เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังแห่งตัวอำเภอ

ตอนที่ 14 หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังแห่งตัวอำเภอ

ตอนที่ 14 หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังแห่งตัวอำเภอ


ตอนที่ 14 หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังแห่งตัวอำเภอ

วันต่อมา

วั่งชวนยั้งมือไว้เล็กน้อย ไม่ได้ลงแรงขุดแร่แบบเอาเป็นเอาตายเหมือนเดิม ในวันนั้นขุดแร่มาได้หนึ่งพันสองร้อยชั่ง

แต่ในระหว่างนั้นมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น

จอบขุดแร่ของเฮยผีหักสะบั้นลง

ด้ามจับหักออกจากตรงจุดเชื่อมต่อ ถือว่าพังเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว

โชคดีที่เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ขบวนรถรับมอบแร่รับหินแร่ไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ในวันนั้นเท่าไหร่นัก

พวกหลินต้าไห่พากันเอ่ยปากแซวว่า

"เฮยผี คุณนี่มันงกเข้าข่ายกระดูกจริงๆ เลยนะ"

"ค่าความทนทานของจอบขุดแร่ลดลงเหลือแค่ 5 แต้มแล้ว คุณยังไม่ยอมเปลี่ยนอันใหม่อีก เอาไปซ่อมแซมสักหน่อยจะเสียเงินสักกี่เหรียญทองแดงกันเชียว?"

"นั่นสิครับ"

ผู้เฒ่าหลี่พูดว่า

"ตอนบ่ายยังสามารถขุดแร่ได้อีกสองชั่วโมง หาเงินได้ตั้งยี่สิบเหรียญทองแดง ส่วนค่าซ่อมแซมความทนทานของจอบขุดแร่ก็เสียเงินแค่สิบเหรียญทองแดงเท่านั้น หักลบกันแล้ว เงินโบนัสในเดือนนี้ของคุณหายไปตั้งสามสิบบาทเลยนะ"

"เหอะ"

เฮยผีนอนแผ่อยู่ตรงทางเข้าเหมืองแร่อย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจเลยสักนิด "ผมไม่เหมือนกับพวกคุณที่เป็นเหมือนวัวควายหรอกนะ เหน็ดเหนื่อยกับการขุดแร่ตั้งสองชั่วโมง แถมยังต้องแบกของหนักเดินข้ามเขาตั้งชั่วโมงกว่าๆ เพื่อเงินแค่สามสิบบาทนั่น... ผมจะไปยอมเอาชีวิตเข้าแลกทำไมกันล่ะ? นอนพักผ่อนให้สบาย นอนตากลมเย็นๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?"

"..."

ทุกคนพากันหมดคำพูดจะโต้เแย้ง

การทำงานหนักปานใช้แรงงานทาสตั้งสามชั่วโมงกว่าๆ เพื่อแลกกับเงินสามสิบบาท มันรู้สึกขาดทุนอยู่บ้างจริงๆ นั่นแหละ

"ช่างเถอะ คุยกับพวกกลุ่มคนที่ไม่เข้าใจสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตอย่างพวกคุณไปก็คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ผมขอกลับหมู่บ้านไปล็อกเอาต์ออกจากระบบก่อนดีกว่า จะได้รีบกลับไปอยู่กับแฟนสาวเร็วหน่อย"

วั่งชวนส่ายหัวหัวเราะออกมา

เคยได้ยินเฮยผีพูดตั้งนานแล้วว่าเขาหาแฟนสาวได้คนหนึ่ง วันๆ พอเคลียร์ภารกิจเสร็จก็รีบล็อกเอาต์ออกจากระบบมุ่งตรงไปยังรังรักทันที ดูท่าความสัมพันธ์จะคืบหน้าไปด้วยดีเลยทีเดียว

ทว่าหลินต้าไห่กลับพูดเสียงเข้มตวาดลั่นว่า

"เฮยผี!"

"กฎระเบียบของบริษัท ลืมไปแล้วหรือไง?"

"จริงด้วยครับเฮยผี"

...

"พวกเราทุกคนต่างก็อยู่ในสตูดิโอเดียวกัน เวลาออกจากหมู่บ้านหรือกลับเข้าหมู่บ้าน ต้องเคลื่อนไหวพร้อมกัน นี่คือกฎระเบียบนะ! เคลื่อนไหวคนเดียว เกิดสมมติต้องเจอเรื่องราวอะไรขึ้นมา งานนี้คงได้ปลิวแน่!" เว่ยเจ๋อก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาเหมือนกัน

"จะไปเกิดเรื่องอะไรได้ล่ะครับ... พวกคุณนี่ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่กันจริง ๆ"

ปากของเฮยผีจะพูดไปแบบนั้น แต่ท่าทางกลับหยุดชะงักลง

เขา เองก็ไม่กล้าฝ่าฝืนกฎท่ามกลางความไม่พอใจของทุกคนเหมือนกัน

พูดให้ถูกต้องก็คือ ตัวเขาเองก็ให้ความสำคัญกับงานนี้มากเหมือนกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินทองแดงที่ทุกคนสะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ล้วนเก็บอยู่กับตัวทั้งหมด ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมา จะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน

สุดท้ายเฮยผีก็ไม่ได้หนีไปไหน

วั่งชวนถือโอกาสนี้เอ่ยปากสอบถามทุกคนเรื่องสถานการณ์เงินเดือนและเงินโบนัสของเดือนที่ผ่านมา

ได้ยินกลุ่มคนพูดกันว่า วันนี้ที่กลับหมู่บ้านก็คือวันส่งมอบรายได้ จะมีคนทีทางบริษัทจัดหามาเดินทางมารวบรวมเงินทองแดงไปพร้อมๆ กัน เขาอดไม่ได้ที่จะเกิดความตื่นเต้น จึงถือโอกาสสอบถามเรื่องสถานการณ์รายได้ของทุกคนดูสักหน่อย

หลินต้าไห่ยิ้มแล้วพูดว่า

"เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันครับ"

"จำนวนเงินที่พวกเราส่งมอบในแต่ละเดือนล้วนไม่เท่ากัน ทุกคนต่างก็ส่งมอบให้แก่คนที่เดินทางมาจากตัวอำเภอแยกกันไป นอกจากเงินเดือนประจำหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว ทุกคนจะได้เงินโบนัสเท่าไหร่กันบ้าง เรื่องนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจเลยจริงๆ"

"ขนาดเฮยผียังมีเงินไปอยู่กับแฟนสาวได้ เงินโบนัสย่อมต้องไม่น้อยแน่นอน คาดเดาว่าน่าจะถึงสองหมื่นหยวนได้เลยล่ะ" ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยปากแซว โดยที่ไม่ได้มีเจตนาจะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลของตัวเองออกมาเหมือนกัน

สุดท้ายเป็นหลินต้าไห่ที่เอ่ยปากอธิบายว่า

"จริงๆ แล้วพวกเราในแต่ละวันขอแค่ส่งมอบเงิน 150 เหรียญทองแดง เคลียร์ภารกิจให้สำเร็จ เงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนในเดือนนั้นก็จะไม่ขาดหายไปไหนแล้ว ส่วนเหรียญทองแดงส่วนเกินที่คุณส่งมอบเพิ่มเข้ามา จะถูกคำนวณเป็นเงินโบนัสของคุณตามอัตราส่วนหนึ่งต่อสาม"

"แบบนี้นี่เอง"

วั่งชวนเข้าใจในทันที

เขาลองคำนวณในใจดูอย่างเงียบๆ

ในแต่ละวันแค่พึ่งพาการขุดแร่ ตัวเขาก็สามารถมีรายได้ถึง 225 เหรียญทองแดง ในแต่ละวันสามารถประหยัดเงินไว้ได้ถึงอย่างน้อย 75 เหรียญทองแดง คูณด้วย 3 ก็คือเงินโบนัส 225 บาท ครบหนึ่งเดือนก็มีเงินโบนัสการันตีขั้นต่ำถึง 6750 บาทแล้ว

นี่นี่ยังไม่ได้คำนวณรวมเข้ากับค่าตอบแทนที่ได้รับจากการทำภารกิจในโรงตีเหล็กเลยนะเนี่ย

ไม่เลวเลยทีเดียว!

ถ้าหากในแต่ละวันสามารถตีแท่งเหล็กกล้าร้อยชิ้นได้สามชิ้น อย่างน้อยก็สามารถคว้าเงินได้ถึง 60 เหรียญทองแดง คิดเป็นเงินหนึ่งร้อยแปดสิบบาท

สามารถทำรายได้ถึงเดือนละสองหมื่นหยวนได้อย่างมั่นคงแน่นอน

พอคิดดูว่าเงินติดตัวของตัวเองไม่เคยมีจำนวนเกินสี่หลักมาก่อน พอถึงสิ้นเดือนกลับมีเงินเข้าบัญชีถึงสองหมื่นหยวน อารมณ์ก็เปลี่ยนเป็นแจ่มใสขึ้นมาทันที เสียงดังเคร้งคร้างที่น่ารำคาญในยามปกติ กลับฟังดูคล้ายกับเสียงเหรียญทองแดงที่แสนไพเราะจับใจ

เมื่อใกล้ถึงเวลาสี่โมงเย็น ทุกคนก็เสร็จสิ้นกระบวนการทำงาน พากันแบกตะกร้าสะพายหลังน้ำหนักร้อยชั่งมุ่งหน้าเดินออกไปด้านนอก

กลุ่มคนงานเหมืองแร่จำนวนสี่สิบกว่าชีวิตเดินเรียงรายกันออกมา ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ มีผู้อพยพหน้าใหม่ทยอยเพิ่มเข้ามาอีกสองสามคนแล้ว

กลุ่มกองกำลังยิ่งมายิ่งมีขนาดใหญ่โตมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากกลับมาถึงหมู่บ้านเฮยสือ จากระยะไกลก็สามารถมองเห็นชายฉกรรจ์สองสามคนกำลังสวมเสื้อผ้าและกางเกงที่ทำจากหนังสัตว์ขาสั้น ตรงบริเวณเอวมีดาบและกระบี่เหน็บอยู่ กลิ่นอายรอบตัวดูไม่ธรรมดา กำลังยืนรอกระสับกระส่ายอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน

พวกหลินต้าไห่ เฉินเฟิง และเฮยถาน ต่างพากันแยกย้ายนำทีมของตัวเองเดินตรงไปหาชายฉกรรจ์คนหนึ่งในบรรดาคนพวกนั้น

เห็นได้ชัดเจนมาก คนพวกนี้ล้วนมาจากสตูดิโอเกมที่แตกต่างกัน พากันเดินทางมาที่หมู่บ้านเพื่อรวบรวมบัญชีรายได้พร้อมๆ กัน

วั่งชวนย่อมต้องเดินตามกลุ่มของหลินต้าไห่ไปหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหัวโล้นที่มีคิ้วหนาและดวงตาโตคนหนึ่ง บนใบหน้าของอีกฝ่ายยังมีรอยแผลเป็นจากของมีคมฝังลึกอยู่รอยหนึ่ง บาดแผลยังไม่ได้ตกสะเก็ดดีเลยด้วยซ้ำ

"สวัสดีครับหัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวัง"

หลินต้าไห่เดินเข้าไปหาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังแล้วพูดว่า "เป็นยังไงบ้างครับ? ระหว่างทางเกิดเรื่องไม่สงบขึ้นเหรอครับ?"

อีกฝ่ายส่งเสียงหึออกมาจากรูจมูกด้วยท่าทางที่ค่อนข้างโอหังอวดดี แล้วพูดว่า

"เจอพวกโจรผู้ร้ายที่เป็นผู้อพยพสองสามคน จัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ"

ในใจของวั่งชวนสั่นสะท้านขึ้นมาทันที

โลกภายนอกมีความอันตรายอยู่จริงๆ ด้วย

หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังคนนี้มองดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะไปล่วงเกินได้ง่ายๆ พวกผู้อพยพเหล่านั้นถึงขั้นกล้ามาหาเรื่องกับกลุ่มคนที่มีอาวุธครบมือขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นี่ถ้าหากมาเจอกับกลุ่มคนงานเหมืองแร่อย่างพวกเราเข้า...

เขาไม่กล้าคิดลึกซึ้งไปมากกว่านี้ ทำได้เพียงคอยเตือนตัวเองอยู่เงียบๆ ว่า เวลาอยู่ข้างนอกต้องคอยระมัดระวังตัวให้มากขึ้น และต้องมีความตื่นตัวให้มากกว่าเดิมถึงจะถูก

จะปล่อยให้งานเงินเดือนและเงินโบนัสรวมสองหมื่นหยวนนี้ต้องหลุดลอยไปไม่ได้เด็ดขาด

ในตอนนี้ ทุกคนต่างพากันหยิบถุงเงินของตัวเองออกมา เริ่มส่งมอบผลประโยชน์จากการขุดแร่ประจำสัปดาห์

กลุ่มของหลินต้าไห่รวมจำนวนหกชีวิต ทยอยส่งมอบเงินที่หามาได้ตามลำดับ

หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ทำหน้าที่จดบันทึกรายละเอียด

วั่งชวนเป็นเด็กใหม่ รายชื่อจึงถูกแยกออกมาต่างหากเป็นรายชื่อเดี่ยว

ผลปรากฏว่าเงินทองแดงที่วั่งชวนหยิบออกมากลับมีจำนวนมากที่สุด

เหรียญเงินขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว แทบจะมากกว่าถึงหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว

วั่งชวนเก็บเหรียญเงินขนาดใหญ่ไว้ให้ตัวเองเพียงแค่แปดเหรียญเท่านั้นเพื่อเอาไว้ซื้อขนมเปี๊ยะย่างและเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ส่วนเหรียญทองแดงที่เหลือทั้งหมดส่งมอบให้ทางบริษัทจนหมดเกลี้ยง

หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังรู้สึกเหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก ปรายสายตามองเขาเพิ่มอีกแวบหนึ่ง จากนั้นก็จดบันทึกชื่อของเขาลงไป พร้อมกับลงท้ายด้วยตัวเลขจำนวนเงินด้านหลัง

...

"เรียบร้อยแล้ว"

"เงินของพวกคุณ ได้รับครบถ้วนแล้วล่ะ"

"ฉันเองก็ควรต้องไปแล้วเหมือนกัน"

"ฉันจำเป็นต้องเดินทางกลับถึงตัวอำเภอก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดิน"

หลังจากหัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังพูดจบ ก็จัดการผูกมัดกล่องไม้ที่บรรจุเหรียญทองแดงจำนวนมหาศาลเอาไว้แน่นหนาแล้วแบกขึ้นหลัง จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินจากหมู่บ้านเฮยสือไปพร้อมๆ กับคนมารวบรวมบัญชีรายได้คนอื่นๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน

คนสองสามคนไม่ได้แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าหมู่บ้านเลยด้วยซ้ำ ก็เดินจากไปแล้ว

วั่งชวนรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

"ท้องฟ้ากำลังจะมืดแล้ว พวกเขาออกจากหมู่บ้านในเวลาแบบนี้ จะไม่เกิดอันตรายเกินไปเหรอครับ?"

"วางใจเถอะครับ"

ปากของเฮยผีไวมาก รีบพูดขึ้นมาทันที

"พวกคุณเหล่านั้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นที่ทำอาชีพคุ้มภัย มีวิชาความรู้ติดตัวอยู่กับตัว ขอแค่ฝีเท้าเร็วกว่าปกติหน่อย ก็น่าจะสามารถเดินทางกลับถึงตัวอำเภอก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิทได้แล้วล่ะครับ"

"อืม"

หลินต้าไห่เองก็พยักหน้ารับเหมือนกัน

"พวกเขาไม่เหมือนกับพวกเราหรอกครับ พวกเขาทำอาชีพคุ้มภัยโดยเฉพาะ ตรงไหนมีความอันตราย ตรงไหนสามารถสัญจรได้ ย่อมรู้เรื่องราวดีเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตก็ล้วนส่งมอบผลประโยชน์กันในช่วงเวลานี้มาตลอด ไม่เคยเกิดปัญหาอะไรขึ้นเลยสักครั้งครับ"

"โอเคครับ"

วั่งชวนจดจำคำว่า 'วิชาความรู้' เอาไว้ในใจ

อืม

แบบนี้ค่อยดูเหมือนโลกของเกมหน่อยละ

ทุกคนเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อส่งมอบหินแร่เหล็ก จากนั้นก็ล็อกเอาต์ออกจากระบบไป

วั่งชวนซื้อขนมเปี๊ยะย่างมาสี่ชิ้น เดินทางไปที่โรงตีเหล็กเพียงลำพัง เพื่อขับเคลื่อนความคืบหน้าของภารกิจ 'ตีเหล็กกล้าร้อยชิ้น' ต่อไป

เมื่อวานนี้ค่าประสบการณ์ของวิชาตีเหล็กกล้าร้อยชิ้นเพิ่มขึ้นมา 3 แต้ม ช่วงเวลาสิบเอ็ดโมงก็เคลียร์ภารกิจเสร็จสิ้นแล้วล็อกเอาต์ออกจากระบบไป ในวันนี้ เขาอยากจะลองท้าทายตัวเองดูสักหน่อย

จบบทที่ ตอนที่ 14 หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังแห่งตัวอำเภอ

คัดลอกลิงก์แล้ว