- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 237 ศึกมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้า ปะทะ สยงป้า!
ตอนที่ 237 ศึกมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้า ปะทะ สยงป้า!
ตอนที่ 237 ศึกมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้า ปะทะ สยงป้า!
ตอนที่ 237 ศึกมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้า ปะทะ สยงป้า!
เมื่อได้ยินเสียงทอดถอนใจยาวของสยงป้า สีหน้าของหลิวหยางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย? ข้าแค่มาเพื่อทำเนียบมหาปรมาจารย์ ไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตเจ้าเสียหน่อย!"
แม้จะกะมาสั่งสอนและกดข่มสยงป้า เพื่อดับ "ความทะเยอทะยาน" และกำจัดคู่แข่งในอนาคตตั้งแต่เนิ่นๆ
แต่หลิวหยางไม่มีความคิดที่จะฆ่าแกงกันเลยจริงๆ!
เขากับสยงป้าไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกัน ต่อให้สยงป้าจะสร้างเนื้อสร้างตัวในดินแดนหมื่นราชวงศ์ได้อย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร และเป็นจอมคนแห่งยุทธภพก็เถอะ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ!?
เขามาเพื่อทำเนียบมหาปรมาจารย์ล้วนๆ!
แค่นั้นแหละ!
ไม่เคยมีความคิดที่จะสังหารสยงป้าเลยสักนิด!
มันไม่มีความจำเป็น!
เขาคือยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อันดับหนึ่งแห่งเสินโจวนะ คนที่เคยถูกเขาปราบลงได้ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางตามเขาทันอีกแล้ว
ไม่ต้องไปกังวลถึงเรื่องในอนาคตเลย!
ยิ่งไปกว่านั้น ในความคิดของเขา ทำเนียบมหาปรมาจารย์ก็แค่อันดับเท่านั้น! เสียไปแล้ว พลังฝีมือก็ยังอยู่ วันหลังค่อยไปชิงกลับมาใหม่ก็สิ้นเรื่อง!
จำเป็นต้องเอะอะก็พูดว่า "สวรรค์จะดับชะตาข้า" ด้วยรึ?!
ศึกชิงอันดับบนทำเนียบมหาปรมาจารย์ มันคอขาดบาดตายขนาดนั้นเลยรึไง?!
แม้ก่อนหน้านี้หลิวหยางจะรู้ดี และได้รับรู้มาหลายครั้งแล้วว่า ทำเนียบมหาปรมาจารย์มันไม่เหมือนกับทำเนียบมังกรซ่อนและทำเนียบปรมาจารย์
มันไม่ใช่แค่เวทีประลองของเหล่ายอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อีกต่อไป แต่มันคือสมรภูมิแย่งชิงผลประโยชน์ของขุมกำลังต่างๆ
แต่ในใจของเขา ทำเนียบมหาปรมาจารย์ ก็ยังคงเป็นทำเนียบยอดอัจฉริยะอยู่ดี!
มันไม่ได้แตกต่างกันมากนักหรอก!
การขึ้นทำเนียบมหาปรมาจารย์ ก็เพื่อรับโชคชะตาแห่งฟ้าดินให้มากขึ้นเท่านั้น!
ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการต่อสู้เป็นตายเลย!
"จอมยุทธ์น้อยหลิว....."
สยงป้าอ้าปากค้าง อยากจะอธิบาย แต่ก็อธิบายไม่ออก
เพราะความจริง ทำเนียบมหาปรมาจารย์มันก็ควรจะเป็นอย่างที่หลิวหยางคิดนั่นแหละ!
แต่สาเหตุที่มันเข้ามาพัวพันกับเรื่องราวมากมายขนาดนี้ ก็เป็นเพราะตัวเขามีความเห็นแก่ตัวและมีเป้าหมายแอบแฝงมากเกินไปต่างหาก!
เขาสยงป้าคือจอมคนแห่งยุทธภพ ไม่ใช่ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ทั่วไป!
วิถียุทธ์ของเขา มันไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไปแล้ว!
มันไม่มีทางอธิบายได้ และอธิบายไม่ออกด้วย!
หากฝืนอธิบายออกไป เขาสยงป้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
หลายๆ เรื่อง ลงมือทำได้ แต่พูดออกมาไม่ได้!
ขืนพูดออกมา ก็สูญเสียความศรัทธาจากผู้คนหมดสิ!
เขาสยงป้าคงพูดไม่ได้หรอกว่า ถ้าสูญเสียอันดับบนทำเนียบมหาปรมาจารย์ไป ก็เท่ากับสูญเสียความฝันทั้งหมดไปด้วยน่ะ?!
ถ้ามันเป็นแค่ความฝันธรรมดาๆ ก็แล้วไปเถอะ แต่ความฝันของเขาสยงป้าน่ะ มันยิ่งใหญ่ระดับสะท้านฟ้าสะเทือนดินเลยนะ!
สยงป้าอ้าปากพะงาบๆ อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องกลืนลงไป สุดท้ายก็หุบปากฉับ
เขาเก็บซ่อนอารมณ์ด้านลบทั้งหมด และพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้
เขาสยงป้าก่อตั้งพรรคใต้หล้าด้วยสองมือเปล่า ตั้งตนเป็นใหญ่ในดินแดนหมื่นราชวงศ์ จนกลายเป็นจอมคนไร้เทียมทานแห่งยุทธภพ เขาย่อมรู้ดีว่า โลกนี้ไม่มีการแบ่งแยกถูกผิด ทุกสิ่งล้วนตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่ง!
ในเมื่อเป็นวิถียุทธ์ ก็ต้องตัดสินแพ้ชนะกันด้วยวิถียุทธ์!
เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วผายมือเชิญ: "จอมยุทธ์น้อยหลิว เชิญขึ้นไปประลองกันบนฟ้าเถอะ!"
พูดจบ พายุก็ม้วนตัวขึ้นทันที ร่างของเขากลายเป็นสายลมกระโชกแรง พุ่งทะยานจากหน้าประตูพรรคใต้หล้าขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลิวหยางเห็นดังนั้นก็ยิ้มบางๆ ร่างกลายเป็นแสงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าตามไปติดๆ
ทั้งสองคนมาถึงเหนือน่านฟ้าของพรรคใต้หล้า ยืนหยัดอยู่กลางอากาศ เผชิญหน้ากันในระยะไกล
หลิวหยางชักกระบี่เจินหยางออกจากฝัก ชี้ปลายกระบี่ไปทางสยงป้า: "บู๊ตึ๊ง หลิวหยาง ขอคำชี้แนะ!"
สยงป้าประสานมือคารวะตอบ: "พรรคใต้หล้า สยงป้า!"
พูดจบ เขาก็กำหมัดแน่นทั้งสองข้าง แล้วแผดเสียงคำราม: "จอมยุทธ์น้อยหลิว ระวังตัวด้วย!"
ใต้ฝ่าเท้าบังเกิดสายลม ในหมัดบังเกิดไอเย็นเยือก!
พอลงมือปุ๊บ เขาก็งัดเอาสองสุดยอดวิชาที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตออกมาใช้ทันที นั่นคือ <เพลงเตะวายุเทพ> และ <หมัดเหมันต์ทลายฟ้า>
หมัดยังมาไม่ถึง หลิวหยางก็สัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัว และพายุคลั่งที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามาแล้ว
เขาไม่ได้บุ่มบ่ามใช้กระบี่โจมตีกลับ แต่กลับตวัดกระบี่เจินหยาง สร้างโล่กระบี่ไท่เก๊กขึ้นมา
โล่กระบี่ไท่เก๊กขนาดยักษ์ครอบลงมาเหนือศีรษะ จากนั้นเขาก็ยืนนิ่งๆ เพื่อประเมินพลังฝีมือของมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าอย่างสยงป้า
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เขาได้ต่อสู้กับมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าบนทำเนียบมหาปรมาจารย์!
พูดตามตรง ในใจเขาก็แอบรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าอยู่เล็กน้อย
ยังไงเสีย มหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าทุกคนก็ล้วนก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเทวะแล้ว สามารถดึงเอาสภาวะแห่งฟ้าดิน หรือแม้กระทั่งเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินมาใช้ได้
เจตจำนงวิถียุทธ์ของพวกเขานั้นน่าทึ่งมาก แข็งแกร่งพอที่จะไปงัดแงะเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินได้เลยทีเดียว
แม้จะไม่ได้มีความเข้าใจในเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินมากนัก แต่ก็สามารถฝืนดึงเอาเจตจำนงแท้จริงบางส่วนลงมาประทับร่างได้
พลังฝีมือที่แท้จริงจะอยู่ระดับไหน ก็ยากจะประเมินได้จริงๆ!
เพราะคนพวกนี้ไม่ได้ค่อยๆ ก้าวเดินทีละก้าวอย่างมั่นคงเหมือนเขา ที่พัฒนาจากการควบคุมสภาวะแห่งฟ้าดินอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วค่อยยกระดับขึ้นเป็นเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดิน รากฐานของเขาจึงแน่นปึ้กสุดๆ!
มหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าส่วนใหญ่ สามารถดึงได้ทั้งสภาวะแห่งฟ้าดินและเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินมาใช้
แต่พวกเขาไม่ได้ควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยสักอย่าง!
ขอบเขตพลังดูแปลกประหลาดมาก ไม่สามารถใช้เจตจำนงกระบี่หยินหยางขั้นต้นไปแยกแยะระดับพลังวิถียุทธ์ได้ชัดเจนเหมือนที่หลิวหยางทำ
ต้องอาศัยการต่อสู้เท่านั้น!
ใครแกร่งกว่า คนนั้นก็คือผู้ที่มีขอบเขตวิถียุทธ์สูงกว่า!
เรียบง่ายและป่าเถื่อนแบบนี้แหละ!
เจ้าแกร่งกว่า ก็แปลว่าเจ้าเดินไปบนเส้นทางแห่งเทวะ บนเส้นทางวิถียุทธ์ได้ไกลกว่า!
คิดแล้วก็ชวนให้พูดไม่ออก อยากจะบ่นแต่ก็บ่นไม่ได้
สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะในเสินโจว แทบจะไม่มีใครสามารถฝึกฝน "วิถียุทธ์ที่แท้จริง" ได้เลย
ปรมาจารย์วิถียุทธ์ฝึกฝนสภาวะแห่งปรมาจารย์ ส่วนมหาปรมาจารย์ฝึกฝนเจตจำนงวิถียุทธ์!
แต่สภาวะแห่งปรมาจารย์ ก็เป็นแค่การเลียนแบบสภาวะแห่งฟ้าดิน!
เจตจำนงวิถียุทธ์ ก็เป็นการเลียนแบบเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินเช่นกัน!
เมื่อเจตจำนงวิถียุทธ์บรรลุถึงจุดวิกฤต ก็จะสามารถงัดแงะเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินได้
ดึงเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินมาเสริมพลัง ทำให้พลานุภาพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าได้ในรวดเดียว!
หลังจาก "สามทำเนียบแห่งฟ้าดิน" จุติลงมา ขั้นตอนนี้ก็ยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพราะผู้ที่ติดอันดับจะได้รับ "โชคชะตาแห่งฟ้าและดิน" ทำให้สามารถสัมผัสถึงสภาวะและเจตจำนงแห่งฟ้าดินได้ง่ายขึ้น
ยังไงซะก็ต้องสัมผัสได้บ้างไม่มากก็น้อย
การงัดแงะดึงเอาเจตจำนงแท้จริงแห่งฟ้าดินมาใช้ ก็เลยกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นตามไปด้วย
แต่ในสายตาของหลิวหยางที่ฝึกฝน "วิถียุทธ์ที่แท้จริง" เขาเห็นเลยว่า มหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าพวกนี้ แม้จะใช้สภาวะแห่งฟ้าดินและเจตจำนงแท้จริงได้ แต่กลับไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง!
พวกเขาไม่สามารถนำมาใช้งานได้โดยตรง!
ต้องอาศัย "สุดยอดวิชา" เป็นสื่อกลางในการปลดปล่อยออกมา!
ทำให้ดูเหมือนว่าพลานุภาพเหล่านั้น เป็นผลมาจากตัว "สุดยอดวิชา" เอง
<เพลงเตะวายุเทพ> แฝงสภาวะแห่งพายุคลั่ง และมีเจตจำนงแท้จริงแห่งสายลมโหมกระหน่ำ ฟาดฟันลงบนโล่กระบี่ไท่เก๊กจนเกิดเสียงดังปังๆ
<หมัดเหมันต์ทลายฟ้า> แฝงสภาวะแห่งเหมันต์ทลายฟ้า และมีเจตจำนงแห่งความหนาวเหน็บ ไอเย็นเสียดแทงกระดูก ลามไปแช่แข็งได้ถึงระดับจิตวิญญาณ
แต่พลานุภาพของมันน่ะรึ.....
หลิวหยางมองดูโล่กระบี่ไท่เก๊กเหนือศีรษะที่ยังคงตั้งตระหง่านมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย ก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
อลังการแต่ไร้แก่นสาร พลังไม่บริสุทธิ์เอาเสียเลย!
มีครบทุกอย่าง แต่ไม่สุดสักทาง!
ดูเผินๆ เหมือนจะน่าเกรงขามและมีพลานุภาพน่าสะพรึงกลัว แต่มันกลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้เขาได้เลยสักนิด
ทว่าในสายตาของผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าที่อยู่เบื้องล่าง การโจมตีนี้กลับดูน่าสะพรึงกลัวสุดๆ
เพราะสุดยอดวิชาทั้งสองแขนงที่สยงป้าใช้งัดออกมานั้น สำหรับพวกเขาแล้ว แค่โดนเฉี่ยวๆ ก็ถึงขั้นวิญญาณหลุดออกจากร่างได้เลย!
"บัดซบ!"
เมื่อเห็นหลิวหยางหลบอยู่ใต้ "กระดองเต่า" อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แถมยังมุมปากกระตุกและทำหน้าตาพิลึกพิลั่นใส่
หน้าแก่ๆ ของสยงป้าก็แดงก่ำ ต่อให้เป็นเขา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าด้วยความอับอาย
ช่วยไม่ได้นี่นา เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ตัวจริง ผู้ควบคุมสภาวะแห่งฟ้าดิน และบรรลุเจตจำนงกระบี่หยินหยางขั้นต้นอย่างหลิวหยาง....
กระบวนท่าพวกนี้ของเขา มันก็ดูดีแต่ท่าทาง ท่าดีทีเหลวไปเลยจริงๆ!
นอกจากความอับอายแล้ว เขาก็ยังรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมาด้วย
เมื่อมองดู "โล่กระบี่ไท่เก๊ก" เหนือศีรษะของหลิวหยาง ตาของเขาก็แดงก่ำเป็นสายเลือด
ในใจสบถด่าทออย่างเกรี้ยวกราด นี่มันกระดองเต่าบ้าอะไรวะเนี่ย?!
เขาสยงป้างัดทั้ง <เพลงเตะวายุเทพ> และ <หมัดเหมันต์ทลายฟ้า> ออกมาโจมตีต่อเนื่อง แต่กลับทำอะไรมันไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วนเลยรึ?!
แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือ งัดเอา <ฝ่ามือเมฆาผยอง> ออกมาใช้ทันที!
<เพลงเตะวายุเทพ> และ <ฝ่ามือเมฆาผยอง> ถูกใช้ออกมาพร้อมกัน ผสานวายุและเมฆาเข้าด้วยกัน!