- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 308 กล่องสมบัติระดับทองคำใบที่สี่
ตอนที่ 308 กล่องสมบัติระดับทองคำใบที่สี่
ตอนที่ 308 กล่องสมบัติระดับทองคำใบที่สี่
ตอนที่ 308 กล่องสมบัติระดับทองคำใบที่สี่
"พ่อแม่พี่น้องทุกท่านโปรดอย่าเพิ่งใจร้อน ข้าได้สั่งให้ลูกน้องคอยจัดการเรื่องนี้ไว้แล้ว อย่างช้าไม่เกินสามวันพวกเขาจะมารับซื้อหนังสัตว์จากพวกท่านแน่นอน" เหยาเฟิงอธิบายด้วยรอยยิ้มพลางดึงหลี่มูให้เดินฝ่าฝูงชนออกไป
"วันนี้ข้ากับสหายมีธุระอื่นต้องจัดการที่นี่"
"ขอให้ทุกท่านช่วยหลีกทางให้ก่อนเถอะนะ อย่ามามุงกันอยู่ตรงนี้เลย ! "
ที่ด้านหลังฝูงชน ชายหนุ่มผิวคล้ำกร้านแดดกำมีดเลาะกระดูกในมือแน่น เพียงแค่ขยับตัวสองสามครั้งมันก็แทรกตัวมาถึงด้านหน้าสุดได้แล้ว สายตาของมันจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของหลี่มูซึ่งดูเหมือนจะไร้การป้องกัน แววตาปรากฏร่องรอยความเหี้ยมเกรียมอำมหิตพาดผ่าน มันง้างมือขึ้นฉับพลัน คมมีดในมือส่องประกายเย็นเยียบหมายจะแทงไปข้างหน้า
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีมือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นมาจากทางซ้าย คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชายหนุ่มไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ทำให้มีดเหล็กในมือของมันไม่อาจขยับรุดหน้าไปได้แม้แต่ชุ่นเดียว ชายหนุ่มหันขวับไปมองตามทิศทางนั้นทันที เห็นเพียงชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังส่ายหน้าให้มันด้วยสีหน้ามืดครึ้ม พร้อมกับแย่งมีดแหลมในมือของมันไปซุกซ่อนไว้ในอกเสื้อตนเองด้วยท่วงท่าที่แนบเนียนจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
"ท่านอารอง..." ชายหนุ่มผิวคล้ำชะงักงันไป เอ่ยเสียงเบาด้วยความตกตะลึง
"ไม่ได้ยินที่เถ้าแก่เหยาบอกรึไงว่าวันนี้ไม่รับซื้อหนังสัตว์ ? แล้วเจ้าจะมามุงดูหาพระแสงอะไร รีบไสหัวกลับบ้านไปเลย ! " ชายวัยกลางคนแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตบผวะเข้าที่หัวของชายหนุ่มผิวคล้ำไปหนึ่งฉาด แล้วสบถด่า "กลับได้แล้ว ! " พูดจบ เขาก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ออกแรงลากตัวหลานชายของตนเดินดุ่ม ๆ ออกไปจากฝูงชนอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของเหยาเฟิง ชาวบ้านที่เข้ามามุงดูต่างก็ค่อย ๆ สลายตัวไป หลี่มูเดินตามหลังอีกฝ่ายไปจนถึงลานบ้านของชาวนาหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำ ๆ ดังกึกก้องออกมาจากในลานบ้าน เสียงคำรามนั้นทรงพลังและดุดันยิ่งนัก สั่นสะเทือนจนหญ้าคาบนกำแพงร่วงกราว
หลี่มูคุ้นเคยกับเสียงคำรามพรรค์นี้เป็นอย่างดี วันวานที่เขานำพวกติงอวี่เข้าป่า ก็เพื่อล่าสัตว์เดรัจฉานชนิดนี้แหละ !
สิ่งที่อยู่ในลานบ้าน... คือเสือโคร่ง !
ก๊อก ก๊อก ก๊อก !
เหยาเฟิงเคาะประตูบ้านตะโกนเรียก "พี่ใหญ่ตู้ซงอยู่บ้านหรือไม่ ข้าเหยาเฟิงเอง พาผู้ซื้อมาดูของแล้ว"
ผ่านไปชั่วครู่ ประตูลานบ้านก็ถูกเปิดออก ชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำสันและมีใบหน้าซื่อ ๆ ผู้หนึ่งชะโงกหน้าออกมา พอเห็นว่าเป็นเหยาเฟิงก็รีบต้อนรับขับสู้เชิญเข้าไปข้างในอย่างกระตือรือร้น
ทั้งสองคนทักทายปราศรัยกันเล็กน้อย เหยาเฟิงถึงได้แนะนำหลี่มูที่อยู่ด้านหลังให้อีกฝ่ายรู้จัก เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มผู้นี้คือผู้ซื้อ พรานป่าร่างบึกบึนก็กวาดตามองประเมินเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะชี้ไปยังมุมลานบ้านอย่างตรงไปตรงมา "คุณชายเชิญดู ต้าฉง (คำเรียกเสือของคนโบราณ) ตัวนี้ก็คือเหยื่อที่พวกข้าจับมาได้ เพื่อจะจับเป็นมัน ทีมล่าสัตว์ของพวกข้าต้องสูญเสียพี่น้องไปถึงสองคนเชียวนะขอรับ"
หลี่มูมองตามทิศทางที่อีกฝ่ายชี้ไป
เห็นเพียงที่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของลานบ้าน มีกรงเหล็กอันหนักอึ้งตั้งตระหง่านอยู่ ลูกกรงเหล็กแต่ละซี่มีขนาดใหญ่เท่าแขนเด็กทารก บริเวณประตูทางออกก็ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กกล้าและล็อกไว้อย่างแน่นหนา มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวหนึ่งถูกขังอยู่ข้างใน แม้ตัวมันจะดูไม่ได้ใหญ่โตเท่าเสือตัวผู้ที่หลี่มูเคยล่าได้ในอดีต ทว่าความดุร้ายน่าเกรงขามกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย ซ้ำยังดูจะดุร้ายกว่าเสียด้วยซ้ำ ต่อให้ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กอย่างแน่นหนา มันก็ยังคงใช้กรงเล็บและเขี้ยวอันแหลมคมกัดทึ้งลูกกรงไม่หยุดหย่อน พร้อมกับแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาดุดันอำมหิต คล้ายกับอยากจะพังทลายกรงเหล็กนี้ออกมาฉีกร่างทุกคนในลานบ้านให้ขาดเป็นชิ้น ๆ
"ดุเอาเรื่องจริง ๆ " หลี่มูเห็นแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก เอ่ยชมจากใจจริง "มาตกลงราคากันเถอะ"
"เรื่องราคาไม่มีอะไรต้องพูดกันให้มากความหรอกขอรับ เพื่อไอ้ตัวนี้ ข้าต้องเสียพี่น้องไปถึงสองคน ตอนนี้แม้แต่เงินทำศพยังไม่มีปัญญาจะจ่ายเลย... ถ้าต่ำกว่า 260 ตำลึงล่ะก็ไม่ต้องคุยกัน ! " พรานป่าร่างบึกบึนโพล่งตัวเลขออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
เสือเป็นสัตว์ที่ดุร้ายอย่างยิ่งยวด การจับเป็นมันนั้นยากเย็นแสนเข็ญ แถมทุกส่วนในร่างกายของมันล้วนเป็นของล้ำค่า หนังเสือทั้งผืนมีราคาแพงหูฉี่ แม้แต่กระดูกเสือก็นำไปปรุงเป็นยาได้ 260 ตำลึงจึงถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรมมากแล้ว
หลี่มูไม่ได้ต่อรองราคาให้ยืดเยื้อเสียเวลา เขาล้วงก้อนเงินและตั๋วแลกเงินของร้านแลกเงินทั่วไปออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นส่งให้อีกฝ่ายตรง ๆ
พรานป่ารับไปตรวจนับอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง "คุณชายช่างใจป้ำจริง ๆ ครบถ้วนไม่ขาดไม่เกิน ต้าฉงตัวนี้เป็นของท่านแล้ว"
เขารู้ความจึงเบี่ยงตัวหลีกทางให้
ส่วนหลี่มูก็ชักดาบยาวที่เอวออกมา ก้าวเท้ายาว ๆ ตรงดิ่งไปยังกรงเหล็กที่มุมลานบ้าน ราวกับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามา เสือร้ายในกรงก็เริ่มคำรามขู่กรรโชกไม่หยุด ขนคอตั้งชัน อยู่ในท่าเตรียมพร้อมจู่โจม แต่ด้วยความที่ถูกกรงเหล็กกักขังเอาไว้ ต่อให้เสือตัวนี้จะดุร้ายอหังการสักเพียงใด ก็ไม่อาจทำอันตรายหลี่มูได้แม้แต่ปลายเล็บ เขาเดินมาถึงหน้ากรง อาศัยช่องว่างระหว่างซี่กรงแทงดาบสวนเข้าไปที่หน้าท้องของเสืออย่างจัง พื้นที่ในกรงคับแคบ เสือร้ายหลบไม่ทันจึงถูกแทงเข้าอย่างจัง เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุในพริบตา !
สัตว์ร้ายคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที มันดิ้นรนตะเกียกตะกายและคำรามลั่น สั่นสะเทือนจนกรงเหล็กสั่นไหว โซ่ตรวนกระทบกันเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง
แต่หลี่มูกลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงแทงดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนัก เสือโคร่งตัวนี้ก็มีบาดแผลเต็มตัว เลือดไหลนองเต็มพื้น
"เถ้าแก่เหยา... ในเมื่อคุณชายท่านนี้ต้องการจะซื้อสัตว์เป็น ๆ แล้วไฉนถึงต้องลงมือใช้ดาบแทงมันให้ตายด้วยล่ะ ? " พรานป่าร่างบึกบึนเห็นภาพนี้ก็ตกตะลึงจนตาค้าง ลดเสียงต่ำกระซิบถาม
เหยาเฟิงได้ยินก็ลูบจมูก ทอดถอนใจอย่างจนปัญญา "ข้าก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน บางทีนี่คงเป็นรสนิยมแปลก ๆ ของพวกเศรษฐีมีเงินกระมัง ? "
"แต่ในเมื่อเขาจ่ายเงินแล้ว เหยื่อจะถูกจัดการยังไงก็ไม่ใช่เรื่องกงการอะไรของเจ้ากับข้าแล้วล่ะ..."
พรานป่าพยักหน้าเห็นด้วย เขายัดก้อนเงินหนึ่งก้อนใส่มือเหยาเฟิงอย่างแนบเนียน ยุคสมัยนี้ทำมาค้าขายไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อได้กำไรก็ย่อมต้องแบ่งปันผลประโยชน์ให้เหยาเฟิงที่เป็นนายหน้าบ้าง หากเป็นยามปกติ เวลาเหยาเฟิงได้รับผลประโยชน์ก็คงจะยิ้มหน้าบานไปแล้ว ทว่าวันนี้เขากลับไม่เผยรอยยิ้มออกมาเลยแม้แต่น้อย หลังจากเก็บก้อนเงินเข้าอกเสื้อ หว่างคิ้วของเขากลับปรากฏร่องรอยความกลัดกลุ้ม มองแผ่นหลังของหลี่มูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกลำบากใจและขัดแย้งอย่างลึกซึ้ง
เลือดเสืออุ่น ๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้น ในที่สุด หลังจากทนรับบาดแผลฉกรรจ์อยู่นานถึงครึ่งเค่อ เสือร้ายในกรงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ล้มตึงลงไปกองกับพื้นอย่างแรง พร้อมกับการตายของมัน เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะก็ดังขึ้น
[สังหารเสือโคร่งดุร้าย ได้รับกล่องสมบัติระดับทองคำ 1 กล่อง ! ]
แสงสว่างวาบขึ้นเหนือซากเสือร้าย ชั่วพริบตาก็รวมตัวกันเป็นกล่องสมบัติที่สาดแสงสีทองเจิดจ้า เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่มูก็หัวเราะออกมาทันที
อัตราการดร็อปกล่องสมบัติเป็นแบบสุ่ม ใช่ว่าฆ่าสัตว์เดรัจฉานที่ดุร้ายแล้วจะดร็อปเปอร์เซ็นต์ร้อยเสมอไป หากเสือร้ายตัวนี้ตายแล้วไม่ดร็อปกล่องสมบัติ เงินสองร้อยกว่าตำลึงนี้ก็คงสูญเปล่าไปฟรี ๆ ...
หลี่มูสอดมือเข้าไปในกรงแล้วแตะเบา ๆ เห็นเพียงกล่องสมบัติกลายเป็นแสงพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของเขา
"ระดับทองคำอีกกล่องแล้ว... ไม่รู้ว่าจะเปิดได้ของวิเศษอะไรบ้าง ทว่าหากประเมินจากของที่ได้จากกล่องสมบัติระดับทองคำก่อนหน้านี้ล่ะก็ น่าจะไม่เลวเลยทีเดียว ! "
กล่องสมบัติระดับทองคำถือเป็นตัวตนระดับสูงสุดของกล่องสมบัติไปแล้ว แม้จะเคยเปิดติดต่อกันมาสามกล่อง ทว่าในยามนี้หลี่มูก็ยังคงยากที่จะสะกดข่มความตื่นเต้นในใจไว้ได้ ไอเทมในกองรางวัลของกล่องระดับนี้แทบจะไม่มีขยะไร้ค่าเลย ล้วนเป็นของล้ำค่าระดับสูงที่มากพอจะเรียกได้ว่าเป็น "ไพ่ตาย" ทั้งสิ้น !