- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบโชคร้าย แต่ดันกลายเป็นปรมาจารย์นักหลอมโอสถซะงั้น
- ตอนที่ 44: ปล้นกลับ ฝันร้าย
ตอนที่ 44: ปล้นกลับ ฝันร้าย
ตอนที่ 44: ปล้นกลับ ฝันร้าย
"ดินแดนเร้นลับย่อมมีกฎเกณฑ์ของดินแดนเร้นลับ การสังหารพวกเจ้าไม่ทำให้เกิดมารในใจหรอกนะ!"
สิ้นเสียง กระบี่วิญญาณน้ำแข็งในมือของเยี่ยจื่อหลานก็ฟันออกไปแล้ว ไอเย็นยะเยือกอันเฉียบคม กระบี่ยังไม่ทันถึง ไอเย็นนั้นก็ชวนให้หวาดกลัวแล้ว แช่แข็งจนคนขนตาเกิดเกล็ดน้ำแข็ง
แสงกระบี่รวดเร็วยิ่งนัก ฟันลงมาจากกึ่งกลางหว่างคิ้วของคน ยิ่งมีผู้ที่เชื่องช้ากว่าเล็กน้อย ถูกปราณกระบี่ฟันขาดเป็นสองท่อน
ร่างไร้วิญญาณที่ถูกแบ่งเป็นสองท่อนนั้น กลับไม่มีเลือดอุ่นไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว เป็นเพราะเลือดถูกแช่แข็งเป็นน้ำแข็งไปพร้อมกับร่างไร้วิญญาณตั้งนานแล้ว
เยี่ยจื่อหลานโกรธเคือง หากไม่ใช่เพราะคนเหล่านี้เข้ามาสอดแทรก คงไม่ปล่อยให้ผู้ที่ชิงของล้ำค่าหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัยหรอก
ดังนั้น คนเหล่านี้สมควรตาย
เยี่ยถู่เพียงคอยคุ้มกันอยู่ด้านข้าง มองดูเยี่ยจื่อหลานรับมือกับคนทั้งแปดด้วยความเย็นชา เวลาเพียงยี่สิบกว่าอึดใจ ก็สามารถจัดการคนเกะกะเหล่านี้จนหมดสิ้น
"ยังจะลงไปอีกหรือไม่?" เยี่ยถู่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อสอบถามเยี่ยจื่อหลานที่เพิ่งจบการต่อสู้
"ลง"
ทั้งสองคนหยิบมุกกันน้ำที่ปล้นฆ่ามาได้จากดินแดนเร้นลับออกมา กำไว้ในมือ ดำลงไปในสระน้ำเย็นเยียบ เมื่อมีมุกกันน้ำอยู่ น้ำในสระรอบด้านก็แยกตัวออก ก่อตัวเป็นพื้นที่ไร้น้ำขนาดเล็ก ห่อหุ้มทั้งสองคนไว้ภายใน ทว่าไอเย็นในอากาศกลับยังคงอยู่ สองคนตระกูลเยี่ยฝ่าความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูก ค้นหาอยู่ใต้น้ำในสระนานหลายชั่วยาม นอกจากกลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้ง กลับไม่พบสิ่งใดเลย
น่ารังเกียจนัก!
ในเมื่อคนผู้นั้นสังหารสัตว์อสูรที่คอยพิทักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว ย่อมต้องได้ของล้ำค่าและหลบหนีไปอย่างแน่นอน ทว่ากลับไม่เหลือทิ้งไว้ให้นางเลยแม้แต่น้อย!
หญิงงามน้ำแข็งเยี่ยจื่อหลานมีใบหน้าราวกับน้ำแข็ง ยิ่งโกรธเคืองมากขึ้น
ส่วนอันชิงหลีที่ยั่วโมโหเยี่ยจื่อหลานนั้น ภายใต้การเคลื่อนย้ายพริบตา ก็มาถึงสถานที่เปิดกว้างแห่งหนึ่ง
สถานที่เปิดกว้างนั้น มีผู้บำเพ็ญเพียรกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งค่ายพักแรมอยู่
"ผู้ใด!"
การเคลื่อนย้ายพริบตามาถึง ความผันผวนของกระแสอากาศนั้น ยังคงกระตุ้นความระแวดระวังของคนกลุ่มนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำจากสระน้ำเย็นเยียบที่หยดลงมาจากร่างของอันชิงหลี ก็เปิดเผยตำแหน่งของนางในทันที
คนกลุ่มนี้รู้ใจกันเป็นอย่างดี ไม่ต้องรอให้หัวหน้าสั่งการ ต่างพุ่งไปยังบริเวณที่มีน้ำหยด ยกอุปกรณ์วิเศษและยันต์ขึ้นมา จัดค่ายกลล้อมอันชิงหลีเอาไว้
บนร่างของอันชิงหลียังคงแปะยันต์เร้นกายอยู่
"ในเมื่อสหายมาแล้ว เหตุใดจึงไม่ปรากฏตัวเล่า?" หัวหน้าไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของอีกฝ่าย จึงไม่ได้ลงมือในทันที
อันชิงหลีที่เตรียมพร้อมป้องกันไว้แต่แรก หยุดอยู่กับที่ กดเสียงต่ำกล่าวว่า "ไม่ได้ตั้งใจมารบกวน ขอสหายทุกท่านโปรดหลีกทางให้ด้วย"
มีเพียงคนเดียวหรือ?
ซ้ำยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิงอีกหรือ?
คนกลุ่มนี้มองหน้าหัวหน้าอย่างรู้ใจกัน เห็นเพียงในดวงตาของหัวหน้ามีจิตสังหารวาบขึ้นมา กำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย อนุญาตให้ทำการปล้นฆ่าในลำดับต่อไป ทว่าจันทร์เสี้ยวสังหารสีแดงเล่มหนึ่งกลับพุ่งมาอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังลำคอของหัวหน้า
อันชิงหลีอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว อานุภาพของจันทร์เสี้ยวสังหาร ย่อมไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับในอดีตได้
หัวหน้าของอีกฝ่ายถูกสังหารในคราวเดียว กลุ่มมังกรไร้หัว คนกลุ่มนี้พลันตื่นตระหนกในทันที รู้ว่าผู้มาเยือนรับมือได้ยาก ไปตอแยตัวปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว
ทว่าอันชิงหลีก็ไม่ได้ให้เวลาพวกเขาเปลี่ยนใจ จันทร์เสี้ยวสังหารสีแดงฉานสิบเอ็ดเล่มทะลวงออกจากร่าง พริบตาเดียวก็จัดการคนกลุ่มนี้ในขอบเขตรวบรวมลมปราณจนสะอาดเกลี้ยง ในกลุ่มคนเหล่านี้ กลับมีหลายคนที่ถือยันต์ไว้ในมือ ทว่าคมดาบพลังวิญญาณที่หมายเอาชีวิตนั้นมาเร็วเกินไป ไม่ทันได้กระตุ้นยันต์ ก็ล้มลงสิ้นใจไปแล้ว
อบเขตสร้างรากฐานเมื่อเทียบกับขอบเขตรวบรวมลมปราณ เดิมทีก็เป็นการบดขยี้ฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ประกอบกับหลายปีมานี้ นางตั้งใจฝึกฝนความเร็วและความแม่นยำในการปลดปล่อยพลังวิญญาณ การจัดการผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตรวบรวมลมปราณที่ไม่มีวิธีการเอาชีวิตรอดพิเศษเหล่านี้ ก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือเท่านั้น
อันชิงหลีเก็บแหวนมิติของคนสิบกว่าคนเหล่านี้ ร่ายวิชาเรียกไฟ ทำลายซากศพของคนกลุ่มนี้บนพื้นจนไม่เหลือร่องรอย จากนั้นจึงขับเคลื่อนรองเท้าตามเมฆจากไปไกล
นี่เป็นครั้งแรกที่นางคร่าชีวิตผู้อื่น
แม้เจ้าของร่างเดิมจะเคยสังหารคนมาแล้ว ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นเพียงเจ้าของร่างเดิม ทว่าอันชิงหลีในชาตินี้เพิ่งจะเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก จิตใจย่อมหลีกเลี่ยงความผันผวนไม่ได้
โลกบำเพ็ญเพียรโหดร้าย การฆ่าคนชิงสมบัติราวกับเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ ภายในดินแดนเร้นลับ ฆ่าแล้วย่อมเท่ากับฆ่าไป ขอเพียงทำอย่างมิดชิด จะไปสนได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นบุตรชายสุดที่รักของตระกูลใด หรือเป็นศิษย์ยอดฝีมือของสำนักใด
สถานการณ์เมื่อครู่ หากลงมือช้าไปเพียงครึ่งก้าว ก็มีเพียงความตายเท่านั้น
อันชิงหลีไม่ได้คิดว่าตนเองทำผิด เพียงแต่ชั่วคราวนี้ยังไม่คุ้นชินเท่านั้น
ยันต์เร้นกายบนร่างใกล้จะหมดฤทธิ์แล้ว อันชิงหลีเลือกสถานที่ที่ไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง แผ่สัมผัสวิญญาณตรวจสอบรอบด้านอีกครา ถึงโยนค่ายกลเร้นกายออกมาหนึ่งค่าย เข้าไปในค่ายกล จากนั้นมุดเข้าไปพักผ่อนในบ้านต้นไม้ภายในมิติวิเศษ
หลิงซีน้อยวิ่งมาหานาง เป็นฝ่ายช่วยนางจัดการแหวนมิติที่ได้มาจากการปล้นกลับ
สิ่งของภายในแหวนมิติถูกรื้อค้นออกมาทีละชิ้น มีสมุนไพรวิญญาณที่เก็บเกี่ยวมา หนังเนื้อและแก่นอสูรของสัตว์อสูรที่สังหารมาได้ ยังมีโอสถและยันต์อีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงหินวิญญาณจำนวนไม่มากนัก
ดูจากทรัพย์สมบัตินี้แล้ว สมควรเป็นสำนักระดับสามหรือตระกูลระดับสอง เป็นศิษย์ที่เข้ามาค้นหาสมบัติในดินแดนเร้นลับ
ต้องรู้ก่อนว่า อุปกรณ์ระดับสูงของอันชิงหลีเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่มู่เซิ่งใช้โอสถต่ออายุแลกมา โอสถต่ออายุมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด สิ่งของที่แลกมาย่อมมีมูลค่าน่าทึ่งตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น ยันต์เคลื่อนย้ายพริบตาระดับเจ็ดของอันชิงหลีเพียงหนึ่งแผ่น ก็เป็นของดีที่ต่อให้สำนักระดับสองหรือตระกูลระดับสองเหล่านั้นจะประคองหินวิญญาณมาก็ไม่อาจหาซื้อได้
"ชิงหลีน้อย ข้าต้องการหินวิญญาณเหล่านี้" สัตว์อสูรหลิงซีกะพริบตากลมโต
"ชิงหลีน้อย ข้าก็ต้องการหินวิญญาณเช่นกัน" จินถานน้อยก็เปิดปากด้วยความร้อนรน
อันชิงหลีใช้ปลายนิ้วแตะหน้าผาก สองตัวน้อยนี้ สนใจเพียงหินวิญญาณตามคาด "ในเมื่อต่างก็ต้องการ เช่นนั้นแบ่งกันคนละครึ่งก็แล้วกัน ห้ามแย่งชิงกัน"
สองตัวน้อยตอบรับอย่างอู้อี้ ต่างฝ่ายต่างเก็บส่วนของตนเองไป จากนั้นจินถานน้อยก็ไปหลอกล่อเอาหินวิญญาณส่วนของหลิงซีน้อยอย่างเบิกบานใจ
อันชิงหลีเก็บส่วนที่เหลือเข้าไปในแหวนมิติ เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้บำเพ็ญเพียร ทว่าใช้วิธีการของปุถุชน ล้มตัวลงนอนหลับสนิทไปหนึ่งตื่น บางทีอาจเป็นเพราะหลายเดือนติดต่อกันนี้จิตใจตึงเครียดเกินไป สภาพจิตใจเหนื่อยล้าเกินไป จำเป็นต้องพักผ่อนอย่างเร่งด่วน
การนอนหลับครั้งนี้หลับสนิทยิ่งนัก ในความฝัน ทันใดนั้นก็ปรากฏวิญญาณร้ายกลุ่มหนึ่ง ส่งเสียงร้องตะโกนใส่นางอย่างน่าเวทนาและดุร้าย
"ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ลำคอข้าเจ็บปวดเหลือเกิน เหตุใดจึงสังหารพวกเรา เหตุใดจึงจุดไฟเผาพวกเรา เจ้าไม่ใช่คน เจ้าไม่ใช่ เจ้าคือปีศาจ เจ้าคือปีศาจฆาตกร..."
วิญญาณร้ายที่ดุร้าย ทั่วทั้งร่างพลันมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมา พากันพุ่งเข้าหาอันชิงหลีอย่างบ้าคลั่ง ต้องการจะตายตกไปตามกันกับนาง
ทั่วทั้งร่างของอันชิงหลีก็ราวกับถูกไฟเผาเช่นเดียวกัน เจ็บปวดจนยากจะทนทาน
"ไม่ ข้าไม่ผิด" อันชิงหลีบนเตียงดิ้นรน พยายามเปล่งเสียงออกมา ทว่าเสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"เป็นเจ้าที่ผิด เป็นเจ้าที่ผิด เป็นเจ้าที่สังหารผู้บริสุทธิ์อย่างมั่วซั่ว" วิญญาณร้ายที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงเหล่านั้น พันรอบตัวอันชิงหลีไว้แน่น ใช้เปลวเพลิงของตนเองแผดเผาร่างกายของนาง เสียงร้องยิ่งน่าเวทนามากขึ้น "ดูสภาพอันน่าสังเวชของพวกเราสิ ดูสภาพอันน่าสังเวชของพวกเราสิ เหล่านี้ล้วนเป็นบาปกรรมที่เจ้าก่อ! ล้วนเป็นบาปกรรมที่อันชิงหลีอย่างเจ้าก่อ!"
"ไม่ ข้าไม่ผิด พวกเจ้าไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ ข้าไม่ผิด" อันชิงหลีที่ถูกเปลวเพลิงแผดเผา อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างรุนแรง น้ำเสียงค่อยเปลี่ยนเป็นหนักแน่น "ข้าไม่ผิด เป็นพวกเจ้าที่ต้องการจะสังหารข้าก่อน ข้าถึงได้ลงมือเอาชีวิตของพวกเจ้า ใช่ ข้าไม่ผิด สังหารผู้ที่สมควรตาย ข้าไม่ผิด!"
อันชิงหลีที่อยู่ในฝันร้าย ทันใดนั้นจันทร์เสี้ยวสังหารสิบกว่าเล่มก็พุ่งทะลวงออกจากร่างอีกครา กล่าวอย่างหนักแน่นว่า "ข้าไม่ผิด ต่อให้เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง ก็ยังคง สังหารไม่ละเว้น!"
ทันทีที่จันทร์เสี้ยวสังหารปรากฏออกมา วิญญาณร้ายเหล่านั้นก็สลายหายไปในทันที อันชิงหลีก็ตื่นจากฝันร้ายในทันทีเช่นเดียวกัน บนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
"ชิงหลีน้อย เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?" จินถานน้อยและหลิงซีน้อยที่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของจิตวิญญาณ เฝ้าอยู่ข้างเตียงของอันชิงหลีตั้งนานแล้ว "เมื่อครู่พวกเราพยายามปลุกเจ้า พยายามอยู่นานมาก ในที่สุดก็ปลุกเจ้าจนตื่นได้"
อันชิงหลีลูบแก้มที่บวมแดง พอจะรู้วิธีการที่พวกมันใช้ปลุกนาง
จินถานน้อยหัวเราะเสียงต่ำด้วยความรู้สึกผิด "ช่วงเวลาไม่ปกติ ย่อมต้องใช้วิธีการที่ไม่ปกติ ข้าเป็นคนออกความคิด ส่วนหน้าของเจ้า หลิงซีน้อยเป็นคนใช้เท้าเตะ"
สัตว์อสูรหลิงซีกะพริบตากลมโต "ชิงหลีน้อย ข้าก็เป็นห่วงมากเกินไป ดังนั้นจึงเตะแรงไปหน่อย"
อันชิงหลีร่ายวิชาควบแน่นน้ำ ควบแน่นเป็นกระจกน้ำบานหนึ่ง มองดูตนเองในกระจกที่แก้มบวมเป่ง กล่าวด้วยความจนใจว่า "ไม่โทษพวกเจ้าหรอก เมื่อครู่อันตรายจริง เกือบจะถูกทำให้ใจแห่งมรรควิถีปั่นป่วนเสียแล้ว"
หลิงซีน้อยรีบซักไซ้ "เช่นนั้นเมื่อครู่เกิดเรื่องอันใดขึ้น?"
"เมื่อครู่ข้าถูกฝันร้ายครอบงำ" อันชิงหลีสลายกระจกน้ำ ทายาไปพลาง ไตร่ตรองพลางกล่าวว่า "บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ามารในใจ การได้เผชิญหน้าล่วงหน้าสักครา ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ทว่าแปลกประหลาดยิ่งนัก ก่อนเข้านอน ข้าก็ปล่อยวางเรื่องการฆ่าคนไปแล้วอย่างชัดเจน เหตุใดจึงยังฝันร้ายได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้?"
จินถานน้อยสั่นใบไม้สีเขียวที่เปล่งประกายสีทองบนร่าง ในน้ำเสียงคล้ายจะแฝงไปด้วยความยินดีอยู่หลายส่วน "หรือว่า ที่นี่จะมีสิ่งสกปรกอยู่?"