เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 331 ออกจากเมือง

ตอนที่ 331 ออกจากเมือง

ตอนที่ 331 ออกจากเมือง


ตอนที่ 331 ออกจากเมือง

ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่ากองทัพเป้ยกุยจะหายไป เมื่อนึกคิด หลี่มูก็ออกคำสั่งให้พวกเขาไปเปิดประตูเมืองอันผิงทันที เขาต้องการให้กองทัพใต้บังคับบัญชาของตนเคลื่อนพลเข้าเมือง เพื่อเข้าควบคุมศาลาว่าการอำเภอค่ายทหาร และจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันเมืองทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

หลี่มูเงยหน้าขึ้นมองตำแหน่งของดวงจันทร์ คาดคะเนเวลาอยู่ในใจเงียบ ๆ ก่อนที่เขาจะใช้ป้ายหยกเทวะท่องพันลี้เดินทางออกจากภูเขาต้าหลง เขาได้ออกคำสั่งให้เจี่ยชวนรวบรวมกำลังพลและเร่งเดินทางฝ่าความมืดมาแล้ว ยามนี้เวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว

ระยะทางจากภูเขาต้าหลงมายังเมืองอันผิงห่างกันเพียงสิบกว่าลี้ แม้จะเป็นการเดินทางยามวิกาล ทว่าภายใต้คำสั่งเดินทัพเร่งด่วน เหล่าทหารที่ควบตะบึงมาตลอดทาง ป่านนี้ก็คงจะเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองแล้วเป็นแน่ ค่ำคืนนี้ของเมืองอันผิง ถูกลิขิตมาแล้วว่าไม่อาจจะสงบสุขได้ เสียงฝีเท้าม้าอันหนักหน่วงสั่นสะเทือนผืนปฐพี ดังกึกก้องประดุจเสียงรัวกลองศึกท่ามกลางความมืดมิด กองทหารม้าเป้ยกุยควบตะบึงไปตามท้องถนน เสียงชุดเกราะและอาวุธที่กระทบกันดังกังวาน ชวนให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกหวาดผวาสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ

ก่อนหน้านี้ตอนที่พรรคเฉาปังบุกโจมตีศาลาว่าการอำเภอ ชาวบ้านในเมืองอันผิงจำนวนมากก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้ว ยามนี้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องกัมปนาทอีก ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย เมื่อกี้นี้ทางศาลาว่าการอำเภอก็มีเสียงตะโกนฆ่าฟันกันดังสนั่นหวั่นไหว ตอนนี้ก็มีม้าศึกวิ่งพล่านไปทั่วถนน หรือว่าพวกคนเถื่อนจะบุกเข้าเมืองมาแล้ว ? "

"ถ้าเป็นคนเถื่อน ป่านนี้พวกเขาคงจุดไฟเผา ปล้นสะดม และฆ่าคนไปตั้งนานแล้วสิ"

"ข้าได้ยินเสียงแว่ว ๆ มา เหมือนว่าคนของพรรคเฉาปังกำลังก่อเรื่องวุ่นวายอยู่นะ เมื่อกี้ข้าทำใจดีสู้เสือแง้มประตูออกไปดู ดันเห็นศพมือปราบคนนึงนอนตายอยู่ตรอกด้านหลัง ทั่วตัวมีแต่รอยโดนฟัน เลือดอาบ ตัวเย็นเฉียบไปแล้ว ! "

"อะไรนะ ? พรรคเฉาปังกล้าฆ่ามือปราบเลยรึ ? ไม่รักชีวิตกันแล้วหรือไง ? "

"พวกเจ้ารู้แค่เปลือกนอก แต่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง... ดูเหมือนว่าศาลาว่าการอำเภอจะไปจับตัวใครบางคนมา คนของพรรคเฉาปังก็เลยหน้ามืดตามัว ยอมเสี่ยงตายทำเรื่องกบฏบุกฆ่าคนแบบนี้น่ะสิ ! "

ตามตรอกซอกซอยอันมืดมิด ชาวบ้านที่ใจกล้าบางคนชะโงกหน้าออกมาจากกำแพงบ้านเพื่อดูสถานการณ์ภายนอก พอเห็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส

ดินแดนชายแดนใต้แห่งนี้ ไม่เคยมีความสงบสุขมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว การที่จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขึ้นกลางดึกกลางดื่นเช่นนี้ ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่นต่ออนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ณ ประตูเมืองอันผิง

ฟ่านเหวินปินและคนอื่น ๆ ถือป้ายคำสั่งของหลินเจียนมาถึงหน้าประตูเมือง ยังไม่ทันจะเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงทหารที่อยู่บนหอสังเกตการณ์ตะโกนสั่งการลงมา

"คนข้างล่างเป็นใคร จงหยุดอยู่ตรงนั้น ! "

ทหารรักษาเมืองที่ประจำการอยู่ในเมืองอันผิง หน้าที่หลักในยามปกติก็คือการเฝ้าประตูเมือง คืนนี้แม้หลินเจียนและนายอำเภอเฉาจะแอบวางแผนจับกุมคนของชุนอี้ฟาง ทว่าก็เกรงกลัวว่าทหารของหลี่มูจะบุกเข้าเมืองมาช่วยเหลือ จึงได้สั่งให้เพิ่มกำลังทหารเฝ้าประตูเมืองอย่างแน่นหนาเป็นพิเศษ

"พวกข้ารับคำสั่งจากท่านแม่ทัพหลินให้เดินทางออกนอกเมือง จงรีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ! " ฟ่านเหวินปินก้าวเดินไปข้างหน้า สองมือชูป้ายคำสั่งขึ้นสูง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเยือกเย็น

ทหารยามที่เฝ้าประตูได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะทำสัญญาณมืออย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มีทหารสองสามนายเดินลงมา รับป้ายคำสั่งจากมือของฟ่านเหวินปินไปตรวจสอบดูครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "เป็นป้ายคำสั่งของท่านแม่ทัพไม่ผิดแน่ พวกเจ้ารอเดี๋ยว ขอข้าไปรายงานท่านรองแม่ทัพที่เข้าเวรอยู่ก่อน แล้วจะรีบมาเปิดประตูให้"

ทหารเหล่านั้นมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปที่ป้อมยามใต้กำแพงเมือง

เมื่อมองดูแผ่นหลังของพวกเขาที่กำลังเดินจากไป จู่ ๆ หลี่ไฉ่เวยก็เดินขึ้นมาดึงแขนเสื้อของฟ่านเหวินปิน กระซิบเสียงเครียด "พี่ฟ่าน สถานการณ์ดูไม่ค่อยดีเลย คนพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปเปิดประตูหรอก"

"คืนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ แถมพวกเรายังเสียเวลาอยู่ที่ค่ายทหารรักษาเมืองไปไม่น้อย พวกทหารยามเฝ้าประตูเมืองพวกนี้ คงจะรู้ข่าวเรื่องความวุ่นวายในเมืองตั้งนานแล้ว"

"อีกอย่าง... ในฐานะทหารเฝ้าประตูเมือง ต่อให้เห็นพวกเราถือป้ายคำสั่งของหลินเจียนมา ก็ควรจะซักไซ้ไล่เลียงสักหน่อย ว่าทำไมถึงต้องรีบออกนอกเมืองดึกดื่นป่านนี้ แต่ทหารพวกนี้กลับไม่ยอมถามอะไรเลย"

หลี่ไฉ่เวยรัวคำพูดอย่างรวดเร็ว "ข้าว่านะ ที่พวกเขาเดินลงมาเมื่อกี้ ไม่ใช่เพื่อมาตรวจป้ายคำสั่งหรอก แต่เพื่อมาดูหน้าพวกเราให้ชัด ๆ เพื่อยืนยันตัวตนต่างหาก ! " .

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม่านตาของฟ่านเหวินปินก็หดเกร็งวูบ เขารีบตะโกนไล่หลังทหารพวกนั้นไปทันที "หยุดเดี๋ยวนี้ ! "

ทว่าเมื่อสิ้นเสียงตะโกน ทหารพวกนั้นไม่เพียงแต่ไม่หยุดเดิน แต่กลับใส่เกียร์หมาสับตีนแตกวิ่งหนีสุดชีวิต พลางแผดเสียงตะโกนลั่น "คนที่มาคือไอ้กบฏฟ่านเหวินปิน หัวหน้าพรรคเฉาปัง ยิงธนู ! ยิงธนูเร็วเข้า ! "

สิ้นเสียงตะโกน บนกำแพงเมืองที่มืดมิดก็ปรากฏร่างของทหารสวมชุดเกราะหลายสิบคนขึ้นมาทันที ตามมาด้วยเสียงน้าวสายธนูดังตึงตัง

ฟ่านเหวินปินสบถด่าในใจ คว้าแขนหลี่ไฉ่เวยกระชากหลบเข้าข้างทางอย่างรวดเร็ว ได้ยินเพียงเสียงลูกธนูแหวกอากาศดังแหวกหู ลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกอากาศตกลงมาจากกำแพงเมืองดุจห่าฝน

"ฟ่านเหวินปิน เจ้ากล้านำคนบุกโจมตีศาลาว่าการอำเภอโทษฐานกบฏแผ่นดินไม่อาจละเว้น ! "

บนกำแพงเมือง ชายสวมชุดเกราะสีเงินผู้หนึ่งก้มมองลงมาด้วยสายตาดูแคลน แค่นเสียงหัวเราะเยาะพลางเอ่ย "ไอ้พวกกบฏกระจอก ๆ ยังกล้าเพ้อฝันว่าจะหนีรอดออกจากเมืองอันผิงไปได้อีกรึ วันนี้ ที่นี่แหละคือหลุมฝังศพของพวกเจ้า"

"ซุนหมิง..." ฟ่านเหวินปินหลบห่าฝนลูกธนูอย่างทุลักทุเล เงยหน้ามองรองแม่ทัพบนกำแพงเมือง กัดฟันกรอดพลางเอ่ย "ไอ้หน้าโง่ หลินเจียนถูกหลี่มูจับตัวไปแล้ว คืนนี้มันตายแน่ ถ้าเจ้ายังดื้อดึงจะร่วมหัวจมท้ายไปกับมัน ก็เตรียมตัวลงนรกไปพร้อมกับมันได้เลย"

"หึ ! " ซุนหมิง รองแม่ทัพแค่นเสียงเย็นชา เอ่ยอย่างไม่แยแส "ความตายมาเยือนถึงหน้าประตูแล้วยังจะกล้าแต่งเรื่องโกหกมาหลอกข้าอีก หลี่มูมันเดินทางออกจากเมืองอันผิงไปตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้คงตกหลุมพรางของท่านหม่าถูกสังหารไปแล้ว"

"คิดว่าเอาชื่อคนตายมาขู่ แล้วข้าจะกลัวรึไง ? "

ฟ่านเหวินปินสบถด่าในใจ พรรคเฉาปังมีเส้นทางลับสำหรับลักลอบออกจากเมืองอันผิงจริง ๆ ทว่าเส้นทางลับนั้นทั้งแคบและเล็ก เดินผ่านได้คราวละคนเท่านั้น หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วใช้หลบหนีไปส่งข่าวก็ยังพอทำได้ ทว่ายามนี้คนของพรรคเฉาปังมีตั้งหลายร้อยคน บวกรวมกับครอบครัวทหารจากชุนอี้ฟางอีก หากจะให้ทุกคนทยอยมุดเส้นทางลับออกไป เกรงว่าต่อให้ใช้เวลาสามวันสามคืนก็คงออกไปไม่หมด

เขารู้ดีว่าการฝ่าออกทางประตูเมืองอาจจะต้องเจอกับปัญหา ทว่าก็ทำได้เพียงต้องเสี่ยงดูเท่านั้น ในเมื่อป้ายคำสั่งไม่อาจตบตาทหารรักษาเมืองได้ ก็ทำได้เพียงใช้กำลังบุกทะลวงประตูเมืองเท่านั้น

"คุ้มครองน้องไฉ่เวยกับคนอื่นๆ ให้ดี"

ฟ่านเหวินปินสูดลมหายใจเข้าลึก หันไปกวักมือเรียกพี่น้องที่อยู่ด้านหลัง แล้วเอ่ยสั่งการ "คนที่เหลือตามข้ามา บุกทะลวงเข้าไป สับไอ้พวกหมาเฝ้าประตูนี่ให้เละ ! "

ลูกน้องพรรคเฉาปังขานรับอย่างพร้อมเพรียง ชูอาวุธในมือขึ้นเหนือหัวเตรียมพร้อม

"ไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัว รนหาที่ตาย" ซุนหมิงทอดสายตามองคนพรรคเฉาปังที่อยู่ใต้กำแพงเมือง มุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน แม้กำลังคนของฝั่งเขาจะมีน้อยกว่าฝั่งฟ่านเหวินปินมาก ทว่าพวกเขายึดครองจุดยุทธศาสตร์ที่สูงกว่าบนกำแพงเมืองเอาไว้ ได้เปรียบในเรื่องของชัยภูมิอย่างสมบูรณ์ ขอเพียงระดมยิงธนูสกัดกั้นเอาไว้ ต่อให้คนของพรรคเฉาปังจะมีจำนวนมากกว่านี้อีกเท่าตัว ก็ไม่มีทางบุกทะลวงเข้ามาถึงประตูเมืองได้แน่ ทว่าในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังก้องมาจากถนนสายไกล ทั้งซุนหมิงและฟ่านเหวินปินต่างก็หันขวับไปมองตามเสียง

เห็นเพียงที่สุดปลายถนน ปรากฏเงาร่างของทหารม้าเป้ยกุยสิบกว่านาย ค่อย ๆ ควบตะบึงฝ่าความมืดมิดเข้ามา ใบหน้าของพวกเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ขับขี่ม้าศึกพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นพวกฟ่านเหวินปินถูกสกัดกั้นอยู่ที่หน้าประตูเมือง ทหารม้าเป้ยกุยสิบกว่านายนี้ก็ทำท่าทางประสานกันอย่างพร้อมเพรียง เอื้อมมือไปชักหอกสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวด้านหลังออกมา อาศัยแรงส่งจากการพุ่งทะยานของม้าศึก ซัดหอกสั้นพุ่งแหวกอากาศออกไปในพริบตา หอกสั้นพุ่งวาดเป็นเส้นโค้งอันสมบูรณ์แบบกลางอากาศ และท่ามกลางสายตาอันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงของซุนหมิง หอกเล่มหนึ่งก็พุ่งปักเข้าที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำ !

จบบทที่ ตอนที่ 331 ออกจากเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว