- หน้าแรก
- นกสองหัวอันดับหนึ่งแห่งต้าหมิง
- บทที่ 204 ทางถอยของท่าน
บทที่ 204 ทางถอยของท่าน
บทที่ 204 ทางถอยของท่าน
บทที่ 204 ทางถอยของท่าน
หลักๆ เป็นเพราะห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตกแห่งนี้เป็นเพียงลานเล็กๆ เรือนผุพัง ไม่มีสถานที่เหมาะสมให้เก็บเงินจำนวนมากเลย
ดังนั้นไป๋อวี๋คิดไปคิดมา ก็ทำได้เพียงนำไปฝากไว้ที่ร้านเงินต้าชางก่อน ท้ายที่สุดนี่ก็คือมืออาชีพ
จัดการเรื่องเงินเสร็จสิ้น ก็มาถึงช่วงเวลาล้างสมองผู้ใต้บังคับบัญชา... อ๊ะ ไม่ใช่ ช่วงเวลาซื้อใจคน
ไป๋อวี๋เรียกตัวบรรดานายธงของห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตกมารวมตัวกันอีกครั้ง ประกาศด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่งว่า "เมื่อครู่นี้ ไท่ผู่ซื่อนำเงินมาส่งให้พวกเราแล้ว!"
เมื่อได้ยินเรื่องดีงามเช่นนี้ เหล่านายธงก็โห่ร้องด้วยความยินดีพร้อมเพรียงกัน เพราะก่อนหน้านี้หัวหน้าไป๋เคยสัญญาไว้ว่าจะแจกเงินให้พวกเขา
ไป๋อวี๋เห็นว่าบรรยากาศเริ่มได้ที่แล้ว จึงเพิ่มระดับเสียง พูดเสียงดังฟังชัดว่า
"นี่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า กลยุทธ์ใช้ขยะปิดประตูของพวกเรานั้นได้ผลอย่างยอดเยี่ยม! แม้แต่ไท่ผู่ซื่อที่ยิ่งใหญ่ ก็ยังต้องมาขอสงบศึกกับพวกเรา!
ห้องงานถนนของพวกเราไม่ใช่เนื้อบนเขียงที่ปล่อยให้ใครมาเชือดเฉือนตามอำเภอใจ พวกเราก็มีปากเสียงของพวกเรา!
จากนี้ไปพวกเจ้าจงเชื่อมั่นเถิดว่า ภายใต้การนำของข้า ตราบใดที่พวกเราร่วมแรงร่วมใจ ต่อสู้ไปด้วยกัน ก็จะสามารถเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ และบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการเพิ่มรายได้เป็นสองเท่าได้อย่างแน่นอน!"
เหล่านายธงระดับล่างเหล่านี้ได้ฟังคำปราศรัย จิตใจก็ฮึกเหิมเปี่ยมล้นไปด้วยความเบิกบาน
หรือว่าพวกเขากวาดถนนเหล่านี้ ก็จะมีอนาคตที่สดใสรออยู่?
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดใดมาบรรยาย จึงทำได้เพียงตะโกนซ้ำๆ พร้อมกันว่า "หัวหน้าไป๋เก่งกาจเกรียงไกร!"
ไป๋อวี๋ยิ้มตาหยีรอจนทุกคนโห่ร้องเสร็จ จึงประกาศอีกว่า "แจ้งลงไป ให้ทหารและเจ้าหน้าที่ห้องงานถนนทุกคนมารับเงินอุดหนุนที่นี่ในวันพรุ่งนี้!
คนละหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ นายหมู่สิบ สามร้อยอีแปะ นายธง ห้าร้อยอีแปะ!"
ภายในเรือนหลักซอมซ่อของห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตก ถูกเสียงโห่ร้องกลบเกลื่อนไปอีกครั้ง
ไป๋อวี๋พึงพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก อีกทั้งยังไม่ได้ใช้เงินไปเท่าไรเลย
อย่าดูถูกว่าใช้เหรียญทองแดงมาคำนวณ ดูเหมือนเงินอุดหนุนที่ต้องจ่ายจะมาก แต่หากตีเป็นเงินตำลึง รวมๆ แล้วก็ประมาณหนึ่งร้อยตำลึงเท่านั้น
หลอกเอาเงินทุนมาได้หนึ่งพันตำลึง ปัจจุบันได้มาจริงเก้าร้อยตำลึง เจียดออกไปหนึ่งร้อยตำลึงเพื่อซื้อใจคนให้ตัวเอง ถือว่าไม่มากเลย!
ผ่านไปไม่นาน เจินจื้อเสมียนศาลก็กลับมาจากไท่ผู่ซื่อ รายงานว่า "เซี่ยไท่ผู่หลังจากได้ฟังความต้องการของใต้เท้าแล้ว ก็เพิกเฉยโดยสิ้นเชิง ดูเหมือนจะไม่มีความคิดที่จะนำเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาไถ่ตัวคนเลยขอรับ"
ไป๋อวี๋รู้สึกสงสัยเล็กน้อย หรือว่าตนจะเข้าใจผิด เซี่ยไท่ผู่กับหลิ่วเซียนเซิงไม่ใช่พวกเดียวกัน? หรือว่าเซี่ยไท่ผู่จะมีแผนการอื่น?
คิดไปคิดมาก็ปล่อยวางไว้ก่อน ถึงอย่างไรทหารมาใช้ขุนพลต้าน น้ำมาใช้ดินสกัดก็แค่นั้น
พอถึงวันรุ่งขึ้น ทั้งในและนอกห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตกก็เต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ทหารและเจ้าหน้าที่กว่าสี่ร้อยคนแบ่งเวลา ทยอยกันมารับเงินอุดหนุน
ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ไป๋อวี๋ถึงได้เชิญผู้บัญชาการเฉียนมาด้วย มาร่วมงานและมีส่วนร่วมในการแจกเงินอุดหนุน
ผู้บัญชาการเฉียนถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "เจ้าเชิญข้ามาทำไม? หากเป็นเพราะป้องกันการเกิดเหตุร้าย กำลังคนที่เจ้ามีอยู่ก็เพียงพอแล้ว"
ไป๋อวี๋ตอบว่า "เห็นว่าท่านไม่คุ้นเคยกับห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตก เลยเชิญมาเดินชม ถือโอกาสทำความคุ้นเคยกับสถานการณ์ของห้องงานถนนไปด้วยเลย"
ผู้บัญชาการเฉียนพูดไม่ออก ใครจะไปสนใจหน่วยงานที่มีหน้าที่กวาดถนนอย่างห้องงานถนนกัน?
อย่าว่าแต่เขาเลย เรียกได้ว่าขุนนางฝ่ายทหารคนใดก็ไม่มีใครสนใจห้องงานถนนทั้งนั้น
ที่เขายอมมาเป็นเกียรติในวันนี้ หลักๆ ก็เพื่อเห็นแก่หน้าไป๋อวี๋
ขณะกำลังคุยเล่นกันอยู่นั้น เกาฉางเจียง นายน้อยควบตำแหน่งหลงจู๊รองของร้านเงินต้าชางสาขาเมืองฝั่งตะวันตก ก็คุมขบวนรถเข็นบรรทุกเหรียญทองแดงหลายคันมาที่ห้องงานถนนเมืองฝั่งตะวันตกตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยตัวเอง พร้อมกับนำตั๋วเงินใบละหนึ่งร้อยตำลึงแปดใบมาด้วย
ไป๋อวี๋เก็บตั๋วเงินแปดใบไว้ ผู้บัญชาการเฉียนมองด้วยความอิจฉาอย่างยิ่ง "ยังคงเป็นเจ้าที่กล้าหาญ ถึงขั้นกล้ายกข้ออ้างหลอกเอาเงินทุนต่อหน้าฮ่องเต้"
ไป๋อวี๋ได้ยินดังนั้นก็ควักตั๋วเงินออกมาหนึ่งใบ พูดกับผู้บัญชาการเฉียนว่า "เห็นแล้วต้องมีส่วนแบ่ง! รางวัลสำหรับท่าน!"
ผู้บัญชาการเฉียนยังมีขีดจำกัดของตัวเองอยู่ โบกมือปฏิเสธ "ไม่มีความชอบ ไม่ขอรับรางวัล"
ไป๋อวี๋หัวเราะ "ไม่ได้ให้เปล่าๆ แต่เป็นเงินทุนสำหรับภารกิจหนึ่งต่างหาก
ก่อนสิ้นปี จำเป็นต้องขนส่งเถ้าภูเขาไฟหลายลอตจากต้าถงมายังเมืองหลวง หนึ่งร้อยตำลึงนี้ก็คือเงินทุน
ไม่ว่าท่านจะลงมือทำเอง หรือจะไหว้วานผู้อื่นก็ตาม เอาเป็นว่าเรื่องนี้มอบหมายให้ท่านแล้วกัน"
ผู้บัญชาการเฉียนจึงยอมรับตั๋วเงินไว้ แล้วตอบว่า "ข้าย่อมทิ้งเมืองหลวงไปไม่ได้แน่นอน รอข้าค้นหาผู้ที่เหมาะสมและว่างงานในหมู่ขุนนางฝ่ายทหารที่รู้จักมักคุ้นมาจัดการภารกิจนี้ ย่อมไม่ทำให้เรื่องของเจ้าล่าช้าแน่"
รอจนเตรียมการเกือบเสร็จ ใกล้จะเริ่มแจกเงิน ไป๋อวี๋ก็พาผู้บัญชาการเฉียนมายืนที่หน้าเรือน เอ่ยปากพูดกับเหล่าทหารที่เข้าแถวรวมตัวกันว่า
"นี่คือผู้บัญชาการเฉียน สหายรักของข้า ภายภาคหน้าหากข้าไม่อยู่ พวกเจ้าจงเชื่อฟังคำสั่งของผู้บัญชาการเฉียนอย่างเคร่งครัด!"
ทุกคนรับคำพร้อมเพรียงกัน "ขอรับ!"
ผู้บัญชาการเฉียนรู้สึกทะแม่งๆ ผิดปกติไปเสียเก้าส่วนจากสิบส่วน
หลังจากนั้นเมื่อเห็นเหรียญทองแดงถูกแจกจ่ายออกไปเป็นกำๆ ผู้บัญชาการเฉียนก็รู้สึกปวดใจแทนไป๋อวี๋
แต่ผู้บัญชาการเฉียนไม่รู้เรื่องความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างไป๋อวี๋กับไท่ผู่ซื่อ ในความคิดของเขา ด้วยความสามารถของไป๋อวี๋ การเบิกเงินออกมาได้ถือเป็นเรื่องปกติที่สุดแล้ว
แม้ว่าเงินเหล่านี้จะได้มาง่าย แต่การนำมาแจกจ่ายให้เป็นเงินอุดหนุนลูกน้องเช่นนี้ มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
เมื่อกลับเข้ามาในเรือน ผู้บัญชาการเฉียนก็ถามไป๋อวี๋ว่า "เจ้าไม่สูบเลือดสูบเนื้อทหาร ก็ถือว่าดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชามากแล้ว
ตอนนี้กลับยังจะแจกเงินเพิ่มให้พวกเขาอีก จะถือว่าใจบุญสุนทานเกินไปหน่อยหรือไม่?"
ไป๋อวี๋ตอบสั้นๆ ว่า "ข้ากำลังซื้อใจคน เงินที่จ่ายไปไม่สูญเปล่าหรอก!"
ผู้บัญชาการเฉียนถามต่อด้วยความแปลกใจ "ทำไมต้องซื้อใจคนด้วย?"
ไป๋อวี๋ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "ข้ากำลังเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน จัดเตรียมทางถอยไว้ให้ท่าน
ในอนาคตหากท่านไม่อาจรักษาตำแหน่งหน้าที่การงานไว้ได้ ก็ยังสามารถถอยกลับมาที่ห้องงานถนน มีลูกน้องที่จงรักภักดีต่อท่านกลุ่มใหญ่ ไม่ถึงกับต้องตกระกำลำบากเกินไป!"
ผู้บัญชาการเฉียน: "......"
นี่หมายความว่าอย่างไร? สาปแช่งให้เขาถูกปลดจากตำแหน่งหรือออกจากราชการในอนาคตหรือ?
มีใครพูดจาเช่นนี้ด้วยหรือ? หากคนพูดไม่ใช่ไป๋อวี๋ เกรงว่าคงแตกหักกันไปตรงนั้นแล้ว!
ไป๋อวี๋ถอนหายใจ ความตั้งใจดีของตัวเองช่างไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเข้าใจเลยจริงๆ
เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนก็จะสิ้นปีแล้ว ใครจะรู้ว่าลู่ถีซ่วยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
หากลู่ถีซ่วยลู่ปิ่งถึงแก่อนิจกรรมตามรอยประวัติศาสตร์ ผู้บัญชาการเฉียนในฐานะทหารคนสนิทของลู่ถีซ่วย อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งสำคัญ ย่อมต้องเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่ถูกคิดบัญชี
เมื่อถึงเวลานั้น หากผู้บัญชาการเฉียนต้องการหลบเลี่ยงภัยพิบัติ จำเป็นต้องมีทางถอย
ผ่านไปครู่หนึ่ง เกาฉางเจียงที่นับเหรียญทองแดงเสร็จแล้วก็เดินเข้ามา
ไป๋อวี๋ทักทายว่า "กลยุทธ์ใช้ขยะปิดประตู เป็นเจ้าที่บอกข้า คิดไม่ถึงว่าจะได้ผลจริงๆ
ต่อไปสามารถนำไปใช้และส่งเสริมได้เรื่อยๆ กลายเป็นโครงการพิเศษในการแย่งชิงสิทธิประโยชน์ของห้องงานถนนเรา!"
เกาฉางเจียงรีบโบกมือปฏิเสธ "ข้ามิกล้ารับความชอบ ล้วนเป็นใต้เท้าไป๋ที่กล้าลงมือทำ!"
จากนั้นเกาฉางเจียงก็บอกกับไป๋อวี๋ว่า "วันนี้ข้าจะเป็นเจ้ามือ เลี้ยงดูปูเสื่อท่านเอง"
ไป๋อวี๋ถามอย่างประหลาดใจ "มีเรื่องดีอะไรหรือ? ข้าก็แค่ฝากเงินไว้กับเจ้าแปดเก้าร้อยตำลึงเอง ไม่เห็นต้องทำตัวยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลย?"
เกาฉางเจียงหัวเราะ "หึหึ" สองสามเสียง "ข้าก็ได้รับการไหว้วานจากผู้อื่นมา เพื่อสอบถามว่าท่านสนใจที่จะร่วมมือกัน บุกเบิกเข้าสู่ถนนฉีผานหรือไม่?"
"อะไรคือการบุกเบิกเข้าสู่ถนนฉีผาน? ทำการค้าหรือ?" ไป๋อวี๋ถาม "ข้าไม่มีร้านรวงบนถนนฉีผาน จะไปทำการค้าได้อย่างไร?"
เกาฉางเจียงตอบว่า "เรียกว่าทำการค้ามันก็คือทำการค้า! แต่หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการไปแย่งชิงอาณาเขต แล้วก็เก็บค่าคุ้มครอง"