เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 353 เคลื่อนย้ายทหารเจ็บ

ตอนที่ 353 เคลื่อนย้ายทหารเจ็บ

ตอนที่ 353 เคลื่อนย้ายทหารเจ็บ


ตอนที่ 353 เคลื่อนย้ายทหารเจ็บ

"แล้วหมอทหารที่ตามกองทัพมาด้วยล่ะ ? " หลิวจี้เอ่ยถาม

"ใต้เท้า หมอทหารมีแค่สามสิบกว่าคนเท่านั้น ไม่มีทางดูแลทหารบาดเจ็บจำนวนมากขนาดนี้ได้ทั่วถึงหรอกขอรับ และที่สำคัญคือ... ยาของพวกเราก็มีไม่พอ" ทหารสื่อสารก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว

"ไม่ได้ส่งคนออกไปตามหาหมอและหาสมุนไพรแล้วรึ ? " เจ้าเมืองเฉินหันไปถาม "..."

เมื่อได้ยินดังนั้น ทหารสื่อสารก็ยิ่งกดเสียงต่ำลงไปอีก "เรียนใต้เท้า พวกเราหาหมอจากข้างนอกมาได้หลายคนก็จริง แต่พวกเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารักษาบาดแผลฉกรรจ์ขนาดนี้ไม่ได้ ไม่กล้าลงมือขอรับ"

ปัง ! หลิวจี้ตบโต๊ะดังปัง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว กัดฟันกรอดพลางเอ่ย "ข้าว่าไม่ใช่ไม่กล้าหรอก แต่ไม่ยอมรักษามากกว่า ! "

"พวกหมอนั่นอยู่ที่ไหน ? "

เขาผลักประตูเดินออกไปด้วยท่าทีดุดันเกรี้ยวกราด ภายใต้การนำทางของทหารสื่อสารก็เดินมาถึงลานบ้านข้าง ๆ ภายในลานบ้านมีทหารสภาพมอมแมมหน้าตามีแต่เขม่าควันยืนอยู่ประปราย เมื่อเห็นหลิวจี้ก็พากันทำความเคารพ เขาไม่ได้สนใจลูกน้องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงเข้าไปในบ้าน ทันทีที่ผลักประตู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็พวยพุ่งปะทะใบหน้า วินาทีต่อมา ภาพภายในบ้านก็ปรากฏสู่สายตาของเขา เห็นเพียงในบ้านพักชาวนาอันคับแคบและอุดอู้ มีทหารบาดเจ็บนอนระเกะระกะอยู่สิบกว่าคน บาดแผลถูกพันรัดไว้ด้วยผ้าขาวอย่างลวก ๆ บริเวณขอบผ้ามีเลือดซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง หยดลงบนพื้นจนเจิ่งนองกลายเป็นแอ่งเลือด

ทหารบาดเจ็บแต่ละคนหน้าตาซีดเผือด บางคนยังพอมีแรงร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือ ส่วนบางคนก็ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะเปล่งเสียง นอนแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ หากไม่ใช่เพราะหน้าอกที่ยังกระเพื่อมขึ้นลงเบา ๆ ก็แทบไม่ต่างอะไรกับซากศพแล้ว

เมื่อหลิวจี้เห็นภาพนี้ก็ตาถลนเบิกกว้างจนแทบจะฉีกขาด แม้เขาที่เป็นแม่ทัพรักษาเมือง จะไม่ได้รักและผูกพันกับลูกน้องแบบลึกซึ้งเหมือนหลี่มู ทว่าเขาก็รู้ซึ้งดีว่าอำนาจและอิทธิพลของตน ล้วนดำรงอยู่ได้เพราะมีกองทัพเหล่านี้คอยหนุนหลัง ขอเพียงตนมีทหารและขุนพลในมือมากมาย ตำแหน่งของตนถึงจะมั่นคง หากเกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก...

หลิวจี้สลัดความคิดอันยุ่งเหยิงในหัวทิ้งไป สายตาจับจ้องไปที่หมอชาวบ้าน ไม่กี่คนที่ยืนหลบมุมอยู่ริมกำแพง แผดเสียงตวาด "ข้าสั่งให้พวกเจ้าลงมือรักษาเดี๋ยวนี้ ใครกล้าชักช้าหรือบ่ายเบี่ยง ข้าจะสับหัวมันทิ้งซะ ! "

หมอเหล่านั้นถูกทำให้ตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปตั้งนานแล้ว ตอนที่ถูกทหารบังคับจับตัวมา พวกเขาก็เห็นศพหลายศพกองอยู่หน้าหมู่บ้านแล้ว และยังได้ยินทหารพูดกันว่าชาวบ้านที่ขัดคำสั่งของหลิวจี้ถูกฆ่าตายอย่างน่าสยดสยองเพียงใด หมอชาวบ้านอย่างพวกเขามีหรือจะเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ ?

ยิ่งเมื่อได้มาเห็นทหารบาดเจ็บสาหัสเต็มบ้านเช่นนี้ ก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มลงมือตรงไหน

"ใต้เท้า... ข้าน้อยเป็นแค่หมอชาวบ้านในชนบท เคยเรียนวิธีแยกแยะสมุนไพรจากท่านพ่อมาแค่ไม่กี่วัน ปกติก็รักษาได้แค่อาการไข้หวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น บาดแผลของท่านทหารเหล่านี้ ข้าน้อยไม่รู้จะรักษายังไงจริง ๆ ขอรับ ! "

หมอคนหนึ่งเดินออกมายืนตัวสั่นเทา เอ่ยอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงต่ำต้อย "วิชาความรู้แค่นี้ของข้าน้อย หากให้เป็นลูกมือคอยช่วยหยิบจับน่ะพอได้ แต่ถ้าให้ข้าน้อยลงมือรักษาเองล่ะก็... เกรงว่าจะยิ่งทำให้แผลสาหัสขึ้นไปอีกนะขอรับ"

สิ้นคำพูดของเขา หญิงชราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รีบเอ่ยสนับสนุนทันที "ยายแก่คนนี้ก็เป็นแค่หมอตำแย รู้แค่วิธีทำคลอดและดูแลหญิงหลังคลอด จะไปรู้วิธีรักษาบาดแผลจากมีดจากธนูได้ยังไงเล่าเจ้าคะ ? "

"ข้าน้อยเรียนมาไม่แตกฉาน ทำไม่ได้จริง ๆ ขอรับ ! "

"ข้าน้อยพอจะรู้เรื่องการนวดจัดกระดูกอยู่บ้าง แต่มันก็เอามาใช้ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้หรอกขอรับ..."

พวกหมอต่างพากันพูดอธิบายกันเซ็งแซ่ สีหน้าของหลิวจี้ก็ยิ่งมืดมนลงเรื่อย ๆ ตามคำพูดของพวกเขา จู่ ๆ เขาก็ชักกระบี่ออกมาจ่อที่คอหอยของหมอคนที่พูดเป็นคนแรก กดเสียงต่ำพลางเอ่ย "ข้าไม่ได้มาฟังคำแก้ตัวไร้สาระของพวกเจ้า ข้าสั่งให้พวกเจ้ารักษาคนเดี๋ยวนี้ ! "

คมกระบี่อันเย็นเยียบและคมกริบทิ่มแทงผิวหนัง เลือดหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามลำคอของหมอผู้นั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาอย่างบ้าคลั่งไม่อาจควบคุมได้ ดูเหมือนว่าเขายังอยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแปลบที่ลำคอ ท้ายที่สุดก็จำต้องกลืนคำพูดนั้นกลับลงคอไป

"ได้ขอรับ... ได้ขอรับ..." น้ำเสียงของหมอสั่นเครือ พยักหน้ารับคำรัว ๆ คนอื่น ๆ เมื่อเห็นภาพนี้ก็รู้สึกชาหนึบที่หนังศีรษะ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรอีก ทำได้เพียงจำใจทำตามคำสั่งของหลิวจี้ ไม่นานนัก หมอที่ถูกจับตัวมาเหล่านี้ก็เริ่มวุ่นวายกับการรักษา ทว่าภายใต้สถานการณ์ที่ขาดแคลนทั้งยารักษาและเครื่องมือทางการแพทย์ ซ้ำยังขาดความชำนาญ การรักษาของพวกเขาจึงไม่ราบรื่นเลย กระทั่งมีทหารบางคนที่บาดแผลเดิมทีไม่ถือว่าสาหัสมาก แต่พอได้รับการทำแผลจากพวกเขา อาการกลับทรุดหนักลงกว่าเดิมเสียอีก

หลิวจี้โกรธจัดจนถึงกับฟันหัวหมอขาดไปคนหนึ่งทันที ทว่าต่อให้เขาจะโกรธเกรี้ยวแค่ไหน ท้ายที่สุดก็ไม่อาจช่วยอะไรได้ พวกหมอต่างงัดวิชาความรู้ทั้งหมดที่มีออกมาใช้แล้ว หลังจากวุ่นวายกันอยู่นานหลายชั่วยาม ภายใต้การชี้แนะและความช่วยเหลือจากหมอทหารเดิมของกองทัพ ถึงสามารถจัดการบาดแผลของทหารบาดเจ็บเหล่านี้ได้ชั่วคราว

"ใต้เท้าหลิว สภาพแวดล้อมที่นี่เลวร้ายนัก แถมยังขาดยารักษา หากปล่อยให้ทหารบาดเจ็บเหล่านี้รั้งอยู่ที่นี่ต่อไป เกรงว่าคงไม่เป็นผลดีแน่... มิสู้ส่งพวกเขากลับไปรักษาตัวที่อำเภอใกล้เคียงดีหรือไม่ ? "

เมื่อเจ้าเมืองเฉินเดินเข้ามาเห็นภาพนี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสนอแนะ

หลิวจี้ตรึกตรองเพียงครู่เดียวก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที ที่นี่อยู่ห่างจากเมืองอันผิงเพียงสิบกว่าลี้ กองทัพที่เขานำมาต้องคอยระแวดระวังการลอบโจมตีจากหลี่มูอยู่ตลอดเวลา จึงไม่อาจแบ่งความสนใจมาดูแลทหารบาดเจ็บเหล่านี้ได้ ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า การส่งคนเหล่านี้กลับไปต่างหากคือทางเลือกที่ดีที่สุด

"รองแม่ทัพซุน เจ้าจงไปหาเกวียนและสัตว์พาหนะตามหมู่บ้านแถวนี้ หรือไม่ก็เกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยขนย้ายทหารที่บาดเจ็บสาหัสออกไป" หลิวจี้ออกคำสั่ง

หลังจากทำศึกกับหลี่มู ในกองทัพแคว้นฉีมีทหารบาดเจ็บสาหัสมากกว่าสามร้อยคน รองแม่ทัพซุนได้นำทหารไปเกณฑ์แรงงานชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านใกล้เคียงมารวมกัน บวกรวมกับทหารคุ้มกันของฝ่ายตนอีกนับร้อยนาย จึงกลายเป็นขบวนเดินทางอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านหวงซานไป

……

"พี่หลี่ สายสืบส่งข่าวมาแล้ว"

ในเมืองอันผิง เจี่ยชวนเลิกม่านประตูเดินเข้ามา เอ่ยเสียงขรึม "พวกหลิวจี้เกณฑ์แรงงานจากหมู่บ้านใกล้เคียงหมู่บ้านหวงซาน จัดตั้งเป็นขบวนม้าเตรียมส่งทหารบาดเจ็บออกไปแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่มูก็เลิกคิ้วขึ้นทันที ขบวนเสบียงยังไม่ทันมา ก็ดักเจอขบวนส่งทหารเจ็บซะก่อน... แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน !

"พวกมันใช้เส้นทางไหน ? " หลี่มูเอ่ยถาม เจี่ยชวนเดินก้าวยาว ๆ เข้ามา ชี้ไปที่แผนที่เมืองอันผิงบนโต๊ะพลางเอ่ย "ตอนที่สายสืบมารายงาน ขบวนนั้นออกจากหมู่บ้านหวงซานมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้แล้ว จากที่ข้าดู พวกมันน่าจะตั้งใจไปที่อำเภอชิงสุ่ย"

ชิงสุ่ย... หลี่มูพึมพำชื่อสถานที่นี้เบา ๆ ก่อนจะชี้ไปที่เส้นทางหนึ่งบนแผนที่ "ถ้าอย่างนั้น พวกมันก็ต้องผ่านค่ายเซี่ยงหยา และร่องเขาเฉาจื่อโกว"

"ร่องเขาเฉาจื่อโกวอยู่ห่างจากภูเขาต้าหลงแค่สี่ห้าลี้เท่านั้น เร็วเข้า ! เอาพู่กันกับกระดาษมา ข้าจะเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายบนภูเขา ให้เฮยจื่อนำทัพออกจากค่ายไปสกัดพวกมันไว้ ! "

กองทัพของหลี่มูยามนี้มีกำลังพลรวมทั้งสิ้นราวสองพันนาย ในจำนวนนี้มี 1,200 นายประจำการอยู่ในเมืองอันผิง ส่วนที่เหลือล้วนปักหลักเฝ้าระวังอยู่ที่ค่ายทหารบนภูเขาต้าหลง และในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พี่น้องจากพรรคเฉาปังภายใต้การนำของฟ่านเหวินปิน ก็ได้ย้ายเข้าไปพักอาศัยอยู่ในภูเขาต้าหลงเช่นกัน ดังนั้นกองกำลังที่อยู่บนภูเขาในยามนี้ จึงไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย

ยามนี้สงครามดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในสภาวะสู้กันจนตายไปข้าง จึงไม่อาจปล่อยปละละเลยโอกาสใด ๆ ที่จะเล่นงานอีกฝ่ายได้ ในเมื่อหลิวจี้ต้องการส่งคนไปขนย้ายทหารบาดเจ็บ หลี่มูก็จะขัดขวางไม่ให้มันสมหวังอย่างเด็ดขาด

จบบทที่ ตอนที่ 353 เคลื่อนย้ายทหารเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว