- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 361 ฝูงหมาป่า
ตอนที่ 361 ฝูงหมาป่า
ตอนที่ 361 ฝูงหมาป่า
ตอนที่ 361 ฝูงหมาป่า
ผงล่อหมาป่าในกระบอกไม้ไผ่นั้น เป็นสิ่งที่ในอดีตหลี่มูแย่งชิงมาจากนายพรานคนหนึ่งที่คิดจะเล่นงานเขา ภายหลังเคยนำมาใช้แค่ครั้งเดียวตอนรับมือกับพวกโจรภูเขาหัวพยัคฆ์ที่มาดักปล้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีเกินคาด ของสิ่งนี้สามารถทำให้ฝูงหมาป่าเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งบ้าเลือด และโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในระยะสายตาอย่างไม่เลือกหน้า ตอนนั้นพวกโจรภูเขาหัวพยัคฆ์ที่อยู่นอกเมืองอันผิงต้องทิ้งชีวิตไปตั้งหลายศพ กระทั่งเฮยจื่อผู้เป็นพี่น้องของหลี่มูก็ยังถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ หากไม่ใช่เพราะรถม้าวิ่งด้วยความเร็วสูง บวกรวมกับพวกเฉินหลินใช้ธนูยิงสกัดไว้ตลอดทาง เกรงว่ากว่าพวกหลี่มูจะหนีรอดมาได้คงต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส
พรึ่บ !
เมื่อหมาป่าปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทุกทางมากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของรองแม่ทัพผู้นำขบวนก็ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้าง ทว่าภายในใจของเขากลับไม่ได้หวาดกลัวหรือกระวนกระวายจนเกินไปนัก ถึงอย่างไรวันนี้ฝ่ายตนก็ยกพลมากว่าพันนาย ซ้ำทหารหลายนายก็ยังสวมชุดเกราะ ภายใต้สถานการณ์ที่มีทั้งหอกยาว คันธนู และอาวุธอื่น ๆ ครบมือ การรับมือกับหมาป่าคลั่งฝูงหนึ่งย่อมไม่ใช่ปัญหา
"พวกเจ้าทุกคนตั้งใจให้ดี หลี่มูจะต้องอยู่แถวนี้แน่ มันคิดจะใช้เดรัจฉานพวกนี้มาเป็นทัพหน้าเพื่อลดพละกำลังของพวกเรา ! "
รองแม่ทัพชูธงคำสั่งในมือขึ้นโบกสะบัด
"ตั้งค่ายกล เตรียมรับศึก ! "
เคร้ง !
เสียงชักดาบยาวออกจากฝักดังกังวาน เหล่าทหารต่างชูอาวุธขึ้นและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ส่วนพวกคนที่นอนอยู่บนเปลหามในฐานะทหารเจ็บ ก็ลดเสียงต่ำเอ่ยถาม "ใต้เท้า แล้วพวกเราล่ะขอรับ ? "
รองแม่ทัพก้มหน้าเหลือบมองพวกเขาทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม "หลี่มูตอนนี้อาจจะซุ่มดูอยู่ที่ไหนสักแห่ง หากพวกเจ้าลงมือตอนนี้ก็เท่ากับเปิดเผยแผนการจนหมดเปลือกสิ"
"ยังไงซะก็แค่รับมือกับพวกสัตว์เดรัจฉาน ไม่ต้องให้พวกเจ้าช่วยก็เอาอยู่"
รองแม่ทัพสูดลมหายใจเข้าลึก ขบวนทัพที่เขานำมาในวันนี้มีไว้เพื่อซุ่มโจมตีและกวาดล้างกองทหารม้าชั้นยอดของหลี่มู การรับมือกับฝูงสัตว์ป่าย่อมเป็นเรื่องกล้วย ๆ ขอเพียงกองทัพตั้งค่ายกลสำเร็จ อย่าว่าแต่การสังหารฝูงหมาป่าเลย ต่อให้เสือดาวเสือโคร่งแห่กันมาทั้งภูเขา ก็ไม่อาจสร้างภัยคุกคามอะไรได้
"บรู๊ววว ! " บนหน้าผาสองข้างทาง หมาป่าจ่าฝูงตัวผู้สีเทาดำร่างกำยำตัวหนึ่งจ้องมองกลุ่มคนเบื้องล่างเขม็ง จู่ ๆ มันก็แหงนหน้าแผดเสียงหอนดังก้องฟ้า
เสียงหอนนี้ราวกับเป็นเสียงแตรสัญญาณเริ่มการโจมตี ชั่วพริบตานั้น หมาป่าเกือบร้อยตัวก็พุ่งพรวดจากทุกทิศทุกทาง ทะยานลงมาหาทหารแคว้นฉีเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง อาฆาตแค้น และดุร้าย
ส่วนบนท้องฟ้า เสี่ยวไป๋หลงที่ล่อฝูงหมาป่ามาที่นี่ก็ยังคงบินวนเวียนอยู่กลางอากาศ ดวงตาอันแหลมคมของมันทอดมองลงมายังผืนดิน เบื้องล่างที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ "สงคราม" อันน่าสยดสยอง
……
"พี่หลี่ ท่านใช้ผงล่อหมาป่านั่น มันจะได้ผลจริง ๆ หรือ ? "
ขณะเดียวกัน บริเวณทุ่งกว้างอีกแห่งหนึ่ง เจียงหู่เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ทหารที่หลิวจี้นำมาแม้จะมีพลังรบไม่สูงนัก แต่ถึงยังไงก็เป็นทหารหลวงที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน หมาป่าในหุบเขาหมาป่าแม้จะมีเยอะ แต่ยังไงก็ไม่เกินหลักพันแน่..."
"ต่อให้เสี่ยวไป๋หลงจะล่อฝูงหมาป่าทั้งหมดมาได้ เกรงว่าพวกมันก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทหารพวกนั้นหรอกมั้ง ? "
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาดนัก หากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว มนุษย์อาจจะไม่ใช่คู่มือของสัตว์ร้ายนักล่าในป่าลึก ทว่าเมื่อใดที่มีการรวมกลุ่มและแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ พลังรบก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล บวกรวมกับอาวุธ ชุดเกราะ ค่ายกล และการประสานงานร่วมกันระหว่างสหายร่วมรบ ขอเพียงมนุษย์มีจำนวนมากกว่าสิบคน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่มีจำนวนและขนาดตัวเท่ากัน ก็ไม่ต่างอะไรกับการบดขยี้ฝ่ายเดียว
"ข้าไม่เคยคิดจะใช้แค่ฝูงหมาป่าฝูงเดียวไปจัดการกับเหล่าทหารนั้นอยู่แล้ว" หลี่มูคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
"ข้าก็แค่จะให้พวกหมาป่าช่วยกรุยทาง ลองหยั่งเชิงดูว่านั่นคือขบวนขนย้ายทหารบาดเจ็บจริง ๆ หรือว่า... เป็นกับดักกันแน่ ? "
ภูมิประเทศของหุบเขาหมาป่าอันตราย ซ้ำเส้นทางบนเขาก็ขรุขระและคับแคบ ไม่สามารถรองรับการตั้งค่ายกลขนาดใหญ่ของกองทัพได้เลย ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อาศัยข้อได้เปรียบด้านขนาดตัวและความปราดเปรียว ฝูงหมาป่าย่อมสามารถสร้างปัญหาใหญ่ให้กับกองทัพนั้นได้อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาสั้น ๆ หากกองทัพนี้เป็นกับดักที่หลิวจี้จงใจสร้างขึ้นมาเพื่อเขาอย่างประณีตล่ะก็ เมื่อต้องเผชิญกับการถูกฝูงหมาป่าจู่โจม พวกมันย่อมต้องเผยจุดอ่อนออกมาให้เห็นแน่ แต่หากทหารบาดเจ็บในขบวนนี้เป็นของจริง นั่นก็ยิ่งเข้าทางเลย ทหารเหล่านี้ด้านหนึ่งต้องวุ่นวายกับการรับมือหมาป่า อีกด้านก็ต้องแบ่งสมาธิมาปกป้องสหายที่บาดเจ็บ ภายใต้ความชุลมุนวุ่นวายนี้ย่อมเกิดความผิดพลาด และยอดทหารบาดเจ็บของหลิวจี้ก็จะต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน !
"หยั่งเชิงรู้ผลแล้วยังไงต่อ ? " เจียงหู่เอ่ยถามอีกครั้ง
"..."
หลี่มูไม่ได้ตอบคำถามเขา ทำเพียงหันไปมองเจี่ยชวนที่เงียบมาตลอดแล้วเอ่ย "เหล่าเจี่ย เจ้าไปแจ้งนายกองร้อยทุกคน ให้รวมพลเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งได้ทุกเมื่อ"
"หากเสี่ยวไป๋หลงส่งข่าวกลับมาเมื่อไหร่ พวกเราจะลงมือทันที"
……
ภายในหุบเขาหมาป่า เสียงหมาป่าหอนดังกึกก้องกัมปนาท เงาดำนับไม่ถ้วนพุ่งถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทางราวกับพายุบ้าคลั่ง ชั่วพริบตานั้น รอบด้านก็เต็มไปด้วยเสียงกรงเล็บตะกุยดินและเสียงเขี้ยวแหลมคมขบกันดังกึก ๆ
"พี่น้องทั้งหลาย ฆ่าไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้ซะ วันนี้พวกเราจะได้กินเนื้อสด ๆ เป็นกับแกล้มแล้ว ! " รองแม่ทัพแสยะยิ้มเหี้ยม ยกดาบขึ้นแล้วฟันฉับไปข้างหน้า
ฉัวะ !
หมาป่าสีเทาที่พุ่งมาหน้าสุด ถูกฟันเข้าที่หน้าอกจนเป็นแผลเหวอะหวะน่ากลัว ชั่วพริบตานั้น เลือดหมาป่าอุ่น ๆ ก็สาดกระเซ็นไปทั่ว ทหารคนอื่น ๆ ก็พากันกวัดแกว่งหอกยาวและดาบเข้าต่อสู้เช่นกัน ในพริบตานั้น ทั่วทั้งหุบเขาหมาป่าก็ดังก้องไปด้วยเสียงร้องโหยหวนและเสียงสบถด่าอย่างดุเดือดไม่ขาดสาย หมาป่าตัวผู้หลายตัวพุ่งตะครุบทหารแคว้นฉีนายหนึ่งจนล้มลง เขี้ยวอันแหลมคมขย้ำเข้าที่ท่อนแขน ทว่าปลอกแขนเหล็กของทหารนายนั้นก็ทำให้พวกมันไม่สามารถสร้างบาดแผลใด ๆ ได้เลย
หมาป่าเป็นสัตว์ป่าที่มีสติปัญญาสูงมาก เมื่อพวกมันพบว่าชุดเกราะบนร่างทหารเหล่านี้ยากที่จะเจาะทะลวงได้ พวกมันก็เบนเป้าหมายไปที่ "ทหารเจ็บ" ซึ่งอยู่ตรงใจกลางวงล้อมทันที "ทหารเจ็บ" เหล่านี้ต่างก็พันผ้าพันแผลเปื้อนเลือดไว้ทั่วตัว นั่งบ้างนอนบ้างอยู่บนเปลหาม ดูแล้วไร้พิษสงใด ๆ ดังนั้น เมื่อสิ้นเสียงหอนของจ่าฝูง หมาป่าตัวผู้หลายสิบตัวก็พุ่งทะลวงผ่านช่องว่างระหว่างทหารวงนอกอย่างปราดเปรียวราวกับปลาแหวกว่าย พุ่งตรงเข้าขย้ำพวกทหารเจ็บเหล่านั้นทันที
"เวรเอ๊ย ! "
"ไอ้พวกเดรัจฉานนี่มันพุ่งเป้ามาที่พวกเรานี่หว่า ! "
เมื่อทหารเจ็บจอมปลอมเหล่านี้เห็นเช่นนั้นก็ไม่สามารถนอนนิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป เห็นเพียงหมาป่าหลายสิบตัวอ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด พริบตาเดียวก็พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว ม่านตาของ "ทหารเจ็บ" ที่อยู่ใกล้ที่สุดหดเกร็งวูบ เมื่อเห็นสัตว์ร้ายอันดุร้ายอำมหิตกำลังจะพุ่งกระโจนใส่หน้า เขาก็ไม่สนอะไรอีกต่อไป รีบพลิกตัวสะบัดผ้าห่มที่คลุมร่างทิ้งแล้วลุกพรวดขึ้นจากเปลหาม มือขวาที่พันด้วยผ้าขาวเปื้อนเลือดคว้าดาบยาวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ฟันสวนเข้าที่หัวหมาป่าอย่างเต็มแรง
แม้เมื่อครู่รองแม่ทัพจะออกคำสั่งเด็ดขาดห้ามเปิดเผยตัว แต่เมื่อคมเขี้ยวหมาป่ามาจ่ออยู่ตรงหน้า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ใครมันจะไปสนคำสั่งอีกเล่า ?
นี่คือสัญชาตญาณการป้องกันตัวตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ล้วน ๆ !
ฉัวะ !
หมาป่าตัวผู้นั้นถูกสับเข้าที่หัวอย่างจัง ทว่ามันกลับไม่ยอมถอย ซ้ำยังเพิ่มความดุร้ายมากขึ้นไปอีก อ้าปากงับเข้าที่ข้อเท้าของทหารเจ็บจอมปลอมคนนั้นทันที
เมื่อเห็นภาพนี้ "สหายทหารเจ็บ" ที่อยู่รอบ ๆ ก็เลิกแกล้งป่วยทันที ต่างพากันพุ่งตัวขึ้นมาอย่างว่องไว คว้าอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มและเสื้อคลุม ทิ่มแทงหมาป่าตัวนั้นจนพรุนเป็นรูกลวงเลือดสาดไปเจ็ดแปดรูในชั่วพริบตา !
บนท้องฟ้า เสี่ยวไป๋หลงผู้มีแววตาคมกริบได้เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ในสายตา ก่อนจะกระพือปีกพุ่งทะยานดุจลูกธนูที่หลุดจากแล่ง หายลับไปจากสถานที่แห่งนี้ในทันที !