- หน้าแรก
- วันพีซ ผมก็แค่นักผจญภัย
- บทที่ 22 ชีวิตประจำวันบนท้องทะเล
บทที่ 22 ชีวิตประจำวันบนท้องทะเล
บทที่ 22 ชีวิตประจำวันบนท้องทะเล
บทที่ 22 ชีวิตประจำวันบนท้องทะเล
"ทรายอันขมขื่น ความรู้สึกที่มันบาดใบหน้าของฉัน..." เช้าตรู่ หลินอี้ยืนอยู่ตรงหัวเรือและร้องเพลงเสียงดังลั่น ถึงขั้นวาดลวดลายไม้บุ้ยใบ้เมื่อถึงท่อนฮุค
ต้าพ่านที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ใกล้ๆ มองลูกพี่ด้วยสายตาราวกับคนบ้า ไม่เข้าใจว่าลูกพี่กำลังทำอะไรแต่เช้าตรู่
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของต้าพ่าน หลินอี้ก็ถลึงตาใส่และถามว่า "มีอะไร ต้าพ่าน? ลูกพี่ร้องเพลงไม่เพราะเหรอ?"
"ลูกพี่ อยากฟังความจริงไหมล่ะ?"
"ไม่ต้อง ฉันรู้ว่ามันเพราะอยู่แล้ว" เมื่อเห็นว่าต้าพ่านคงไม่พูดอะไรดีๆ หลินอี้ก็ปฏิเสธการประเมินของมันอย่างเด็ดขาด
ทว่าฟิโอน่าที่ทนรำคาญหูจากเสียงร้องของหลินอี้ไม่ไหว ก็กระโดดลงมาจากห้องฝึกซ้อมชั้นสอง
"เสียงห่วยแตกมาก" ฟิโอน่ากล่าวอย่างเย็นชา
"เอ่อ... งั้นก็ต้องเป็นปัญหาที่หูของเธอแล้วล่ะ" หลินอี้เถียงข้างๆ คูๆ
"หึ ถ้าไม่เชื่อก็ถามไซมอนกับโดไทดูสิ" ฟิโอน่าพูดอย่างไม่แยแสพลางปรายตามองหลินอี้
ไซมอนกับโดไทที่เพิ่งกางใบเรือเสร็จ ไม่คิดว่าลูกหลงจะมาตกที่ตัวเอง ทั้งสองสบตากันและพูดพร้อมกันว่า "เดี๋ยวผมไปดูในครัวก่อนนะครับว่ามีอะไรให้ช่วยไหม"
"ไม่ต้องหรอก อาหารเช้าเสร็จแล้ว" ในตอนนั้นเอง จิโยะก็เดินมาที่ดาดฟ้าเรือ เตรียมจะเรียกพวกเขาไปทานข้าว
"เย้ๆ กินข้าวกันเถอะ!" ต้าพ่านกระตือรือร้นที่สุดเมื่อเป็นเรื่องกิน
"จิโยะ ฉันร้องเพลงเพี้ยนเหรอ?" หลินอี้ถามพลางรั้งตัวจิโยะไว้ขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับไป
"เอ่อ ก็เพราะดีนะคะ" จิโยะผู้มีจิตใจดีกล่าว ไม่อยากทำลายความมั่นใจของหลินอี้
ฟิลิน่าที่โผล่มาข้างหลังพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พูดขึ้นว่า "พี่หลินอี้ เสียงร้องของพี่น่ะ ก็พอๆ กับฝีมือทำอาหารของฉันนั่นแหละค่ะ"
ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลินอี้มองฟิลิน่าด้วยใบหน้าดำทะมึน ฟิลิน่าแลบลิ้นอย่างซุกซนและดึงจิโยะไปทานข้าว
นับตั้งแต่นั้นมา โลกวันพีซก็สูญเสียนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ไปหนึ่งคน
ด้วยการมาถึงของจิโยะ อาหารบนเรือนักเดินทางก็ได้รับการยกระดับจากแค่พอกินได้ กลายเป็นความสุขในการรับประทานอย่างแท้จริง สมกับเป็นผู้สืบทอดสายตรงของยอดเชฟแห่งแคว้นคาโนะ
"จิโยะ อาหารฝีมือเธออร่อยสุดๆ ไปเลย!" ต้าพ่านพูดด้วยสีหน้าฟินสุดๆ พลางลูบพุงกลมๆ ของมัน
"ใช่ๆ จิโยะ เธอเก่งที่สุดเลย!" ฟิลิน่าสวมกอดจิโยะและหอมแก้มเธอ ทำให้จิโยะหน้าแดงระเรื่อ
"ดีใจที่ทุกคนชอบนะคะ" จิโยะมีความสุขที่ต้าพ่านและฟิลิน่าชอบอาหารที่เธอทำ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ฟิลิน่าและฟิโอน่าก็ช่วยจิโยะเก็บโต๊ะ
ไซมอนกลับไปที่รังกาเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ในทะเล
โดไทก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน
แสงแดดส่องกระทบผิวน้ำที่สงบนิ่ง หลินอี้และต้าพ่านยืนเคียงข้างกันที่หัวเรือ สายลมแผ่วเบาพัดโชยปะทะใบหน้า แต่ละคนถือคันเบ็ดเล็กๆ นั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์ เตรียมพร้อมที่จะเพลิดเพลินไปกับความเงียบสงบและความสุขของการตกปลา
เวลาผ่านไป ต้าพ่านตกปลาได้สี่ห้าตัวแล้ว รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนใบหน้าขณะที่มันจัดการหย่อนปลาที่ตกได้ลงในถังอย่างชำนาญ ในทางตรงกันข้าม การตกปลาของหลินอี้กลับเงียบเหงา คันเบ็ดของเขาดูเหมือนจะถูกแช่แข็งอยู่กับที่ เมื่อเห็นต้าพ่านตกปลาได้เป็นกอบเป็นกำ หลินอี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยและอิจฉา
ในที่สุด หลินอี้ก็ทนไม่ไหวและโพล่งขึ้นมา "ต้าพ่าน แกโกงหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมถึงตกปลาได้เยอะแยะในเวลาแค่นี้ล่ะ!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแคลงใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น ต้าพ่านก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา มันส่ายหน้าปฏิเสธพลางหัวเราะร่วน "ฉันไม่ได้โกงซะหน่อย! ฝีมือลูกพี่มันห่วยเองต่างหากล่ะ! ตกปลาตัวเล็กๆ ยังไม่ได้เลย ฮ่าฮ่า!" พูดจบ มันก็จงใจทำหน้าทะเล้นใส่หลินอี้ และยังคงโอ้อวดผลงานของมันต่อไป
หลินอี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ก็ระบายอารมณ์ไม่ได้
ในตอนนั้นเอง ฟิลิน่าและจิโยะก็เดินเข้ามาพร้อมเครื่องดื่มและของว่าง พวกเธอถามว่า "เป็นยังไงบ้างคะ พี่หลินอี้? ตกอะไรได้บ้างไหม?"
"หึหึ เถ้าแก่เนี้ย ฉันตกได้ตั้งห้าตัวแหนะ!" เสียงโอ้อวดของต้าพ่านดังขึ้น
"ฉันเพิ่งมาถึง เพิ่งมาถึงเอง" หลินอี้แก้ตัวด้วยมุกเดิมๆ ของพวกนักตกปลา พร้อมกับถลึงตาใส่ต้าพ่านเป็นเชิงบอกไม่ให้พูดจาเหลวไหล
ด้วยความที่รู้ใจหลินอี้ดี ฟิลิน่าจึงใจดีพอที่จะไม่แฉแผนการเล็กๆ ของเขา เธอวางเครื่องดื่มและของว่างที่ถือมาพร้อมกับจิโยะลง และพาจิโยะไปที่ห้องฝึกซ้อมบนชั้นสอง ในช่วงเวลานี้ พี่สาวของเธอคอยจับตาดูการฝึกของเธออย่างใกล้ชิด
สองชั่วโมงต่อมา หลินอี้ก็ยอมแพ้ เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถตกปลาได้หากไม่ใช้ฮาคิ
เขาวางคันเบ็ดลง ปรายตามองต้าพ่านที่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการตกปลา และลุกขึ้นเดินไปที่ห้องฝึกซ้อมบนชั้นสองโดยไม่รบกวนมัน
ฟิโอน่ากำลังทำสควอทพร้อมกับยกบาร์เบลสองอันที่ใหญ่กว่าตัวเธอเสียอีก ดูจากเหงื่อที่โชกไปทั้งตัว เธอคงฝึกซ้อมมาพักใหญ่แล้ว
ฟิลิน่าและจิโยะกำลังวิ่งถ่วงน้ำหนัก โดยมีถุงทรายถ่วงน้ำหนักมัดติดอยู่ตามลำตัวและข้อเท้า
ฟิลิน่าไม่ค่อยเป็นอะไรมาก เธอเคยฝึกแบบนี้มาก่อน แม้จะเหงื่อท่วมตัว แต่ก็ดูเหมือนจะยังทนไหว
ในทางกลับกัน จิโยะกลับตามไม่ทัน ด้วยน้ำหนักที่แบกไว้บนหลัง มันไม่ใช่การวิ่งอีกต่อไปแล้ว แต่มันเหมือนการเดินเสียมากกว่า แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้ แม้ว่าจะถึงขีดจำกัดแล้วก็ตาม
หลินอี้ส่ายหน้าและห้ามจิโยะไว้ พลางกล่าวว่า "การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่ดี แต่พื้นฐานของเธอยังอ่อนเกินไป อย่าหักโหมนักเลย เดี๋ยวร่างกายจะพังเอา"
"กัปตัน ฉันยังไหวค่ะ ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้น" ใบหน้าของจิโยะแดงก่ำจากการฝึกซ้อม
"เธอรู้ดีกว่าฉันงั้นเหรอ?" หลินอี้ดุ จากนั้น เมื่อมองจิโยะที่ดูดื้อดึงเล็กน้อย เขาก็พูดว่า "การจะแข็งแกร่งขึ้นต้องใช้เวลา อย่าใจร้อนสิ พวกเราอยู่นี่ ไม่มีใครทำร้ายเธอได้หรอก"
"เข้าใจแล้วค่ะ กัปตัน" จิโยะตอบพลางก้มหน้าลง
หลินอี้ลูบหัวเธอเบาๆ และพูดปลอบใจสองสามคำ
ในตอนนั้นเอง เสียงของไซมอนก็ดังขึ้น
"กัปตัน มีเรือโจรสลัดสามลำกำลังมุ่งหน้ามาทางเราครับ น่าจะเผชิญหน้ากันในอีกประมาณครึ่งชั่วโมง"
"เฮ้ๆ เรือโจรสลัดอยู่นั่น! ปล่อยให้ฉันจัดการเอง!" หลังจากกินผลเมฆาเข้าไป ฟิลิน่าก็แทบจะทนรอทดสอบพลังผลปีศาจของเธอกับพวกโจรสลัดไม่ไหว ดังนั้น เสียงของเธอจึงฟังดูตื่นเต้นมากขณะที่เธอรีบปลดอุปกรณ์ถ่วงน้ำหนักออกและพุ่งทะยานไปที่ดาดฟ้าเรือ
หลินอี้และคนอื่นๆ มองหน้ากัน ส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ และเดินตามออกไป
ฟิลิน่าถือสมุดใบประกาศจับ เทียบธงของกลุ่มโจรสลัด และไม่นานก็เจอใบประกาศจับของพวกมัน
"กลุ่มโจรสลัดเสือดาว กัปตันมาคารอฟเสือดาว ค่าหัวยี่สิบหกล้านเบรี ต้นหนบาร์บี้ บราวน์นักล่า ค่าหัวสิบสามล้านหกแสนเบรี เป็นนักดาบชั้นยอด กลุ่มโจรสลัดเสือดาวเคยสังหารหมู่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ในนอร์ทบลูไปถึงสามหมู่บ้าน และมีหมู่บ้านที่รู้แน่ชัดว่าถูกพวกมันปล้นสะดมอีกสิบสามแห่ง พวกมันเป็นกลุ่มโจรสลัดที่โหดเหี้ยมอำมหิตมาก" ระหว่างที่ฟิลิน่าอ่านรายละเอียด สมาชิกลูกเรือต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"ไอ้พวกโจรสลัดสารเลว สมควรตาย" นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังคิด
เมื่อเรือกลุ่มโจรสลัดเสือดาวเข้ามาใกล้ ลูกปืนใหญ่ก็ระดมยิงเข้าใส่เรือนักเดินทางราวกับห่าฝน ซึ่งฟิโอน่าก็ใช้ดาบปัดป้องพวกมันออกไปได้ทีละลูก
ฟิลิน่าใช้พลังผลเมฆาของเธอ เรียกเมฆดำทะมึนไปรวมตัวกันเหนือกลุ่มโจรสลัดเสือดาว เมื่อเมฆรวมตัวกันมากขึ้น พื้นที่ขนาดใหญ่ของเมฆดำก็ปกคลุมท้องฟ้าเหนือกลุ่มโจรสลัดเสือดาว
ฟิลิน่าซึ่งใบหน้าซีดเผือดจากการใช้พลังผลปีศาจอย่างหนัก กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า "ทัณฑ์สวรรค์"
สิ้นเสียง สายฟ้าฟาดขนาดใหญ่ก็ผ่าลงมาใส่ลูกเรือกลุ่มโจรสลัดเสือดาว
โจรสลัดหลายคนถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจังจนน้ำลายฟูมปาก ชักกระตุกอยู่บนพื้น หมดทางเยียวยา ทว่ายังมีโจรสลัดอีกหลายคนที่เพียงแค่ถูกไฟคลอกและโซเซไปมาเล็กน้อย โดยไม่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้
เมื่อเห็นว่าลูกเรือของตนสูญเสียไปแล้วถึงหนึ่งในสี่ทั้งที่ยังไม่ทันได้ประชิดตัว มาคารอฟเสือดาวก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว และสาบานว่าจะฆ่าทุกคนบนเรือฝั่งตรงข้าม ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
"พวกเรา บุกเข้าไปฆ่าพวกมันให้หมด!" มาคารอฟคำราม
"ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกมัน!" พวกโจรสลัดตะโกนโห่ร้อง
เมื่อเรือเข้ามาใกล้ ฟิโอน่า ต้าพ่าน ไซมอน และโดไทก็ใช้วิชาโซรุพุ่งกระโจนขึ้นไปบนเรือของกลุ่มโจรสลัดเสือดาว ในขณะที่ฟิลิน่าสร้างเมฆสองก้อนที่สามารถรับน้ำหนักคนได้ พาตัวเองและจิโยะลอยขึ้นไปในอากาศ และคอยปล่อยสายฟ้าฟาดใส่พวกโจรสลัดเป็นระยะ
ส่วนหลินอี้ เขายืนดูอยู่เงียบๆ ที่หัวเรือ คอยสังเกตการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
หลินอี้เป็นคนเสนอให้ฟิลิน่าพาจิโยะลอยขึ้นไปบนฟ้า เพราะสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเลือดคือสิ่งที่นักเดินทางทุกคนต้องเผชิญ
การต่อสู้อันดุเดือดเปิดฉากขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์พลิกผันใดๆ ไซมอนและโดไทเป็นแนวหน้า พุ่งเข้าโจมตีเรือสองลำที่ขนาบข้างกลุ่มโจรสลัดเสือดาว ราวกับพยัคฆ์ร้ายลงจากเขา พวกเขาดุดันและฉีกกระชากศัตรูเป็นชิ้นๆ ในพริบตา
ต้องไม่ลืมว่าไซมอนและโดไทมีความแข็งแกร่งระดับพลเรือตรีเลยนะ! เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกโจรสลัดทั่วไปก็ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน และทำได้เพียงมองดูฝ่ายของตนถูกสังหารหมู่อย่างไร้ปรานีด้วยความหวาดผวา
ภายใต้การโจมตีอันดุดันของสองขุนพลผู้แข็งแกร่ง แนวป้องกันของกลุ่มโจรสลัดเสือดาวก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว โจรสลัดที่เคยเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง ไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ทว่าไซมอนและโดไทไม่มีความเมตตาปรานีต่อโจรสลัดชั่วร้ายเหล่านี้ พวกเขายังคงเดินหน้าสังหารต่อไปอย่างไม่ลดละ มุ่งมั่นที่จะกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดเสือดาวให้สิ้นซาก
ก่อนที่มาคารอฟจะได้พูดอะไรกับฟิโอน่าและต้าพ่านที่จู่ๆ ก็โผล่มาบนเรือของเขา ต้าพ่านก็ใช้กระบองฟาดเข้าที่ร่างของเขา ส่งผลให้เขาลอยไปกระแทกกับห้องโดยสารราวกับลูกปืนใหญ่
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังมาจากในห้องโดยสาร และเสือดาวในร่างมนุษย์ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต้าพ่าน
"โอ้ ผู้ใช้ผลปีศาจเหรอ? ถ้างั้นเราก็ฆ่าทิ้งเฉยๆ ไม่ได้แล้วสิ" หลินอี้เคยบอกไว้ว่า ถ้าเจอผู้ใช้ผลปีศาจ ให้ไว้ชีวิตมันก่อน
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมลูกพี่ถึงพูดแบบนั้น แต่ฉันก็จะทำตามที่ลูกพี่สั่งก็แล้วกัน
"อ๊ากกก ไอ้หมีหมาเหม็นสาบ ฉันจะฆ่าแก!" มาคารอฟเสือดาวคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
ต้าพ่านเบะปาก "แกเนี่ยนะ? กระจอกชะมัด ทีเดียวก็จอดแล้ว"
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มันเงื้อกระบองขึ้นแล้วฟาดลงไป แต่มาคารอฟกลับว่องไวผิดคาด และสามารถหลบการโจมตีของต้าพ่านได้ ไม่เพียงแค่นั้น ต้าพ่านที่ประมาทเกินไปยังถูกมาคารอฟข่วนเข้าให้ แม้จะไม่สามารถทะลวงการป้องกันของมันได้ แต่มันก็ทำให้ต้าพ่านรู้สึกเสียหน้ามาก
ต้าพ่านใช้วิชาโซรุพุ่งไปที่ด้านข้างของมาคารอฟ และคราวนี้มันก็ไม่พลาดเป้า ฟาดเข้าที่เอวของมาคารอฟจนหักสะบั้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทำให้เขาหมดสภาพการต่อสู้
อีกด้านหนึ่ง ฟิโอน่าไม่ได้เผชิญกับการต่อต้านที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย นักดาบชั้นยอดถูกเธอฟันคอขาดในดาบเดียว ส่วนโจรสลัดคนอื่นๆ ก็แทบไม่ต้องออกแรงฟันด้วยซ้ำ ไม่ว่าฟิโอน่าจะเคลื่อนผ่านไปทางไหน รอยเลือดก็จะปรากฏขึ้นที่คอของโจรสลัดเหล่านั้น และพวกมันทั้งหมดก็เอามือกุมคอตัวเองล้มลงไปกองกับกองเลือด
ห้านาทีต่อมา ต้าพ่านก็กลับมาที่เรือนักเดินทางพร้อมกับมาคารอฟเสือดาว ในขณะที่ฟิโอน่า ไซมอน และโดไทยังคงอยู่บนเรือกลุ่มโจรสลัดเสือดาวเพื่อปล้นของมีค่าและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน
"ลูกพี่ เจ้านี่เป็นผู้ใช้ผลปีศาจ ดูเหมือนจะเป็นสายโซออนด้วยนะ" ต้าพ่านพูดพลางโยนมาคารอฟลงบนดาดฟ้าเรือ
"โอ้ ไม่คิดเลยว่าจะได้ของแถมแบบนี้" หลินอี้พูดพร้อมรอยยิ้ม แม้จะไม่ใช่ผลปีศาจหายากอะไร แต่มันก็มีมูลค่าอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้านเบรี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก
ฟิลิน่าพาจิโยะที่กำลังอาเจียนและมีใบหน้าซีดเซียวกลับมาที่เรือ
"เป็นอะไรหรือเปล่า?" หลินอี้ถามด้วยความเป็นห่วง
จิโยะเม้มริมฝีปากและส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร ภาพเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เธอช็อกมาก เธอไม่เคยคิดเลยว่าการต่อสู้จะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ ทั้งแขนขาที่ขาดสะบั้นและเลือดที่ไหลเป็นสายน้ำ เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย
"ฟิลิน่า พาจิโยะกลับไปพักผ่อนที่ห้องนะ" หลินอี้สั่งให้ฟิลิน่าดูแลจิโยะให้ดี
เขาไม่ได้พยายามปลอมโยนจิโยะ ประการแรก เขาเป็นคนแสดงความรู้สึกไม่เก่งและอธิบายอะไรยาวๆ ไม่ค่อยเป็น ประการที่สอง นี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเติบโตที่จิโยะต้องเผชิญ หากเธอปรับตัวไม่ได้ ก็แปลว่าจิโยะไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในท้องทะเลแห่งนี้
ฟิโอน่า ไซมอน และโดไททยอยกลับมา และเปลวเพลิงก็ปะทุขึ้นบนเรือโจรสลัดทั้งสามลำ เปลวไฟอันร้อนแรงราวกับจะเผาผลาญบาปกรรมทั้งหมดของกลุ่มโจรสลัดเสือดาวให้มอดไหม้เป็นจุล
เขาสั่งให้ลูกน้องสองสามคนไปล้างคราบเลือดออกจากตัว ในขณะที่เขาแบกร่างที่ไร้สติของมาคารอฟไปยังห้องเก็บเสบียง ซึ่งมีผลไม้เก็บไว้มากมาย เขาตั้งใจจะชิงผลปีศาจออกจากร่างของมาคารอฟที่นั่น