เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - เลขาฯ คนใหม่ตอกหน้ารองนายกฯ กลางวงประชุม!

บทที่ 7 - เลขาฯ คนใหม่ตอกหน้ารองนายกฯ กลางวงประชุม!

บทที่ 7 - เลขาฯ คนใหม่ตอกหน้ารองนายกฯ กลางวงประชุม!


บทที่ 7 - เลขาฯ คนใหม่ตอกหน้ารองนายกฯ กลางวงประชุม!

ทันทีที่ประตูห้องประชุมชั้นสามถูกผลักออก สายตานับสิบคู่ก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว

สองฝั่งของโต๊ะประชุมตัวยาวมีคนนั่งอยู่เต็มไปหมด ถ้วยชาบนโต๊ะมีควันร้อนลอยกรุ่น แต่กลับไม่มีใครในห้องเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำ

สายตาส่วนใหญ่ที่มองมาเหมือนกำลังรอคอยที่จะได้เห็นเรื่องตลก

มีเพียงสองสามคนที่นั่งอยู่มุมห้องเท่านั้นที่พยักหน้าทักทายเซียวอวี่หาน

"รอกันนานเลยนะคะ" เซียวอวี่หานเดินไปนั่งตรงที่ว่างข้างตำแหน่งประธาน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ "ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเฉินผิงฟ่าง เลขาฯ ของฉัน เพิ่งมารายงานตัววันนี้ค่ะ"

สิ้นประโยคของเธอ เสียงหัวเราะเบาๆ ก็ดังขึ้นในห้องประชุม

ผู้ชายวัยห้าสิบกว่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเซียวอวี่หานวางถ้วยชาลง เขาแย้มยิ้มแต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเหน็บแนม "ท่านรองนายกฯ เซียวช่างกล้าใช้งานคนจริงๆ นะครับ ขนาดเด็กใหม่ที่ยังไม่ผ่านช่วงทดลองงานก็เอามาเดินตามประกบติดตัวซะแล้ว"

"คนหนุ่มสาวมีไฟแรงมันก็เป็นเรื่องดีหรอกครับ"

ชายวัยกลางคนที่หวีผมเรียบแปล้ซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของตำแหน่งประธานเอ่ยปากขึ้นบ้าง น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก "แต่ที่น่ากลัวคือพวกไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ เดี๋ยวจะพาลทำเสียเรื่องใหญ่เอาได้"

ผู้ชายคนนี้ชื่อหม่าเจี้ยนกั๋ว เป็นรองนายกเทศมนตรีที่ดูแลด้านอุตสาหกรรม เขาทำงานในเมืองอวิ๋นโจวมานานถึงสิบห้าปีและมีเส้นสายคอนเนกชันกว้างขวางมาก

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องประชุมอีกครั้ง

เฉินผิงฟ่างทำเหมือนไม่ได้ยิน เขาหาที่นั่งด้านหลังเซียวอวี่หาน เปิดสมุดจดและเตรียมตัวบันทึกการประชุม

"เอาล่ะ เริ่มประชุมกันได้แล้ว"

รองนายกเทศมนตรีอาวุโสซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเคาะโต๊ะ "วันนี้เราจะมาหารือเรื่องความคืบหน้าในการเตรียมงานประชุมดึงดูดการลงทุน ท่านรองนายกฯ เซียว คุณช่วยชี้แจงแผนงานให้ฟังหน่อย"

เซียวอวี่หานเปิดแฟ้มเอกสารและกำลังจะอ้าปากพูด

"เดี๋ยวก่อนครับ" หม่าเจี้ยนกั๋วยกมือขึ้นขัดจังหวะ เขายกเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาฉบับหนึ่ง "ท่านรองนายกฯ เซียว เมื่อคืนผมได้อ่านแผนงานของคุณแล้ว มันมีตัวเลขอยู่หลายจุดที่ดูแปลกๆ นะครับ"

เขาพลิกเอกสารไปหน้าหนึ่งแล้วใช้ปลายปากกาชี้ลงไป "ตรงนี้ระบุว่าระยะเวลาอนุมัติการใช้ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมคือ 45 วัน แต่ตามระเบียบข้อบังคับแล้ว เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลา 60 วัน ข้อมูลพื้นฐานแบบนี้ยังปล่อยให้ผิดพลาดได้ ผมว่าวันนี้เราคงไม่ต้องประชุมกันแล้วล่ะครับ ทำงานชุ่ยเกินไปจริงๆ"

เซียวอวี่หานขมวดคิ้วคิ้วแน่น

บรรดาหัวหน้าแผนกหลายคนเริ่มซุบซิบนินทากันเสียงเบา

"เรื่องแค่นี้ก็ยังพลาดได้เนี่ยนะ"

"ถ้าขืนเอาแผนงานนี้ไปใช้จริง มีหวังโดนชาวบ้านหัวเราะเยาะตายเลย..."

แม้แต่หัวหน้าสำนักงานที่นั่งอยู่ข้างหม่าเจี้ยนกั๋วก็ยังขมวดคิ้วขณะเปิดดูเอกสารในมือ ส่วนพนักงานระดับอาวุโสหลายคนก็พากันส่ายหน้า

ทุกคนในห้องประชุมต่างหันไปมองหม่าเจี้ยนกั๋ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชื่อคำพูดของหม่าเจี้ยนกั๋วมากกว่า

ขณะที่เซียวอวี่หานกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย เฉินผิงฟ่างก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน "ท่านรองนายกฯ หม่าครับ ขออนุญาตให้ผมดูข้อมูลจุดที่ท่านบอกว่าผิดพลาดหน่อยได้ไหมครับ"

หม่าเจี้ยนกั๋วช้อนตาขึ้นมองเฉินผิงฟ่างแล้วหัวเราะในลำคอ "เลขาฯ เฉินคิดจะออกโรงกู้หน้าให้เจ้านายอย่างนั้นเหรอ ได้สิ งั้นนายลองอธิบายมาหน่อยว่าไอ้ระยะเวลาอนุมัติที่ดิน 45 วันเนี่ย มันมีที่มาที่ไปยังไง"

ทุกคนในห้องประชุมหยุดชะงักและหันไปจับจ้องที่เฉินผิงฟ่างเป็นตาเดียว

หลายคนมีสีหน้ารอดูเรื่องสนุก

เฉินผิงฟ่างรับเอกสารมาดูแวบหนึ่ง น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ "ท่านรองนายกฯ หม่าครับ สิ่งที่ท่านพูดถึงนั่นมันเป็นระเบียบเก่าแล้วครับ"

"เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทางมณฑลได้ออก 'ข้อบังคับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ' ซึ่งได้ปรับลดระยะเวลาในช่องทางอนุมัติแบบเร่งด่วนสำหรับที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมลงเหลือ 45 วันแล้วครับ เลขที่เอกสารคือซูเจิ้งป้าน 2022 ฉบับที่ 37 ครับ"

สีหน้าของหม่าเจี้ยนกั๋วเปลี่ยนไปทันที

หัวหน้าสำนักงานรีบสั่งให้คนข้างๆ ค้นหาข้อมูลทันที เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏภาพเอกสารของทางราชการฉบับนั้นขึ้นมา

"45 วันจริงๆ ด้วยแฮะ..." ใครบางคนพึมพำขึ้นมา

"เลขาฯ คนใหม่นี่ไม่เบาเลยนะเนี่ย"

"ถึงกับจำรายละเอียดข้อบังคับพวกนี้ได้แม่นขนาดนี้เลยเหรอ"

หัวหน้าแผนกหลายคนที่ตอนแรกวางตัวเป็นกลางเริ่มซุบซิบพูดคุยกัน สายตาที่พวกเขามองเฉินผิงฟ่างก็เริ่มเปลี่ยนไป

ร่องรอยของความดูแคลนบนใบหน้าของหม่าเจี้ยนกั๋วจางหายไป แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ จึงพลิกเอกสารไปอีกสองหน้า

"แล้วสองจุดนี้ล่ะ อัตราการเติบโตของมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมระบุไว้ที่ 8.3% แต่ผมจำได้ว่าตัวเลขที่สำนักงานสถิติประกาศออกมาคือ 7.9% ไม่ใช่เหรอ แล้วก็ยังมีตัวเลขการส่งออกต่างประเทศที่ข้อมูลไม่ตรงกันอีก ทีนี้จะแถว่ายังไงล่ะ"

แม้น้ำเสียงของเขาจะไม่ได้ดูมั่นใจเหมือนตอนแรก แต่เขาก็ยังคงไล่ต้อนไม่เลิก

ครั้งนี้เฉินผิงฟ่างไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเปิดหน้าเว็บให้ทุกคนดู

"ท่านรองนายกฯ หม่าครับ ตัวเลข 7.9% ที่ท่านพูดถึง มันเป็นข้อมูลของไตรมาสที่สามของปีที่แล้วครับ"

เฉินผิงฟ่างยื่นโทรศัพท์ส่งให้ "ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเพิ่งจะเผยแพร่ 'คำชี้แจงการแก้ไขตัวชี้วัดการเฝ้าระวังเศรษฐกิจระดับภูมิภาค' ออกมา ซึ่งมีการปรับปรุงวิธีการคำนวณมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมใหม่ หากคำนวณตามวิธีใหม่ อัตราการเติบโตก็คือ 8.3% ครับ"

"ส่วนเรื่องตัวเลขการส่งออกต่างประเทศ ท่านคงไปดูข้อมูลสถิติเบื้องต้นของกรมศุลกากรมาใช่ไหมครับ แต่ข้อมูลที่เราใช้ในแผนงานนี้คือฉบับรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ครับ ขอบเขตการเก็บสถิติของสองหน่วยงานนี้มันแตกต่างกันครับ"

"ผมสามารถเปิดเอกสารพวกนี้ให้ดูได้เลย ท่านต้องการจะตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลยไหมครับ"

หม่าเจี้ยนกั๋วรับโทรศัพท์ไปกวาดสายตามอง สีหน้าของเขาก็ย่ำแย่ลงทันที

สิ่งที่เฉินผิงฟ่างพูดมามีเอกสารอ้างอิงตรงเป๊ะทุกอย่าง

หัวหน้าสำนักงานสั่งให้คนเปิดดูเอกสารจากกระทรวงพาณิชย์ เมื่อตรวจสอบทีละบรรทัดตามลำดับก็พบว่ามันตรงกับที่เฉินผิงฟ่างพูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

"ทักษะการทำงานของสหายเสี่ยวเฉินนี่แน่นปึ้กดีจริงๆ"

รองนายกเทศมนตรีอาวุโสเคาะโต๊ะ "ในเมื่อข้อมูลไม่มีปัญหาอะไร งั้นก็ประชุมกันต่อได้เลย"

สีหน้าของหม่าเจี้ยนกั๋วยิ่งดูไม่ได้ เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็โยนเอกสารกลับลงไปบนโต๊ะแล้วเงียบปากไป

ส่วนคนที่กะจะผสมโรงหาเรื่องเมื่อกี้ต่างก็พากันก้มหน้าก้มตาดูเอกสารของตัวเอง ทำราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หัวหน้าสำนักงานมองเฉินผิงฟ่างด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีความประหลาดใจและแฝงไปด้วยความครุ่นคิดบางอย่าง

ประกายความชื่นชมปรากฏขึ้นในดวงตาของเซียวอวี่หาน แต่เธอไม่ได้พูดอะไรและเริ่มนำเสนอแผนงานของเธอต่อไป

เสียงกระแอมไอกับเสียงขยับเก้าอี้ดังขึ้นเบาๆ ในห้องประชุม ในที่สุดบรรยากาศก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ตลอดหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ไม่มีใครกล้าปริปากวิจารณ์แผนงานของเซียวอวี่หานอีกเลย

...

หลังเลิกประชุม เฉินผิงฟ่างเดินตามเซียวอวี่หานออกจากห้อง

ตรงระเบียงทางเดิน บรรดาหัวหน้าแผนกหลายคนรีบเดินเข้ามาห้อมล้อมเขาไว้

"เสี่ยวเฉิน ก่อนหน้านี้คุณเคยทำงานที่หน่วยงานไหนมาก่อนเหรอ"

"นโยบายพวกนี้มันอัปเดตไวมากจนพวกเราตามแทบไม่ทัน คุณทำยังไงถึงได้จำแม่นขนาดนี้ล่ะ"

"วันหลังไปกินข้าวด้วยกันหน่อยสิ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน..."

เฉินผิงฟ่างรับมืออย่างสุภาพ เขารู้ดีว่าคนพวกนี้เข้ามาตีสนิทก็เพราะเห็นตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาในตอนนี้เท่านั้น

เซียวอวี่หานไม่ได้หยุดเดิน เธอเดินตรงกลับไปที่ห้องทำงานทันที

ข่าวลือแพร่สะพัดกลับไปที่แผนกอำนวยการอย่างรวดเร็ว

พอซุนจื้อกังได้ยินว่าเฉินผิงฟ่างตอกหน้าท่านรองนายกฯ หม่ากลางที่ประชุมจนหน้าหงาย หน้าของเขาก็ซีดเผือด เขาทรุดตัวลงนั่งแหมะบนเก้าอี้อย่างหมดแรง

โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น เป็นสายจากหวังฮ่าวเฉิง

"หัวหน้าซุน คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะจัดการมันได้สบายมาก"

เสียงขว้างปาข้าวของดังรอดออมาจากปลายสาย

"แล้วตอนนี้มันดันกลายเป็นคนสนิทของเซียวอวี่หานไปแล้ว คุณจะให้ผมเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะให้ผมตอบพ่อผมยังไง"

ซุนจื้อกังอ้าปากพะงาบๆ แต่กลับพูดไม่ออกเลยสักคำ

...

ภายในห้องทำงานของเซียวอวี่หาน

เธอถอดเสื้อโค้ทออก รินน้ำใส่แก้วแล้วหันมามองเฉินผิงฟ่าง "ทำไมคุณถึงคุ้นเคยกับนโยบายพวกนี้ได้ขนาดนี้ล่ะ"

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากถามเรื่องส่วนตัวของเฉินผิงฟ่าง

เฉินผิงฟ่างยิ้มบางๆ "ความเคยชินน่ะครับ ก่อนสอบข้าราชการผมเอาเอกสารนโยบายย้อนหลังสามปีมานั่งอ่านจนหมด บางเรื่องก็เลยจำได้แม่นหน่อยครับ"

เซียวอวี่หานจ้องมองเฉินผิงฟ่างอยู่นานหลายวินาทีและไม่ได้ซักไซ้ต่อ

"วันนี้ลำบากหน่อยนะ" เธอทรุดตัวลงนั่ง น้ำเสียงดูอ่อนโยนลงมาก "หม่าเจี้ยนกั๋วคงไม่ยอมเลิกราแค่นี้แน่ วันข้างหน้าคงจะเหนื่อยหน่อยนะ"

"ผมทราบดีครับ" เฉินผิงฟ่างพยักหน้า "ในเมื่อตัดสินใจจะทำงานกับท่านแล้ว ผมก็ไม่เคยคิดจะถอยอยู่แล้วครับ"

ประกายความพึงพอใจปรากฏขึ้นในแววตาของเซียวอวี่หาน เธอหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา "ไปทำงานต่อเถอะ พรุ่งนี้งานประชุมดึงดูดการลงทุนก็จะเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีรายละเอียดอีกเยอะที่ต้องตรวจสอบ"

"ครับ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - เลขาฯ คนใหม่ตอกหน้ารองนายกฯ กลางวงประชุม!

คัดลอกลิงก์แล้ว