เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15: ซื้อเรือ / ตอนที่ 16: ลองเรือยามค่ำคืน

ตอนที่ 15: ซื้อเรือ / ตอนที่ 16: ลองเรือยามค่ำคืน

ตอนที่ 15: ซื้อเรือ / ตอนที่ 16: ลองเรือยามค่ำคืน


ตอนที่ 15: ซื้อเรือ

 

ตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น สภาพอากาศสดใสเป็นอย่างมาก ทั้งคู่ต่างออกไปตกปลาตั้งแต่เช้าตรู่ กินข้าวเที่ยงเสร็จก็ลุยต่อ ตกเย็นก็เอาปลาไปขาย รายได้แต่ละวันของแต่ละคนอยู่ที่หลายร้อยหยวน

วันไหนโชคไม่ดีก็ได้สักสองสามร้อย วันไหนโชคดีก็ได้เกือบพัน

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หลังจากหักค่าเหยื่อตกปลาแล้ว หลี่ซินเยว่ทำเงินไปได้ทั้งหมด 4,300 หยวน

ส่วนฉินเฟิงนั้น ด้วยอานิสงส์ของมิติตู้ปลา เขาทำเงินไปได้ถึง 6,800 หยวน เฉลี่ยแล้วหาได้เกือบวันละหนึ่งพันหยวนเลยทีเดียว

และตอนนี้ ตู้ปลาใบแรกในมิติของเขาก็อัปเกรดเป็นเลเวล 3 ตั้งแต่วันที่สองหลังซื้อรถสามล้อ ความจุเพิ่มเป็น 14 ตัว และค่าประสบการณ์ต่อการขายหนึ่งครั้งเพิ่มเป็น 3 แต้ม จนกระทั่งเมื่อวานซืนมันก็อัปเกรดขึ้นเป็นเลเวล 4 เรียบร้อยแล้ว

【ตู้เลี้ยงปลาขนาดเล็กและกลาง (เลเวล 4)】

คุณภาพ: สีขาว

ค่าประสบการณ์: 100/500

ความจุ (ปลา): 16/16 ตัว

พิกัดน้ำหนัก: ไม่เกิน 26 จิน

ขีดจำกัดการเติบโต: 2.3 เท่า

ส่วนค่าสถานะของคันเบ็ดก็เพิ่มขึ้นประมาณ 10% เช่นกัน

【คันเบ็ด (เลเวล 4)】

คุณภาพ: สีขาว

ความยาวสายเบ็ด: 260 เมตร

เพิ่มโอกาสปลาติดเบ็ด: 35%

เพิ่มโอกาสเจอปลาตัวใหญ่: 25%

เพิ่มโอกาสเจอปลาระดับหายาก: 20%

นี่คือหนึ่งในสองเหตุผลหลักที่ทำให้เขาทำเงินได้มากกว่าหลี่ซินเยว่ ไม่อย่างนั้นด้วยความเร็วในการตกปลาของยัยหนูนั่น ในสถานการณ์ปกติเขาไม่มีทางหาเงินได้มากกว่าเธอภายในหนึ่งสัปดาห์แน่ๆ

พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ท้องฟ้าก็เริ่มมีฝนตกลงมาอย่างหนัก อากาศแถวชายฝั่งทะเลมักจะแปรปรวนแบบนี้แหละ เมื่อวานยังแดดจ้า แต่วันนี้กลับร้องไห้โฮใส่ซะงั้น ดูทรงแล้ววันนี้คงตกปลาไม่ได้แน่

เขาว่ากันว่าฝนตกพรำๆ น่ะตกปลาได้ แต่ถ้าฝนตกหนักอย่าหาทำ และถ้ามีพายุฝนฟ้าคะนองคือ "ห้าม" ตกปลาเด็ดขาด

การตกปลาตอนฝนตกหนักนอกจากจะต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองแล้ว เสียงดังและแรงกระแทกจากฝนยังมีผลกระทบต่อการพักผ่อนและการหาอาหารของปลาอย่างมาก ปกติปลาจะหนีไปกบดานในน้ำลึกและลดการกินอาหาร ซึ่งจะทำให้ยอดปลาที่ตกได้น้อยลงฮวบฮาบ

ส่วนตกปลาตอนฟ้าผ่า... ระวังจะโดนสายฟ้าฟาดเอานะจ๊ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังฝนหยุดใหม่ๆ (ฝนไล่ช้าง) จะเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะน้ำใหม่จะพัดพาเอาออกซิเจนและสารอาหารลงสู่แหล่งน้ำ ปลาจะคึกคักและอยากอาหารเป็นพิเศษ ถือเป็นนาทีทองของนักตกปลาเลยทีเดียว

ฉินเฟิงคุยกับหลี่ซินเยว่ ได้ความว่าเธอใช้โอกาสตอนฝนตกซักผ้าอยู่ที่หอพัก ส่วนฉินเฟิงก็นอนอืดอยู่บนเตียงถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว แต่นอนไปสักพักพอมันตื่นเต็มตาก็นอนต่อไม่หลับ เขาหยิบมือถือขึ้นมาจะเข้าเกมแต่ก็กดออกเพราะขี้เกียจเล่น สุดท้ายก็ไถหน้าฟีดโซเชียลแก้เซ็ง

เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเห็น หลินฉี เพื่อนซี้ที่บ้านเกิด ตกปลาชะโด (เชี่ยวจุ่ย) ได้ตัวละ 4-5 จิน แล้วเอามาโพสต์อวดในโซเชียล

มีหรือฉินเฟิงจะยอม! เขาจัดการถ่ายรูปปลาที่เขาตกได้พร้อมกับหลี่ซินเยว่ที่มีรวมๆ กัน 30 กว่าตัว แถมยังชูโชว์ปลาเก๋าตัวเขื่องหนัก 6.7 จินที่ขุนไว้ในมิติหนึ่งวันเต็มๆ ลงไปขิงกลับ ผลคือโซเชียลระเบิดสิครับ! มีทั้งคนทักมาถามว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ บางคนก็อิจฉาที่ตกปลาได้เยอะขนาดนั้น บางคนหนักกว่าคือทักมาขอยืมเงิน แถมยังบอกให้ส่งปลาเก๋าตัวนั้นไปให้กินฟรีๆ อีก

ฉินเฟิงเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะ หึหึ พร้อมแถมคำอุทานสั้นๆ ให้ว่า — ถุย!

หลังจากนั้นเขาก็ยุ่งๆ จนไม่ได้สนใจอีก แต่วันนี้พอเปิดโซเชียลดูอีกที จู่ๆ รูปตั๋วรถไฟความเร็วสูงสองใบก็พุ่งเข้าตาเขาเต็มๆ

"......" เจ้าพวกนี้... นึกจะมาหาก็มา ไม่บอกไม่กล่าวกันเลยเรอะ

ดูเวลาแล้วรถไฟจะมาถึงสถานีแถวนี้ตอนสี่โมงครึ่ง ฉินเฟิงตัดสินใจทันที ในเมื่อพวกมึงไม่ยอมทักมาบอกกูตรงๆ งั้นสี่โมงเย็นนี้กูจะปิดมือถือแน่นอน!

เช้าทั้งเช้าหมดไปกับการไถมือถือแก้เบื่อ จนกระทั่งเที่ยงเขานอนต่อไม่ไหวถึงยอมลุกจากเตียง

กับข้าวก็ขี้เกียจทำ แถมในตู้ก็ไม่มีของสด เลยสั่งเดลิเวอรี่มากินแทน

พอกินเสร็จ หลี่ซินเยว่ก็ส่งข้อความเสียงมาหา: "รุ่นพี่คะ วันนี้ฝนตก เราไปซื้อเรือกันเลยไหม!"

ฉินเฟิงได้ยินก็ตาโตทันที เออจริงสิ! ตอนนี้เงินพร้อมแล้ว ซื้อมาเตรียมไว้เลย พออากาศเปิดจะได้ออกทะเลไปล่าของใหญ่กัน

เขาว่ากันว่าครั้งแรกมักจะมีเซอร์ไพรส์เสมอ การออกเรือไปตกปลาครั้งแรกก็คงเหมือนกัน!

พอนัดแนะเวลาเสร็จ ฉินเฟิงก็สวมชุดกันฝน ขี่รถสามล้อไฟฟ้าไปรับหลี่ซินเยว่ที่มหาลัย

ราคาที่คุยกันไว้คือ ตัวเรือ 6,000 หยวน เครื่องยนต์ดีเซล 3,000 หยวน และค่าที่จอดเรือรายปีอีก 2,500 หยวน รวมแล้วต้องจ่ายคนละ 5,750 หยวน

เงินที่หลี่ซินเยว่หามาได้จากการตกปลาในช่วงนี้เรียกได้ว่าทุ่มไปจนหมดหน้าตัก แต่สาวน้อยกลับไม่เสียดายเลยสักนิด ดูท่าทางเธอจะตื่นเต้นที่จะได้ออกทะเลไปตกปลาตัวใหญ่ๆ มากกว่า คราวนี้ไปเพื่อซื้อจริงๆ ทางเจ้าหน้าที่เลยพาพวกเขาไปยังคลังสินค้า

เรือในคลังสินค้าดูดีกว่าตัวโชว์เยอะเลย อุปกรณ์เสริมอย่างสมอเรือ, มือจับ, เชือกเคเบิล ต่างๆ ก็มีให้ครบ

แถมยังมีสีให้เลือกหลายสี ทั้งสีน้ำเงิน, เหลือง, แดง และขาว

"น้องซินเยว่ อยากได้สีอะไรครับ?"

ฉินเฟิงหันไปถาม หลี่ซินเยว่เดินดูอยู่พักหนึ่ง

"เอาสีขาวดีกว่าค่ะ ดูสะอาดตาที่สุด สีอื่นมันดูฉูดฉาดเกินไปหน่อย"

"ได้ครับ ตามใจน้องเลย"

รุ่นเรือก็คือรุ่นที่เล็งไว้ก่อนหน้านี้ พอได้มาอยู่ข้างเรือจริงๆ ก็ไม่รู้สึกว่ามันเล็กนะ กลับรู้สึกว่าพื้นที่กว้างขวางดีทีเดียว

มีที่นั่งหน้า-กลาง-หลัง นั่งได้ถึง 6 คน ตรงกลางยังสามารถวางถังพลาสติกใบใหญ่ไว้แช่ปลาได้เพิ่มอีกเยอะ

เมื่อตกลงเรียบร้อย พนักงานก็ช่วยกันยกเรือไฟเบอร์กลาสสีขาวขึ้นรถเทรลเลอร์สำหรับลากจูง โดยใช้รถออฟโรดเป็นตัวลาก

"มุ่งหน้าไปท่าเรือจินไห่ พวกคุณขับตามหลังมานะ" หัวหน้าพนักงานขึ้นรถออฟโรดแล้วกวักมือเรียกทั้งคู่

"ได้ครับ!"

ฉินเฟิงกับหลี่ซินเยว่สวมชุดกันฝนอีกครั้ง ขี่รถสามล้อไฟฟ้าตามหลังไปติดๆ

วันนี้ฝนตก ถนนเลยไม่ติดเหมือนปกติ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงท่าเรือ

พนักงานจากอู่ต่อเรือคลุกคลีกับเจ้าหน้าที่ท่าเรือเป็นประจำอยู่แล้ว ฉินเฟิงแทบไม่ต้องออกโรงเองเลย พวกเขาช่วยประสานงานจนทำเรื่องเช่าที่จอดเรือเสร็จสรรพ อาจเป็นเพราะรอบๆ นี้เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ชาวบ้านมักจะจอดเรือไว้ในเขตหมู่บ้านตัวเอง ที่จอดเรือในท่าเรือแห่งนี้เลยค่อนข้างว่างและกว้างขวาง

พอหย่อนเรือลงน้ำ หัวหน้าพนักงานก็บอกว่า: "ติดตั้งเครื่องยนต์ให้เรียบร้อยแล้วนะ ปกติเวลาจะกลับก็แค่อย่าลืมถอดกุญแจออกไปด้วย ที่นี่มีกล้องวงจรปิด ไม่ต้องกลัวเครื่องยนต์โดนขโมยหรอก"

"ครับ ขอบคุณมากครับ"

"ไม่เป็นไรครับ งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะ"

"โชคดีครับ"

พนักงานกลับไปแล้ว ฉินเฟิงกับหลี่ซินเยว่ก็รีบกระโดดขึ้นเรือทันที เรือโคลงเคลงนิดหน่อยตามแรงกระแทกแต่ก็ถือว่ามั่นคงมาก

ทั้งคู่สำรวจดูตรงนั้นทีตรงนี้ทีด้วยความเห่อสุดขีด รักเรือลำนี้มากจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีน้ำมันดีเซล เลยยังสตาร์ทเครื่องลองวิ่งไม่ได้ ผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็กลับขึ้นฝั่ง เพราะยังต้องไปทำ "บัตรประชาชน" (ทะเบียนเรือ) ให้เจ้าเรือลำน้อยก่อน!

พวกเขาถ่ายรูปเรือไว้หลายมุม ถือใบเสร็จรับเงินจากการซื้อเรือ แล้วขี่รถสามล้อไฟฟ้ามุ่งหน้าไปยังกรมประมง

พอยื่นรูปถ่าย ใบเสร็จ และบัตรประชาชนเพื่อคีย์ข้อมูลเข้าไป เรือตกปลาลำนี้ก็มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ขับไปไหนก็สบายใจหายห่วง แต่สิ่งที่ฉินเฟิงไม่คาดคิดคือ การจดทะเบียนเรือที่นี่ "ฟรี" จ้า! แถมก่อนกลับเจ้าหน้าที่ยังให้แผ่นพับความปลอดภัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลติดมือมาด้วย

พอทำเรื่องเสร็จ หลี่ซินเยว่ถือใบทะเบียนเรือด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า: "ทำธุระเสร็จหมดแล้ว เราไปลองเรือใหม่กันเลยไหมคะ?"

ฉินเฟิงเหลือบดูเวลา บ่ายทั้งบ่ายหมดไปไวเหมือนโกหก:

"น้องไม่หิวเหรอ พี่หิวจะแย่แล้วเนี่ย เอาเป็นว่ากินข้าวเสร็จแล้วค่อยว่ากันไหม?"

"อื้อ ก็ได้ค่ะ"

เพราะเพิ่งเปย์ค่าเรือไปจนเกลี้ยง กระเป๋าเริ่มเบา ทั้งคู่เลยตกลงกันว่าจะไปซื้อกับข้าวมาทำกินเองที่บ้านเช่าดีกว่า

พอกลับถึงบ้าน เพราะใช้มือถือมาทั้งเช้า แบตเตอรี่เลยหมดจนเครื่องดับไปเอง ฉินเฟิงเอาโทรศัพท์ไปเสียบชาร์จทิ้งไว้ แล้วรีบเข้าครัวไปช่วยหลี่ซินเยว่ทำกับข้าว แต่ในขณะที่กำลังผัดกับข้าวอยู่นั้น ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เหมือนลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป... ลองนึกดูตั้งนานก็นึกไม่ออก

ช่างมันเถอะ เรื่องกินเรื่องใหญ่!


จบตอนที่ 15

------

ตอนที่ 16: ลองเรือยามค่ำคืน

 

ตัดภาพมาที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอีกด้านหนึ่ง แตกต่างจากบรรยากาศอันผ่อนคลายในห้องแอร์ที่ฉินเฟิงกำลังกินมื้อค่ำอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มสองคนสะพายเป้ใบโตยืนเหงื่อท่วมตัวท่ามกลางอากาศร้อนจัด คนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์กดโทรวิดีโอคอลรัวๆ

"เฮ้ย! ไอ้นี่มันยังไงวะ ไม่ยอมรับสายเลย?" หลินฉี พยายามกดคอลไปสามรอบก็ไม่มีคนรับ จนเขาโมโหแทบจะเขวี้ยงมือถือทิ้ง แต่พอนึกขึ้นได้ว่านี่เงินตัวเองซื้อมา เลยต้องข่มใจไว้

"แกนี่บื้อจริง กดโทรธรรมดาสิ วิดีโอคอลบางทีไม่มีเน็ตมันก็รับไม่ได้!" ฉินเล่ย ปาดเหยื่อบนหน้าผากพลางพูดอย่างระอา

หมอนี่ถึงจะนามสกุลฉินเหมือนฉินเฟิง แต่เป็นแค่เพื่อนบ้านกันเฉยๆ เนื่องจากอายุเท่ากันและเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้น ความสัมพันธ์เลยแน่นแฟ้นมาก

แต่ถ้าจะนับตามลำดับญาติในหมู่บ้านจริงๆ ล่ะก็ พ่อของหมอนี่ต้องเรียกฉินเฟิงว่า "อา" เลยนะ!

หลินฉีหัวเราะแห้งๆ เห็นด้วยกับคำพูดนั้น เลยกดเบอร์โทรออกไปแทน

"ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกปิดเครื่อง..."

ฉินเล่ย: "......"

หลินฉี: "......"

"ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าโพสต์รูปตั๋วรถไฟลงโซเชียล แกก็ไม่ฟัง ไอ้เฟิงมันต้องเห็นแล้วปิดเครื่องหนีชัวร์ๆ"

ในฐานะคนที่โตมาด้วยกันจนแทบจะใส่กางเกงในตัวเดียวกันได้ ฉินเล่ยรู้ซึ้งถึงนิสัยฉินเฟิงดีที่สุด เรื่องแกล้งคนเนี่ยหมอนั่นทำได้ทุกอย่างแหละ หลินฉีพูดไม่ออก เขาถึงจะรู้จักฉินเฟิงมานานแต่ไม่ได้คลุกคลีเท่าฉินเล่ย เลยไม่คิดว่ามันจะทำกันได้ลงคอ

"แล้วเอาไงต่อ?"

"ไปเหอะ หาอะไรกินก่อนแล้วเปิดห้องนอนสักคืน คืนนี้อย่าหวังว่าจะติดต่อมันได้เลย"

"ก็ได้ อ้อ หรือเราจะไปแถวมหาลัยมันดีล่ะ น่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่พักมัน พรุ่งนี้จะได้ตามตัวง่ายๆ"

"ไปดิ"

......

ตกกลางคืน หลังจากกินข้าวเสร็จและล้างจานเรียบร้อย ฉินเฟิงเดินไปดูที่หน้าประตูเห็นว่าฝนเริ่มซาลงแล้ว เลยตะโกนชวน:

"น้องซินเยว่ ไปซื้อน้ำมันดีเซลสักสองถังเถอะ เดี๋ยวเราไปลองขับเรือเล่นกันสักรอบ"

"อื้อๆ แต่ดึกขนาดนี้ เราต้องซื้อไฟคาดหัวกับไฟฉายเพิ่มด้วยไหมคะ?"

"จริงด้วย ต้องซื้อติดไว้ครับ"

คืนฝนตกแบบนี้ตามปกติควรจะมุดตัวอยู่ในผ้าห่มนอนถึงจะสบายที่สุด แต่พอเพิ่งซื้อเรือใหม่มา ถ้าไม่ได้ลองขับสักหน่อย คืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆ ฉินเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเครื่อง เห็นมิสคอลหลายสายเขาก็แอบขำอยู่ในใจ

แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาว่างไปสนใจเจ้าสองคนนั้นหรอก ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!

น้ำมันดีเซลถังต้องไปซื้อที่ปั๊มน้ำมันและต้องลงทะเบียนข้อมูลจริงด้วย

วันนี้ดีเซลลิตรละ 6.65 หยวน ซื้อถังละ 10 ลิตร รวมค่าถังด้วยหมดไปเกือบ 150 หยวน

เงินส่วนนี้หลี่ซินเยว่เป็นคนจัดการ เธอไปทำบัตรใบใหม่เพื่อใช้เป็น "เงินกองกลาง" โดยเฉพาะ ต่อไปค่าใช้จ่ายพวกนี้จะหักจากบัตรใบนี้ โดยเธอเป็นคนเก็บรักษา ถ้าเงินไม่พอทั้งคู่ก็จะช่วยกันโอนเข้า

หลังจากเอาน้ำมันวางไว้ท้ายรถสามล้อ เขาก็แวะร้านอุปกรณ์ตกปลาซื้อไฟคาดหัว ไฟฉาย และถังพลาสติกใบใหญ่มาเพิ่มอีกใบ เพราะกลัวว่าวันหน้าถ้าตกปลาได้เยอะเกินจะไม่มีที่ใส่ พวกเขากลับมาที่ท่าเรือจินไห่อีกครั้ง วันนี้ฝนตก ที่นี่เลยเงียบเชียบไร้ผู้คน

ฉินเฟิงจอดรถสามล้อล็อคเรียบร้อย แล้วหิ้วถังน้ำมันสองใบเดินขึ้นไปบนเรือไฟเบอร์กลาสของตัวเองด้วยความตื่นเต้น

หลี่ซินเยว่เดินตามมาติดๆ เธอนั่งลงในห้องโดยสาร ลูบคลำตัวเรือที่เรียบเนียนด้วยความดีใจ:

"รุ่นพี่คะ รีบเติมน้ำมันแล้วออกเรือเถอะค่ะ"

ฉินเฟิงเติมน้ำมันเสร็จ ก็หยิบกุญแจที่มีสายคล้องรูปผีเสื้อออกมา สายคล้องนี้หลี่ซินเยว่จงใจซื้อมา ไม่ใช่แค่เพราะความมุ้งมิ้งของสาวน้อยเท่านั้น แต่ยังเอาไว้คล้องข้อมือเพื่อให้กระชากกุญแจหลุดได้ทันทีหากเกิดอุบัติเหตุ เรือจะได้ดับเครื่องเอง

ทั้งคู่ยังเป็นมือใหม่ ถ้าตกเรือเฉยๆ ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าโดนใบพัดปั่นเข้าล่ะก็... จบเห่แน่

เจ้าสิ่งนี้เวลาหมุนแรงๆ มันไม่ต่างจากเครื่องบดเนื้อเลย จะปั่นจนเละเป็นอาหารปลาเอาได้

"น้องซินเยว่ ใส่เสื้อชูชีพด้วยครับ" ฉินเฟิงหยิบชูชีพสองตัวส่งให้เธอตัวหนึ่ง

ชูชีพพวกนี้อู่ต่อเรือแถมมาให้ เลยประหยัดเงินไปได้อีกหน่อย เพื่อความปลอดภัย ต่อไปเวลาออกทะเลต้องใส่ตลอด

"เรียบร้อยค่ะรุ่นพี่ ออกเดินทางได้!"

ฉินเฟิงเห็นเธอพร้อมแล้ว ก็จับเชือกสตาร์ทเครื่องยนต์ กระชากแรงๆ สองที

"วื๊ด วื๊ด~" ควันดำพ่นออกมาจากเครื่องยนต์เล็กน้อย

ตอนแรกฉินเฟิงนึกว่าเสียงจะดังหนวกหูมาก แต่ผิดคาด มันไม่เหมือนพวกเครื่องรถไถที่เสียงดัง "ตับๆๆ" จนคุยกันไม่รู้เรื่อง

เจ้าเครื่องนี้ส่งเสียง "วื๊ดๆ" เบาๆ อารมณ์คล้ายๆ เสียงมอเตอร์ไซค์

น่าจะเกี่ยวกับระบบไอดีและจำนวนลูกสูบ ซึ่งเขาก็ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งขนาดนั้น

ฉินเฟิงใช้ไฟคาดหัวส่องไปที่เครื่องยนต์ ปรับเกียร์ถอยหลัง ค่อยๆ บิดคันเร่งเบาๆ ควบคุมทิศทางเพื่อถอยออกจากที่จอดอย่างช้าๆ

เรือตกปลาค่อยๆ ขยับเหมือนเต่าคลาน ถอยออกจากท่าด้วยความเร็วที่ช้าสุดขีด

"......" หลี่ซินเยว่มองท่าทางระมัดระวังเกินเหตุของฉินเฟิงแล้วก็แอบขำ:

"รุ่นพี่คะ หนูว่าเราเพิ่มความเร็วอีกนิดก็ได้นะคะ"

ฉินเฟิงมองดูเรือที่ผ่านไปพักหนึ่งแล้วยังถอยไม่พ้นท่าก็แอบเขิน: "นั่นสินะ"

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกนิด คราวนี้ความเร็วในการถอยดูเป็นปกติขึ้น ถึงจะยังไม่เร็วมากแต่ก็ถอยพ้นออกมาได้ในไม่กี่วินาที

พอออกมาถึงกลางน้ำที่ไม่มีเรือลำอื่นขวางแล้ว ฉินเฟิงก็กลับลำเรือ มุ่งหน้าออกไปไกลขึ้น ดึกๆ แบบนี้เขาไม่กล้าขับเร็ว เอาแค่ความเร็วประมาณคนปั่นจักรยานปกติก็พอ

ตัวเรือที่โค้งมนแหวกคลื่นเล็กๆ บนผิวน้ำแยกออกเป็นสองทาง ทิ้งรอยคลื่นสีขาวเป็นทางยาวไว้เบื้องหลัง

หลี่ซินเยว่รู้สึกว่าเรือลำนี้มั่นคงมาก ไม่โคลงเคลงอย่างที่คิด เธอเลยกล้าปล่อยมือที่จับตัวเรือไว้ แล้วยืนขึ้นเผชิญหน้ากับทะเลรับลม

เส้นผมสีดำสลวยปลิวสยายตามลม ประกอบกับรูปร่างเพรียวบางของเธอ มันช่างงดงามจนอดไม่ได้ที่อยากจะเดินเข้าไปยืนข้างหน้า เพื่อแอบดูว่าผู้หญิงที่มีแผ่นหลังสวยขนาดนี้จะหน้าตางดงามเพียงใด

คนอื่นอาจจะหวั่นใจว่าจะเป็น "นางฟ้าข้างหลัง" (สวยแค่ข้างหลัง) หรือเปล่า แต่ฉินเฟิงรู้ดีว่า... นั่นไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

ยามค่ำคืน ท่ามกลางฝนที่ตกปรอยๆ เรือตกปลาลำน้อยบรรทุกคนสองคนโลดแล่นไปบนผืนน้ำ มันทั้งโรแมนติกและดูมีอิสระอย่างบอกไม่ถูก หลังจากวนเล่นไปได้ไม่กี่รอบ ฉินเฟิงก็เริ่มควบคุมเรือได้อย่างชำนาญ

ถ้าไม่ติดว่ามันมืดเกินไป เขาคงอยากบิดจนมิดแล้วลองดริฟท์กลางทะเลดูสักตั้ง

จริงๆ เรือเล็กแบบนี้คุมไม่ยากเลย มีแค่คันโยกหางเสือคุมทิศทางเท่านั้นเอง

จังหวะนี้หลี่ซินเยว่เริ่มคันไม้คันมือ อยากลองขับบ้าง เธอปีนไปที่ท้ายเรือแล้วตะโกนบอกฉินเฟิง:

"รุ่นพี่คะ ให้หนูลองขับบ้างสิ!"

"อะไรนะ? พี่ไม่ได้ยิน!"

"หนูบอกว่า ให้หนูลองขับบ้าง!"

"อ๋อ จะกลับไปนอนแล้วเหรอ? โอเค เดี๋ยวพี่ขับกลับให้เดี๋ยวนี้แหละ"

"......"

หลี่ซินเยว่ทั้งโกรธทั้งขำ เธอเลยยื่นปากแดงระเรื่อเข้าไปจ่อที่ข้างหูของฉินเฟิง จนเกือบจะสัมผัสกัน:

"หนู-บอก-ว่า-ให้-หนู-ลอง-ขับ-เรือ-บ้าง-ค่ะ!"

"ซี๊ดดด~ จะลองขับก็บอกดีๆ สิครับ ตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย"

ฉินเฟิงถูหูที่เพิ่งโดนสัมผัสพลางหลีกทางให้ด้วยท่าทางไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ เขาแอบชำเลืองมองหุ่นของรุ่นน้องสาว... แหม ดูเบาไม่ได้จริงๆ แฮะ!

จังหวะที่เธอแนบเข้ามาเมื่อกี้ ทำให้เขารู้ซึ้งเลยว่า ยัยหนูคนนี้ถึงจะดูผอม แต่ก็ผอมแค่เฉพาะส่วนที่ควรผอม ส่วนอื่นๆ น่ะ... อื้อหือ ดีมาก!

หลี่ซินเยว่นั่งลงที่ท้ายเรือ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอก็แดงระเรื่อไม่แพ้กัน เธอแอบถลึงตาใส่แผ่นหลังฉินเฟิงไปทีหนึ่ง ก่อนจะแอบยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วบิดคันเร่งพรวดเดียวจนสุด!

"เหวอออ!"

ใครบางคนเสียหลักก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นห้องเรือทันที

"ฮ่าๆๆๆๆ~~ รุ่นพี่ นั่งดีๆ นะคะ หนูจะซิ่งแล้วนะ!"

ฉินเฟิงได้แต่ยิ้มขื่นๆ แล้วลุกขึ้นมานั่งใหม่... ว่าแล้วเชียว กินเต้าหู้ (แต๊ะอั๋ง) เขามันต้องมีค่าตอบแทน ต่อให้เป็นแค่เรื่องบังเอิญก็เถอะ

หลังจากเห็นว่าเขาเกาะแน่นแล้ว หลี่ซินเยว่ที่เริ่มคุ้นมือก็ซิ่งเรือวนเล่นไปหลายรอบจนพอใจ เธอจึงกลับลำเรือเป็นแนวโค้งวงกว้างบนผิวน้ำ แล้วมุ่งหน้ากลับท่าเรือ

พอใกล้ถึงท่า เธอค่อยๆ ลดความเร็วลง แล้วบังคับเรือเข้าที่จอดอย่างนิ่มนวลและแม่นยำ ไม่มีกระแทกเลยสักนิดเดียว

"รุ่นพี่คะ พรุ่งนี้ถ้าฝนไม่ตก เราออกไปตกปลาแต่เช้าเลยนะ! เตรียมของกินไปด้วย มื้อเที่ยงเราจะได้ไม่ต้องกลับเข้าฝั่ง!" ระหว่างทางกลับมหาลัย หลี่ซินเยว่เสนอขึ้นมา

ฉินเฟิงครุ่นคิด... เพื่อนซี้สองคนนั้นเพิ่งมาถึง ตอนแรกกะว่าจะต้อนรับพวกมันพรุ่งนี้

แต่ในเมื่อรุ่นน้องสาวเป็นคนเอ่ยปาก งั้นเอาไว้กลับมาตอนเย็นค่อยพาสองคนนั้นไปจัดมื้อใหญ่ชดเชยแล้วกัน!

อีกอย่าง เขากับพวกนั้นมันคนละเป้าหมายกัน พวกนั้นมาเที่ยว แต่เขาต้องหาเงิน จะให้มาขวางทางทำมาหากินไม่ได้เด็ดขาด!

เขาจึงพยักหน้าตกลง: "ได้ครับ พรุ่งนี้เช้าพี่ไปรับนะ เดี๋ยวเราไปซื้อน้ำกับกล่องข้าวเก็บความร้อนไว้ด้วย เราทำกับข้าวไปกินเองดีกว่า ซื้อพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูปกินครั้งสองครั้งยังพอไหว แต่กินบ่อยๆ ร่างกายจะพังเอา"

"อื้อๆ!" หลี่ซินเยว่พยักหน้ารัวๆ เห็นด้วยสุดๆ ก็แหม... เคยชิมฝีมือทำกับข้าวของรุ่นพี่ฉินเฟิงมาแล้ว จะให้กลับไปกินอาหารกล่องกากๆ เธอเองก็ไม่เอาเหมือนกันแหละ!


จบตอนที่ 16

จบบทที่ ตอนที่ 15: ซื้อเรือ / ตอนที่ 16: ลองเรือยามค่ำคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว