นจะทำอย่างไรดี ? " ทหารสอดแนมรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม

หลิวจี้ได้ยินก็ชะงักไป เขาหันไปมองภายในบ้าน เห็นเพียงทหารเจ็บเหล่านั้นนอนระเกะระกะอยู่บนเตียงและม้านั่งยาว ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยคราบเลือด ใบหน้าซีดเซียวร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ทหารบาดเจ็บเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าหกร้อยคน ยามนี้สถานการณ์ฉุกเฉิน หลิวจี้ไม่มีทางพาพวกเขาหนีไปด้วยได้

"เมื่อวานหลี่มูจงใจไว้ชีวิตพวกมัน ก็เพื่อใช้พวกมันมาเป็นตัวถ่วงข้า... วันนี้ก็คงไม่ลงมือฆ่าพวกมันแน่" หลิวจี้สูดลมหายใจเข้าลึกพลางเอ่ย "ขอเพียงพวกเราจากไป พี่น้องที่บาดเจ็บเหล่านี้ก็จะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน"

องครักษ์หลายคนที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของหลิวจี้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด แม้คำพูดนี้จะฟังดูมีเหตุผล แต่การที่แม่ทัพคนหนึ่งเลือกที่จะทอดทิ้งทหารบาดเจ็บใต้บังคับบัญชาเพื่อหนีเอาตัวรอดในยามคับขัน ดูยังไงมันก็เกินไปหน่อย

"ใต้เท้า ท่านลองไตร่ตรองดูอีกทีเถอะขอรับ..." ทหารสอดแนมกลั้นใจเอ่ย "เมื่อวานพ่ายศึก ท่านกับเจ้าเมืองเฉินหลบหนีออกจากสนามรบ พี่น้องระดับล่างก็เริ่มซุบซิบนินทาแล้ว หากวันนี้หลบหนีอีก เกรงว่า... เกรงว่าวันหน้าเหล่าทหารจะเกิดใจคิดกบฏนะขอรับ ! "

ในตอนแรกหลิวจี้โกรธจัด ทว่าก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายพูดถูก ในฐานะแม่ทัพผู้บัญชาการ หากสูญเสียความศรัทธาจากกองทัพ ก็เท่ากับเป็นการประกาศจุดจบของอนาคตในเส้นทางขุนนางของตน แต่หากรั้งอยู่ต่อ ก็ไม่มีทางต้านทานการบุกทะลวงของหลี่มูได้เลย กว่าทัพหนุนจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่... จะทำอย่างไรดี ?

"ใต้เท้า ข้าน้อยมีวิธีหนึ่งขอรับ..." ทหารสอดแนมมองออกถึงความลำบากใจของหลิวจี้ จึงกดเสียงต่ำ ขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบแผ่วเบา

……

พายุลมแรงพัดหวีดหวิวผ่านใบหู ภายในสายตา โครงร่างของหมู่บ้านหวงซานเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลี่มูควบว่านหลี่อวิ๋นพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งไปบนทุ่งรกร้าง เบื้องหลังคือเจียงหู่ เจี่ยชวน และทหารม้าสวมเกราะเต็มยศกว่าสี่ร้อยนายที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต เสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องสั่นสะเทือนปฐพี ฝุ่นควันตลบอบอวลปิดฟ้าบังดิน ราวกับพายุใหญ่กำลังพัดถล่ม แสร้งทำเป็นมุ่งหน้าไปหุบเขาหมาป่า แล้วเปลี่ยนเส้นทางกลางคันเพื่อบุกโจมตีหมู่บ้านหวงซาน นี่คือกลยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลี่มูจงใจใช้เพื่อหลอกล่อหลิวจี้

เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องส่งทหารสอดแนมมาจับตาดูเขาอย่างแน่นอน จึงจงใจสร้างภาพลวงตาว่าตนหลงกล การบุกโจมตีหมู่บ้านหวงซานโดยตรงนั้นเจตนาชัดเจนเกินไป อีกฝ่ายย่อมต้องรู้ตัวล่วงหน้า แต่การแสร้งทำเป็นเดินผ่านเขตเซี่ยงหยาแล้วค่อยอ้อมกลับมา กลับสามารถจู่โจมอีกฝ่ายในตอนที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้ ว่านหลี่อวิ๋นก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็ข้ามระยะทางไปได้หลายจั้ง ระยะทางหนึ่งถึงสองลี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบอึดใจก็มาถึงแล้ว

เบื้องหน้าปรากฏหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายในหมู่บ้านมีธงรบของหลิวจี้ปักอยู่เต็มไปหมด ทว่าเมื่อหลี่มูกวาดสายตามองไป กลับไม่เห็นทหารสักนายออกมารับศึก

"หรือว่าหลิวจี้จะกลัวพวกเรา พอได้ยินเสียงม้าก็พาพวกทหารหนีไปแล้ว ? "

เจียงหู่รั้งสายบังเหียนม้าหยุดอยู่ข้างหลี่มู มองดูหมู่บ้านที่เงียบสงบด้วยความประหลาดใจ หลี่มูก็ขมวดคิ้วเช่นกัน แม้ตนจะนำทัพจู่โจมสายฟ้าแลบ ทว่าอีกฝ่ายไม่มีทางที่จะไม่รู้ตัวเลย หรือว่าในหมู่บ้านจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่ ?

ขณะที่สมองของเขากำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ บนถนนสายใหญ่ในหมู่บ้านก็ปรากฏเงาร่างของคนจำนวนมาก เขาเพ่งสายตามองไป เห็นชัดเจนว่านั่นคือกลุ่มชาวบ้านที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น รูปร่างผอมโซเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก และบนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ชาวบ้านเหล่านี้บ้างก็เป็นชายชราไม้ใกล้ฝั่ง บ้างก็เป็นเด็กน้อยเดินเท้าเปล่า และยังมีอีกหลายคนที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ท้องโย้... ยามนี้ พวกเขากำลังถูกทหารแคว้นฉีที่ถือดาบและหอกยาวขับไล่ต้อนอยู่ด้านหลัง ถูกผลักดันให้มาอยู่หน้าสุดราวกับเป็นโล่มนุษย์ ก้าวเดินเข้ามาหาพวกหลี่มูทีละก้าว ๆ

ที่ด้านหลังสุดของฝูงคน เจ้าเมืองเฉินหรี่ตาลง หันไปถามหลิวจี้ที่อยู่ด้านข้าง "ใต้เท้าหลิว ท่านคิดว่าหลี่มูจะใส่ใจความเป็นตายของพวกไพร่ชั้นต่ำเหล่านี้หรือไม่ ? "

จบบทที่ ตอนที่ 363 แผนรับมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว