- หน้าแรก
- เกมมรณะสองพิภพ
- ตอนที่ 21 ภัยโจรฤดูหนาว
ตอนที่ 21 ภัยโจรฤดูหนาว
ตอนที่ 21 ภัยโจรฤดูหนาว
ตอนที่ 21 ภัยโจรฤดูหนาว
หวังชวนรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง
การตีหัวลูกศรเหล็กกล้าชั้นดีถูกสั่งระงับ
นั่นไม่เพียงแต่หมายความว่ารายได้อันงดงามของเขาต้องหยุดชะงักลงเท่านั้น แต่ยังทำให้ค่าประสบการณ์ในทักษะการตีเหล็กกล้าชั้นดีต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่อีกด้วย
เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องกลับไปใช้ชีวิตขุดเหมืองตามเดิม
ทว่าหลังจากเคยชินกับช่วงเวลาที่ทำเงินได้สูงสุดวันละสองถึงสามตำลึงเงิน หรือตีเป็นเงินเจ็ดถึงแปดพันหยวนแล้ว การต้องกลับมาหาเงินได้เพียงวันละร้อยกว่าหยวนในทันที ย่อมทำให้รู้สึกยอมรับได้ยากอยู่บ้าง
ยังดีที่เรื่องนี้ทำให้เขามีเวลาสำหรับย้ายจากห้องเช่าไปยังบริษัท ซึ่งทางบริษัทได้จัดห้องพักสไตล์ดูเพล็กซ์ขนาดเกือบสองร้อยตารางเมตรไว้ให้ พร้อมด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีอาหารบริการครบสามมื้อโดยสามารถสั่งได้ตามใจชอบ และจะมีหุ่นยนต์ของบริษัทนำมาส่งให้ถึงหน้าห้องแบบตัวต่อตัว
ในยามว่าง เขายังสามารถลงไปยังชั้นฟิตเนสของบริษัทเพื่อยกน้ำหนัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
ในระหว่างที่ยกน้ำหนักอยู่นั้น เขาพบว่าพละกำลังของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
การดึงข้อเขาสามารถทำติดต่อกันห้าร้อยครั้งได้อย่างสบายๆ โดยที่จังหวะและความเร็วล้วนพัฒนาขึ้น
เขาเริ่มสงสัยว่าตนเองได้รับค่าสถานะพละกำลังและความว่องไวเพิ่มขึ้นมาจริงๆ
จากนั้นเขาจึงทดลองทดสอบการยกบาร์เบลท่านอน
แผ่นเหล็กสำหรับยกท่านี้เพิ่มขึ้นจากสองร้อยยี่สิบกิโลกรัม เป็นสองร้อยสี่สิบกิโลกรัม
เมื่อเห็นว่าค่าสถานะในเกมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลสะท้อนมายังสมรรถภาพทางกายในโลกแห่งความเป็นจริงโดยตรง ความปรารถนาอันแรงกล้าในใจของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น นั่นคือการรีบยกระดับทักษะการตีเหล็กกล้าชั้นดีให้ก้าวไปสู่ขอบเขตขั้นต่อไปโดยเร็วที่สุด
แม้จะไม่ทราบว่าเกมนี้ทำได้อย่างไร แต่จะมีใครบ้างที่ไม่อยากแข็งแกร่งขึ้น?
หลังจากใช้เวลาเดินไปกลับระหว่างเหมืองแร่และร้านตีเหล็กอยู่เป็นเวลาสิบวัน เงินที่เขานำส่งล่าสุดก็ลดฮวบลงเหลือเพียงสองตำลึงเงิน ในที่สุดเขาก็ทนต่อไปไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเข้าไปสอบถามอาจารย์ว่า จะสามารถตีหัวลูกศรเหล็กกล้าชั้นดีต่อเพื่อพัฒนาทักษะการตีเหล็กได้หรือไม่
ช่างตีเหล็กซุนทราบดีว่าเขาใจร้อน จึงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
"ความจริงแล้ว หากสามารถนำลูกศรเจาะเกราะชุดนี้ไปขายเปลี่ยนเป็นเงินได้ ร้านตีเหล็กของพวกเราก็จะมีเงินทุนกลับมาหมุนเวียนอีกครั้ง และสามารถช่วยเจ้าพัฒนาทักษะการตีเหล็กต่อไปได้"
"แต่ว่า..."
"ร้านตีเหล็กของพวกเราไม่มีเงินเหลืออยู่แล้วจริงๆ"
"ลูกศรเจาะเกราะขายกันในราคาเท่าไรหรือครับ?" หวังชวนเอ่ยถาม
ทว่าช่างตีเหล็กซุนกลับลดเสียงต่ำลงและดุฮึ่มกระซิบว่า
"เจ้าคิดจะขายมันจริงๆ รึ?"
(เดี๋ยวแปลเป็นแบบโบราณไปก่อนนะครับผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในเกมมันเป็นยุคโบราณแค่ไหน)
"ราชสำนักสั่งห้ามมิให้ซื้อขายเหล็กโดยพลการ! หากถูกจับได้มีโทษถึงขั้นตัดหัว! โดยเฉพาะอาวุธชนิดนี้เป็นสิ่งที่มีความอ่อนไหวมาก! หากมีผู้ใดล่วงรู้เข้า จะนำพาความเดือดร้อนครั้งใหญ่มาให้"
"..."
หวังชวนฟังแล้วรู้สึกใจหายวาบ
มันก็จริงอย่างที่ว่า!
ในยุคโบราณ เครื่องเหล็กถือเป็นสิ่งของสำรองทางยุทธศาสตร์
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลูกศรเจาะเกราะเลย
ช่างตีเหล็กธรรมดาในหมู่บ้านริอ่านขายลูกศรเจาะเกราะ คิดจะก่อกบฏหรืออย่างไร?
การนำไปขายย่อมเป็นไปไม่ได้และอันตรายเกินไป
หวังชวนสมองหมุนเร็วปรื๋อ จึงเอ่ยถามต่อไปว่า
"แล้วถ้าพวกนายพรานพกลูกศรเจาะเกราะ จะไม่มีปัญหาหรือครับ?"
"หมู่บ้านในเขตภูเขามักถูกสัตว์ร้ายรบกวนอยู่บ่อยครั้ง หากมีลูกศรเจาะเกราะจำนวนเล็กน้อยไว้สำหรับล่าสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ ทางที่ว่าการอำเภอมักจะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง และไม่เอาความอันใด"
ช่างตีเหล็กซุนตอบ "แต่จำนวนต้องไม่เกินหนึ่งกระบอกลูกศร! อีกอย่าง... ห้ามนำลูกศรเจาะเกราะเข้าไปใกล้ตัวเมืองอำเภอเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากถูกพบเข้า อย่างเบาก็จะถูกปรับเงิน อย่างหนักก็ต้องติดคุก"
"..."
ใบหน้าของหวังชวนเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
หนทางสู่ความร่ำรวยที่อุตส่าห์หามาได้อย่างยากลำบาก กลับถูกปิดตายลงอย่างสิ้นเชิงในเวลานี้
หยิบลูกศรเจาะเกราะขึ้นมาหนึ่งดอก
ลูกศรเจาะเกราะ: (ระดับสีขาว) พลังโจมตี +5, พลังเจาะเกราะ +1
ของดีขนาดนี้ กลับต้องถูกวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับอยู่ในร้านตีเหล็ก
ด้วยความเบื่อหน่าย หวังชวนจึงสอบถามคำถามเกี่ยวกับลูกศรเจาะเกราะอีกหลายเรื่อง
ยกตัวอย่างเช่น สิ่งนี้มีมูลค่าเท่าใด
ช่างตีเหล็กซุนก็บอกเล่าให้ฟังทุกเรื่องโดยไม่ปิดบัง
ของสิ่งใดที่มีน้อยย่อมมีราคาแพง ราคาของลูกศรเจาะเกราะจึงมีความผันผวนเป็นอย่างมาก
ในยามปกติ หากเป็นร้านตีเหล็กของที่ว่าการอำเภอตีขึ้นมา อาจมีราคาเพียงสามตำลึงเงินต่อหนึ่งมัด ซึ่งมีจำนวนยี่สิบดอก เมื่อคำนวณดูแล้วจะตกอยู่ที่ดอกละหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองแดง
ทว่าในยามฉุกเฉินที่มีความต้องการมากกว่าสินค้า ราคาของสิ่งนี้ก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถขายได้ในราคาเป็นสองเท่าหรือสามเท่าเลยทีเดียว
ในช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ มีหมูป่าเข้ามาสร้างความรบกวนในระหว่างการเก็บเกี่ยว
หัวหน้าหมู่บ้านจึงยอมรับซื้อจากร้านตีเหล็กในราคาสูง โดยลูกศรเจาะเกราะหนึ่งมัดมีราคาพุ่งสูงถึงสี่ตำลึงเงิน เมื่อหักค่าวัสดุของหัวลูกศร ก้านลูกศร และค่าแรงออกไปแล้ว ความจริงแล้วช่างตีเหล็กซุนก็ทำเงินได้ไม่น้อยเลย
น่าเสียดายที่...
ในช่วงไม่กี่วันต่อมาได้มีการตุนสินค้าไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้เงินทุนทั้งหมดจมอยู่กับของเหล่านั้น
หวังชวนเข้าใจสถานการณ์ในทันที
ร้านตีเหล็กมีรายรับรวมทั้งหมดแปดสิบกว่าตำลึงเงิน โดยมีต้นทุนที่จ่ายไปสามสิบกว่าตำลึงเงิน
หากไม่มีการตุนสินค้า อาจารย์ย่อมได้กำไรสุทธิห้าสิบกว่าตำลึงเงิน
แต่เพียงแค่ค่าแรงก็ต้องจ่ายออกไปเกือบสามสิบตำลึงเงินแล้ว เมื่อรวมกับค่าวัสดุ ทั้งแร่เหล็ก ก้านลูกศรที่ซื้อหามาในยามปกติ ตลอดจนค่ากินค่าอยู่ของตนเอง แล้วจะยังเหลือสิ่งใดอีก?
"จริงด้วยครับอาจารย์ แล้วนายพรานในหมู่บ้านอื่นแถวนี้ จะมีความต้องการลูกศรเจาะเกราะบ้างไหมครับ?"
หวังชวนคิดแผนการขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถาม
ช่างตีเหล็กซุนโบกมือพลางกล่าวว่า
"ให้คนไปสอบถามมาแล้ว หมู่บ้านอื่นไม่ได้มีปัญหาหมูป่ารบกวนรุนแรงเหมือนหมู่บ้านของพวกเรา ดังนั้นลูกศรเจาะเกราะชุดนี้คงต้องวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับไปอีกสักระยะ รอให้เข้าสู่ฤดูหนาว คอยดูว่าจะมีสัตว์ร้ายบนภูเขาลงมาหาอาหารข้างล่างหรือไม่ ถึงเวลานั้นอาจจะพอขายออกไปได้บ้างเพื่อนำเงินมาหมุนเวียน"
การเข้าสู่ฤดูหนาว...
ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือนกว่า
หวังชวนไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
ช่างตีเหล็กซุนมองเห็นสิ่งที่อยู่ในใจของเขาอย่างชัดเจน จึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาว่า "เมื่อถึงฤดูหนาว ทุกคนในหมู่บ้านจะต้องเตรียมพร้อมเป็นทหารกันหมด ข้าจำได้ว่าเจ้ายังไม่เป็นทั้งวิชาธนูและวิชาทวนเลยใช่ไหม"
"เอ๋?"
หวังชวนชะงักไป
ช่างตีเหล็กซุนเริ่มมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมา
"ในเมื่อตอนนี้เจ้ากำลังว่างอยู่ การใช้เวลานี้ฝึกฝนวิชาทวนยาวและวิชาธนูก็ย่อมส่งผลดีต่อตัวเจ้าเอง"
"เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว สถานการณ์ของหมู่บ้านจะอันตรายมากเลยหรือครับ?"
"ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว"
ใบหน้าของช่างตีเหล็กซุนปรากฏแววกังวลและเคร่งเครียดขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและกล่าวว่า
"ในปีก่อนๆ เมื่อสัตว์ร้ายบนภูเขาลงมาแล้วหาอาหารกินไม่ได้ พวกมันก็จะเข้าจู่โจมหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อขโมยไก่เป็ดและสัตว์เลี้ยง บางตัวถึงขั้นจับคนกินโดยตรง! สุนัขจิ้งจอก หมาป่า เสือ เสือดาว และหมีควาย พวกมันมีความต้องการอาหารในปริมาณที่มาก เมื่อหิวโซในฤดูหนาว พวกมันก็ย่อมกล้าทำทุกสิ่งทุกอย่าง"
"นอกจากสัตว์ร้ายแล้ว ยังมีภัยที่เกิดจากมนุษย์อีกด้วย"
"เมื่อพวกผู้อพยพรวมตัวกันจนกลายเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ก็จะกลายสภาพเป็นโจร!"
"พวกโจรในป่าเขาพากันออกมา หากมีผู้ปลุกระดมเพียงคนเดียวก็จะมีผู้เข้าร่วมเป็นร้อย ถึงเวลานั้นหมู่บ้านใดดวงซวยเจอะเจอเข้า ก็ย่อมต้องพบกับความหายนะ" ช่างตีเหล็กซุนกล่าวถึงตรงนี้ก็เผยสีหน้าโกรธแค้นออกมา "เมื่อปีกลาย มีโจรกลุ่มหนึ่งเข้าโจมตีหมู่บ้านหินดำของพวกเรา หมู่บ้านของพวกเราพยายามต่อสู้ขัดขวางอย่างสุดชีวิตจนสามารถขับไล่พวกมันไปได้ แต่ก็ต้องสูญเสียผู้คนไปไม่น้อยเช่นกัน"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาได้ทอดสายตามองเข้าไปในหมู่บ้านพลางกล่าวว่า "บ้านร้างเหล่านั้นในหมู่บ้าน ก็มีที่มาเช่นนี้เอง"
"..."
หวังชวนฟังแล้วรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ
ลำพังแค่สัตว์ร้ายลงมาจากภูเขาก็แย่พอแล้ว นึกไม่ถึงว่าด้านนอกจะยังมีภัยจากกลุ่มโจรอีกด้วย
เขาอดไม่ได้ที่จะโพล่งถามออกมาว่า
"แล้วทางราชสำนักไม่เข้ามาดูแลเลยหรือครับ?"
"ที่ว่าการอำเภอจะมีคนสักกี่คนกัน? ยามที่ภัยโจรมีจำนวนมาก พวกมันถึงขั้นกล้าบุกโจมตีตัวเมืองอำเภอด้วยซ้ำ! พวกคนรวยในเมืองอำเภอ มีหรือที่จะยอมส่งคนของตัวเองออกมาช่วยพวกชาวบ้านยากจนที่อยู่นอกเมือง?"
ช่างตีเหล็กซุนทอดถอนใจ
"ดังนั้นโดยปกติเมื่อถึงฤดูหนาว ทุกคนจึงจะไม่เดินทางออกไปข้างนอก ชายฉกรรจ์ทุกคนจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝน เพื่อฝึกวิชาทวนร่วมกันทั้งหมู่บ้านสำหรับเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาจึงตั้งใจหันมากล่าวกับหวังชวนว่า
"ปีนี้ฤดูหนาวยังมาไม่ถึง แต่คงอีกไม่นานนัก หัวหน้าหมู่บ้านก็น่าจะประกาศสั่งระงับภารกิจขุดเหมืองภายนอก เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับฤดูหนาว! ในเมื่อหวังชวนเจ้าไม่มีงานอันใด ข้าจะช่วยหาอาจารย์ให้เจ้าสักคน เพื่อถ่ายทอดวิชาธนูและวิชาทวนให้แก่เจ้า ยามที่เกิดเรื่องราวขึ้นมาจริงๆ จะได้มีการเตรียมพร้อมรับมือได้"
"ตกลงครับ!"
หวังชวนเอ่ยปากรับคำในทันที
ในเมื่อการอาศัยอยู่ในหมู่บ้านก็เริ่มมีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นมาแล้ว การจะหาเงินได้มากน้อยเพียงใดจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุด ณ ปัจจุบันคือการเรียนรู้วิชาความรู้สำหรับปกป้องชีวิตและรับมือกับศัตรู