- หน้าแรก
- การเอาตัวรอดบนทางหลวง รถบ้านของฉันคือวิลล่าเคลื่อนที่
- บทที่ 408: เข้าสู่เขตบริการ
บทที่ 408: เข้าสู่เขตบริการ
บทที่ 408: เข้าสู่เขตบริการ
บทที่ 408: เข้าสู่เขตบริการ
ผู้เล่นล้มตายลงทีละคน ยานพาหนะของพวกเขาระเบิดเสียงดังสนั่น
พวกที่รอดชีวิตต่างเหยียบคันเร่งรีบหนีไปอย่างลวดเร็ว ยานพาหนะและอุปกรณ์ของพวกเขาไม่ได้ดีเด่นอะไรนัก และคนอื่นๆ ในขบวนรถก็ไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งเสียใจหรือลงจากรถเพื่อเก็บสิ่งของที่ตกอยู่ การเอาชีวิตรอดในเวลานี้คือสิ่งสำคัญที่สุด
พายุทรายไม่มีผลใดๆ ต่อพวกซอมบี้มัมมี่เหล่านี้ พวกมันแทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย ซ้ำยังสามารถวิ่งและกระโดดได้อย่างว่องไว การเคลื่อนไหวของพวกมันยังคงรวดเร็วเหมือนเช่นเคย
"มีพวกมันสองสามตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา" ควางควางควางกล่าวขึ้นในช่องสื่อสารของทีม
เพื่อให้สามารถเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตแรคคูนน้อยพร้อมกันได้ เธอและไส้หมูผู้น่าสงสารจึงได้เข้าร่วมทีมของยวี่เจียงเป็นการชั่วคราว
นักธนูสาวมีพรสวรรค์ด้านสายตาที่ยอดเยี่ยม ทำให้เธอมองเห็นพวกมอนสเตอร์บนทางหลวงได้อย่างชัดเจน ทว่าอาวุธประเภทธนูค่อนข้างเสียเปรียบในสภาพอากาศเช่นนี้ มีเพียงลูกธนูที่สร้างขึ้นจากทักษะเท่านั้นที่จะสามารถยิงได้อย่างแม่นยำ
"อย่าเพิ่งโจมตี มันจะดึงดูดซอมบี้เข้ามามากกว่าเดิม" ยวี่เจียงเอ่ยเตือน
ยานพาหนะของทีมพวกเธอยังคงทนทานอยู่ได้ โดยทั่วไปแล้วพวกมอนสเตอร์จะไม่โจมตีสุ่มสี่สุ่มห้าก่อนที่จะมองเห็นเป้าหมาย
พวกมอนสเตอร์ไม่มีความสามารถในการแยกแยะระหว่างยานพาหนะที่ถูกทิ้งร้างกับยานพาหนะที่ยังใช้งานได้
ซอมบี้ประเภทนี้อาศัยเสียงและสายตาในการล็อคเป้าหมาย โดยเฉพาะเสียงที่พวกมันจะไวเป็นพิเศษ ถึงกระนั้นเสียงลมพายุที่พัดกระหน่ำก็ช่วยพรางเสียงได้เป็นอย่างดี
ยวี่เจียงยืนอยู่ข้างหน้าต่างชั้นสอง พลางส่องกล้องทางไกลออกไปข้างนอก เมื่อเห็นซอมบี้มัมมี่ตัวหนึ่งกำลังปีนขึ้นมา เธอจึงรีบหันหลังกลับ พิงหลังเข้ากับกำแพงเพื่อหลบซ่อนตัวในมุมอับสายตาทันที
ไม่ใช่ว่าเธอไม่กล้าต่อสู้ แต่เป็นเพราะพวกมันมีจำนวนมากเกินไป มันจะทำให้เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ และหากถูกโจมตีจนติดสถานะลดทอนน้ำในร่างกาย มันจะยิ่งสร้างความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก
หากอาการไม่รุนแรงก็อาจบรรเทาได้ด้วยการดื่มน้ำ แต่หากอาการรุนแรงก็อาจทำลายผิวหนังหรืออวัยวะภายใน ซึ่งส่งผลให้ค่าพลังชีวิตลดลงอย่างถาวร
หากมีผู้เล่นหลบซ่อนตัวอยู่ในพายุทรายและกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่ เมื่อพิจารณาจากทักษะอันหลากหลายในเกมแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครบางคนกุมความได้เปรียบอย่างสมบูรณ์แบบในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
ซอมบี้มัมมี่ปีนขึ้นไปบนหลังคา และมีเสียงฝีเท้าดังสลับไปมาแว่วมาจากด้านบน
ในเวลานี้ ไส้หมูผู้น่าสงสารซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในรถบ้านขายของอัตโนมัติของเขา กำลังจับกระทะทอดในมือไว้แน่น สายตาจ้องมองไปยังร่างอันเหี่ยวเฉาที่ผ่านแวบไปตรงช่องว่างของผ้าม่านด้วยความหวาดกลัว
เนื้อหนังที่เหี่ยวแห้งเป็นสีดำคล้ำกับดวงตาคู่นั้นที่กำลังชะโงกมองเข้ามาข้างในช่างดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
ยานพาหนะของเขาจอดอยู่ห่างจากสมาชิกทีมคนอื่นๆ เล็กน้อย หากเขาถูกล้อมล่ะก็ จากไส้หมูผู้น่าสงสารคงได้กลายเป็นหมูแผ่นแดดเดียวเป็นแน่
ช่วงเวลาสิบกว่านาทีนั้นไม่เคยรู้สึกยาวนานเท่านี้มาก่อน จนกระทั่งทุกคนพบด้วยความยินดีว่ากระแสลมเริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว
ยังไม่แน่ชัดว่าพายุทรายจะหยุดลงหรือจะพัดกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง แต่การที่ลมพัดเบาลงก็นับเป็นสัญญาณที่ดีเสมอ
มีรถอีกคันหนึ่งขับผ่านไปบนทางหลวง ความเร็วของมันค่อนข้างควบคุมไม่ได้ เสียงเบรกดังสนั่นลั่นเอี๊ยดช่วยดึงดูดความสนใจของพวกมอนสเตอร์ไปได้
มอนสเตอร์กลุ่มใหญ่ที่เดิมทีตั้งท่าจะมุ่งหน้ามาทางทีมของยวี่เจียงต่างพากันหันหลังกลับและวิ่งไล่ตามรถคันนั้นไป
ส่วนพวกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวสามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว
"หน่วยต่อสู้ จัดการซะ คนอื่นๆ อยู่บนรถ" ยวี่เจียงออกคำสั่ง
เธอเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร พลางกระโดดลงไปและเตะซอมบี้มัมมี่ตัวหนึ่งจนกระเด็นออกไป ตัวเธอเองก็ถูกแรงลมพัดจนถอยหลังไปสองก้าว กระแทกเข้ากับยางรถบ้านอย่างจัง
ฝั่งตรงข้ามของเธอ สือสวี่ถือดาบตั้งท่าไปข้างหน้าแล้วตวัดฟาดฟันตามแนวราบ ตราบใดที่พวกเขาไม่ถูกพวกซอมบี้มัมมี่สัมผัสตัวหรือทำให้บาดเจ็บ น้ำในร่างกายก็จะไม่ถูกสูบออกไป
ในเวลานี้กระแสลมมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับสิบเอ็ด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว เสื้อผ้าพัดสะบัดเสียงดังพรึบพรับท่ามกลางลมพายุ เศษทรายปลิวเข้ากระทบผิวหนังที่เปิดโล่งบนหลังมือและแว่นตานิรภัยของพวกเขา เพียงแค่ฟังจากเสียงกระทบก็สามารถรับรู้ได้ถึงอานุภาพของลมพายุแล้ว
เมื่อวิ่งตามลม จะรู้สึกราวกับว่าเท้ากำลังจะลอยพ้นจากพื้นในอีกไม่กี่วินาที พร้อมที่จะโบยบินขึ้นไปบนฟ้าได้ทุกเมื่อ
ทว่าการเคลื่อนที่ทวนลมกลับยิ่งทรมานยิ่งกว่า เมื่อเห็นมอนสเตอร์อยู่ตรงหน้า การยื่นมือออกไปโจมตีอาจทำให้ถูกลมพัดจนล้มลงได้
มอนสเตอร์มีจำนวนทั้งหมดสามตัว หลังจากจัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็รีบกลับขึ้นรถในทันที
ยวี่เจียงนั่งลงบนตู้เตี้ยข้างทางเข้าบ้านพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ ตัวเธอเต็มไปด้วยเศษทรายและกรวดเม็ดละเอียดที่แห้งผาก
โชคดีที่เธอสวมหมวกฮู้ด ทรายจึงเข้าไปในเส้นผมน้อยลง และมันยังช่วยปกป้องใบหูของเธอไม่ให้ถูกทรายบาดอีกด้วย ถึงกระนั้นบนหลังมือของเธอก็มีรอยแผลบาดเล็กๆ สองแผลแล้ว
เธอกวาดสายตามองไปยังช่องสื่อสารสาธารณะ พวกผู้เล่นกำลังประสบความทุกข์ทรมานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
ผ้าใบกันแดดสะท้อนความร้อนที่พวกเขาอุตส่าห์ทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บออมเหรียญคริสตัลซื้อมาเมื่อไม่กี่วันก่อนถูกลมพัดปลิวหายไป คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายร้อยเหรียญคริสตัล บางคนฝาท้ายรถได้รับความเสียหายจนสิ่งของร่วงหล่นกระจาย
นอกจากนี้ยังมีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระจกหน้ารถ ทำให้มีทรายเข้าไปอยู่เต็มไปหมดทั้งในรถและบนตัวคน พวกเขาต่างถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีเหลือง โดยมีเศษทรายร่วงกราวลงมาจากเส้นผม
มีข้อความหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอ
นักฆ่าไอศกรีม: "ระวังด้วย! ตอนที่พายุทรายรุนแรงที่สุด มีใครบางคนขับรถออฟโรดบนทางหลวง ออกปล้นและฆ่าคน ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอเทมหรือยานพาหนะ แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากพายุทรายเลยแม้แต่น้อย มันน่าขนลุกมาก"
"แล้วก็ ระวังพวกที่ทำตัวดูน่าสงสารแล้วเข้ามาขอความช่วยเหลือให้ดี พวกเขาอาจจะเป็นพวกเดียวกับพวกฆาตกรก็ได้"
มีคนกล่าวเสริมว่าคนพวกนั้นกำลังตัดเส้นทางในการขอความช่วยเหลือของผู้เล่นทั่วไป ขณะที่คนอื่นๆ ก็เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่มีใครอยากเอาชีวิตของตัวเองไปเดิมพันกับจิตสำนึกของคนอื่น
นักฆ่าไอศกรีมและกลุ่มของเขาเป็นทีมระดับสูง หากเป็นคนอื่นคงอาจไม่มีชีวิตรอดมาส่งข้อความนี้แล้ว
เมื่อมองดูคำอธิบายของเขา ยวี่เจียงก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างคุ้นเคย การแกล้งทำเป็นผู้เล่นทั่วไปเพื่อฆ่าคน นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกผู้ล่าชอบทำหรอกหรือ
พวกมันมีความสามารถในการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและออกล่าผู้เล่นท่ามกลางพายุทรายขนาดใหญ่เช่นนี้จริงๆ หรือ
ยวี่เจียงติดต่อกลับไปยังนักฆ่าไอศกรีมทันทีและได้รับคำตอบที่ยืนยันแน่ชัด
ด้วยพายุทรายที่ช่วยพรางตัวประกอบกับความแข็งแกร่งของพวกเขา ทีมของนักฆ่าไอศกรีมจึงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สมาชิกในทีมคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นสูญเสียนิ้วมือไปสองนิ้ว
เมื่อถึงเวลาสี่โมงสี่สิบห้านาทีเย็น กระแสลมก็ค่อยๆ ลดระดับลงเหลือระดับเจ็ด ซึ่งถือว่าเบาบางมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
เงาโดดเดี่ยวบนแม่น้ำเหน็บหนาวเอ่ยเตือนทุกคนว่าอย่าเพิ่งวางใจ เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้ว พายุทรายอาจจะกลับมาอีกระลอกใหญ่ได้ทุกเมื่อ
พวกที่ยังทำภารกิจระยะทางไม่สำเร็จจำเป็นต้องรีบซ่อมแซมรถของตนเพื่อเดินทางต่อ
ทีมของยวี่เจียงเตรียมอาศัยจังหวะนี้มุ่งหน้าตรงไปยังเขตบริการซูเปอร์มาร์เก็ตแรคคูนน้อย ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงขับรถราวๆ หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
เธอยังไม่ลืมที่จะเก็บกวาดสิ่งของตามทาง โดยเข้าไปค้นในยานพาหนะที่ถูกทิ้งร้างสองคันและเก็บรวบรวมเสบียงมาได้จำนวนหนึ่ง
ทางหลวงที่เคยสะอาดสะอ้าน บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นทรายและกรวด โดยมีชิ้นส่วนยานพาหนะและคราบเลือดกระจัดกระจายอยู่ในบางจุด
ทีมต่างๆ บนท้องถนนต่างกำลังซ่อมแซมรถของตน เมื่อเห็นทีมหนึ่งขับผ่านไปพร้อมกับยานพาหนะที่อยู่ในสภาพดีเยี่ยมและสามารถขับออกไปได้อย่างรวดเร็ว หลายคนต่างพากันแสดงสายตาอิจฉา
"พวกนั้นดูเหมือนรถบรรทุกและรถตู้ธรรมดาๆ ไม่เห็นจะล้ำสมัยเหมือนรถของเราเลย คงจะแค่โชคดีเฉยๆ ที่ไม่เป็นอะไรเลย"
เมื่อมองดูพิกัดที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บนแผนที่ ยวี่เจียงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซูเปอร์มาร์เก็ตแรคคูนน้อย!
เธอไม่ได้หยุดรถเพื่อเก็บกระเป๋าเป้กันน้ำที่ตกอยู่บนถนนด้วยซ้ำ ในหัวของเธอมีเพียงความคิดที่จะเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้เท่านั้น
สิบกิโลเมตร แปดจุดห้ากิโลเมตร
สองกิโลเมตร เปลี่ยนไปเลนขวา ห้าร้อยเมตร ไอคอนภาพวาดแรคคูนน้อยที่มีแสงไฟสว่างไสวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เมื่อรถขับเข้าสู่ทางเบี่ยง หัวใจของยวี่เจียงก็เต้นรัวเร็วขึ้นมาทันที
คนในทีมต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน แต่ละคนจ้องมองไปยังทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ราวกับอยากจะเทเลพอร์ตเข้าไปข้างในให้รู้แล้วรู้รอด
มีป้ายแขวนไว้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตว่า เข้าได้ครั้งละสามคน ความจุสูงสุดเก้าคน
ทีมของยวี่เจียงมีคนมากกว่าสิบคน ตามปกติแล้ว ยานพาหนะที่ตามมาข้างหลังจะไม่สามารถจอดได้ด้วยซ้ำ
เป็นเพราะค่าความประทับใจระดับสูงสุดของยวี่เจียงที่มีต่อแรคคูนน้อยและสถานะวีไอพีของเธอในทุกเขตบริการ ทำให้พวกเขาสามารถขับรถเข้าไปได้ แม้ว่าค่าธรรมเนียมการจอดรถจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าก็ตาม
มีเพียงเก้าคนเท่านั้นที่สามารถเข้าไปข้างในได้ หัวหน้ารถคาราวานเข้าไปตามลำดับที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้
ราชาธรรมสายฟ้า ลูกอมสตรอว์เบอร์รี และแมลงสาบเพลิงผู้บริสุทธิ์ จะไม่เข้าไปในครั้งนี้ พวกเขาจะให้เพื่อนร่วมทีมช่วยซื้อของให้แทน
ไส้หมูผู้น่าสงสารและควางควางควางได้เก็บสะสมเหรียญคริสตัลจำนวนมากเพื่อการนี้ และพวกเขายังถือรายการซื้อของจากอีกสองทีมไปด้วย มีของที่ต้องซื้อมากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเข้าไปข้างใน
เงาโดดเดี่ยวบนแม่น้ำเหน็บหนาวอยากจะเข้าไปด้วยตัวเอง แต่ในฐานะกัปตันที่ต้องนำทีมทั้งหมด เขาจึงทำได้เพียงให้คนอื่นซื้อของให้แทน
ทีมของพวกเขามีคนเข้าไปเจ็ดคน เหลือโควตาอีกสองที่นั่ง แน่นอนว่าพวกเขาจะนำมันไปขายต่อให้กับทีมที่ร่ำรวยเพื่อทำกำไรก้อนโต
แต่พวกเขาสรรหาซื้อของของตัวเองให้เสร็จสิ้นเสียก่อน